- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 462 เจ้าทึ่มเริ่มรู้ประสีประสาแล้ว
บทที่ 462 เจ้าทึ่มเริ่มรู้ประสีประสาแล้ว
บทที่ 462 เจ้าทึ่มเริ่มรู้ประสีประสาแล้ว
บทที่ 462 เจ้าทึ่มเริ่มรู้ประสีประสาแล้ว
ตกเย็น เจียงชิ่นเป็นเจ้ามือจัดเลี้ยงที่ห้องส่วนตัวที่หรูหราที่สุดในโรงแรมหวงเฉิง
เธอพาเจียงหังและเซิงฉิงขึ้นรถประจำตำแหน่งของเธอมุ่งหน้าไปยังโรงแรม
เมื่อไปถึง ผู้ช่วยของเธอก็รออยู่แล้ว
ผู้ช่วยพาพวกเขาไปยังห้องส่วนตัว จากนั้นก็กำชับให้พนักงานโรงแรมดูแลกลุ่มของเจียงชิ่นให้เป็นอย่างดี ก่อนจะขอตัวกลับไป ผู้ช่วยได้สอบถามจำนวนคนที่จะมาทานอาหารกับเจียงชิ่นอย่างชัดเจน จึงไม่ได้จองห้องส่วนตัวที่ใหญ่เกินไป แต่เลือกเป็นห้องสำหรับหกคนพอดี ทำให้ไม่ดูโล่งจนเกินไป ขนาดกำลังอบอุ่นพอเหมาะ
เจียงชิ่นเรียกพนักงานเสิร์ฟเข้ามา รับเมนูมาแล้วยื่นให้เจียงหังกับเซิงฉิง
"พวกเธอสองคนเลือกสั่งอาหารกันตามสบายเลยนะ คืนนี้ต้องกินให้อิ่มหนำสำราญกันไปเลย"
ทั้งสองคนก็ไม่เกรงใจ รับเมนูมาแล้วเริ่มสั่งอาหารทันที
เพิ่งจะสั่งอาหารเสร็จ ประตูห้องส่วนตัวก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง
อวี๋เฟิ่งเจียเดินพรวดพราดเข้ามาจากข้างนอกด้วยท่าทางเร่งรีบ
"โอ๊ย ฉันมาสายไปหรือเปล่าเนี่ย วันนี้ทำโอทีไปแป๊บเดียว แถมยังมาเจอรถติดอีก"
พอเจียงหังเห็นเธอ สีหน้าของเขาก็แสดงความประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด
"แม่ ทำไมแม่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะครับ ? "
อวี๋เฟิ่งเจียบ่นอย่างไม่พอใจ "แกพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง ฉันเป็นแม่แก จะมากินข้าวกับลูกตัวเองไม่ได้เชียวเหรอ ? "
"ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นครับ"
แต่อวี๋เฟิ่งเจียไม่ได้สนใจจะต่อล้อต่อเถียงกับเขาอีก เธอหันไปมองเซิงฉิงที่นั่งอยู่ข้างเจียงหังแทน
พอเห็นหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มผิวพรรณขาวสะอาด ท่าทีของอวี๋เฟิ่งเจียก็อ่อนโยนลงทันตาเห็น
"หนูคือเซิงฉิงใช่ไหมจ๊ะ ? "
เซิงฉิงลุกขึ้นยืนอย่างมีมารยาท และกล่าวทักทายอวี๋เฟิ่งเจีย
"สวัสดีค่ะคุณป้าอวี๋"
จากบทสนทนาระหว่างอวี๋เฟิ่งเจียกับเจียงหังเมื่อครู่ เธอเดาสถานะของอวี๋เฟิ่งเจียออกได้ทันที การที่เธอติดตามเจียงชิ่นมานาน ย่อมเคยได้ยินเรื่องราวของคนในครอบครัวอาจารย์มาบ้าง จึงสามารถเรียกแซ่ของอวี๋เฟิ่งเจียออกมาได้อย่างถูกต้อง
อวี๋เฟิ่งเจียรับคำด้วยรอยยิ้มร่าเริง รู้สึกว่าแม่หนูคนนี้ช่างมีออร่าความฉลาดเฉลียว หน้าตาก็จิ้มลิ้มน่าเอ็นดู มองมุมไหนก็ถูกใจไปเสียหมด
"รีบนั่งลงเถอะจ้ะ ไม่ต้องเกร็งนะ"
อวี๋เฟิ่งเจียพูดพลางนั่งลงก่อน
เซิงฉิงจึงนั่งลงตาม พร้อมกับเหลือบมองเจียงชิ่นแวบหนึ่ง ในใจนึกสงสัยว่านี่มันเป็นการทานข้าวรวมญาติของครอบครัวอาจารย์เจียงชัด ๆ แล้วทำไมอาจารย์ถึงพาเธอมาด้วยล่ะเนี่ย
มาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เธอดูจะเป็นส่วนเกินจนทำให้บรรยากาศอึดอัดไปหน่อยหรือเปล่านะ
มองเห็นความกังวลของเธอ เจียงชิ่นจึงยิ้มอธิบาย "วันนี้ไม่มีคนอื่นหรอกจ้ะ มีแค่พวกเราสี่คน แล้วก็มีพี่ชายใหญ่ของอาจารย์ หรือก็คือพ่อของเจียงหังนั่นแหละ แต่คืนนี้เขามีงานเลี้ยงอื่น อาจจะมาไม่ได้ พวกเราสี่คนกินกันไปก่อนเลย ไม่ต้องรอเขาหรอก"
เซิงฉิงพยักหน้ารับ โดยไม่ได้คิดอะไรให้วุ่นวายใจ
คนที่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นบุคลากรด้านการวิจัยระดับหัวกะทิได้นั้น ในแง่หนึ่งพวกเขาล้วนมีจิตใจที่บริสุทธิ์และมุ่งมั่น มักจะไม่ค่อยคิดอะไรซับซ้อนอ้อมค้อมนัก ทว่าเจียงหังในเวลานี้กลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง คืนนี้คุณอาเจาะจงเรียกเซิงฉิงและแม่ของเขามาทานข้าวด้วยกันอย่างพร้อมหน้า รู้สึกยังไงเรื่องนี้มันก็ทะแม่ง ๆ ชอบกล
อีกอย่าง... สายตาที่แม่เขามองเซิงฉิง ทำไมมันถึงดูเหมือน "แม่สามีมองลูกสะใภ้" ขนาดนั้นกันล่ะเนี่ย...
เจียงหังแอบคิดว่า ตัวเองเป็นผู้ชายอกสามศอกแท้ ๆ จะมาคิดเล็กคิดน้อยเกินไปหรือเปล่านะ
จังหวะนั้นอาหารเริ่มทยอยยกมาเสิร์ฟ เจียงชิ่นชวนทุกคนเริ่มทาน เจียงหังจึงปัดความคิดประหลาด ๆ เมื่อครู่ทิ้งไปและตั้งหน้าตั้งตาทานข้าว
อวี๋เฟิ่งเจียหยิบตะเกียบกลางที่ยังไม่ได้ใช้ คีบกระดูกหมูชิ้นหนึ่งไปวางไว้ในจานตรงหน้าเซิงฉิง
"กินเยอะ ๆ นะจ๊ะ เสี่ยวหัง แกต้องดูแลน้องเขาให้ดี ๆ ล่ะ"
เจียงหัง: "..."
ความรู้สึกทะแม่ง ๆ ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ทว่าเซิงฉิงที่อยู่ข้าง ๆ กลับยิ้มขอบคุณอวี๋เฟิ่งเจียอย่างใสซื่อ แล้วก็เริ่มลงมือกินอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่ระแคะระคายอะไรเลยสักนิด
เจียงหังได้แต่บอกตัวเองในใจว่า เขาคงจะคิดมากไปเองจริง ๆ นั่นแหละ
เจียงชิ่นทานข้าวไปพลาง คุยกับอวี๋เฟิ่งเจียไปพลาง
อวี๋เฟิ่งเจียใส่ใจเรื่องโครงการเครื่องยนต์ที่เจียงหังเข้าร่วมมาก เจียงชิ่นจึงอธิบายบทบาทของเจียงหังในโครงการนั้นให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ แล้วก็เล่าเชื่อมโยงไปถึงโครงการที่เจียงหังกำลังทำร่วมกับเซิงฉิงในปัจจุบัน
"ถ้าสองคนนี้ปิดโครงการนี้ได้อย่างราบรื่นล่ะก็ การคว้า 'รางวัลผลงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติระดับ 1' ย่อมไม่ใช่ปัญหาแน่นอนค่ะ"
เจียงหังนั่งฟังอยู่เงียบ ๆ พลางทานข้าวของตัวเองไป
ทว่าปฏิกิริยาของอวี๋เฟิ่งเจียนั้นรุนแรงที่สุด เธอดีใจจนเนื้อเต้น
พอได้ยินเจียงชิ่นบอกว่าเซิงฉิงคอยช่วยเหลือเจียงหังเยอะมาก เธอก็ยกแก้วขึ้นมาหมายจะดื่มชนแก้วกับเซิงฉิงทันที เซิงฉิงคออ่อนมาก แต่พอผู้ใหญ่อย่างอวี๋เฟิ่งเจียชวนดื่ม เธอจึงรู้สึกลำบากใจที่จะปฏิเสธ เลยยกแก้วขึ้นมาเตรียมจะดื่มด้วย
ทว่าในตอนนั้นเอง แก้วในมือกลับถูกดึงออกไป
วินาทีต่อมา เซิงฉิงก็พบว่าแก้วของตัวเองไปอยู่ในมือของเจียงหังเสียแล้ว
"แม่ครับ เธอดื่มเหล้าไม่เก่ง เดี๋ยวผมดื่มแทนเธอเอง"
อวี๋เฟิ่งเจียเห็นดังนั้นก็ปลาบปลื้มใจสุด ๆ นึกในใจว่าเจ้าลูกชายจอมทึ่มของตัวเองในที่สุดก็ 'รู้ประสีประสา' เสียที รู้จักช่วยออกรับหน้าบังเหล้าให้สาวแล้วด้วย ใช้ได้ ๆ แผนนี้ใช้ได้ !
เพียงชั่วพริบตาเดียว เธอถึงขั้นคิดไปไกลแล้วว่าจะจัดงานแต่งงานให้ทั้งคู่ที่ไหน และหลานชายจะให้ชื่ออะไรดี
แต่ปากกลับพูดออกไปว่า "ฉันจะดื่มกับเสี่ยวเซิง ใครจะไปดื่มกับแกล่ะ"
ทว่าเจียงหังไม่สนใจคำท้วงของแม่ เขากระดกไวน์แดงในแก้วรวดเดียวจนหมดเกลี้ยง
เซิงฉิงกะพริบตาปริบ ๆ พอเขาดื่มเสร็จ เธอก็คีบหมั่นโถวนมสดชิ้นหนึ่งไปให้เขา
"กินอะไรลองท้องหน่อยนะคะ" จากนั้นเธอก็กระซิบเสียงเบา "ขอบคุณนะคะ"
ตอนที่พูด ทั้งสองคนขยับเข้าไปใกล้กันมาก พวกเขาสนิทกันมากเสียจนเซิงฉิงไม่ทันตระหนักเลยว่า ระยะห่างแค่นี้มันดูใกล้ชิดเกินไปแล้ว
เจียงชิ่นและอวี๋เฟิ่งเจียเก็บภาพฉากนี้ไว้ในสายตาทั้งหมด ทั้งสองคนสบตากันอย่างรู้ใจ
จนกระทั่งทานมื้อค่ำเสร็จ เจียงเต๋อเว่ยก็ไม่ได้ปรากฏตัวที่โรงแรม
ระหว่างนั้นเขาโทรศัพท์มาหาเจียงชิ่น บอกว่าเขาปลีกตัวมาไม่ได้จริง ๆ วันนี้คงไปร่วมด้วยไม่ได้แล้ว
เจียงชิ่นไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะพี่ใหญ่จะมาหรือไม่มาก็ไม่สำคัญ จุดประสงค์หลักของการกินข้าววันนี้ก็คือการให้อวี๋เฟิ่งเจียได้มาเจอเซิงฉิง พี่สะใภ้ใหญ่จะได้เลิกบ่นกรอกหูเรื่องหาคู่ให้เจียงหังเสียที จนหูเธอแทบจะขึ้นตาปลาอยู่แล้ว
ดูจากสีหน้าของพี่สะใภ้ใหญ่ ก็รู้ได้เลยว่าเธอถูกใจเซิงฉิงเอามาก ๆ
เจียงชิ่นเองก็เอ็นดูเซิงฉิงมาก ด้วยคติที่ว่า 'น้ำปุ๋ยไม่ให้ไหลไปนาอื่น' (ของดีต้องเก็บไว้ให้คนกันเอง) ในใจลึก ๆ เธอก็อยากให้เซิงฉิงแต่งงานเข้ามาอยู่ในตระกูลเจียง
แต่นั่นก็มีข้อแม้สำคัญว่า เจียงหังต้องชอบเซิงฉิงด้วย
ถ้าเจียงหังเอาแต่ฝังใจลืมชุยไห่เยี่ยนไม่ได้ และไม่สามารถเปิดใจให้เซิงฉิง เจียงชิ่นก็จะไม่ดันทุรังเป็นแม่สื่อจับคู่ให้เด็ดขาด เซิงฉิงเป็นเด็กผู้หญิงที่ดีมาก เธอคู่ควรกับคนที่รักเธอจากใจจริงและปฏิบัติต่อเธออย่างดีที่สุด
ก็ต้องดูแล้วล่ะว่าเจียงหังจะสามารถคว้าโอกาสทองนี้ไว้ได้หรือไม่
ทว่า... จากท่าทางที่เขาออกรับบังเหล้าให้เซิงฉิงเมื่อกี้ ดูเหมือนว่าเจ้าทึ่มนี่จะเริ่มรู้ใจตัวเองขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ