- หน้าแรก
- มาร์เวล นักประดิษฐ์ปลอม
- บทที่ 9 สตาร์คทาวเวอร์
บทที่ 9 สตาร์คทาวเวอร์
บทที่ 9 สตาร์คทาวเวอร์
บทที่ 9 สตาร์คทาวเวอร์
ลูคัส ออเรนจ์ กระอักเลือดออกมาอีกคำเล็กๆ ทว่ารอยยิ้มของเขากลับไม่ได้จางหายไปเลยแม้แต่น้อย หากไม่ใช่เพราะเขายังไม่คุ้นชินกับแขนขวาที่ขาดหายไป จนเผลอใช้แขนกลป้องกันการโจมตีครั้งสุดท้ายนั้นโดยสัญชาตญาณ เขาอาจจะต้องบอกลาแขนซ้ายไปอีกข้างแล้วก็ได้ ในโอกาสที่น่ายินดีเช่นนี้ ลูคัส ออเรนจ์ จะไม่มีความสุขได้อย่างไร
เขาไม่แยแสต่อความเจ็บปวดอันรุนแรงและความรู้สึกอ่อนแรงที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เมื่อมองไปยังทิศทางของโทนี่ สตาร์ค ในระยะไกล ก็เหลือทหารชิทอรี่เพียงสองนายเท่านั้น เนื่องจากการระเบิดก่อนหน้านี้ ลูคัส ออเรนจ์ ซึ่งทำปืนแสงแบบพับได้ตกหายไปที่ไหนสักแห่ง จึงใช้มือซ้ายออกแรงเพียงเล็กน้อยกระชากแขนขวาเทียมของเขา ซึ่งตอนนี้เหลือความยาวไม่ถึงหนึ่งในสามของความยาวเดิมทิ้งไป แล้วโยนมันลงตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจ
ทันทีหลังจากนั้น เขาออกแรงที่เท้าขวา ประกายไฟฟ้าแผ่ซ่านขึ้นมาบนรองเท้าผ้าใบสีแดงสลับขาวอีกครั้ง ในวินาทีถัดมา
"ปัง—"
แขนเทียมที่หักพังภายใต้เท้าของลูคัส ออเรนจ์ พุ่งทะยานออกไปไกลกว่าสิบเมตรในพริบตาประดุจลูกกระสุนปืนใหญ่ที่หลุดจากลำกล้อง ลากสายฟ้าและประกายไฟพุ่งเข้าใส่ศีรษะของทหารชิทอรี่อย่างจัง ประกายไฟฟ้าระเบิดออก ชิ้นส่วนกระจัดกระจายไปทั่ว ไม่แน่ชัดว่าเป็นเพราะการอวยพรจากพลังแห่งกฎเกณฑ์ หรือเป็นเพราะแรงกระแทกนั้นพอเหมาะพอดีพอดีกันแน่ ทหารชิทอรี่ที่ถูก 'กระสุนปืนใหญ่' กระแทกเข้าที่ศีรษะจนคอพับไป ไม่ทันได้ส่งเสียงใดๆ ก็หมดสติไปอย่างราบคาบ
โทนี่ สตาร์ค ซึ่งจัดการกับพวกชิทอรี่ที่เหลืออยู่รอบตัวเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อเขามองมายังลูคัส ออเรนจ์ ที่แขนขวาท่อนล่างว่างเปล่าและมีเลือดกต็มปาก แต่กลับยืนตัวตรงพร้อมรอยยิ้มที่ไม่จางหาย เขาก็ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
'เด็กคนนี้...'
แม้แต่สตาร์คผู้ผ่านโลกมามากก็ไม่รู้ว่าจะประเมินเยาวชนตรงหน้าในเวลานี้อย่างไรดี แต่อย่างน้อยเขาก็รู้สิ่งหนึ่งว่า ทุกสิ่งที่เยาวชนคนนี้กำลังทำอยู่นั้นคือการช่วยเหลือเขา ทว่าก่อนที่เขาจะได้กล่าวอะไรเพิ่มเติม เสียงเรียกสายก็ดังขึ้นอีกครั้งในหูฟังของหมวกเกราะ
"สตาร์ค! ได้ยินไหม? มีขีปนาวุธกำลังมุ่งหน้าไปยังแมนฮัตตัน!"
เมื่อได้ยินคำประกาศของนิค ฟิวรี่ สีหน้าของโทนี่ สตาร์ค ภายใต้หน้ากากก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที หลังจากเหลือบมองลูคัส ออเรนจ์ ที่กำลังนั่งพิงซากรถที่พังยับเยิน เขาก็รีบตอบกลับอย่างรวดเร็ว
"เหลือเวลาอีกเท่าไหร่ก่อนที่ขีปนาวุธจะมาถึง?"
"อย่างมากก็สามนาที ระเบิดนิวเคลียร์ที่มันบรรทุกมาสามารถราบเมืองทั้งใจกลางเมืองได้เลย!"
เมื่อได้ยินดังนั้น โทนี่ สตาร์ค ก็ไม่กล้ารอช้าอีกต่อไป เขาตะโกนบอกลูคัส ออเรนจ์ ในระยะไกล
"ไอ้หนู หาที่ซ่อนซะ! อย่าวิ่งไปมา!"
หลังจากพูดจบ เปลวเพลิงก็พุ่งออกจากรยางค์ของเขาทันที และเขาก็บินขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว เมื่อเฝ้ามองไอรอนแมนบินจากไป ลูคัส ออเรนจ์ ก็กระตุกมุมปากเผยรอยยิ้มที่ดูน่าเกลียดออกมา โดยไม่ได้เก็บคำพูดของอีกฝ่ายมาใส่ใจ เขาเพียงใช้มือข้างเดียวพยุงตัวยืนขึ้นอีกครั้ง สายตาจับจ้องไปยังสตาร์คทาวเวอร์ที่อยู่ไกลออกไปอย่างแน่วแน่ พร้อมด้วยความตื่นเต้นในดวงตาที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีมาก่อน
"นิวเคลียร์มาแล้วงั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นฉันก็ต้องรีบหน่อยแล้วสิ~"
บางทีอาจเป็นลูคัส ออเรนจ์ เองที่ไม่ทันสังเกตว่า ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ความตื่นเต้นในกระบวนการมุ่งสู่เป้าหมายของเขาได้ลบล้างความกลัวต่อความตายไปจนหมดสิ้น เขาหยิบกระเป๋าเป้ที่ตกอยู่ด้านข้างขึ้นมา และเก็บปืนแสงแบบพับได้ที่เกือบจะใหม่เอี่ยมจากศพของทหารชิทอรี่ ลูคัส ออเรนจ์ เหยียดริมฝีปากอย่างดูแคลน
'ขนาดไอเทมเก็บของมิติก็นังไม่มีเลย ฉันนี่ช่างทำให้พวกผู้ข้ามภพเสียหน้าจริงๆ'
เวลาผ่านไปเพียงชั่วพริบตา ในช่วงสองนาทีต่อมา ลูคัส ออเรนจ์ ไม่ได้เข้าต่อสู้กับทหารชิทอรี่คนใดอีก แม้เขาจะรู้สึกว่าตัวเองอาจจะตื่นเต้นเกินไปหน่อย แต่เขาก็ยังสามารถแยกแยะระหว่างการเพลิดเพลินกับความตื่นเต้นกับการรนหาที่ตายได้ ด้วยการหลีกเลี่ยงศัตรูให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ตลอดทาง และยิงสกัดไปบ้างเป็นครั้งคราว
ลูคัส ออเรนจ์ ได้เห็นกับตาขณะที่ไอรอนแมนแบกขีปนาวุธพุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า และยังได้เห็นรูโหว่ขนาดใหญ่บนท้องฟ้าปิดลง ทหารชิทอรี่นับไม่ถ้วนล้มพับลงเป็นแถบๆ ประดุจหุ่นยนต์ที่สูญเสียพลังงาน ยานรบเลวีอาธานขนาดมหึมาตกลงสู่พื้นดิน และยานสคิฟฟ์ของชิทอรี่ที่กำลังแล่นด้วยความเร็วก็สูญเสียการควบคุมพุ่งชนเข้ากับตึกรามบ้านช่องและท้องถนน ฝูงชนไม่กี่กลุ่มที่ยังเหลืออยู่บนถนนเปลี่ยนจากความตกตะลึงเป็นเสียงโห่ร้องยินดี และจากนั้นก็ร่ำไห้ด้วยความตื้นตัน ดูเหมือนทุกคนกำลังเฉลิมฉลองชัยชนะที่ได้มาอย่างยากลำบากนี้
มีเพียงลูคัส ออเรนจ์ เท่านั้นที่ในเวลานี้ได้มาถึงหน้าสตาร์คทาวเวอร์อย่างรวดเร็ว
"อ้อ ที่แท้พวกหมอนี่ก็ขึ้นไปชั้นบนสุดแบบนี้นี่เอง?"
เมื่อมองดูฮัลค์กระโดดขึ้นไปบนยอดสตาร์คทาวเวอร์โดยมีไอรอนแมนและกัปตันอเมริกาอยู่ในมือแต่ละข้าง ตามมาติดๆ ด้วยธอร์ที่กำลังควงโยเนียร์และแบกฮอว์กอายมาด้วย
'คนพวกนี้จัดการเข้าไปอยู่ต่อหน้าโลกิและโพสต์ท่าก่อนที่เขาจะฟื้นขึ้นมาได้ยังไงกันนะ?'
คำถามที่รบกวนจิตใจลูคัส ออเรนจ์ มานานแสนนาน ในที่สุดก็ได้รับคำตอบเสียที
'มันจำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ...'
หลังจากส่ายหน้าอย่างพูดไม่ออก ลูคัส ออเรนจ์ ผู้ซึ่งเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวบนท้องฟ้ามาตลอด ก็สังเกตเห็นร่างสีทองแดงอีกร่างหนึ่งบินเข้าไปในชั้นบนสุดของหอคอยอย่างเงียบเชียบทันที
'เริ่มแล้วสินะ...'
เขาเพียงเหลือบมองแล้วถอนสายตากลับมา ความสนใจของลูคัส ออเรนจ์ มุ่งเน้นไปที่ชั้นหนึ่งของสตาร์คทาวเวอร์ที่อยู่ตรงหน้าเขามากกว่า ในตอนนี้ทหารชิทอรี่เพิ่งจะถูกกำจัดไป และโถงทางเดินที่ชั้นหนึ่งยังคงวุ่นวายอย่างที่สุด ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังมาไม่ถึง และผู้คนส่วนใหญ่ในที่เกิดเหตุคือพนักงานของสตาร์คทาวเวอร์และชาวเมืองที่อยู่ใกล้เคียง
บางคนต้องการวิ่งออกไปเพื่อขอความช่วยเหลือ บางคนต้องการวิ่งเข้ามาเพื่อหาที่กำบัง และพนักงานรักษาความปลอดภัยเพียงไม่กี่คนที่ยังคงทำหน้าที่อยู่ก็ไม่สามารถจัดการกับผู้คนจำนวนมากขนาดนี้ได้เลย หากลูคัส ออเรนจ์ ต้องการจะแอบเข้าไปในเวลานี้ มันคงจะเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก
อย่างไรก็ตาม เขาก็รู้ดีว่าอีกไม่นานเจ้าหน้าที่หน่วยชีลด์เหล่านั้นก็จะมาถึง และลูคัส ออเรนจ์ ก็ยังไม่อยากปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาในตอนนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ในการหยุดยั้งไม่ให้โลกิชิงเทสเซอร์แร็คไป เขาก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปในตึกเสมอไป หลังจากค้นหารอบๆ จนพบจุดที่เขาสามารถมองเห็นชั้นหนึ่งของตึกทั้งหมดผ่านผนังกระจกด้านนอก ลูคัส ออเรนจ์ ก็เริ่มรอคอยอย่างเงียบสงบ
ไม่นานหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จำนวนมากก็มาถึงที่เกิดเหตุเพื่อเริ่มรักษาความสงบเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม ผู้คนกำลังตื่นตระหนกในขณะนี้ ประกอบกับความจริงที่ว่าพวกชิทอรี่ซึ่งเป็นศัตรูนั้นมีลักษณะที่เด่นชัดมาก ดังนั้นเจ้าหน้าที่เหล่านี้และตำรวจนิวยอร์กที่ตามมาติดๆ จึงทำได้เพียงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาความเป็นระเบียบและเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ โดยไม่ได้สลายตัวประชาชนทั่วไปออกไป
ในขณะเดียวกัน ลูคัส ออเรนจ์ ก็สังเกตเห็นว่าที่เหนือตึกนั้น โทนี่ สตาร์ค จากอนาคตคนนั้นได้กระโดดลงมาและลงจอดในมุมที่ซ่อนเร้น ไม่นานหลังจากนั้น 'เจ้าหน้าที่หน่วยชีลด์' ที่มีอาวุธครบมือสวมชุดต่อสู้พิเศษก็เดินออกมาจากมุมที่โทนี่ สตาร์ค เพิ่งหายตัวไป ทว่า 'แสงสีขาว' ที่อยู่ทั่วร่างกายของอีกฝ่ายนั้นช่างสะดุดตาเหลือเกิน
'ชุดเกราะนาโนเหรอ? สะดวกจริงๆ เลยนะ!'
เมื่อเฝ้ามองโทนี่ที่ปลอมตัวเดินเข้าไปในตึก และเฝ้ามองโลกิซึ่งถูกควบคุมตัวโดยเหล่าอเวนเจอร์สขึ้นลิฟต์ลงมาปรากฏตัวที่ห้องโถง ลูคัส ออเรนจ์ ก็บิดปุ่มปรับระดับของรองเท้าเสริมพลังขาอีกครั้ง หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็หยิบระเบิดลิงซึ่งขาดผลึกเฮ็กซ์ไปหนึ่งอันออกมาจากกระเป๋าเป้ด้วย
ทว่า
ทันทีที่ลูคัส ออเรนจ์ ทำท่าทางนั้นเสร็จสิ้น เขาก็สัมผัสได้ถึงบางอย่างกะทันหัน สภาพแวดล้อมที่เคยอื้ออึงรอบตัวเขากลับเงียบสงัดลงในทันใด เสียงไซเรนที่ก่อนหน้านี้เคยดังสนั่นและเสียงตะโกนไม่ขาดสายของฝูงชนดูเหมือนจะถูกตัดขาดไปอย่างฉับพลัน