- หน้าแรก
- เล่นนอกบทแบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ
- บทที่ 14: ส่งต่อๆ กันไป เถ้าแก่กู้ต้องการ...
บทที่ 14: ส่งต่อๆ กันไป เถ้าแก่กู้ต้องการ...
บทที่ 14: ส่งต่อๆ กันไป เถ้าแก่กู้ต้องการ...
บทที่ 14: ส่งต่อๆ กันไป เถ้าแก่กู้ต้องการ...
"ฉันคิดออกแล้วว่าจะสร้างการ์ดอะไรสำหรับการประเมินรับรองระดับสาม"
"การ์ดอะไรล่ะ?"
"ทำไมเธอไม่ลงมาแล้วฉันจะบอกให้ฟังล่ะ?"
กู้ฉือเอนกายลงบนเตียง นัยน์ตาจ้องมองซิงอู่ที่อยู่บนเพดาน
"บอกมาตรงๆ เลยดีกว่า ฉัน... ฉันไม่ลงไปหรอกนะ"
ขืนลงไป ก็กลายเป็นหญิงชายอยู่ด้วยกันสองต่อสองบนเตียงเดียวกันน่ะสิ?
"ทำเหมือนเราไม่เคยนอนด้วยกันไปได้..."
"มันเหมือนกันที่ไหนเล่า!"
การนอนโดยไม่ให้เห็นหน้า จะนับว่าเป็นการนอนด้วยกันได้ยังไง?
อีกอย่าง เธอแค่เคยนอนตะแคงอยู่ข้างหมอนของกู้ฉือไม่กี่ครั้ง นอกจากใบหน้าของเขาแล้ว เธอก็ไม่เคยเห็นอย่างอื่นเลยสักนิด
"เอาเถอะๆ งั้นก็อยู่ข้างบนนั้นต่อไปแล้วกัน" กู้ฉือเอ่ยอย่างขบขัน
"งั้นก็รีบบอกมาสิ ว่านายจะสร้างการ์ดอะไร?" ซิงอู่ไม่อยากสานต่อบทสนทนาก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย
กู้ฉือกล่าวว่า "ในเมื่อฉันตัดสินใจจะยื่นขอเปิดร้านที่สมาคมปรมาจารย์การ์ดดารา ก้าวแรกก็ย่อมต้องเป็นการหาเงิน ค่าเช่าร้านไม่ใช่ถูกๆ และการรับงานเป็นครั้งคราวแบบเมื่อก่อนคงไม่เวิร์คแน่ๆ มันช้าเกินไป เพราะงั้นฉันเลยวางแผนจะสร้างการ์ดที่ช่วยให้หาเงินได้เร็วๆ"
"นายอยากจะลองสร้างการ์ดระดับตำนานงั้นเหรอ?"
"คุณภาพยิ่งสูงก็ยิ่งดีอยู่แล้ว แต่ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น"
ช่วงนี้กู้ฉือได้เรียนรู้อะไรมามากมาย แต่เขาก็ยังไม่เคยลงมือปฏิบัติจริงเลยสักครั้ง เรียกได้ว่าเป็นปรมาจารย์ภาคทฤษฎีขนานแท้
การ์ดระดับตำนานไม่ได้วัดกันที่ค่าตัวเลขเพียงอย่างเดียว
การ์ดดาราบางใบที่มีค่าพลังเพียง 80% ของขีดจำกัดสูงสุดกลับเป็นระดับตำนาน แต่การ์ดดาราบางใบที่มีค่าพลังเต็มหลอดกลับเป็นได้แค่ระดับมหากาพย์
ผลลัพธ์ที่แน่ชัดนั้นขึ้นอยู่กับข้อความบนตัวการ์ดเอง
เพราะคุณภาพของการ์ดดาราไม่ได้ถูกกำหนดโดยฝีมือมนุษย์
การ์ดดาราที่อยู่เหนือระดับสามขึ้นไป จะควบแน่นสัญลักษณ์ ☆ ขึ้นมาตรงกลางหน้าไพ่โดยอัตโนมัติเมื่อสร้างเสร็จ
สีขาวสำหรับระดับทั่วไป สีเขียวระดับดีเยี่ยม สีน้ำเงินระดับหายาก สีม่วงระดับมหากาพย์ และสีทองระดับตำนาน
มันค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่ลี้ลับและอธิบายได้ยาก
ตามสถิติแล้ว 98.5% ของนักสร้างการ์ด ไม่เคยสร้างการ์ดระดับตำนานได้เลยตลอดชีวิต
เพราะการสร้างการ์ดนั้นไม่มีอะไรรับประกันความสำเร็จ
เกี่ยวกับวิธีสร้างการ์ดระดับตำนาน สมาคมปรมาจารย์การ์ดดาราได้สรุปประสบการณ์ข้อหนึ่งไว้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ยิ่งค่าพลังของการ์ดดาราสูงมากเท่าไหร่ โอกาสที่มันจะกลายเป็นการ์ดระดับตำนานก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น
กู้ฉือแสดงความเห็นว่า "ฟังคำแนะนำนี้แล้ว ก็เหมือนไม่ได้ฟังอะไรเลย"
อันที่จริง อย่าว่าแต่ระดับตำนานเลย แม้แต่การ์ดดาราระดับมหากาพย์ ที่ขอเพียงแค่ค่าพลังถึง 70% ของขีดจำกัดสูงสุดก็สามารถเปล่งแสงสีม่วงได้แล้ว ก็ยังทำเอานักสร้างการ์ดมากพรสวรรค์จำนวนนับไม่ถ้วนต้องกุมขมับ
ยิ่งการ์ดดาราระดับสูงเท่าไหร่ โครงสร้างของมันก็ยิ่งซับซ้อน และยิ่งต้องใช้รูนดารามากขึ้นเท่านั้น
การวาดวงกลมหนึ่งวงนั้นเป็นเรื่องง่าย วาดสิบวงก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าต้องวาดวงกลมเป็นพันๆ วงล่ะ?
ในจำนวนนั้น วงกลมกว่าครึ่งอาจจะดูไม่เป็นวงกลมด้วยซ้ำ และโดยธรรมชาติแล้ว ค่าพลังที่ได้ย่อมไม่สูง
ยิ่งไปกว่านั้น การวาดรูนดารายังยากกว่าการวาดวงกลมหลายเท่านัก
แม้แต่กู้ฉือที่รู้สึกว่าการสร้างการ์ดดารานั้นง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ก็ยังไม่กล้ารับประกันว่าการ์ดที่เขาสร้างจะออกมาเป็นระดับตำนานอย่างแน่นอน
ท้ายที่สุดแล้ว คนเราเวลาดวงตก ดื่มน้ำก็ยังสำลักได้เลย
แต่ถ้าเป็นแค่ระดับมหากาพย์ล่ะก็ กู้ฉือมีความมั่นใจมากกว่านั้นเยอะ
ประเมินแบบรัดกุมหน่อย ก็คงสัก 1000%
แต่ในความเป็นจริง สำหรับส่วนตัวแล้ว กู้ฉือไม่ได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพของการ์ดดารามากขนาดนั้น
ขอเพียงจัดเด็คได้ดี การ์ดสีน้ำเงินก็สามารถชี้ขาดผลแพ้ชนะในการต่อสู้ได้เช่นกัน
"ไม่ใช่เรื่องคุณภาพ แล้วนายหมายถึงอะไรล่ะ?" ซิงอู่งุนงง
ยังมีการ์ดอะไรที่มีมูลค่าสูงกว่าการ์ดระดับตำนานอีกงั้นเหรอ?
"แน่นอนว่ามีสิ" กู้ฉือตอบ "เพราะมันสามารถสร้างมูลค่าที่สูงกว่าให้ตัวมันเองได้ยังไงล่ะ"
วันรุ่งขึ้น กู้ฉือตื่นนอน ทานอาหาร แล้วมุ่งตรงไปยังตลาดฝั่งตะวันตก ซื้อกองวัตถุดิบสำหรับสร้างการ์ดดาราระดับสามมาเป็นตั้ง
เมื่อยืนยันไอเดียได้แล้ว ที่เหลือก็คือการออกแบบการ์ดดาราและทดลองสร้างมันขึ้นมา
ซิงอู่ก็เพิ่งเคยเห็นกู้ฉือสร้างการ์ดล้มเหลวเป็นครั้งแรกเช่นกัน
แถมยังเป็นการล้มเหลวติดต่อกันหลายครั้งในวันเดียวเสียด้วย
มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับตอนที่เขาสร้างการ์ดสาวน้อยเวทมนตร์ฝึกหัดสำเร็จได้ในครั้งเดียวอย่างง่ายดายก่อนหน้านี้
สิ่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า ความยากในการสร้างการ์ดดาราระดับสามนั้นเหนือกว่าระดับหนึ่งและสองอย่างเทียบไม่ติด
ซิงอู่ได้สอนทุกสิ่งที่เธอรู้ให้กับกู้ฉือไปหมดแล้ว
แม้กระทั่งเทคนิคการสร้างการ์ดบางอย่างที่อยู่นอกเหนือขอบเขตของระดับสาม ซึ่งซิงอู่คิดว่ากู้ฉือน่าจะเรียนรู้และนำไปใช้ได้ เธอก็บอกเขาไปจนหมดเปลือก
แต่เนื่องจากไอเดียการ์ดดาราของกู้ฉือนั้นล้ำยุคและแหวกแนวเกินไป ประสบการณ์ของเธอจึงไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก
เมื่อทอดสายตามองกู้ฉือที่ล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ก็ยังเริ่มต้นใหม่ อารมณ์ความรู้สึกก็พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจของซิงอู่
กู้ฉือไม่จำเป็นต้องพยายามหนักขนาดนี้ก็ได้
พรสวรรค์ของเขาดีเยี่ยม ขอแค่สร้างการ์ดอะไรก็ได้สักใบ ก็สามารถผ่านการประเมินรับรองระดับสามได้อย่างง่ายดายแล้ว
ซิงอู่รู้สึกว่าเธอควรจะทำอะไรสักอย่างบ้างเหมือนกัน
ในเมื่อพวกสวมชุดคลุมแม่มดตามหาเธอพบแล้ว การปรากฏตัวเป็นครั้งคราวก็คงไม่ส่งผลกระทบอะไรหรอกมั้ง?
ดังนั้นในวันที่สาม ซิงอู่จึงยื่นคำขอต่อกู้ฉือ
"ฉันอยากจะออกไปข้างนอกสักหน่อย"
"ไปสิ"
"...นายจะไม่ถามหน่อยเหรอว่าฉันจะไปไหน?"
กู้ฉือหยุดขีดเขียนและเงยหน้าขึ้น "เธอจะกลับมาใช่ไหมล่ะ?"
"ฉันจะกลับมาภายในหนึ่งชั่วโมง" ซิงอู่ให้คำมั่น
กู้ฉือยิ้ม "งั้นก็ไม่มีปัญหา ไปเถอะ"
หลังจากซิงอู่ออกไป ก็มีลูกค้ามาที่ร้านเพื่อซื้อการ์ดสาวน้อยเวทมนตร์อีกครั้ง
ดูเหมือนเจ้าหน้าที่ฉินจะพูดถูก เขามีแววที่จะกลายเป็นนักสร้างการ์ดคนดังจริงๆ เสียด้วย
แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
เมืองนี้มีขนาดเพียงแค่นี้ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบด้วยปรมาจารย์การ์ดดาราระดับสองและระดับสาม
หากมีการ์ดพิเศษใดๆ ปรากฏขึ้นมา ใช้เวลาไม่นานนักหรอกที่มันจะกลายเป็นที่รู้จักไปทั่ว
กู้ฉือซึ่งมีของในสต็อกไม่มากนัก ทำได้เพียงรับเงินมาก่อน ออกใบเสร็จให้ และบอกให้พวกเขากลับมารับของในอีกสองสามวันข้างหน้า
เหตุผลที่อ้างไปก็คือ เขากำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวสำหรับการประเมินรับรองระดับสาม
ข่าวนี้แพร่สะพัดออกไปเร็วยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
"ส่งต่อๆ กันไป พรุ่งนี้เถ้าแก่กู้จะเข้าร่วมการประเมินรับรองระดับสามของสมาคมปรมาจารย์การ์ดดารา"
"ส่งต่อๆ กันไป พรุ่งนี้เถ้าแก่กู้จะท้าทายการสร้างการ์ดดาราความยากระดับสูงในการประเมินรับรองระดับสาม"
"ส่งต่อๆ กันไป พรุ่งนี้เถ้าแก่กู้จะผ่านการประเมินรับรองระดับสามด้วยการ์ดดาราระดับมหากาพย์"
"ส่งต่อๆ กันไป พรุ่งนี้เถ้าแก่กู้จะสร้างการ์ดดาราระดับตำนานให้เสร็จภายในสิบนาที ทำลายสถิติการประเมิน"
ณ สำนักงานของสมาคมปรมาจารย์การ์ดดารา
"ผู้อำนวยการฟู่ครับ เราได้รับคำขอจำนวนมากให้เปิดพื้นที่รับชมของห้องโถงประเมินระดับสามอีกครั้งครับ"
"ฉันบอกนายไปกี่ครั้งแล้ว ว่าให้เรียกฉันว่าผู้อำนวยการเฉยๆ!"
"ครับ ผู้อำนวยการฟู่"
ผู้อำนวยการฟู่กลอกตา ขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียง จึงเอ่ยถาม "เกิดอะไรขึ้น ที่ว่า 'จำนวนมาก' นี่มันสักกี่คนกัน?"
"หลายร้อยคนเลยครับ และจำนวนก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผมก็ไม่แน่ใจถึงเหตุผลที่แน่ชัด พวกเขาบอกแค่ว่าอยากจะเข้าชมการประเมินระดับสามในวันพรุ่งนี้"
"แปลกจริงแฮะ ไอ้พวกนี้มันว่างนักหรือไง?"
ผู้อำนวยการฟู่ไม่เข้าใจเลยจริงๆ
เมื่อนานมาแล้ว สมาคมเคยขยายพื้นที่รับชมเป็นการเฉพาะในห้องโถงประเมินระดับสามขึ้นไป เพื่อเปิดโอกาสให้นักสร้างการ์ดได้เรียนรู้ประสบการณ์การสร้างการ์ดเพิ่มเติม
ทว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับเลวร้ายสุดๆ
อัตราการสอบผ่านของการประเมินระดับสามนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
ในสิบคน มีเก้าคนครึ่งที่สอบไม่ผ่าน
แล้วมันจะมีอะไรให้เรียนรู้ล่ะ?
เรียนรู้วิธีล้มเหลวในการสร้างการ์ดระหว่างการประเมินงั้นเหรอ?
ในเวลาต่อมา สมาคมจึงตัดสินใจปิดพื้นที่รับชมของห้องโถงประเมินระดับสามไปเสีย เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เป็นการบั่นทอนกำลังใจและความกระตือรือร้นของเหล่านักสร้างการ์ดระดับหนึ่งและระดับสอง
พวกเขาเหล่านั้นล้วนเป็นดอกไม้แห่งอนาคตของชาติเชียวนะ
โดยหลักการแล้ว พื้นที่รับชมแห่งนี้จะไม่ถูกเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมอีก
หากมีคนแค่ไม่กี่คนที่นึกอยากจะดู ก็ไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจ ปฏิเสธไปตรงๆ ได้เลย
แต่เมื่อมีคนจำนวนมากต้องการเข้าชม ผู้อำนวยการฟู่จึงต้องนำมาพิจารณา
สมาคมปรมาจารย์การ์ดดารานั้นเป็นองค์กรที่มีความเป็นประชาธิปไตยสูงมาโดยตลอด
"เอาเถอะ นายคอยจับตาดูไว้แล้วกัน นับจำนวนคนให้ดี ถ้าจำนวนคนที่อยากเข้าชมเกินหนึ่งพันคน พรุ่งนี้ก็เปิดพื้นที่รับชมซะ"
ผู้อำนวยการฟู่กล่าว "แต่ถ้าไม่ถึงพัน ก็ไล่ให้พวกเขาไปทำธุระกงการอะไรของตัวเองซะ แล้วเลิกมาสร้างความวุ่นวายให้พวกเราสักที"
"รับทราบครับ ผู้อำนวยการฟู่!"