- หน้าแรก
- นักบวชแสนเมตตาผู้มาพร้อมกับระบบต้มตุ๋น
- บทที่ 10 - วงเวทสื่อสาร
บทที่ 10 - วงเวทสื่อสาร
บทที่ 10 - วงเวทสื่อสาร
รูเพิร์ตสะดุ้งสุดตัว ขนลุกซู่ไปถึงหลังคอ รู้สึกเย็นวาบเหมือนมีผีมายืนเป่าลมรดต้นคออยู่ข้างหลัง
เขาเริ่มทบทวนพฤติกรรมของตัวเองเมื่อกี้ ตอนที่กำลังขุดดินอยู่น่ะ ฉันแอบยิ้มอยู่หรือเปล่าวะ? รู้สึกอารมณ์ดีใช่ไหม? ท่าทางมันเหมือนกับไอ้ 'บาทหลวงเฒ่า' ในตอนนั้นเป๊ะเลยไม่ใช่เหรอ!?
รูเพิร์ตสะบัดหัวอย่างแรง เพื่อสลัดความคิดสุดสยองพวกนั้นออกไปจากสมอง
แต่ที่แปลกก็คือ หลังจากนั้นเขากลับเดินไปหาพื้นที่ดินเปล่าๆ ที่ไม่มีหญ้าขึ้น จัดการฝังศพไอ้สามคนนั่นลงไป แล้วกลบดินให้กลับสู่สภาพเดิมอย่างเป็นธรรมชาติราวกับโดนผีสิง
เขาไม่กล้าแม้แต่จะกลับไปนอนที่ห้องของตัวเอง เพราะหลับตาปุ๊บ ภาพสุสานสุดสยองที่ลานหลังบ้านก็ลอยเข้ามาในหัวปั๊บ รูเพิร์ตตัดสินใจวิ่งไปนอนขดตัวอยู่บนม้านั่งยาวในโถงโบสถ์แทน แต่กว่าจะข่มตาหลับได้ก็ใช้เวลานานโข
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น รูเพิร์ตถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วจากหน้าประตู ไม่ใช่เพราะว่าคนข้างนอกคุยกันเสียงดังหรอกนะ แต่เป็นเพราะสมรรถภาพร่างกายของเขาถูกยกระดับขึ้นในทุกๆ ด้าน ประสาทสัมผัสทั้งห้าก็เลยเฉียบคมขึ้นตามไปด้วย เสียงพูดคุยเบาๆ แค่นั้น เขาได้ยินชัดเจนแจ่มแจ้งเลยทีเดียว
"ทำไมป่านนี้ยังไม่เปิดประตูอีกล่ะ? สายโด่งขนาดนี้แล้วนะ"
"ป้าอย่ามาบ่นแถวนี้เลยน่า ถ้าเป็นวันปกติ ป่านนี้ป้ายังนอนหนีบผัวอยู่บนเตียงไม่ยอมลุกเลยไม่ใช่หรือไง"
"ฉันก็แค่บ่นไปงั้นแหละ ก็คนมันใจร้อนนี่นา"
"พวกหล่อนหุบปากกันไปเลยนะ มาพูดจาเหลวไหลในที่แบบนี้ ไม่กลัวพระผู้เป็นเจ้าลงโทษเอาหรือไง?"
"ใจเย็นๆ น่า อย่างมากก็แค่รออีกนิดเดียวเอง รูเพิร์ตน่ะนับวันยิ่งเก่งกาจขึ้นเรื่อยๆ นะ เมื่อวานฉันก็มาดูอยู่ เห็นเขาอ่านคัมภีร์ พรมน้ำมนต์ แล้วแค่สะบัดมือเบาๆ แสงสีทองก็สว่างวาบขึ้นมา คนป่วยก็หายเป็นปลิดทิ้งเลยล่ะ"
"ใช่ๆๆ เมื่อวานฉันก็เห็นกับตาตัวเองเหมือนกัน ไม่งั้นคงไม่พาลูกสาวมารักษาหรอก จะมาให้รักษาก็ไอ้โรคที่มันท้องไม่ได้ลูกชายสักทีนี่แหละ"
"แม่คะ..."
"ฮ่าๆๆ..."
ตอนนี้รูเพิร์ตรู้สึกแหยงๆ ลานหลังบ้านจนไม่อยากจะเฉียดเข้าไปใกล้ เขาเลยเดินไปที่ 'แท่นน้ำมนต์' ข้างๆ กวักน้ำขึ้นมาล้างหน้าลวกๆ
เขาถอนหายใจยาวๆ เอาล่ะ รีบทำงานให้เสร็จๆ ไป จะได้รีบเผ่นสักที ที่นี่มันอยู่ต่อไม่ได้แล้วโว้ย
เขาเอามือตบแก้มตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติ ปั้นหน้ายิ้มแย้มละมุนละไมสวมบทนักต้มตุ๋นผู้ศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง แล้วค่อยๆ ผลักประตูให้เปิดออก: "พระผู้เป็นเจ้าตรัสไว้ว่า: การปล่อยให้ผู้คนต้องรอคอยอย่างเนิ่นนาน ก็ถือเป็นบาปอย่างหนึ่ง" 【แต้มต้มตุ๋น +97】
"และในฐานะที่ผมเป็นตัวแทนของพระองค์บนโลกใบนี้ ย่อมไม่มีทางขัดต่อพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าอย่างแน่นอน ขอให้ทุกคนค่อยๆ เดินเข้ามาอย่างเป็นระเบียบนะครับ ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้องแย่งกัน" 【แต้มต้มตุ๋น +97】
...
จริงๆ แล้วขั้นตอนต่างๆ ก็เหมือนกับเมื่อวานเป๊ะ หลายคนเคยมาแล้วเมื่อวาน หรือไม่ก็ไปสืบข้อมูลจากคนอื่นมาอย่างละเอียดแล้ว ทุกคนจึงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี รูเพิร์ตฟาร์มแต้มต้มตุ๋นได้อย่างราบรื่นสุดๆ แทบจะเรียกได้ว่า เขาพ่นอะไรออกไป ชาวบ้านก็เชื่อหมดทุกคำ
ระหว่างนั้นเขาก็แกล้งทำเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์หมด ต้องขอพักฟื้นพลังสักครู่ แล้วเขาก็ไปยืนพิงแท่นบรรยาย ชวนชาวบ้านคุยเล่นสัพเพเหระอย่างเป็นกันเอง
แน่นอนว่าชาวบ้านเชื่อสนิทใจ เพราะเขายังเป็นแค่เด็กวัยรุ่น การที่สามารถรักษาคนติดต่อกันได้มากมายขนาดนี้ก็ถือว่าปาฏิหาริย์มากแล้ว แถมเขาก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่รักษาคนที่เหลือ แค่ขอพักแป๊บเดียวเอง
อีกอย่าง เด็กคนนี้ยังกลัวว่าทุกคนจะเบื่อ ก็เลยมาชวนคุยเล่นสร้างเสียงหัวเราะ นี่มันถือว่าทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ นะเนี่ย! ใครกล้าบ่นหรือไม่พอใจล่ะก็ มีหวังโดนคนทั้งโบสถ์รุมด่าเปิงแน่ๆ
หลังจากพักจนพอใจ เขาก็เริ่มรักษาต่อ เขาควบคุมจังหวะเวลาได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนกระทั่งเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมด รูเพิร์ตฟาร์มแต้มต้มตุ๋นรวดเดียวไปได้ถึง 1,687 แต้ม! เรียกได้ว่ารวยเละ!
แถมชื่อเสียงของเขาก็พุ่งปรี๊ดทะลุเพดาน ถ้าโลกนี้มีระบบวัดค่าชื่อเสียงล่ะก็ ตอนนี้สถานะของเขาคงอยู่ในระดับ "ยกย่องสรรเสริญ" ไปแล้ว
หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดก็คือ พอตกเที่ยง ก็มีคุณป้าใจดีเอาสตูว์ถั่วร้อนๆ มาส่งให้ถึงที่ ถึงมันจะไม่ได้หรูหราหมาเห่าอะไร แต่มันก็เป็นสตูว์ร้อนๆ ปรุงสุกใหม่ๆ ซึ่งดีกว่าขนมปังแข็งปาหัวหมาแตกที่เขาเคยกินตั้งเยอะ
มีหรือที่เขาจะปฏิเสธ เขากินอย่างซาบซึ้งใจจนเกลี้ยงจาน ไม่เหลือทิ้งแม้แต่หยดเดียว
บรรยากาศอันแสนจะอบอุ่นปรองดองแบบนี้ ยิ่งตอกย้ำให้ความตั้งใจที่จะ 'ฟาร์มแต้มเสร็จแล้วชิ่ง' ของเขาสั่นคลอน มันทำใจลำบากจริงๆ ที่จะทิ้งสถานที่ที่ทั้งฟาร์มแต้มง่ายและเต็มไปด้วยความอบอุ่นแบบนี้ไป
ช่วงบ่ายยังไม่มีใครเข้ามารบกวนเขา รูเพิร์ตปิดประตูโบสถ์ลง แล้วก็รีบกดอัปเลเวลตัวเองทันที
ตอนนี้มีแต้มต้มตุ๋นเหลือเฟือ ไม่ต้องมานั่งคำนวณให้ปวดหัว กดอัปให้เต็มแม็กซ์ไปเลย!
ดังนั้น เลเวลตัวละครของเขาในตอนนี้ก็คือ Lv.20 (110/110) แต่มันก็เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ คราวนี้ระบบเรียกร้องให้ต้องมีสกิล Lv.20 เลเวลเต็มถึง 4 สกิล ถึงจะสามารถเลื่อนขั้นต่อไปได้
เขาหยุดคิดนิดหนึ่ง แล้วก็อัปเลเวลสกิลต่อไป 【สกิลรักษา】 Lv.20 (1/110), 【หนวดมิติว่างเปล่า】 Lv.20 (1/110) ตอนนี้เขาเหลือแต้มต้มตุ๋นอยู่ 246 แต้ม
ไม่ใช่ว่าเขาอัปสองสกิลนี้ให้เต็มไม่ได้นะ หรือไม่ได้ตั้งใจจะขัดใจพวกย้ำคิดย้ำทำหรอก แต่ในเมื่อมันยังอัปเลเวลตัวละครต่อไม่ได้ สู้เก็บแต้มพวกนี้เอาไว้ก่อนดีกว่า รอให้สุ่มได้สกิลใหม่เมื่อไหร่ จะได้เอาแต้มไปอัปเพื่อสร้างพลังต่อสู้ได้ทันที
หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้ รูเพิร์ตก็ลองกดใช้ 【หนวดมิติว่างเปล่า】 ดู
เขายืนมองหนวดความยาว 10 เมตรทั้ง 11 เส้นที่กำลังแหวกว่ายอยู่รอบตัวเขา บางเส้นวาดรูปวงกลม บางเส้นวาดรูปกากบาท แถมพวกมันยังเล่นเกม XO แข่งกันเองได้ด้วย จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่า... ลานหลังบ้านแม่งก็ไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่นี่หว่า
ยังไงซะลานหลังบ้านมันก็ไม่น่ากลัวเท่าตัวเขาเองในตอนนี้หรอก ถ้าเขาส่องกระจกตอนนี้ เผลอๆ อาจจะตกใจตัวเองจนช็อกตายไปเลยก็ได้
ต่อให้จับเอา 'บาทหลวงเฒ่า' ตอนที่พลังฟูลสตรีมสุดๆ มาชุบชีวิตใหม่ เขาคิดว่าเขาก็น่าจะบดขยี้มันได้สบายๆ... มั้ง?
ร่างกายของเขาในตอนนี้ แข็งแกร่งเทียบเท่ากับนักรบระดับ 2 ขั้นสูงสุดเลยนะ ความถึกทนของร่างกายนี่จัดว่าเข้าขั้นปีศาจ
ถ้าเขางัดหนวดทั้ง 11 เส้นออกมาสร้างเป็นกำแพงป้องกัน 'บาทหลวงเฒ่า' ก็คงไม่มีปัญญาเข้าประชิดตัวเขาได้หรอก
ส่วนเขาก็แค่สาด 【สกิลรักษา】 เลเวล 20 ใส่หน้ามันรัวๆ ฮีลทีนึงทำดาเมจตั้ง 400 แต้ม 'สิ่งลี้ลับ' หน้าไหนมันจะทนไหววะ!?
"กริ๊ง... กริ๊ง... กริ๊ง..."
เสียงกระดิ่งที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำเอารูเพิร์ตสะดุ้งเฮือก กระดานเกม XO ของหนวดพังยับเยิน
มันดึงเขาให้ตื่นจากจินตนาการสุดหรรษา กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง เสียงนี้มันคุ้นๆ แฮะ มันดังมาจากห้องของ 'บาทหลวงเฒ่า' ทางด้านหลัง ใช่แล้ว! มันคือเสียงจาก 'วงเวทสื่อสาร' ที่อยู่ในห้องนั้น!
ปกติแล้วมันเอาไว้ใช้สำหรับให้โบสถ์ระดับสูงติดต่อมายังโบสถ์ระดับล่าง เพื่อสั่งการภารกิจสำคัญ หรือไม่ก็เพื่อสุ่มตรวจตราการทำงาน
ซวยแล้วไง งานนี้รูเพิร์ตเริ่มจะลนลานขึ้นมาจริงๆ แล้ว
แต่ไม่นานเขาก็คิดวิเคราะห์ถึงผลดีผลเสียได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ถ้าเขาปล่อยเบลอไม่ยอมรับสาย ก็คงมีคนถูกส่งมาตรวจสอบความผิดปกติในไม่ช้า แต่ถ้าเขารับสาย แล้วสามารถแถเนียนๆ ให้ผ่านพ้นไปได้ เผลอๆ เขาอาจจะยื้อเวลาหนีไปได้อีกหน่อย จะได้หนีไปให้ไกลกว่าเดิม
คิดได้ดังนั้น เขาก็สับตีนแตกวิ่งตรงไปที่ห้องของ 'บาทหลวงเฒ่า' ทันที เขาหยุดยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานนั้น สููดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ แล้วเปิดการทำงานของฐานรองที่กำลังกะพริบแสงอยู่ ซึ่งมันก็คือวงเวทสื่อสารเวทมนตร์นั่นเอง
ทันใดนั้น ผิวกระจกก็สั่นกระเพื่อมราวกับผิวน้ำ ปรากฏเป็นภาพเงาของชายคนหนึ่ง เขาเป็นชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบปี ดวงตาเรียวเล็กเป็นรูปสามเหลี่ยม หน้าตาดุดันและดูขี้โกง ชุดคลุมที่ใส่อยู่ก็น่าจะเป็นชุดบาทหลวงเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่เป็นสีน้ำเงิน แถมลวดลายก็ยังดูซับซ้อนกว่าของเขามาก
เมื่อหมอนั่นเหลือบไปเห็นรูเพิร์ตยืนอยู่ในกระจก มันก็ไม่ได้แสดงอาการแปลกใจเลยแม้แต่น้อย:
"เจ้าคือรูเพิร์ตใช่ไหม?
เมื่อไม่กี่วันก่อน ท่านบาทหลวงไหแมนได้พูดถึงเจ้าให้ข้าฟัง เขาบอกว่าเจ้ายังเด็กแท้ๆ แต่กลับได้รับความโปรดปรานจากพระผู้เป็นเจ้า มีศรัทธาอันแรงกล้า และที่สำคัญคือเป็นคนฉลาดเฉลียว มีอนาคตที่สดใสรออยู่
ส่วนตัวเขาเองนั้นก็แก่ชรามากแล้ว ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่บาทหลวงได้ไหวอีกต่อไป
เขาได้ยื่นเรื่องขอเกษียณตัวเองแล้ว และเขาหวังว่าในระหว่างที่รอให้บาทหลวงคนใหม่เดินทางไปรับตำแหน่ง เจ้าจะสามารถเป็นผู้ดูแลชั่วคราว เพื่อบริหารจัดการโบสถ์ประจำเมืองหินเขียวไปก่อนสักระยะหนึ่ง
ทางเบื้องบนพิจารณาแล้วก็เห็นชอบตามนั้น ช่วงนี้เจ้าก็ตั้งใจบริหารจัดการโบสถ์ไปก่อนก็แล้วกัน อย่าคิดว่ามันเป็นงานที่เหน็ดเหนื่อยเลย จงคิดซะว่านี่คือบททดสอบจากพระผู้เป็นเจ้าก็แล้วกัน
เอาล่ะ แค่นี้แหละ แสงศักดิ์สิทธิ์ส่องสว่างโลกหล้า! ขอพระผู้เป็นเจ้าสถิตอยู่กับเจ้า!"
รูเพิร์ตคิดในใจ: เชี่ย... โลกนี้ยังมีเรื่องดีๆ แบบนี้อยู่ด้วยเหรอวะเนี่ย!?
(จบแล้ว)