- หน้าแรก
- นักบวชแสนเมตตาผู้มาพร้อมกับระบบต้มตุ๋น
- บทที่ 8 - โลภะบังตา
บทที่ 8 - โลภะบังตา
บทที่ 8 - โลภะบังตา
รูเพิร์ตไม่อยากจะเสวนาอะไรให้มากความกับไอ้พวกสวะพวกนี้ เขาไม่รอช้า ก้าวเดินเข้าไปหาทหารรับจ้างที่ถูกธนูยิงสองก้าว
เขาลงมืออย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ดึงลูกธนูสามดอกที่ปักอยู่ตรงหน้าอกและหน้าท้องของชายคนนั้นออกมาพร้อมๆ กัน เลือดสดๆ สามสายพุ่งกระฉูดออกมา ทันใดนั้น แสงสีทองนวลตาก็ร่วงหล่นลงมา ตัวเลข "+120" ลอยขึ้นกลางอากาศ บาดแผลสมานตัวอย่างรวดเร็ว
"อ๊ากกก..." เสียงร้องโหยหวนดังลั่น ทำเอาสะดุ้งตกใจกันไปตามๆ กัน จากนั้นก็มีควันสีดำจางๆ ลอยพวยพุ่งออกมาจากร่างของชายคนนั้น
หืม? รูเพิร์ตถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย?
ที่เขาดึงลูกธนูออกก่อน ก็เพราะกลัวว่าถ้าใช้สกิลรักษาเลย หัวธนูมันจะฝังติดอยู่ใต้เนื้อ แต่ไอ้คนที่โดนยิงนี่ก็ใจเด็ดไม่ใช่เล่น ตอนดึงธนูออกพร้อมกันสามดอก มันแค่ร้องอั้กเบาๆ แค่คำเดียวเอง
แต่พอโดนดึงธนูออกจนหมด แล้วบาดแผลกำลังเริ่มสมานตัว มันกลับแหกปากร้องโหยหวนอย่างควบคุมไม่ได้ซะงั้น
หลังจากสังเกตดูดีๆ เขาก็พบข้อสรุปสองอย่าง:
อย่างแรก หลอดเลือดของหมอนี่หนากว่าคนธรรมดาทั่วไปมาก ถ้าคนปกติมีเลือดประมาณ 100 ไอ้หมอนี่น่าจะมีเลือดปาเข้าไป 600 เลยทีเดียว
ซึ่งหมายความว่าการฮีลเมื่อกี้ไม่ได้ทำให้เลือดของมันเต็มหลอด อาการบาดเจ็บภายในยังคงอยู่ แต่รูเพิร์ตไม่คิดจะฮีลต่อให้หรอกนะ แค่ไม่ตายก็บุญแล้ว ที่เหลือก็ไปนอนพักฟื้นรักษาตัวเอาเองแล้วกัน
อย่างที่สอง ถึงแม้จะมีควันสีดำลอยออกมาจากตัวหมอนี่ แถมยังดูทรมานสุดๆ แต่มันก็ไม่ใช่ 'สิ่งลี้ลับ'
เพราะถ้าใช่ มันต้องมีตัวเลขดาเมจ "-120" เด้งขึ้นมาสิ สถานการณ์แบบนี้น่าจะเป็นเพราะหมอนี่ไปสัมผัสหรือโดนพลังของ 'สิ่งลี้ลับ' แทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย แล้วประจวบเหมาะกับที่รูเพิร์ตใช้สกิลรักษากำจัดมันออกไปให้พอดีมากกว่า
ระหว่างที่เขากำลังยืนวิเคราะห์อยู่นั้น เพื่อนร่วมทีมของทหารรับจ้างทั้งสองคนกลับแสดงท่าทีเหมือนเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ พวกเขาชักดาบออกจากฝักและจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของรูเพิร์ตอย่างระแวดระวัง พอเห็นว่าเพื่อนของตัวเองสงบลงแล้ว พวกเขาถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ส่วนไอ้หน้าหนวดเคราครึ้มก็ถลึงตาใส่รูเพิร์ตอีกครั้ง เหมือนจะตำหนิว่าเขาลงมือหนักเกินไปจนทำให้เพื่อนมันต้องเจ็บปวด
รูเพิร์ตขี้เกียจจะสนใจพวกมัน เขาชี้นิ้วไปที่กล่องรับบริจาค: "10 เหรียญเงินครับ ขอบคุณครับ ขอให้พวกคุณเดินทางปลอดภัยไร้อุปสรรคนะครับ" 【แต้มต้มตุ๋น +3】
ไอ้เคราครึ้มเดินเข้าไปที่กล่องรับบริจาคอย่างกร่างๆ มันจงใจจับกล่องเขย่าไปมา เสียงเหรียญเงินกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งดังก้องออกมาจากข้างใน
นั่นคือเงินบริจาคที่ชาวเมืองหยอดลงไปเมื่อตอนบ่าย หรืออาจจะมีตกค้างอยู่ก่อนหน้านั้นด้วย ตอนแรกรูเพิร์ตมัวแต่วุ่นวายกับการทดสอบสกิล แล้วก็ไปหมกตัวอ่านหนังสือจนลืมเรื่องเงินไปซะสนิท กะว่าพรุ่งนี้จัดการธุระเสร็จค่อยโกยไปทีเดียวก็ยังไม่สาย
แต่นั่นกลับทำเอาไอ้เคราครึ้มตาโตด้วยความประหลาดใจ โบสถ์ซอมซ่อในที่กันดารแบบนี้ กลับมีเงินเยอะกว่าที่คิดแฮะ
มันดึงมือที่กำลังจะหยอดเหรียญเงินกลับทันที หันหน้าไปสบตากับเพื่อนร่วมทีมที่ดูหน้าตาฉลาดๆ คนนั้น แล้วใช้สายตาสื่อสารกันอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้มือตบเบาๆ ที่กล่องรับบริจาค ความหมายนั้นชัดเจนโดยไม่ต้องพูด... พวกมันไม่เพียงแต่ไม่อยากจ่ายเงินค่ารักษา แต่ยังอยากจะปล้นเงินก้อนนี้ติดมือไปด้วย
เพื่อนร่วมทีมสวมแว่นที่เพิ่งจะพูดจาข่มขู่รูเพิร์ตไปเมื่อกี้ มีท่าทีลังเลอยู่แวบหนึ่ง แต่หลังจากชั่งน้ำหนักในใจแล้ว มันก็ค่อยๆ เดินไปที่ประตู แล้วดึงประตูปิดลงอย่างเป็นธรรมชาติ
แต่มันคงไม่ได้สังเกตเลยว่า ในเงามืดใต้ฝ่าเท้าของมัน มีหนวดเส้นหนึ่งกำลังจะเลื้อยไปปิดประตูอยู่เหมือนกัน แต่มันดันชิงตัดหน้าไปก่อนซะได้
ทำเอาหนวดเส้นนั้นถึงกับชะงักกึกกลางอากาศไปเลย
และนั่นก็คือหนวดน้อยๆ ของรูเพิร์ตนั่นเอง เขาหมดความอดทนกับไอ้สวะพวกนี้เต็มทนแล้ว สายตาที่พวกมันส่งซิกกันเมื่อกี้ เขาเห็นเต็มสองตา หรือจะพูดให้ถูกคือ พวกมันไม่เห็นหัวนักบวชฝึกหัดตัวเล็กๆ อย่างเขาเลยด้วยซ้ำ ถึงได้กล้าวางแผนปล้นกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้
ไม่น่าเชื่อเลยว่าไอ้พวกนี้ยังรู้จักปิดประตูด้วย สงสัยคงกลัวเรื่องจะแดงออกไปแล้วโดนศาสนจักรแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ตามล่าล่ะสิ ต่อให้จะเป็นแค่โบสถ์เล็กๆ ในที่ห่างไกล แต่มันก็เป็นทรัพย์สินของศาสนจักร คิดจะปล้นน่ะทำได้ แต่ต้องห้ามถูกจับได้เด็ดขาด
ส่วนตัวรูเพิร์ตเองก็ไม่อยากให้เรื่องวุ่นวายที่นี่ ไปกระทบกับแผนการฟาร์มแต้มต้มตุ๋นในวันพรุ่งนี้ของเขาเหมือนกัน ถึงตอนนั้นเขาโกยแต้มเสร็จก็ชิ่งหนี ปล่อยให้ไอ้กองทหารรับจ้างหมาป่าบ้าบอนี่ตกนรกไปซะ
ในเมื่อต่างฝ่ายต่างก็คิดตรงกันขนาดนี้...
รูเพิร์ตไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาวอยู่แล้ว ในเมื่อตัดสินใจแล้ว ก็ต้องเปิดก่อนได้เปรียบ!
หนวดความยาว 10 เมตรทั้ง 7 เส้นแฝงตัวเลื้อยไปตามเงามืดบนพื้นตั้งนานแล้ว จังหวะนี้เขาเปิดฉากโจมตีแบบไม่ให้ตั้งตัว! หนวดพุ่งเข้ามัดร่างของทั้งสามคนอย่างรวดเร็ว สองเส้นมัดหนึ่งคน ส่วนอีกเส้นเอาไว้คอยซัพพอร์ตเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
การลงมือของรูเพิร์ตมันกะทันหันเกินไป ไอ้แว่นหน้าสแควร์เพิ่งจะปิดประตูเสร็จและยังหันหลังให้อยู่เลย ส่วนไอ้เคราครึ้มก็ยังไม่ทันได้ชักดาบ คนที่โดนธนูยิงยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ยังงงเป็นไก่ตาแตกอยู่เลย พริบตาเดียวพวกมันทั้งหมดก็โดนหนวดมัดจนแน่นหยั่งกะบ๊ะจ่าง
พวกมันหน้าถอดสี ตกใจจนแทบฉี่ราด ความรู้สึกคงประมาณว่ากำลังนั่งดูเทเลทับบี้เพลินๆ จู่ๆ ผีซาดาโกะก็คลานทะลุจอออกมาบีบคอซะงั้น
ไอ้นักบวชฝึกหัดแห้งๆ ที่ดูเหมือนจะไม่มีแรงแม้แต่จะเชือดไก่ จู่ๆ แม่งกลายร่างเป็นมังกรคลั่งไปได้ยังไงวะ!?
แต่หลังจากตื่นตระหนก พวกมันก็ไม่ลืมที่จะดิ้นรนขัดขืน ยังไงซะพวกมันก็เป็นทหารรับจ้างที่ใช้ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย การตอบสนองที่รวดเร็วคือปัจจัยที่สองในการเอาชีวิตรอด
ส่วนปัจจัยแรกน่ะเหรอ? แน่นอนว่าคือการวิ่งหนีให้เร็ว อย่างน้อยก็ต้องวิ่งให้เร็วกว่าเพื่อนร่วมทีมนั่นแหละ
ร่างของทั้งสามคนเริ่มเปล่งแสงออร่าสีเหลืองหม่นๆ ออกมา ถึงจะไม่ได้สว่างจ้ามากนัก แต่มันก็มีอยู่จริงๆ
ดวงตาของรูเพิร์ตเป็นประกายขึ้นมาทันที นี่สินะคือ 'พลังปราณต่อสู้' ที่ร่างเดิมเฝ้าฝันถึงมาตลอด? ขนาดเรียนเวทรักษาจนได้เป็นนักบวชฝึกหัดแล้ว ความฝันนี้ก็ยังไม่เคยจางหายไป
และแรงขัดขืนของพวกมันก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเอามาเปรียบเทียบกับพละกำลังของเขาเองล่ะก็...
คนพวกนี้ ตอนที่ยังไม่ได้เบ่งพลังปราณ พละกำลังน่าจะประมาณ Lv.6 ถึง Lv.7 ของเขา แต่พองัดพลังปราณออกมาใช้ พละกำลังก็น่าจะพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ Lv.7 ถึง Lv.8
แต่รูเพิร์ตไม่มีทางยอมให้พวกมันดิ้นหลุดไปได้หรอก หนวดของเขาเลื้อยพันสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนรัดเข้าที่คอของพวกมัน แล้วค่อยๆ รัดแน่นขึ้นทีละนิด จนหน้าพวกมันเริ่มแดงก่ำ แรงขัดขืนก็ค่อยๆ อ่อนลง
เขาลองคิดดูแล้ว ตัดสินใจลากไอ้สามตัวนี้ลงไปที่คุกใต้ดินดีกว่า มีหลายเรื่องที่เขาอยากรู้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ร่างเดิมซึ่งเป็นแค่นักบวชธรรมดาๆ ไม่มีทางรู้ได้ เขาต้องการใครสักคนมาช่วยตอบคำถามพวกนี้ให้กระจ่าง
และคุกใต้ดินก็คือสถานที่ที่เหมาะสมที่สุด มันทั้งอยู่ลึกและมีกำแพงหินหนาเตอะกั้นไว้ แถมไม่มีหน้าต่างสักบาน ไม่ต้องกลัวเลยว่าไอ้พวกนี้จะแหกปากร้องให้ใครได้ยิน
มันคือสถานที่คลาสสิกที่พวกตัวร้ายชอบใช้กันไงล่ะ และในสถานที่แบบนั้น มันก็ต้องมีประโยคเด็ดประจำตัวร้ายด้วย: "ร้องเลย ร้องออกมาให้ดังๆ ต่อให้แกร้องจนคอหอยแตก ก็ไม่มีใครมาช่วยแกหรอก..."
รูเพิร์ตไม่แคร์เลยสักนิดถ้าจะต้องรับบทเป็นตัวร้าย เขาคลายหนวดที่รัดคอออกนิดหน่อย เพื่อให้ไอ้พวกนี้ได้หายใจบ้าง ตอนนี้หน้าพวกมันเขียวปัดกันหมดแล้ว จากนั้นเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ:
"สถานการณ์แบบนี้คือสิ่งที่ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นที่สุดเลยครับ ยังไงซะผมก็ไม่อยากมีเรื่องบาดหมางกับกลุ่มหมาป่าโลหิต และเชื่อว่าพวกคุณเองก็คงไม่อยากมีเรื่องเหมือนกัน งั้นเอาแบบนี้ดีไหม แค่พวกคุณตอบคำถามไร้สาระของผมสักสองสามข้อ แล้วผมจะปล่อยพวกคุณไป เป็นไงครับ?
หลังจากนี้ พวกคุณก็กลับไปเป็นทหารรับจ้างตามเดิม ส่วนผมก็เป็นแค่นักบวชต๊อกต๋อยของผมต่อไป" 【แต้มต้มตุ๋น +1】
รูเพิร์ตถึงกับช็อก: เชี่ย! ข้อเสนอหลอกเด็กแบบนี้ยังมีคนเชื่ออีกเรอะ!?
เขาแค่พูดจาพล่อยๆ ไปอย่างงั้นเอง อาชีพทหารรับจ้างนี่มันไม่มีการคัดกรองคนเข้าทำงานเลยหรือไงวะ? ไม่มีการวัดระดับไอคิวกันบ้างเหรอ?
ไหนขอดูหน้าหน่อยสิ ว่าใครกันนะที่ใสซื่อบริสุทธิ์ขนาดนี้?
เขาใช้เวลาดูสีหน้าของทั้งสามคนแค่แป๊บเดียว ก็รู้ตัวคนโง่ได้ทันที
ไอ้เคราครึ้มที่ปากหมาที่สุดเมื่อกี้นี้ ตอนนี้ใบหน้าใหญ่โตของมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด น้ำหูน้ำตาและน้ำลายไหลย้อยลงมาเลอะเทอะหนวดเคราไปหมด
รูเพิร์ตถึงกับต้องรีบดึงหนวดของตัวเองถอยห่างออกมานิดนึง กลัวว่าหนวดจะเปื้อนของสกปรกพวกนี้ โคตรโสโครกเลยไอ้หมอนี่
ไอ้เคราครึ้มหอบหายใจแฮ่กๆ แววตาเลื่อนลอย ราวกับเพิ่งเห็นยมบาลมากวักมือเรียกอยู่ตรงหน้า
จะว่ายังไงดีล่ะ รูเพิร์ตแอบคิดถึงท่าทางกร่างๆ ปากดีของมันในตอนแรกมากกว่าสภาพทุเรศๆ แบบนี้ซะอีก
(จบแล้ว)