- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 461 ตัวสำรองข้ามชาติ
บทที่ 461 ตัวสำรองข้ามชาติ
บทที่ 461 ตัวสำรองข้ามชาติ
บทที่ 461 ตัวสำรองข้ามชาติ
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ เจียงหังก็ถึงกับยืนอึ้งไปเลย
เขาไม่คิดเลยว่าผลงานเพียงเล็กน้อยที่ตนเองทำ จะถูกเซิงฉิงยกย่องให้ความสำคัญถึงระดับนี้
หากคำพูดเหล่านี้หลุดออกมาจากปากคนอื่น เจียงหังอาจจะคิดว่าคนคนนั้นจงใจประจบสอพลอเขา แต่เมื่อมันออกมาจากปากของเซิงฉิง เมื่อดูจากสีหน้าของเธอตอนที่พูด ประกอบกับความเข้าใจที่เขามีต่อตัวเธอ คำพูดพวกนี้ย่อมกลั่นออกมาจากใจจริงของเซิงฉิงอย่างแน่นอน
ปราศจากเจตนาแอบแฝงใด ๆ เจือปน
เด็กผู้หญิงคนนี้มีจิตใจที่บริสุทธิ์เกินไป ทำอะไรก็ตรงไปตรงมา ราวกับว่าทั้งชีวิตของเธอไม่มีความลับใด ๆ ซ่อนอยู่เลย การได้อยู่กับเธอทำให้เจียงหังรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ต้องปั้นหน้าหรือเสแสร้งใด ๆ และสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างแท้จริง
"ขอบคุณนะ เซิงฉิง แต่ผมไม่ได้เก่งกาจอย่างที่คุณพูดหรอก คนที่เป็นวีรบุรุษที่แท้จริงคือคุณอาและคุณอาเขยของผมต่างหาก แต่ว่า..." เจียงหังเงยหน้าขึ้นขวับ และกล่าวอย่างหนักแน่น "ไม่ช้าก็เร็ว สักวันหนึ่งผมจะต้องกลายเป็นคนแบบพวกเขาให้ได้"
เซิงฉิงมองเขาแล้วจู่ ๆ ก็ยิ้มออกมา "ฉันเชื่อว่าคุณทำได้ค่ะ อาจารย์เจียงเองก็เป็นเป้าหมายของฉันเหมือนกัน ฉันจะใช้ทั้งชีวิตเพื่อไล่ตามท่านให้ทัน ถ้าอย่างนั้น... พวกเรามาพยายามไปด้วยกันนะคะ"
เจียงหังยิ้มรับ
เซิงฉิงยื่นนิ้วก้อยออกมา "มาสิคะ เรามาเกี่ยวก้อยสัญญากัน"
เจียงหังชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มกว้างกว่าเดิม เขาไม่เคยสังเกตเลยนะ ว่าเซิงฉิงจะมีมุมที่เป็นเด็กผู้หญิงน่ารัก ๆ แบบนี้ด้วย
"ตกลงครับ"
ทั้งสองคนเกี่ยวก้อยกัน
เพียงเสี้ยววินาที พวกเขาก็ปล่อยมือออกพร้อมกัน เซิงฉิงมองเจียงหังด้วยรอยยิ้มจนตาหยี "เราเกี่ยวก้อยสัญญากันแล้วนะ ห้ามใครผิดคำพูดเด็ดขาด"
พูดจบ เธอก็หันกลับไปจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อจัดการงานของตัวเองต่ออย่างรวดเร็ว
ทว่าเจียงหังกลับใช้เวลาอยู่นานกว่าจิตใจจะสงบลงได้ เขานั่งเหม่ออยู่หน้าโต๊ะทดลองเพียงลำพัง พลางนึกย้อนไปถึงเรื่องโง่ ๆ ที่ตัวเองเคยทำลงไป
ตอนที่รู้ข่าวว่าชุยไห่เยี่ยนมีแฟนใหม่แล้ว และตั้งใจจะรั้งอยู่ที่ประเทศ M ไม่ยอมกลับมา เจียงหังเคยคิดอยากจะบินไปหาเธอที่นั่น หลังจากถูกเจียงชิ่นดึงสติไว้ เจียงหังก็ใช้เวลาช่วงวันหยุดสามวันนั้นทบทวนเรื่องต่าง ๆ มากมาย สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจว่าจะต้องจบความสัมพันธ์ครั้งนี้ให้เด็ดขาดเสียที เขาจึงส่งข้อความไปหาชุยไห่เยี่ยน
ในข้อความ เจียงหังถามเธอว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความจริงหรือไม่ ถ้าเป็นความจริง แล้วทำไมเธอถึงเลือกที่จะอยู่ที่ประเทศ M ทำไมถึงมีแฟนใหม่ และทำไมเรื่องพวกนี้เธอถึงไม่เคยปริปากบอกเขาสักคำ
สองวันให้หลัง เขาถึงได้รับข้อความตอบกลับจากชุยไห่เยี่ยน
มันเป็นข้อความที่ยาวมาก ชุยไห่เยี่ยนเขียนบอกว่า แม้ว่าประเทศจีนในปัจจุบันจะแข็งแกร่งกว่าประเทศ M ในหลาย ๆ ด้าน แต่ในบางแง่มุม ประเทศจีนก็ไม่มีทางเทียบประเทศ M ได้เลย
ประเทศ M เชิดชูเสรีภาพ มีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่า และให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนมากกว่า สรุปง่าย ๆ ก็คือ เธออยากใช้ชีวิตในประเทศแบบนี้ไปตลอดชีวิต
และลักษณะงานของเจียงหัง ก็ถูกกำหนดมาแล้วว่าเขาไม่มีทางไปอยู่เป็นเพื่อนเธอที่ประเทศ M ได้ พวกเขาสองคนถูกลิขิตมาให้ไร้วาสนาต่อกัน
ในตอนท้ายของข้อความ ชุยไห่เยี่ยนยังระบุอีกว่า คำพูดในตอนนั้นเธอแค่พูดไปอย่างนั้นเอง ไม่นึกเลยว่าเจียงหังจะรอเธอมาหลายปีขนาดนี้ ทุกคนต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเอง เป็นเจียงหังเองที่ดึงดันจะรอเธอ เธอไม่ได้มีความรับผิดชอบใด ๆ ในเรื่องนี้ และการที่ทำให้เจียงหังต้องผิดหวัง เธอก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ
จนกระทั่งถึงบรรทัดสุดท้ายของข้อความ ชุยไห่เยี่ยนก็ไม่ได้เอ่ยคำขอโทษเลยแม้แต่คำเดียว กลับเอาแต่ปัดความรับผิดชอบมาให้เจียงหังฝ่ายเดียว ทำราวกับว่าเธอคือผู้บริสุทธิ์ในเรื่องนี้
หลังจากอ่านข้อความจบ เจียงหังก็กระจ่างแจ้งในทุกสิ่ง เมื่อผิดหวังจนถึงขีดสุด เขากลับไม่รู้สึกโกรธแค้นใด ๆ อีกเลย
ถ้าเป็นอย่างที่ชุยไห่เยี่ยนเขียนมาจริง ๆ ว่าคำพูดในตอนนั้นเธอแค่พูดลอย ๆ และเป็นเขาเองที่โง่หลงเชื่อเธอ ถ้าอย่างนั้นทำไมตลอดห้าปีที่ไปอยู่เมืองนอก เธอถึงยังติดต่อกับเขามาตลอด แถมยังมาวาดฝันถึงชีวิตหลังกลับประเทศด้วยกันกับเขาอีก
ตอนนั้นเจียงหังคิดจริง ๆ ว่าพวกเขาสองคนจะได้แต่งงานและใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยกัน
จนกระทั่งตอนนี้ เขาถึงเพิ่งตระหนักได้ว่า นับตั้งแต่วินาทีที่ชุยไห่เยี่ยนออกจากประเทศจีนไปยังประเทศ M เธอก็ไม่เคยคิดที่จะกลับมาอีกเลย
ส่วนตัวเขา ก็กลายเป็นแค่ "ยางอะไหล่" ของอีกฝ่ายเท่านั้น
คำว่า 'ยางอะไหล่' เป็นคำศัพท์ยอดฮิตที่เจียงหังเรียนรู้มาจากอินเทอร์เน็ต เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งคำ ๆ นี้จะถูกนำมาใช้กับตัวเอง เขาไม่เพียงแต่ตกเป็นยางอะไหล่ แต่ยังเป็นถึง 'ตัวสำรองข้ามชาติ' เสียด้วย
เห็นได้ชัดว่า สาเหตุที่ชุยไห่เยี่ยนยังคงติดต่อกับเขามาตลอด ก็เพื่อเหลือทางถอยให้ตัวเอง หากเธอไม่สามารถคว้ากรีนการ์ดของประเทศ M และต้องถูกบีบให้กลับประเทศ เขาก็จะกลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของเธอหลังจากกลับมา
แต่ตอนนี้ ชุยไห่เยี่ยนลงหลักปักฐานที่ประเทศ M ได้สำเร็จ แถมยังมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ ตัวเขาจึงกลายเป็นหมากที่ถูกทิ้งอย่างสมบูรณ์
ข้อความนั้น เจียงหังไม่ได้เปิดอ่านเป็นครั้งที่สอง เขาจัดการลบทิ้งและล้างถังขยะในโทรศัพท์ทันที
สิ่งที่ถูกลบทิ้งไปพร้อมกัน ก็คือช่วงเวลาห้าปีที่เขามองคนผิดไป
การไปรักคนที่ไม่คู่ควรให้รัก บางทีก็คงเป็นอย่างที่คุณอาพูดไว้ ว่าทุกคนล้วนต้องเคยเจอคนเฮงซวย มาด้วยกันทั้งนั้น และเขาก็เป็นแค่ไอ้คนดวงซวยคนหนึ่ง ที่ถูกคนเฮงซวยหลอกกินเวลาชีวิตไปถึงห้าปีเต็ม
"คิดอะไรอยู่คะ ? "
จู่ ๆ เสียงของเซิงฉิงก็ดังขึ้นข้างหู ทำเอาเจียงหังสะดุ้งโหยง
เขาเงยหน้าขึ้น ก็พบกับใบหน้าสวยหวานที่เปื้อนรอยยิ้มของเซิงฉิง
"คิดอะไรอยู่คะ เหม่อเชียว เมื่อกี้ฉันเรียกคุณตั้งหลายครั้ง คุณไม่ได้ยินเลย"
"ไม่ได้คิดอะไรครับ" เจียงหังตอบ
ดูจากสีหน้าของเขา เซิงฉิงก็พอจะเดาออกว่าคงไม่ใช่เรื่องดีนัก เธอจึงหยุดหัวข้อสนทนานี้ไว้แค่นั้น เธอชี้ไปที่คอมพิวเตอร์ "ฉันเขียนโปรแกรมเสร็จแล้ว คุณมาช่วยดูหน่อยสิคะ"
"ได้ครับ" เจียงหังลุกขึ้นยืน
หลังจากตรวจดูโปรแกรมที่เซิงฉิงเขียนเสร็จ เจียงหังก็อดไม่ได้ที่จะยอมรับว่าผู้หญิงคนนี้เป็นอัจฉริยะจริง ๆ เธอสร้างมาตรฐานใหม่ ๆ ให้เขาต้องทึ่งครั้งแล้วครั้งเล่า
"ไม่มีปัญหาเลยครับ แถมยังออกมาดีกว่าที่ผมคาดไว้ซะอีก"
เซิงฉิงยิ้ม "ดีเลยค่ะ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เรามาเริ่มส่วนใหม่กันนะคะ"
พูดพลาง เธอก็เริ่มเก็บเอกสารบนโต๊ะคอมพิวเตอร์เตรียมตัวจะกลับ
เจียงหังมองดูแผ่นหลังของเธอขณะเก็บของ จู่ ๆ ในใจก็เกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาจนหลุดปากถามออกไป
"เซิงฉิง คุณไม่เคยคิดอยากจะไปประเทศ M บ้างเหรอครับ ? ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีของประเทศจีนจะพัฒนาไปเร็วมาก ระดับความเป็นอยู่ของผู้คนก็พุ่งสูงขึ้น แต่ก็มักจะมีคนพูดเสมอว่าประเทศ M มีสิทธิมนุษยชนมากกว่า เป็นประชาธิปไตยมากกว่า และมีเสรีภาพมากกว่า ในคำบอกเล่าของคนเหล่านั้น ที่นั่นดูเหมือนสวรรค์เลยนะ"
พรืด เซิงฉิงหลุดขำออกมาทันที
"ทำไมคุณถึงมีความคิดแบบนี้ได้คะเนี่ย ? คุณ..."
พูดมาถึงตรงนี้ เซิงฉิงก็หยุดหัวเราะกะทันหัน เธอนึกขึ้นได้ว่าทำไมจู่ ๆ เจียงหังถึงถามแบบนี้ และในใจก็พลันรู้สึกวูบโหวงขึ้นมา
เซิงฉิงพอจะเดาเหตุผลที่ผู้หญิงคนที่เจียงหังชอบเลือกที่จะรั้งอยู่ในประเทศ M ได้แล้ว และก็รู้ด้วยว่าตอนนี้ในใจของเจียงหังกำลังคิดอะไรอยู่ เธอวางของในมือลง จ้องมองเจียงหังอย่างจริงจัง ก่อนจะเอ่ยช้า ๆ
"ฉันเป็นคนประเทศจีนค่ะ นี่คือความจริงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ตอนนี้เป็น อนาคตก็ยังเป็น ในฐานะคนประเทศจีน ฉันภูมิใจและพอใจมาก ไม่เคยมีความคิดอยากจะไปประเทศ M เลยสักครั้ง ต่อให้ที่นั่นจะเป็นสรวงสวรรค์ ฉันก็อยากจะอยู่แต่ในประเทศ เพื่อร่วมสร้างชาติของเราให้เจริญรุ่งเรือง ยิ่งไปกว่านั้น..."
เธอหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่ออย่างรวดเร็ว "...ที่นั่นก็ไม่ใช่สวรรค์อะไรหรอกค่ะ บนโลกใบนี้มีสวรรค์ที่ไหนกัน ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนต่างก็มีปัญหาของตัวเองกันทั้งนั้นแหละ"
"ที่แท้คุณก็คิดแบบนี้นี่เอง..." เจียงหังพึมพำเบา ๆ
เซิงฉิงลากเก้าอี้มานั่งตรงข้ามเจียงหัง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "คนที่อยากหนีไปก็ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ ส่วนคนที่ยังอยู่อย่างพวกเรา สิ่งที่ต้องทำก็คือร่วมกันสร้างประเทศของเราให้แข็งแกร่ง ฉันเชื่อเสมอว่าประเทศของเราจะต้องสวยงามและดียิ่ง ๆ ขึ้นไปอีกแน่นอน" เจียงหังเงยหน้าขึ้น และได้เห็นแสงสว่างเจิดจ้าเปล่งประกายออกมาจากดวงตาของหญิงสาวตรงหน้า