- หน้าแรก
- นักบวชแสนเมตตาผู้มาพร้อมกับระบบต้มตุ๋น
- บทที่ 19 - อันตรายมาเยือน
บทที่ 19 - อันตรายมาเยือน
บทที่ 19 - อันตรายมาเยือน
หัวข้อสนทนานี้ รูเพิร์ตแทบจะไม่มีอะไรไปร่วมแจมกับเขาเลย ตั้งแต่ข้ามมิติมายังโลกใบนี้ เขายังไม่เคยเห็นหน้าแม่ชีตัวเป็นๆ เลยสักครั้ง (ไม่นับตอนที่โดนจับแต่งชุดแม่ชีแล้วส่องกระจกดูตัวเองนะ) นับประสาอะไรกับจอมเวทหญิง ยิ่งไม่เคยเห็นเข้าไปใหญ่
เขาเลยทำได้แค่นั่งฟังเงียบๆ เป็นผู้ฟังที่ดี แต่เพราะความเงียบของเขานี่แหละ ทุกคนเลยพากันเชียร์ให้เขาลองออกความเห็นบ้าง
รูเพิร์ตไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องงัดเอาเศษเสี้ยวความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม มาผสมปนเปกับเรื่องแต่งสดๆ:
"ตอนเด็กๆ ผมก็เคยเจอพวกพี่สาวแม่ชีอยู่บ้างนะครับ แต่ตอนนั้นผมยังเด็กเกินกว่าจะรู้เรื่องพวกนี้ ผมแค่เห็นพวกพี่ๆ เขามีอะไรนูนๆ ตุ่ยๆ ซ่อนอยู่ในเสื้อตรงหน้าอก ก็นึกว่าพวกพี่เขาซ่อนขนมอร่อยๆ เอาไว้ ไม่ยอมแบ่งให้ผมกิน ผมก็เลยวิ่งไล่ตามขอกินขนม แต่สุดท้ายก็ไม่ได้กินอะไรเลยครับ" 【แต้มต้มตุ๋น +5】
"ฮ่าๆๆๆๆ..."
คำพูดซื่อๆ ของรูเพิร์ตเรียกเสียงหัวเราะครืนจากทุกคนได้เป็นอย่างดี แม้แต่นักบวชวัยกลางคนหน้าตายคนนั้น ยังแอบขยับมุมปากยิ้มเลย ถ้าไม่ติดว่ากลัวจะเสียงดังรบกวนคนที่กำลังนอนหลับอยู่ล่ะก็ คงได้ปล่อยก๊ากออกมาดังๆ แน่
การเล่าวีรกรรมหน้าแตกของตัวเองนี่แหละ คือไม้ตายในการละลายพฤติกรรมและสร้างความสนิทสนมชั้นยอด อัศวินฝึกหัดที่นั่งอยู่ข้างๆ รูเพิร์ตตบไหล่เขาอย่างชอบใจ พร้อมกับชูนิ้วโป้งยกย่องในความซื่อบื้อ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปลาดตระเวนรอบๆ แคมป์
รูเพิร์ตรีบฉวยโอกาสถามคำถามที่สงสัยมานาน:
"ผมไม่ได้สนใจพวกพี่สาวแม่ชีหรอกครับ แต่มีเรื่องนึงที่ผมสงสัยมาตลอด ทำไมในขบวนเดินทางของเราถึงไม่มีผู้หญิงเลยสักคนล่ะครับ? พวกอัศวินไม่มีผู้หญิงก็พอเข้าใจได้ แต่ทำไมถึงไม่มีนักบวชหญิงมาร่วมทางด้วยเลยล่ะครับ?" 【แต้มต้มตุ๋น +4】
ทุกคนพร้อมใจกันหันไปมองนักบวชหน้าตายคนนั้น โชคดีที่แกไม่ได้เย็นชาจนเกินไป แกจึงยอมอธิบายให้ฟัง:
"จริงๆ แล้วในหมู่นักบวช มีสัดส่วนของผู้หญิงเยอะมากนะ แทบจะครึ่งต่อครึ่งเลยล่ะ บางที่อาจจะเยอะกว่าผู้ชายด้วยซ้ำ เพราะผู้หญิงมีพรสวรรค์ในการเรียนรู้เวทมนตร์แห่งแสงมากกว่า ขอแค่แม่ชีธรรมดาๆ เรียนรู้สกิลรักษาได้ พวกเธอก็สามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางสายนี้ได้แล้ว
แต่ในทางกลับกัน ผู้หญิงที่เลือกเป็นอัศวินนั้นมีน้อยมาก ข้าจำได้ว่ามีไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ
ส่วนสาเหตุที่ครั้งนี้เราไม่ได้พานักบวชหญิงมาด้วย เป็นเพราะว่าเรากำลังจะเดินทางไปที่อาณาเขตของพวกเอลฟ์ยังไงล่ะ สังคมของพวกเอลฟ์นั้น ผู้หญิงเป็นใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นระดับครอบครัว หรือแม้แต่ระดับผู้นำเผ่าพันธุ์ ก็ล้วนแต่เป็นผู้หญิงทั้งสิ้น
พวกเจ้าก็คงจะรู้ดีว่า อารมณ์ความรู้สึกของผู้หญิงนั้น... มันคาดเดาไม่ได้ บางครั้งพวกนางอาจจะกลายเป็นเพื่อนซี้กันได้เพียงเพราะชอบสไตล์การแต่งหน้าแบบเดียวกัน แต่ในขณะเดียวกัน ก็อาจจะเกลียดขี้หน้ากันเพราะแต่งหน้ามาเหมือนกันก็ได้
พวกเรามาเพื่อเจริญสัมพันธไมตรี จึงต้องพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้แบบนี้ ก็เลยตัดสินใจไม่พานักบวชหญิงมาด้วยเลยดีกว่า
ก่อนหน้านี้ พวกเราก็ได้กำชับคนอื่นๆ ไปหมดแล้ว ว่าอย่าไปทำอะไรให้พวกเอลฟ์สาวไม่พอใจเด็ดขาด
เหลือก็แต่เจ้านี่แหละ รูเพิร์ตน้อย เจ้าก็ต้องระวังตัวให้ดีนะ ห้ามวิ่งไล่ตามขอขนมพวกสาวๆ เอลฟ์เด็ดขาดล่ะ เข้าใจไหม?"
"ฮ่าๆๆๆๆ..."
รูเพิร์ตถึงกับเหวอไปเลย ไอ้ตาลุงนักบวชที่ดูเหมือนพวกไดโนเสาร์เต่าล้านปีคนนี้ ทำไมถึงได้ตบมุกได้เจ็บแสบขนาดนี้เนี่ย นี่มันการโยนหินถามทางแล้วตบกลับอย่างแนบเนียนนี่หว่า!
ที่แท้คนพวกนี้มันก็แอบมีความกวนตีนซ่อนอยู่นี่เอง คนโบราณพูดไว้ไม่มีผิดจริงๆ
แต่เขาก็ทำได้แค่รับมุกกลับไป: "ฮ่าๆ ผมจะจำคำสอนไว้ให้ขึ้นใจเลยครับ จะไม่ไปแหยมกับพวกเธอเด็ดขาด" 【แต้มต้มตุ๋น +4】
ในตอนนั้นเอง รูเพิร์ตก็ชะงักไปนิดนึง เอ๊ะ มันก็ผ่านไปสักพักใหญ่แล้วนะ อัศวินฝึกหัดที่เดินออกไปลาดตระเวนคนนั้นหายไปไหนซะล่ะ?
เขารวบรวมสมาธิ กวาดสายตามองไปรอบๆ และพบว่าบริเวณรอบนอกเต็นท์ ไม่มีวี่แววของใครอยู่เลย เขารีบลุกพรวดขึ้นยืน แล้วส่งสัญญาณมือให้ทุกคนระวังตัว มีเหตุผิดปกติเกิดขึ้นแล้ว!
ทุกคนสลัดความผ่อนคลายทิ้งไปทันที แล้วเข้าสู่โหมดเตรียมพร้อมรบอย่างรวดเร็ว
ถึงนักบวชหน้าตายจะยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็ร่าย 【สกิลอำนวยพร】 บัฟให้กัศวินทั้งสองคนเป็นอันดับแรก ส่วนอัศวินทั้งสองก็ชักดาบออกจากฝัก แยกย้ายกันไปยืนประกบช่องว่างระหว่างเต็นท์ แล้วเริ่มสอดส่องหาศัตรู
ต้องยอมรับเลยว่า กองกำลังของศาสนจักรนี่มีความเป็นมืออาชีพสุดๆ
รูเพิร์ตก็ช่วยมองหาความผิดปกติ พร้อมกับกระซิบเสียงเบา: "ผมคอยมองดูพี่อัศวินฝึกหัดคนที่ออกไปลาดตระเวนอยู่ตลอดเลยครับ แต่จู่ๆ เขาก็หายตัวไปเฉยเลย" 【แต้มต้มตุ๋น +4】
ทุกคนลองนึกทบทวนดูก็พบว่าเป็นความจริง นักบวชหน้าตายตัดสินใจอย่างเด็ดขาด โดยไม่ต้องรอให้แน่ใจว่าศัตรูคืออะไร เขาเปล่งเสียงตะโกนเตือนภัย พร้อมกับร่าย 【สกิลแสงศักดิ์สิทธิ์】 แบบไร้เสียง ยิงลูกไฟแสงสว่างจ้าขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกม่านความมืดมิดในยามราตรีจนสว่างโร่
【สกิลแสงศักดิ์สิทธิ์】 นี้ ไม่ได้แบ่งระดับขั้น และไม่ได้สร้างความเสียหายอะไร มันก็คล้ายๆ กับ 【สกิลแสงสว่าง】 ที่พวกจอมเวทชอบใช้กันนั่นแหละ เพียงแต่ 【สกิลแสงศักดิ์สิทธิ์】 มักจะถูกนำมาใช้สร้างเอฟเฟกต์อลังการดาวล้านดวงต่อหน้าผู้ศรัทธา เพื่อเรียกความขลังเท่านั้นเอง
แสงไฟสว่างจ้าปลุกให้ทุกคนตื่นขึ้นมากลางดึก การนอนกลางป่าแบบนี้ไม่มีใครแก้ผ้าถอดชุดเกราะนอนหรอก ใช้เวลาแค่สิบกว่าวินาที ทุกคนก็พร้อมรบแล้ว
เมื่อ 【สกิลแสงศักดิ์สิทธิ์】 ลอยสูงขึ้นไปบนฟ้า แสงและเงาของต้นไม้รอบๆ ก็เริ่มสาดส่องเปลี่ยนมุม
และแล้ว รูเพิร์ตที่กำลังเพ่งสายตามองหาความผิดปกติ ก็สังเกตเห็นความผิดปกติของ "กองดิน" กองหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่ตั้งแคมป์ ตรงนั้นมันยังเป็นที่ราบว่างเปล่าอยู่เลย
เขาชี้มือบอกตำแหน่งทันที ทันใดนั้น 【สกิลแสงศักดิ์สิทธิ์】 อย่างน้อย 3 ลูกก็ถูกยิงพุ่งเป้าไปที่ตรงนั้น หนึ่งในนั้นเป็นฝีมือของมุคนายกฮอฟแมน ซึ่งทั้งเร็วและสว่างจ้าสุดๆ สาดส่อง "กองดิน" นั้นจนเห็นชัดเจนทุกอณู
ถึงได้รู้ว่านั่นมันไม่ใช่กองดินอะไรทั้งนั้น แต่มันคืองูยักษ์สีดำมะเมี่ยมที่ขดตัวซ้อนกันเป็นกองพะเนินต่างหาก แสงสว่างจ้าน่าจะรบกวนมัน หัวงูขนาดมหึมาจึงชูคอตั้งขึ้น หันหน้ามาทางแคมป์ของพวกเขา
ด้วยสายตาที่เฉียบคมของรูเพิร์ต เขามองเห็นถึงขั้นว่า ภายในเปลือกตาของงูยักษ์ตัวนี้ มีเยื่อบางๆ สีขาวขุ่นเคลือบปิดตาดำเอาไว้ เหมือนกับแว่นกันแดดที่ช่วยปกป้องดวงตาของมันจากแสงไฟแฟลช
เมื่อมันรู้ตัวว่าถูกจับได้ มันก็เลิกซ่อนตัว และเริ่มขยับเลื้อยร่างกาย เกล็ดสีดำขนาดเท่าฝ่ามือเรียบเนียนราวกับกระจก สะท้อนแสงสว่างจนแสบตา
ลำตัวของมันที่ยืดขยายออกไป น่าจะมีความหนาถึงหนึ่งเมตร หัวของมันแผ่แม่เบี้ยชูคอตั้งชันเหมือนงูเห่า สูงจากพื้นถึงหกเจ็ดเมตร ลิ้นสองแฉกสีดำสนิทแลบเข้าแลบออก ดูน่าขนลุกขนพองสุดๆ
รูเพิร์ตถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อก มนุษย์เราคงมีความหวาดกลัวงูฝังลึกอยู่ในดีเอ็นเอแต่กำเนิด ยิ่งต้องมาเจอกับงูยักษ์สุดสยองแบบนี้ด้วยแล้ว
เมื่อเทียบกันแล้ว จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่า หน้าตาของ 'บาทหลวงเฒ่า' ตอนกลายร่าง มันก็แอบน่ารักคิกขุอยู่เหมือนกันนะเนี่ย
ความหยิ่งผยองที่เคยคิดว่า 'โลกกว้างใหญ่ใบนี้ มีที่ไหนบ้างที่ฉันไปไม่ได้' มลายหายไปในพริบตา
ความจริงก็คือ บนโลกใบนี้มีที่ที่อันตรายเกินกว่าที่เขาจะย่างกรายเข้าไปจริงๆ อย่างน้อยๆ ถ้าต้องเผชิญหน้ากับไอ้ตัวประหลาดตรงหน้านี้ ต่อให้เขางัดหนวดทั้งสิบเอ็ดเส้นออกมาฟาดฟัน มันก็คงเป็นได้แค่การเกาหลังให้มันเท่านั้นแหละ
คุณลุงสุดหล่อหนวดขาว อลอนโซ่ ขมวดคิ้วแน่น: "นี่มันงูหลามดำไททันนี่นา แต่ดูจากขนาดตัวแล้ว มันใหญ่โตเกินมาตรฐานไปเยอะเลย ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นพวก 'สิ่งลี้ลับสกปรก' งานนี้รับมือยากแน่ๆ"
มุคนายกฮอฟแมนสวนกลับทันควัน: "ยากแค่ไหนก็ต้องสู้! ดูจากทรงแล้ว มันจงใจพุ่งเป้ามาที่เราชัดๆ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพื้นที่แถบนี้จะมีทรัพยากรมากพอที่จะหล่อเลี้ยงงูยักษ์ขนาดนี้ได้
แถมการโจมตีของมัน ยังพุ่งเป้าไปที่จุดอ่อนของเราอย่างชัดเจนด้วย พวกเรามีนักบวชอยู่เยอะ ถึงพลังโจมตีจะไม่สูง แต่เราก็ถนัดการต่อสู้แบบยืดเยื้อ
แต่ไอ้ตัวเบ้อเริ่มนี่ มันสามารถฆ่าคนของเราให้ตายตกไปทีละคนได้อย่างรวดเร็ว จะให้เชื่อว่าเป็นเรื่องบังเอิญงั้นเรอะ? เจ้าเชื่อลงหรือไง?"
อลอนโซ่ได้แต่ถอนหายใจ: "เฮ้อ..."
รูเพิร์ตที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ ได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ เขาได้แต่รำพึงในใจว่า โลกภายนอกนี่มันอันตรายจริงๆ แฮะ แค่เจองูยักษ์ตามธรรมชาติก็ว่าสยองแล้ว ถ้าเกิดมีใครชักใยอยู่เบื้องหลังอีก มันจะยิ่งสยดสยองขนาดไหนกันล่ะเนี่ย
ที่อลอนโซ่พูดถึง 'สิ่งลี้ลับสกปรก' นั่น หมายถึง 'สิ่งลี้ลับ' แบบเดียวกับที่ระบบต้องการงั้นเหรอ?
(จบแล้ว)