เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14: ส่งต่อๆ กันไป เถ้าแก่กู้ต้องการ...

บทที่ 14: ส่งต่อๆ กันไป เถ้าแก่กู้ต้องการ...

บทที่ 14: ส่งต่อๆ กันไป เถ้าแก่กู้ต้องการ...


บทที่ 14: ส่งต่อๆ กันไป เถ้าแก่กู้ต้องการ...

"ฉันคิดออกแล้วว่าจะสร้างการ์ดอะไรสำหรับการประเมินรับรองระดับสาม"

"การ์ดอะไรล่ะ?"

"ทำไมเธอไม่ลงมาแล้วฉันจะบอกให้ฟังล่ะ?"

กู้ฉือเอนกายลงบนเตียง นัยน์ตาจ้องมองซิงอู่ที่อยู่บนเพดาน

"บอกมาตรงๆ เลยดีกว่า ฉัน... ฉันไม่ลงไปหรอกนะ"

ขืนลงไป ก็กลายเป็นหญิงชายอยู่ด้วยกันสองต่อสองบนเตียงเดียวกันน่ะสิ?

"ทำเหมือนเราไม่เคยนอนด้วยกันไปได้..."

"มันเหมือนกันที่ไหนเล่า!"

การนอนโดยไม่ให้เห็นหน้า จะนับว่าเป็นการนอนด้วยกันได้ยังไง?

อีกอย่าง เธอแค่เคยนอนตะแคงอยู่ข้างหมอนของกู้ฉือไม่กี่ครั้ง นอกจากใบหน้าของเขาแล้ว เธอก็ไม่เคยเห็นอย่างอื่นเลยสักนิด

"เอาเถอะๆ งั้นก็อยู่ข้างบนนั้นต่อไปแล้วกัน" กู้ฉือเอ่ยอย่างขบขัน

"งั้นก็รีบบอกมาสิ ว่านายจะสร้างการ์ดอะไร?" ซิงอู่ไม่อยากสานต่อบทสนทนาก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย

กู้ฉือกล่าวว่า "ในเมื่อฉันตัดสินใจจะยื่นขอเปิดร้านที่สมาคมปรมาจารย์การ์ดดารา ก้าวแรกก็ย่อมต้องเป็นการหาเงิน ค่าเช่าร้านไม่ใช่ถูกๆ และการรับงานเป็นครั้งคราวแบบเมื่อก่อนคงไม่เวิร์คแน่ๆ มันช้าเกินไป เพราะงั้นฉันเลยวางแผนจะสร้างการ์ดที่ช่วยให้หาเงินได้เร็วๆ"

"นายอยากจะลองสร้างการ์ดระดับตำนานงั้นเหรอ?"

"คุณภาพยิ่งสูงก็ยิ่งดีอยู่แล้ว แต่ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น"

ช่วงนี้กู้ฉือได้เรียนรู้อะไรมามากมาย แต่เขาก็ยังไม่เคยลงมือปฏิบัติจริงเลยสักครั้ง เรียกได้ว่าเป็นปรมาจารย์ภาคทฤษฎีขนานแท้

การ์ดระดับตำนานไม่ได้วัดกันที่ค่าตัวเลขเพียงอย่างเดียว

การ์ดดาราบางใบที่มีค่าพลังเพียง 80% ของขีดจำกัดสูงสุดกลับเป็นระดับตำนาน แต่การ์ดดาราบางใบที่มีค่าพลังเต็มหลอดกลับเป็นได้แค่ระดับมหากาพย์

ผลลัพธ์ที่แน่ชัดนั้นขึ้นอยู่กับข้อความบนตัวการ์ดเอง

เพราะคุณภาพของการ์ดดาราไม่ได้ถูกกำหนดโดยฝีมือมนุษย์

การ์ดดาราที่อยู่เหนือระดับสามขึ้นไป จะควบแน่นสัญลักษณ์ ขึ้นมาตรงกลางหน้าไพ่โดยอัตโนมัติเมื่อสร้างเสร็จ

สีขาวสำหรับระดับทั่วไป สีเขียวระดับดีเยี่ยม สีน้ำเงินระดับหายาก สีม่วงระดับมหากาพย์ และสีทองระดับตำนาน

มันค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่ลี้ลับและอธิบายได้ยาก

ตามสถิติแล้ว 98.5% ของนักสร้างการ์ด ไม่เคยสร้างการ์ดระดับตำนานได้เลยตลอดชีวิต

เพราะการสร้างการ์ดนั้นไม่มีอะไรรับประกันความสำเร็จ

เกี่ยวกับวิธีสร้างการ์ดระดับตำนาน สมาคมปรมาจารย์การ์ดดาราได้สรุปประสบการณ์ข้อหนึ่งไว้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ยิ่งค่าพลังของการ์ดดาราสูงมากเท่าไหร่ โอกาสที่มันจะกลายเป็นการ์ดระดับตำนานก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

กู้ฉือแสดงความเห็นว่า "ฟังคำแนะนำนี้แล้ว ก็เหมือนไม่ได้ฟังอะไรเลย"

อันที่จริง อย่าว่าแต่ระดับตำนานเลย แม้แต่การ์ดดาราระดับมหากาพย์ ที่ขอเพียงแค่ค่าพลังถึง 70% ของขีดจำกัดสูงสุดก็สามารถเปล่งแสงสีม่วงได้แล้ว ก็ยังทำเอานักสร้างการ์ดมากพรสวรรค์จำนวนนับไม่ถ้วนต้องกุมขมับ

ยิ่งการ์ดดาราระดับสูงเท่าไหร่ โครงสร้างของมันก็ยิ่งซับซ้อน และยิ่งต้องใช้รูนดารามากขึ้นเท่านั้น

การวาดวงกลมหนึ่งวงนั้นเป็นเรื่องง่าย วาดสิบวงก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าต้องวาดวงกลมเป็นพันๆ วงล่ะ?

ในจำนวนนั้น วงกลมกว่าครึ่งอาจจะดูไม่เป็นวงกลมด้วยซ้ำ และโดยธรรมชาติแล้ว ค่าพลังที่ได้ย่อมไม่สูง

ยิ่งไปกว่านั้น การวาดรูนดารายังยากกว่าการวาดวงกลมหลายเท่านัก

แม้แต่กู้ฉือที่รู้สึกว่าการสร้างการ์ดดารานั้นง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ก็ยังไม่กล้ารับประกันว่าการ์ดที่เขาสร้างจะออกมาเป็นระดับตำนานอย่างแน่นอน

ท้ายที่สุดแล้ว คนเราเวลาดวงตก ดื่มน้ำก็ยังสำลักได้เลย

แต่ถ้าเป็นแค่ระดับมหากาพย์ล่ะก็ กู้ฉือมีความมั่นใจมากกว่านั้นเยอะ

ประเมินแบบรัดกุมหน่อย ก็คงสัก 1000%

แต่ในความเป็นจริง สำหรับส่วนตัวแล้ว กู้ฉือไม่ได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพของการ์ดดารามากขนาดนั้น

ขอเพียงจัดเด็คได้ดี การ์ดสีน้ำเงินก็สามารถชี้ขาดผลแพ้ชนะในการต่อสู้ได้เช่นกัน

"ไม่ใช่เรื่องคุณภาพ แล้วนายหมายถึงอะไรล่ะ?" ซิงอู่งุนงง

ยังมีการ์ดอะไรที่มีมูลค่าสูงกว่าการ์ดระดับตำนานอีกงั้นเหรอ?

"แน่นอนว่ามีสิ" กู้ฉือตอบ "เพราะมันสามารถสร้างมูลค่าที่สูงกว่าให้ตัวมันเองได้ยังไงล่ะ"

วันรุ่งขึ้น กู้ฉือตื่นนอน ทานอาหาร แล้วมุ่งตรงไปยังตลาดฝั่งตะวันตก ซื้อกองวัตถุดิบสำหรับสร้างการ์ดดาราระดับสามมาเป็นตั้ง

เมื่อยืนยันไอเดียได้แล้ว ที่เหลือก็คือการออกแบบการ์ดดาราและทดลองสร้างมันขึ้นมา

ซิงอู่ก็เพิ่งเคยเห็นกู้ฉือสร้างการ์ดล้มเหลวเป็นครั้งแรกเช่นกัน

แถมยังเป็นการล้มเหลวติดต่อกันหลายครั้งในวันเดียวเสียด้วย

มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับตอนที่เขาสร้างการ์ดสาวน้อยเวทมนตร์ฝึกหัดสำเร็จได้ในครั้งเดียวอย่างง่ายดายก่อนหน้านี้

สิ่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า ความยากในการสร้างการ์ดดาราระดับสามนั้นเหนือกว่าระดับหนึ่งและสองอย่างเทียบไม่ติด

ซิงอู่ได้สอนทุกสิ่งที่เธอรู้ให้กับกู้ฉือไปหมดแล้ว

แม้กระทั่งเทคนิคการสร้างการ์ดบางอย่างที่อยู่นอกเหนือขอบเขตของระดับสาม ซึ่งซิงอู่คิดว่ากู้ฉือน่าจะเรียนรู้และนำไปใช้ได้ เธอก็บอกเขาไปจนหมดเปลือก

แต่เนื่องจากไอเดียการ์ดดาราของกู้ฉือนั้นล้ำยุคและแหวกแนวเกินไป ประสบการณ์ของเธอจึงไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก

เมื่อทอดสายตามองกู้ฉือที่ล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ก็ยังเริ่มต้นใหม่ อารมณ์ความรู้สึกก็พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจของซิงอู่

กู้ฉือไม่จำเป็นต้องพยายามหนักขนาดนี้ก็ได้

พรสวรรค์ของเขาดีเยี่ยม ขอแค่สร้างการ์ดอะไรก็ได้สักใบ ก็สามารถผ่านการประเมินรับรองระดับสามได้อย่างง่ายดายแล้ว

ซิงอู่รู้สึกว่าเธอควรจะทำอะไรสักอย่างบ้างเหมือนกัน

ในเมื่อพวกสวมชุดคลุมแม่มดตามหาเธอพบแล้ว การปรากฏตัวเป็นครั้งคราวก็คงไม่ส่งผลกระทบอะไรหรอกมั้ง?

ดังนั้นในวันที่สาม ซิงอู่จึงยื่นคำขอต่อกู้ฉือ

"ฉันอยากจะออกไปข้างนอกสักหน่อย"

"ไปสิ"

"...นายจะไม่ถามหน่อยเหรอว่าฉันจะไปไหน?"

กู้ฉือหยุดขีดเขียนและเงยหน้าขึ้น "เธอจะกลับมาใช่ไหมล่ะ?"

"ฉันจะกลับมาภายในหนึ่งชั่วโมง" ซิงอู่ให้คำมั่น

กู้ฉือยิ้ม "งั้นก็ไม่มีปัญหา ไปเถอะ"

หลังจากซิงอู่ออกไป ก็มีลูกค้ามาที่ร้านเพื่อซื้อการ์ดสาวน้อยเวทมนตร์อีกครั้ง

ดูเหมือนเจ้าหน้าที่ฉินจะพูดถูก เขามีแววที่จะกลายเป็นนักสร้างการ์ดคนดังจริงๆ เสียด้วย

แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้

เมืองนี้มีขนาดเพียงแค่นี้ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบด้วยปรมาจารย์การ์ดดาราระดับสองและระดับสาม

หากมีการ์ดพิเศษใดๆ ปรากฏขึ้นมา ใช้เวลาไม่นานนักหรอกที่มันจะกลายเป็นที่รู้จักไปทั่ว

กู้ฉือซึ่งมีของในสต็อกไม่มากนัก ทำได้เพียงรับเงินมาก่อน ออกใบเสร็จให้ และบอกให้พวกเขากลับมารับของในอีกสองสามวันข้างหน้า

เหตุผลที่อ้างไปก็คือ เขากำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวสำหรับการประเมินรับรองระดับสาม

ข่าวนี้แพร่สะพัดออกไปเร็วยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

"ส่งต่อๆ กันไป พรุ่งนี้เถ้าแก่กู้จะเข้าร่วมการประเมินรับรองระดับสามของสมาคมปรมาจารย์การ์ดดารา"

"ส่งต่อๆ กันไป พรุ่งนี้เถ้าแก่กู้จะท้าทายการสร้างการ์ดดาราความยากระดับสูงในการประเมินรับรองระดับสาม"

"ส่งต่อๆ กันไป พรุ่งนี้เถ้าแก่กู้จะผ่านการประเมินรับรองระดับสามด้วยการ์ดดาราระดับมหากาพย์"

"ส่งต่อๆ กันไป พรุ่งนี้เถ้าแก่กู้จะสร้างการ์ดดาราระดับตำนานให้เสร็จภายในสิบนาที ทำลายสถิติการประเมิน"

ณ สำนักงานของสมาคมปรมาจารย์การ์ดดารา

"ผู้อำนวยการฟู่ครับ เราได้รับคำขอจำนวนมากให้เปิดพื้นที่รับชมของห้องโถงประเมินระดับสามอีกครั้งครับ"

"ฉันบอกนายไปกี่ครั้งแล้ว ว่าให้เรียกฉันว่าผู้อำนวยการเฉยๆ!"

"ครับ ผู้อำนวยการฟู่"

ผู้อำนวยการฟู่กลอกตา ขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียง จึงเอ่ยถาม "เกิดอะไรขึ้น ที่ว่า 'จำนวนมาก' นี่มันสักกี่คนกัน?"

"หลายร้อยคนเลยครับ และจำนวนก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผมก็ไม่แน่ใจถึงเหตุผลที่แน่ชัด พวกเขาบอกแค่ว่าอยากจะเข้าชมการประเมินระดับสามในวันพรุ่งนี้"

"แปลกจริงแฮะ ไอ้พวกนี้มันว่างนักหรือไง?"

ผู้อำนวยการฟู่ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

เมื่อนานมาแล้ว สมาคมเคยขยายพื้นที่รับชมเป็นการเฉพาะในห้องโถงประเมินระดับสามขึ้นไป เพื่อเปิดโอกาสให้นักสร้างการ์ดได้เรียนรู้ประสบการณ์การสร้างการ์ดเพิ่มเติม

ทว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับเลวร้ายสุดๆ

อัตราการสอบผ่านของการประเมินระดับสามนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

ในสิบคน มีเก้าคนครึ่งที่สอบไม่ผ่าน

แล้วมันจะมีอะไรให้เรียนรู้ล่ะ?

เรียนรู้วิธีล้มเหลวในการสร้างการ์ดระหว่างการประเมินงั้นเหรอ?

ในเวลาต่อมา สมาคมจึงตัดสินใจปิดพื้นที่รับชมของห้องโถงประเมินระดับสามไปเสีย เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เป็นการบั่นทอนกำลังใจและความกระตือรือร้นของเหล่านักสร้างการ์ดระดับหนึ่งและระดับสอง

พวกเขาเหล่านั้นล้วนเป็นดอกไม้แห่งอนาคตของชาติเชียวนะ

โดยหลักการแล้ว พื้นที่รับชมแห่งนี้จะไม่ถูกเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมอีก

หากมีคนแค่ไม่กี่คนที่นึกอยากจะดู ก็ไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจ ปฏิเสธไปตรงๆ ได้เลย

แต่เมื่อมีคนจำนวนมากต้องการเข้าชม ผู้อำนวยการฟู่จึงต้องนำมาพิจารณา

สมาคมปรมาจารย์การ์ดดารานั้นเป็นองค์กรที่มีความเป็นประชาธิปไตยสูงมาโดยตลอด

"เอาเถอะ นายคอยจับตาดูไว้แล้วกัน นับจำนวนคนให้ดี ถ้าจำนวนคนที่อยากเข้าชมเกินหนึ่งพันคน พรุ่งนี้ก็เปิดพื้นที่รับชมซะ"

ผู้อำนวยการฟู่กล่าว "แต่ถ้าไม่ถึงพัน ก็ไล่ให้พวกเขาไปทำธุระกงการอะไรของตัวเองซะ แล้วเลิกมาสร้างความวุ่นวายให้พวกเราสักที"

"รับทราบครับ ผู้อำนวยการฟู่!"

จบบทที่ บทที่ 14: ส่งต่อๆ กันไป เถ้าแก่กู้ต้องการ...

คัดลอกลิงก์แล้ว