- หน้าแรก
- เสียงในใจดังทะลุฟ้า รู้ตัวอีกทีข้าก็กลายเป็นที่รักของคนทั้งสำนัก
- บทที่ 27: เอะอะมะเทิ่งอะไรกันนักหนา!
บทที่ 27: เอะอะมะเทิ่งอะไรกันนักหนา!
บทที่ 27: เอะอะมะเทิ่งอะไรกันนักหนา!
บทที่ 27: เอะอะมะเทิ่งอะไรกันนักหนา!
เสิ่นเล่อเหยียนซึ่งรู้สึกคลื่นไส้จนทนไม่ไหว ถือเห็ดป่าที่ทั้งกินได้และอร่อยเหาะห้าหกชนิดที่อุตส่าห์คัดสรรมาอย่างดีไว้ในมือ เมื่อนึกถึงเรื่องหน้าแตกที่ตัวเองเพิ่งทำลงไป เขาก็ได้แต่สวดภาวนาอยู่ในใจ
[ถ้าเพียงแต่จะมีวิธีไหนที่ทำให้ลู่อวิ๋นอี้และศิษย์พี่เจิ้งความจำเสื่อมไปซะเดี๋ยวนี้เลยก็คงจะดี]
[แบบนั้น พวกเขาจะได้จำไม่ได้ว่าข้าเพิ่งทำอะไรลงไป และจะได้ไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใครด้วย...]
[꒦ິ^꒦ິ]
เขาเลือกเก็บเห็ดป่าชนิดที่ไม่มีพิษพวกนั้น และโยนทุกอย่างที่เก็บมาได้ลงไปในแหวนมิติของศิษย์พี่เจิ้ง
แหวนมิตินั้นมีขนาดสิบลูกบาศก์เมตร และปกติแล้วจะดูเหมือนแหวนเรียบๆ ที่ไม่สะดุดตา มันสะดวกมากสำหรับการพกพาสิ่งของ แต่ราคาก็แอบแรงไปนิด ถ้าเขาอยากจะซื้อสักวง ร้านอาหารของเขาคงต้องเปิดให้กินฟรีไปเป็นเดือนเลยล่ะ
"ศิษย์น้อง ไม่ต้องกังวลไปหรอก สารพิษในเห็ดป่ามีตั้งหลายชนิด อาการแปลกๆ หลังจากได้รับพิษเข้าไปก็เป็นเรื่องปกติแหละ"
เจิ้งจื่อเหิงช่วยเขาจัดระเบียบและวางเห็ดป่าอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในแหวนมิติ ดวงตาสีอ่อนของเขาท่ามกลางม่านฝน ดูราวกับมีสายฝนปรอยๆ แห่งเจียงหนานซ่อนอยู่ และรอยยิ้มของเขาก็ช่างอ่อนโยน
"มือเจ้าเปื้อนโคลนไปหมดแล้ว เอาผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ไปเช็ดสิ"
เสิ่นเล่อเหยียนยิ้มตอบ
หลังจากเก็บเห็ดป่าที่กินได้บริเวณนั้นจนหมด เสิ่นเล่อเหยียนก็เช็ดมือจนสะอาด และมองดูผลงานที่กองเป็นภูเขาลูกย่อมๆ อยู่ในแหวนมิติด้วยความพึงพอใจ
"เก็บพวกนี้ไปก็กินเวลาไปพอสมควรเลย ใกล้จะมืดแล้ว เราควรรีบไปหาหญ้างูเลือดเขียวกันดีไหมขอรับ?"
ก่อนที่จะเข้าไปในป่าดงดิบทางตะวันตกเฉียงใต้ พวกเขาได้กินโอสถวิเศษสำหรับป้องกันแมลงมีพิษและไอมรณะไปแล้ว ดังนั้นตลอดทางพวกเขาจึงแทบไม่เจอแมลงหรืองูเลย
แต่ยิ่งพวกเขาเข้าใกล้ตำแหน่งที่ทำเครื่องหมายไว้บนแผนที่ ซึ่งเป็นจุดที่พบหญ้างูเลือดเขียวเป็นครั้งสุดท้ายมากเท่าไหร่ ร่องรอยของแมลงบนลำต้นไม้และใบหญ้าก็ยิ่งปรากฏให้เห็นมากขึ้นเท่านั้น แมลงมีพิษบางตัวตัวใหญ่พอๆ กับหนูยักษ์ ปีกใสๆ ของพวกมันส่งเสียงหึ่งๆ ราวกับพร้อมจะบินขึ้นมาตะครุบหน้าคนได้ทุกเมื่อ
ในฐานะคนเหนือแต่กำเนิด แมลงตัวใหญ่ที่สุดที่เสิ่นเล่อเหยียนเคยเห็นก็คือแมลงสาบ และมันก็ตัวเท่าเล็บมือเท่านั้นแหละ
พอมาเจอแมลงตัวดำปิ๊ดปี๋หน้าตาอัปลักษณ์กำลังกระพือปีก ส่งเสียงเหมือนเครื่องยนต์เครื่องบินที่พร้อมจะเทกออฟ เขาก็รีบพุ่งไปหลบหลังเจิ้งจื่อเหิงทันที แล้วเอาแขนเสื้อของอีกฝ่ายมาคลุมหัวตัวเองไว้
เจิ้งจื่อเหิงปล่อยให้เขาทำตามใจชอบ
"...ศิษย์น้อง? แมลงตัวเล็กๆ แบบนี้มีอยู่ทั่วไปในดินแดนตะวันตกเฉียงใต้นะ และพวกมันก็ไม่มีพิษด้วย"
[ดินแดนตะวันตกเฉียงใต้เรียกแมลงแบบนี้ว่า 'แมลงตัวเล็กๆ' งั้นเหรอ?]
เขารู้สึกเหมือนไอ้แมลงตัวเล็กๆ ตัวนี้สามารถบินเข้ามาตบหน้าเขาได้เต็มๆ เลยล่ะ
ลู่อวิ๋นอี้ที่เดินนำหน้าอยู่ก็หยุดเดินกะทันหัน น้ำเสียงของเขาแหบต่ำลงเล็กน้อยและแฝงไปด้วยความเคร่งขรึม
"หนทางข้างหน้ายากลำบากนัก เสิ่นเล่อเหยียน เจ้ารออยู่ที่นี่แหละ"
เสิ่นเล่อเหยียนเป็นคนว่าง่าย ขี้เกียจแม้แต่จะถามว่า "ทำไม" เขาพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
เจิ้งจื่อเหิงขมวดคิ้วด้วยความกังวล "ท่านอาจารย์ การทิ้งศิษย์น้องไว้ที่นี่คนเดียว มันจะไม่..."
เสิ่นเล่อเหยียนหาที่โล่งๆ ยืนนิ่งๆ และพูดอย่างมองโลกในแง่ดี
"ไม่เป็นไรหรอกขอรับ นอกจากแมลงพวกนี้แล้ว ก็คงไม่มีผู้บำเพ็ญเพียรคนไหนเข้ามาที่นี่ได้หรอก ถ้าท่านเจ้าสำนักลู่และศิษย์พี่เจิ้งกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้า ก็แค่ทิ้งของวิเศษไว้ช่วยชีวิตข้าสักชิ้นสองชิ้นสิขอรับ—ของวิเศษระดับปราชญ์หรือระดับสวรรค์ก็ได้ อะไรก็ได้ขอรับ ข้าไม่เรื่องมากหรอก"
ลู่อวิ๋นอี้โยนแหวนมิติวงหนึ่งให้เขา "เจ้าคิดว่าของวิเศษระดับปราชญ์กับระดับสวรรค์เป็นผักกาดขาวริมทางหรือไง?"
เขากระตุ้นพลังปราณเพื่อเปิดแหวนมิติ ภายในนั้นมีผลึกหินคริสตัลที่ถูกล้อมรอบด้วยรัศมีสีขาวจางๆ
เขาแตะมันเบาๆ และคริสตัลก็กลายสภาพเป็นลำแสงพุ่งเข้าปกคลุมตัวเขาในทันที รัศมีนั้นหายวับไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสัมผัสกับผิวหนังของเขา
"นี่คือคริสตัลใจสวรรค์ มันสามารถสกัดกั้นการโจมตีเต็มกำลังจากผู้บำเพ็ญเพียรระดับมหายานได้ รออยู่ที่นี่ แล้วพวกข้าจะกลับมาหาเจ้าก่อนค่ำ"
เสิ่นเล่อเหยียนกระแอม "ขอบคุณขอรับ ท่านเจ้าสำนักลู่... แต่ถ้าบังเอิญมีผู้บำเพ็ญเพียรระดับมหายานสองคนมาล่าสัตว์วิเศษที่นี่พร้อมกัน แล้วพวกเขาเผลอระเบิดข้าจนตายล่ะขอรับ? ทำไมท่านไม่..."
กระบี่เจียงเสวี่ยที่เอวของลู่อวิ๋นอี้หลุดออกจากฝักในทันที พลางหมุนวนด้วยไอเย็นเยียบขณะที่มันพุ่งเข้าหาเขา
"เดี๋ยวก่อน—"
"กระบี่เจียงเสวี่ยจะอยู่กับเจ้า ผู้บำเพ็ญเพียรที่บรรลุถึงระดับมหายานในเก้าดินแดนย่อมจำกระบี่เล่มนี้ได้ พวกเขาจะไว้หน้าข้าและไว้ชีวิตเจ้า"
เสิ่นเล่อเหยียน: "..."
เขากำกระบี่เจียงเสวี่ยไว้แน่น เมื่อความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวกระบี่หดกลับเข้าไป มันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอึดอัดทางร่างกายเลย
เขาค่อยๆ ใช้ปลายกระบี่จิ้มฆ่าแมลงสองตัวที่พยายามจะปีนขึ้นมาบนเท้าของเขา มุมปากของเขายกขึ้น
"ขอบคุณขอรับ ท่านเจ้าสำนักลู่!"
เพียงไม่กี่อึดใจ ร่างของอีกฝ่ายก็หายวับไปจากตรงนั้น เจิ้งจื่อเหิงลูบหัวเขาเบาๆ เพื่อปลอบโยน สั่งให้เขา "อย่าเดินเตร็ดเตร่ไปไหน" จากนั้นก็โคจรพลังปราณและมุ่งหน้าลึกเข้าไปในป่าดงดิบ
ได้รับการปกป้องจากคริสตัลใจสวรรค์ แถมยังมีไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากกระบี่เจียงเสวี่ย—ซึ่งเคยเข่นฆ่าสัตว์วิเศษระดับสูงมาแล้ว—สัตว์วิเศษทั่วๆ ไปในบริเวณนี้คงไม่ตาบอดถึงขั้นเห็นเขาเป็นเหยื่อหรอกมั้ง
เหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงก่อนจะมืด
เสิ่นเล่อเหยียนฉีกเสื้อผ้าส่วนหนึ่งออกมาใช้รองนั่งบนพื้น เขานั่งขัดสมาธิ และปักกระบี่เจียงเสวี่ยลงบนพื้นดินเพื่อป้องกันไม่ให้แมลงและงูมีพิษเข้ามาใกล้ จากนั้นเขาก็หลับตาลงและเริ่มทำสมาธิอย่างสงบ
"ตู้ม—"
เสียงดังกึกก้องกัมปนาทราวกับต้นไม้อายุร้อยปีนับสิบต้นโค่นล้มลง ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ควันและฝุ่นละอองม้วนตัวพุ่งออกมาจากส่วนลึกของป่าดงดิบ เมื่อมองจากที่ไกลๆ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก มันดูคล้ายกับสัตว์วิเศษสีเทาเข้มที่ดุร้ายกำลังแยกเขี้ยวและกางกรงเล็บ
พวกแมลงและงูที่ซุ่มซ่อนอยู่ในกอหญ้าบนพื้นดินก็ตกใจกับเสียงอันดังกึกก้องนี้และพากันเลื้อยออกมาจากที่ซ่อน ชั่วขณะหนึ่ง พื้นดินก็เต็มไปด้วยพวกมันยั้วเยี้ยไปหมด แทบจะไม่มีที่ให้เหยียบ ยกเว้นพื้นที่เล็กๆ บริเวณที่กระบี่เจียงเสวี่ยปักอยู่ ซึ่งยังคงเงียบสงบ
เสิ่นเล่อเหยียนกำลังควบคุมพลังปราณของเขาเพื่อชำระล้างมุมมืดของเส้นลมปราณใกล้กับจุดตันเถียน แต่จู่ๆ เขาก็ถูกกระแทกจากพื้นดินที่สั่นสะเทือนจนเกือบจะหงายหลังล้มลง
โชคดีที่กระบี่เจียงเสวี่ยมีจิตวิญญาณ ด้ามกระบี่ช่วยพยุงเขาไว้ ทำให้เขาไม่ล้มลงไปจูบกับกองทัพแมลงมีพิษที่ยั้วเยี้ยอยู่บนพื้น
"ตรงนั้นมัน..." เขาเหลือบมองกระบี่เจียงเสวี่ย น้ำแข็งเกาะตัวหนาขึ้นบนกระบี่ ดูเหมือนจะบ่งบอกว่าจิตวิญญาณแห่งกระบี่ต้องการรีบกลับไปหาเจ้านายของมัน "ท่านเจ้าสำนักลู่กับศิษย์พี่เจิ้งกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างอยู่หรือเปล่า?"
ต้นไม้รอบๆ สูงเกินไป และเนื่องจากเขาไม่สามารถใช้วิชาขี่กระบี่ได้ เขาจึงมองไม่เห็นเหตุการณ์ที่อยู่ไกลออกไป
แต่ตัดสินจากควันและฝุ่นที่ลอยฟุ้งขึ้นมา การต่อสู้ตรงนั้นคงจะดุเดือดน่าดู
เขาปล่อยมือจากกระบี่เจียงเสวี่ย
"ในเมื่อมีการต่อสู้ เจ้าก็ควรไปหาท่านเจ้าสำนักลู่นะ ข้ายังมีคริสตัลใจสวรรค์อยู่ คงไม่มีใครหรือสัตว์วิเศษตัวไหนทำร้ายข้าได้หรอก"
กระบี่เจียงเสวี่ยแกว่งไปมาซ้ายขวา ดูเหมือนกำลังส่ายหัว ผ่านไปครู่หนึ่ง มันก็เขียนตัวอักษรหลายตัวขึ้นกลางอากาศ
"เจ้านายของข้าสั่งให้ข้าคุ้มครองเจ้า ข้าไปไม่ได้หรอก"
"เจ้าสัมผัสถึงตำแหน่งที่แน่นอนของท่านเจ้าสำนักลู่ได้ไหม?"
"ได้สิ"
"งั้นก็พาข้าไปที่นั่นสิ แบบนั้นน่าจะได้ใช่ไหม? พอเราเข้าไปใกล้ๆ ข้าก็จะไปซ่อนตัวอยู่แถวๆ นั้น ส่วนเจ้าก็เข้าไปช่วยท่านเจ้าสำนักลู่ไง"
เมื่อเห็นว่ากระบี่เจียงเสวี่ยไม่ได้คัดค้านอะไร เขาจึงใช้กระบี่เจียงเสวี่ยต่างไม้เท้าเดินป่า และค่อยๆ เดินทีละก้าวไปในทิศทางของเสียงอันดังกึกก้อง
"กระบี่เจียงเสวี่ย? จิตวิญญาณแห่งกระบี่? เจ้าไม่คิดว่าข้าเดินช้าไปหน่อยหรือไง? กว่าเราจะไปถึง ท่านเจ้าสำนักลู่อาจจะสู้เสร็จไปแล้วก็ได้นะ"
กระบี่เจียงเสวี่ยสั่นหึ่งๆ สองครั้งในมือของเขา จู่ๆ มันก็ดึงตัวเองขึ้นมาจากพื้นดิน และชี้ปลายกระบี่เข้าไปในส่วนลึกของป่าดงดิบ
แขนของเสิ่นเล่อเหยียนถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะในทันที
"เจ้ากำลังทำอะ—"
กระบี่เจียงเสวี่ยพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วกะทันหัน เขารู้สึกเหมือนกำลังจับลูกโป่งใบใหญ่ที่ลมกำลังรั่วออกอย่างแรง ถูกกระบี่ยาวลากถูลู่ถูกังพุ่งไปข้างหน้าโดยที่เท้าแทบไม่ติดพื้น