- หน้าแรก
- นักบวชแสนเมตตาผู้มาพร้อมกับระบบต้มตุ๋น
- บทที่ 11 - แคมเปญแจกไข่ไก่
บทที่ 11 - แคมเปญแจกไข่ไก่
บทที่ 11 - แคมเปญแจกไข่ไก่
แล้วอีกฝ่ายก็ไม่ได้รอให้รูเพิร์ตตอบรับอะไรเลย ชิงตัดการเชื่อมต่อวงเวทสื่อสารไปดื้อๆ ดูเหมือนว่าปลายสายจะไม่สนใจเลยสักนิดว่าเขาจะตอบตกลงหรือไม่ แค่มีหน้าที่แจ้งให้ทราบก็พอแล้ว
ซึ่งเอาจริงๆ สถานการณ์มันก็เป็นแบบนั้นแหละ เพราะเมืองชายแดนเล็กๆ แห่งนี้แทบจะไม่มีผู้ศรัทธาเลย แถมพวกเอลฟ์ฝั่งตรงข้ามก็ขึ้นชื่อเรื่องรักสงบ ไม่ชอบหาเรื่อง ไม่ชอบทำสงคราม ที่นี่ก็เลยเงียบสงบสุดๆ นอกจากพวกทหารรับจ้างที่แวะมาแวะเติมเสบียงก่อนไปผจญภัยแล้ว ก็แทบจะไม่มีเรื่องตื่นเต้นอะไรเกิดขึ้นเลย
โบสถ์ในสถานที่แบบนี้ย่อมไม่มีผลประโยชน์หรือเงินทองอะไรให้กอบโกย แถมยังไม่มีโอกาสเติบโตในหน้าที่การงานอีกต่างหาก มีแต่พวกที่โดนเขี่ยทิ้งหรือถูกกีดกันเท่านั้นแหละที่จะถูกส่งมาอยู่ที่นี่ เป็นบาทหลวงในที่กันดารแบบนี้ สู้เป็นแค่นักบวชธรรมดาในโบสถ์เมืองใหญ่ยังจะดีซะกว่า
แถมคนที่นี่ก็เถื่อนซะไม่มี ก่อนหน้านี้เคยมีนักบวชและนักบวชฝึกหัดถูกส่งมาหลายคน แต่ผลสุดท้ายถ้าไม่ตายก็หนีเตลิดเปิดเปิงกันไปหมด ยิ่งทำให้ไม่มีใครอยากมาเหยียบที่นี่เข้าไปใหญ่
รูเพิร์ตคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีเรื่องดีๆ แบบนี้หล่นทับ ในสถานการณ์แบบนี้ การถูกลืมหรือถูกเมินเนี่ยแหละคือเรื่องโคตรดีเลย!
ในเวลาเดียวกัน เขาก็เพิ่งจะเข้าใจแผนการอันล้ำลึกของ 'บาทหลวงเฒ่า' อย่างถ่องแท้
มันคงวางแผนยึดร่างเขามาตั้งแต่แรกแล้ว ปูทางไว้หมดทุกอย่าง รอแค่วันที่จะได้ถลกหนัง 'รูเพิร์ต' แล้วสวมรอยแทนอย่างสมบูรณ์แบบ
ถ้าเกิดเบื้องบนส่งบาทหลวงคนใหม่มาจริงๆ ด้วยสันดานของ 'บาทหลวงเฒ่า' มันคงฆ่าทิ้งหมกป่าแน่ๆ แค่คิดก็สยองแล้ว
นั่นหมายความว่าตอนนี้ฉันก็ไม่ต้องหนีแล้วสิ? ในเมื่อ 'บาทหลวงเฒ่า' จะไม่โผล่หัวมาอีกแล้ว แถมจะไม่มีใครมาโยนความผิดใส่หัวฉันด้วย เท่ากับว่าศาสนจักรแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์เป็นคนการันตีสถานะให้ฉันกลายๆ ตอนนี้ในทางปฏิบัติ ฉันก็คือ 'รักษาการบาทหลวง' ของที่นี่ไปแล้วล่ะสิ
รูเพิร์ตตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ในเมื่อตอนนี้มีปัจจัยที่เอื้ออำนวยขนาดนี้ ก็เลิกคิดเรื่องหนีหัวซุกหัวซุนไปก่อน กอบโกยแต้มต้มตุ๋นตุนไว้เยอะๆ ดีกว่า วันหน้าวันตาถ้ามีโอกาสค่อยไปหาสกิลใหม่มาเสริมทัพ เพอร์เฟกต์!
พอมีความหวังอันสดใสรออยู่ ลานหลังบ้านที่เคยดูน่ากลัวก็ดูเหมือนจะซอฟต์ลงไปเยอะ เขากลั้นใจฝืนทนความขยะแขยง จัดการเก็บกวาดคราบของเหลวของ 'บาทหลวงเฒ่า' จนสะอาดเอี่ยม ในเมื่อตอนนี้ที่นี่คืออาณาเขตของเขาแล้ว เขาก็ต้องดูแลมันให้ดีหน่อย
เช้าวันรุ่งขึ้น หน้าประตูโบสถ์ไม่มีคนมาต่อคิวรอรับการรักษาอีกแล้ว เพราะก่อนหน้านี้เขากะจะฟาร์มแต้มแล้วชิ่งหนี เลยพูดซะใหญ่โตว่าบาทหลวงเฒ่าจะกลับมาขึ้นราคา ประชากรในเมืองก็มีอยู่แค่นั้น พวกเขาก็มารักษากันไปจนเกือบจะหมดเมืองแล้ว
เรื่องนี้ทำเอารูเพิร์ตรู้สึกไม่ค่อยชินเท่าไหร่ เหมือนเมื่อวานยังเป็นซุปตาร์ที่ทุกคนรุมล้อมอยู่เลย ไหงวันนี้ตกกระป๋องกลายเป็นหมาหัวเน่าซะได้
แต่เขาใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ ซะที่ไหนล่ะ? คนเราจะมายอมตายเพราะเยี่ยวไม่ออกได้ไง ในเมื่อคนไม่เดินมาหา ทำไมฉันจะเดินไปหาคนเองไม่ได้ล่ะ!
ตอนนี้สถานะของเขามีศาสนจักรคอยแบคอัปให้แล้ว แถมการหายตัวไปของ 'บาทหลวงเฒ่า' ก็มีข้ออ้างที่ฟังขึ้น ตอนนี้เขาสบายใจหายห่วงสุดๆ
ดังนั้น ตั้งแต่ทะลุมิติมายังโลกนี้ นี่จึงเป็นครั้งแรกที่รูเพิร์ตก้าวเท้าออกจากโบสถ์ เขาเดินทักทายทุกคนที่เดินผ่านไปมา เพราะหลังจากผ่านการรักษามาสองรอบ เขาก็คุ้นหน้าคุ้นตาคนในเมืองไปไม่น้อยเลย:
"อรุณสวัสดิ์ครับ ลุงโคบี้ วันนี้ดูหนุ่มขึ้นตั้งเยอะเลยนะครับเนี่ย" 【แต้มต้มตุ๋น +1】
"อรุณสวัสดิ์ครับ ป้าเมแกน นี่ผมตาฝาดไปหรือเปล่าครับ ทำไมรู้สึกว่าป้าสวยขึ้นอีกแล้วล่ะครับ" 【แต้มต้มตุ๋น +1】
"ใช่ครับ พี่สาวลิลลี่ ท่านบาทหลวงไหแมนอายุมากแล้ว เมื่อคืนนี้มีคนมารับท่านกลับไปพักผ่อนที่เมืองใหญ่แล้วล่ะครับ ตอนนี้ผมเป็นคนรับผิดชอบดูแลโบสถ์แทน วันหลังถ้ามีอาการเจ็บป่วยอะไร มาหาผมได้ตลอดเลยนะครับ" 【แต้มต้มตุ๋น +2】
...
น่าเสียดายที่เมืองนี้มันเล็กกะทัดรัดเกินไป บริเวณที่คึกคักหน่อยก็มีแค่ถนนสองเส้นตัดกัน มีร้านตีเหล็ก บาร์เหล้า และร้านขายของชำตั้งอยู่ประปราย เขาเดินทักทายจนทั่วเมืองแล้วเพิ่งจะฟาร์มแต้มไปได้แค่ 78 แต้มเท่านั้น ประสิทธิภาพโคตรต่ำเลย
หลังจากระดมสมองคิดอย่างหนัก จู่ๆ ไอเดียเด็ดก็บรรเจิดขึ้นมา ในประเทศบ้านเกิดของเขาที่โลกเดิม มีทฤษฎีหนึ่งที่ว่าด้วยการสร้างความเชื่อใจของชาวบ้าน ซึ่งมักจะผูกติดกับ 'แคมเปญแจกไข่ไก่ฟรี' มีคำกล่าวที่ว่า:
"แจกไข่ไก่ปุ๊บ ศรัทธาเกิดปั๊บ หยุดแจกไข่ไก่ปุ๊บ ศรัทธาหายปั๊บ"
ซึ่งมันเข้ากับสถานการณ์ของรูเพิร์ตในตอนนี้เป๊ะเลย เขาไม่ได้ต้องการให้ชาวเมืองศรัทธาเขาไปจนตายซะหน่อย ขอแค่เชื่อเขาชั่วครั้งชั่วคราวก็พอแล้ว
แถมวิธีนี้ยังครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายได้กว้างกว่าการรักษาโรคตั้งเยอะ เพราะคนสุขภาพดีก็มารับของฟรีได้เหมือนกัน!
เขาสามารถฟาร์มแต้มต้มตุ๋นได้รัวๆ ในโลกต่างมิติที่แปลกหน้าแบบนี้ ถ้าสามารถใช้เงินซื้อแต้มต้มตุ๋น หรือก็คือซื้อความแข็งแกร่งได้ล่ะก็ เชื่อเถอะว่าใครๆ ก็ต้องยอมจ่าย เพราะคิดคำนวณดูแล้วยังไงก็ไม่มีทางขาดทุนแน่นอน
เพราะงั้นนี่แหละคือวิน-วิน ซิจูเอชั่น ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย แล้วทำไมถึงจะไม่ทำล่ะ?
รูเพิร์ตเป็นคนลงมือทำอะไรปุบปับรวดเร็วอยู่แล้ว เขาพุ่งตรงไปที่ร้านขายเสบียงในเมือง เหมาซื้อทั้งขนมปังแข็ง เนยแข็ง เกลือ ผัก และเมล็ดถั่วมาเพียบ ใส่รถเข็นได้ตั้งหลายคัน
จากนั้นเขาก็ให้ลูกจ้างของร้านช่วยเข็นของพวกนั้นตามเขาไปที่โบสถ์ โดยจงใจเดินช้าๆ ให้คนเห็นกันทั่ว ถือเป็นการเดินขบวนอวดรวยแบบโจ่งแจ้งสุดๆ
ในเมืองหินเขียวที่แสนจะจืดชืดไร้สีสันแห่งนี้ แค่เรื่องแม่ม่ายบ้านตรงข้ามดับเทียนช้าไปครึ่งชั่วโมงก็กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ได้แล้ว การกระทำที่ยิ่งใหญ่อลังการแบบนี้ มันสร้างความฮือฮาได้พอๆ กับมังกรบุกเมืองเลยทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเอกของงานยังเป็น 'นักบวชรูเพิร์ต' ที่กำลังเป็นกระแสมาแรงในช่วงสองวันนี้ การหั่นราคาค่ารักษาช่วยชีวิตชาวบ้าน ทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังไปทั่ว
ซึ่งรูเพิร์ตก็จงใจให้มันเป็นแบบนี้แหละ พรุ่งนี้เขาจะจัดแคมเปญแจกไข่ไก่... เอ้ย แจกเสบียงฟรี จะให้เดินไปเคาะประตูบอกทีละบ้านก็คงไม่ไหว การเดินโชว์ตัวสักรอบแบบนี้แหละได้ผลชะงัดนัก แถมยังได้ฉวยโอกาสฟาร์มแต้มต้มตุ๋นล่วงหน้าไปด้วยเลย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว!
เขาเริ่มสตาร์ทเครื่องพ่นน้ำลายทันที:
"หลังจากเสร็จสิ้นการรักษาในช่วงสองวันที่ผ่านมา ผมพบว่าเงินบริจาคที่ได้รับมามันมากมายเกินกว่าที่ผมคาดไว้ ซึ่งมันขัดกับเจตนารมณ์ดั้งเดิมของผม ผมเลยตัดสินใจว่าจะนำเงินพวกนี้มาคืนกำไรสู่สังคมครับ!
ตอนนี้ผมเอาเงินไปแลกเป็นเสบียงอาหารหมดแล้ว พรุ่งนี้ผมจะแจกให้ทุกคนฟรีๆ ที่หน้าประตูโบสถ์ ไม่ว่าพวกคุณจะเคยไปรับการรักษาที่โบสถ์หรือไม่ก็ตาม ก็สามารถมารับได้ทุกคนเลยครับ!" 【!】
ฝูงชนฮือฮาขึ้นมาทันที ทุกคนรู้สึกเหลือเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน เพราะโบสถ์ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย แถมเมื่อก่อนค่ารักษาก็แพงหูฉี่ พวกเขารู้สึกเหมือนกำลังฝันไป ทำให้แต้มต้มตุ๋นยังไม่ยอมเด้งเข้าบัญชี
รูเพิร์ตตกใจ แบบนี้ไม่ดีแน่! เขามองดูสายตาของทุกคนที่จ้องมองมา พยายามปั้นหน้ารอยยิ้มนักบวชผู้ศักดิ์สิทธิ์ให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด แล้วพยักหน้ายืนยันอย่างนุ่มนวล
เมื่อทุกคนได้รับการยืนยันจากท่าทีของรูเพิร์ต พวกเขาก็เริ่มเชื่อในสิ่งที่เขาพูด ในที่สุดแต้มต้มตุ๋นจากประโยคก่อนหน้านี้ก็เด้งขึ้นมาสักที 【แต้มต้มตุ๋น +21】
รูเพิร์ตรีบตีเหล็กตอนกำลังร้อน: "ทุกคนฝากไปบอกเพื่อนบ้านด้วยนะครับ ว่ามารับของฟรีได้ทุกคนเลย
ผมเป็นเด็กที่เติบโตมาในเมืองนี้ ที่ผมเรียกทุกคนว่า 'ครอบครัวเดียวกัน' ก็เพราะผมถือว่าทุกคนคือครอบครัวของผมจริงๆ และผมก็ย่อมอยากเห็นคนในครอบครัวมีชีวิตที่ดีครับ" 【แต้มต้มตุ๋น +25】
ฝูงชนที่มุงดูเริ่มเบียดเสียดเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับส่งเสียงโห่ร้องยินดี แต่ในหมู่คนเหล่านั้นก็มีบางคนที่รู้สึกเป็นห่วงรูเพิร์ตจากใจจริง พวกเขาถามด้วยความกังวลว่า:
"หนูรูเพิร์ตที่รัก พวกเรารู้ว่าหนูรักพวกเรามาก แต่หนูไม่ต้องเกรงใจท่านบาทหลวงเฒ่าบ้างเหรอ? ถ้าท่านกลับมาแล้ว ท่านจะไม่ตำหนิหนูเอาเหรอจ๊ะ?"
คำพูดนี้ดึงสติของทุกคนให้กลับมา ต่างพากันเป็นห่วงรูเพิร์ตขึ้นมาทันที
รูเพิร์ตยังคงสวมบทต้มตุ๋นต่อไป:
"พวกเราเป็นนักบวชนะครับ จะเอาเงินทองมากมายไปทำไม สู้เอามันมาทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมดีกว่า นั่นแหละคือคุณค่าที่แท้จริงของเงินครับ" 【แต้มต้มตุ๋น +28】
ชาวบ้านด้านล่างก็ถามกลับมาอีก: "แต่ไม่ได้บอกว่าจะเอาเงินพวกนั้นไปซ่อมแซมโบสถ์หรอกเหรอ? พระผู้เป็นเจ้าก็ยังต้องการเงินบริจาคอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?"
รูเพิร์ตแทบอยากจะพุ่งเข้าไปกอดจูบพลเมืองดีคนนี้ซะเหลือเกิน ชงมุกมาได้สวยงามมาก! บางครั้งการที่เขาต้องพูดพล่ามอยู่คนเดียวมันก็แอบน่าเบื่อ แถมถ้าไม่มีคนรับมุก มันจะกลายเป็นว่าเขาพูดจาเลื่อนเปื้อนไร้สาระ แต่พอมีคนคอยชงให้แบบนี้ เขาก็สามารถด้นสดต่อไปได้เรื่อยๆ:
"พระผู้เป็นเจ้าตรัสไว้ว่า: การที่ผู้ศรัทธามีอาหารกินอิ่มท้องและมีเสื้อผ้าที่อบอุ่นสวมใส่ ย่อมสำคัญกว่าการสร้างวิหารหรูหราอลังการให้พระองค์ประทับครับ!" 【แต้มต้มตุ๋น +35】
...
(จบแล้ว)