- หน้าแรก
- ขอปฏิเสธตำแหน่งฮูหยินเอกไร้ค่า ขอมุ่งหน้าสู่จุดสูงสุด
- บทที่ 29: คู่รักที่โชคร้าย
บทที่ 29: คู่รักที่โชคร้าย
บทที่ 29: คู่รักที่โชคร้าย
สวี่ชิงอี๋ไม่รู้เลยว่าบรรดาคนรับใช้ในห้องต่างพากันกังวลว่านางจะนอกใจหรือไม่
ให้ตายเถอะ จะเป็นไปได้อย่างไร!
ถึงแม้นางจะชอบมองผู้ชายหล่อๆ แต่นั่นก็เพื่อความเจริญหูเจริญตาล้วนๆ
ต่อให้นางจะมองหาโอกาสครั้งที่สองในความรัก แต่มันก็ต้องรอให้ซื่อจื่อฟื้นขึ้นมาและนางได้หย่าขาดจากเขาเสียก่อน
การจัดหาที่พักให้แก่บุรุษทั้งสองผ่านไปอย่างรวดเร็ว
สวี่ชิงอี๋เชิญท่านหมอเฉินซึ่งเป็นผู้รักษาอาการของซื่อจื่อ ให้มาตรวจดูอาการมารดาของเสิ่นจื้อเจี๋ย
จากอาการไข้หวัดและไอเรื้อรัง ท่านหมอวินิจฉัยว่าเป็นโรคปอดตามที่คาดไว้
ในยุคโบราณ โรคนี้ถือเป็นโรคร้ายแรงที่น่าสะพรึงกลัว รักษายาก และยังถือว่าเป็นโรคของคนรวยอีกด้วย
ทั้งเสิ่นจื้อเจี๋ยและมารดาต่างมีสีหน้าซีดเผือด
โชคดีที่ท่านหมอเฉินกล่าวว่า "อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องกังวลมากเกินไปนัก อาการยังไม่รุนแรงมาก และยังสามารถรักษาให้หายได้"
"ดีจังเลยเจ้าค่ะ" สวี่ชิงอี๋ถอนหายใจด้วยความโล่งอกแทนครอบครัวเสิ่น จากนั้นนางก็สั่งท่านหมอเฉิน "โปรดใช้ยาใดๆ ก็ตามที่จำเป็น ท่านต้องรักษาฮูหยินเสิ่นให้หายนะเจ้าคะ"
ท่านหมอเฉินพยักหน้ารับ
"ขอบพระคุณมากขอรับ..." เสิ่นจื้อเจี๋ยโค้งคำนับอีกครั้งด้วยความซาบซึ้งใจ ไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณนางอย่างไรดี
สวี่ชิงอี๋รีบห้ามเขาไว้ "อาจารย์เสิ่น ท่านเกรงใจเกินไปแล้ว"
นางคิดในใจ จะต้องตอบแทนอะไรกันเล่า?
ขอเพียงท่านสั่งสอนว่าที่หัวหน้าโจรสลัดแห่งตระกูลเซี่ยให้เติบโตขึ้นเป็นคนที่มีคุณธรรมและเที่ยงธรรม นั่นก็คือการตอบแทนที่ดีที่สุดแล้ว!
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ต้องรีบเริ่มเรียนหรอก สวี่ชิงอี๋ลูบหัวเหิงเกอเอ๋อร์ที่เดินตามนางต้อยๆ แล้วยิ้ม "เหิงเกอเอ๋อร์ เริ่มเรียนพรุ่งนี้ดีไหมลูก?"
เหิงเกอเอ๋อร์กอดขาท่านแม่แล้วตอบว่า "ตกลงขอรับ"
เสิ่นจื้อเจี๋ยรีบกล่าวว่า "ได้เลยขอรับ"
"อืม" สวี่ชิงอี๋มองไปรอบๆ แล้วกล่าวเสริม "ฮูหยินเสิ่นยังป่วยอยู่ ประเดี๋ยวข้าจะส่งสาวใช้ตัวเล็กๆ มาช่วยงานสักคนนะเจ้าคะ"
เรื่องปัดกวาดเช็ดถู อย่างไรเสียก็ต้องมีคนทำ
แล้วนางก็ยังสามารถช่วยดูแลฮูหยินเสิ่นในยามเจ็บป่วยได้อีกด้วย
"เรื่องนี้..." โดยสัญชาตญาณ เสิ่นจื้อเจี๋ยต้องการจะปฏิเสธ เขาได้รับความกรุณาจากนางมากเกินไปแล้ว
"เอาตามนี้แหละเจ้าค่ะ" สวี่ชิงอี๋แสร้งทำเป็นไม่พอใจ ปั้นหน้าขรึมและกล่าวว่า "หรือท่านจะปล่อยให้ฮูหยินเสิ่นทำงานบ้านเองทั้งๆ ที่ยังป่วยอยู่เล่าเจ้าคะ?"
เสิ่นจื้อเจี๋ยไม่ได้กล่าวอันใดอีก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ
"เหิงเกอเอ๋อร์ เราจะกลับกันแล้ว จะไม่บอกลาท่านอาจารย์หน่อยหรือ?" สวี่ชิงอี๋เอ่ยถาม
เหิงเกอเอ๋อร์พยักหน้า แต่ก็ไม่ได้ปล่อยมือที่จับสวี่ชิงอี๋ไว้ เขาพูดไปทั้งอย่างนั้นว่า "ลาก่อนขอรับ ท่านอาจารย์"
"..." สวี่ชิงอี๋รู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก การยืนทำตัวสบายๆ เช่นนี้ขณะคุยกับอาจารย์ดูจะเป็นการเสียมารยาทเกินไปหน่อย
นางอธิบายให้เสิ่นจื้อเจี๋ยฟัง "ปกติแล้วเด็กคนนี้ค่อนข้างจะมีมารยาทนะเจ้าคะ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมวันนี้ถึงได้ทำตัวตามสบายนัก"
"ไม่เป็นไรหรอกขอรับ" เสิ่นจื้อเจี๋ยโบกมือและยิ้ม "ลาก่อน คุณชายเหิง"
หลังจากนั้น เขาก็มองดูแผ่นหลังของสวี่ชิงอี๋และบุตรชายเดินจากไป
เขารู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก
ฮูหยินเซี่ยผู้นี้ช่างใจกว้างและเอาใจใส่จริงๆ มิน่าล่ะคุณชายน้อยถึงได้สนิทสนมกับแม่เลี้ยงคนใหม่นี้นัก
อันที่จริง ตั้งแต่ได้พบกันเมื่อวาน เขาเองก็สังเกตเห็นว่าเหิงเกอเอ๋อร์ติดสวี่ชิงอี๋แจเลย
มันดูเป็นความสนิทสนมที่ผิดปกติ
ขณะเดินผ่านลานเรือน สวี่ชิงอี๋ชี้ไปที่ม้ากระดก กระดานลื่น และเครื่องเล่นอื่นๆ ที่เพิ่งติดตั้งเสร็จ แล้วพูดว่า "วันหน้า หากตอนเช้าหรือตอนเย็นอากาศเย็นสบาย เหิงเกอเอ๋อร์ก็ออกมาเล่นข้างนอกได้นะ"
"ท่านแม่จะเล่นกับข้าไหมขอรับ?" เหิงเกอเอ๋อร์เงยหน้าถามอย่างมีความหวัง
"แน่นอนจ้ะ หากแม่มีเวลา แม่จะมาเล่นกับเจ้านะ" สวี่ชิงอี๋ยิ้ม
เหิงเกอเอ๋อร์พยักหน้าอย่างจริงจัง "ถ้าอย่างนั้น ข้าจะรอจนกว่าท่านแม่จะมีเวลามาเล่นด้วยนะขอรับ"
สวี่ชิงอี๋มีสีหน้าจนปัญญา แต่ก็รู้สึกลึกๆ ว่าตัวเองกำลังถูกประจบเอาใจ "..."
ทำไมนางถึงรู้สึกว่าเหิงเกอเอ๋อร์เริ่มติดนางมากขึ้นเรื่อยๆ นะ?
แน่นอนว่านางไม่ได้รังเกียจหรอก
เหิงเกอเอ๋อร์ยังเด็ก ความต้องการแม่ย่อมมีมากกว่าพี่ชายทั้งสองคนของเขา
การที่มีแม่ที่ใจดีกับเขาโผล่มาอย่างกะทันหัน การที่เขาจะพึ่งพานางก็ถือเป็นเรื่องปกติมาก
"ท่านแม่ อุ้มข้าหน่อย" เดินไปได้แค่สองก้าว เหิงเกอเอ๋อร์ก็ไม่อยากเดินแล้ว เขางอแงให้อุ้มขึ้นหลัง
สวี่ชิงอี๋ทำอะไรเขาไม่ได้จึงต้องย่อตัวลงเพื่ออุ้มเขา
นางหัวเราะและเอ่ยว่า "เหิงเกอเอ๋อร์ เมื่อก่อนเจ้าไม่ได้เป็นแบบนี้นี่นา ดูเหมือนว่าเจ้าจะเริ่มถูกตามใจจนเคยตัวแล้วนะ"
เหิงเกอเอ๋อร์อยู่บนหลังมารดา สองมือเล็กๆ โอบรอบคอของนางพลางหัวเราะคิกคัก
แน่นอนว่าเมื่อก่อนเขาไม่ได้เป็นแบบนี้ ก็หลังจากที่เขารู้ว่าสวี่ชิงอี๋ยินดีจะตามใจเขาต่างหาก เขาถึงได้กลายเป็นแบบนี้
นี่แหละคือธาตุแท้ของเหิงเกอเอ๋อร์
คอยสังเกตสีหน้าและเรียกร้องให้มากขึ้น
คนทั้งจวนรู้ดีว่าวันนี้มีบุรุษรูปงามสองคนมาเยือน
ข่าวนี้ไปถึงหูของเซี่ยหวยอันและตู้จิ่นอวิ๋นอย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้ คู่รักที่โชคร้ายทั้งสองต่างก็ได้รับบาดเจ็บ
คนหนึ่งถูกเฆี่ยนที่หลังจนต้องนอนซมอยู่บนเตียง ส่วนอีกคนก็มีรอยแดงช้ำบนแก้มจนไม่กล้าออกไปพบปะผู้คน
เมื่อได้ยินข่าวนี้ เซี่ยหวยอันก็พูดด้วยความมุ่งร้ายเต็มเปี่ยมว่า "ท่านย่าและท่านพ่อช่างเลอะเลือนเสียจริง ปล่อยให้นางทำตัวเหลวไหลเช่นนี้ พวกเขาจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเด็กที่นางอุ้มท้องในอนาคตจะเป็นสายเลือดของตระกูลเซี่ย?"
ตู้จิ่นอวิ๋นไม่ทันได้คิดถึงมุมนี้ เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของนางก็เป็นประกาย
"คุณชายรอง ท่านกำลังจะบอกว่า นางกำลังลักลอบคบชู้กับชายสองคนนั้นหรือเจ้าคะ?"
ก่อนหน้านี้ตู้จิ่นอวิ๋นเคยกังวลว่าจะหาทางจัดการกับสวี่ชิงอี๋ไม่ได้ แต่ตอนนี้อีกฝ่ายกลับส่งจุดอ่อนมาให้ถึงมือ
"แล้วถ้าไม่ใช่ล่ะ?"
เซี่ยหวยอันกล่าวด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย "ต่อให้ไม่ใช่ เราก็สาดน้ำสกปรกใส่นางได้อยู่ดี ทำให้นางไม่มีทางล้างมลทินได้ แม้ว่าจะกระโดดลงแม่น้ำฮวงโหก็ตาม"
แต่ตอนนี้ยังไม่ต้องรีบร้อนหรอก
รอให้สวี่ชิงอี๋ตั้งครรภ์ก่อนแล้วค่อยลงมือจัดการเรื่องนี้จะดีที่สุด
สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการได้สัญญาขายตัวของตู้จิ่นอวิ๋นมาครอบครอง
"จิ่นอวิ๋น ข้าทำให้เจ้าต้องลำบากแล้ว" เซี่ยหวยอันกุมมือตู้จิ่นอวิ๋นไว้
เขารู้เรื่องที่ตู้จิ่นอวิ๋นต้องรินชากราบขอขมาสวี่ชิงอี๋แล้ว และในใจของเขาก็ยิ่งเกลียดชังสตรีผู้โหดเหี้ยมอย่างสวี่ชิงอี๋มากขึ้นไปอีก
หากเป็นไปได้ เซี่ยหวยอันก็ไม่อยากให้ตู้จิ่นอวิ๋นไปขอขมาเลย
แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น
หากล่าช้าไปกว่านี้ เขาเกรงว่าสัญญาขายตัวฉบับนี้จะตกไปอยู่ในมือของฮูหยินฉิน ผู้เป็นมารดาของเขา
ฮูหยินฉิน ผู้เป็นนายหญิงของบ้านที่เกิดในตระกูลใหญ่ ย่อมไม่มีวันมองตู้จิ่นอวิ๋น ผู้ที่ปีนขึ้นเตียงเจ้านายในฐานะสาวใช้อย่างเป็นมิตรแน่นอน
ทันทีที่นางได้สัญญาขายตัวไป นางจะต้องเก็บรักษามันไว้อย่างแน่นหนาเป็นแน่
"ข้าไม่ได้ลำบากอะไรเลยเจ้าค่ะ" ตู้จิ่นอวิ๋นกุมนิ้วของคนรักไว้ ยิ้มหวานและกล่าวว่า "เพื่อท่าน ข้ายอมโอนอ่อนผ่อนตามได้ ข้าไม่ใส่ใจกับความพ่ายแพ้เพียงชั่วครู่หรอกเจ้าค่ะ"
เพื่อความรัก ตู้จิ่นอวิ๋นรู้สึกว่าความอับอายที่นางจะต้องเผชิญในภายภาคหน้านั้นไม่ได้ดูน่าอับอายเลยแม้แต่น้อย
นางรักเซี่ยหวยอัน และกว่าจะสามารถอยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผยได้ก็ยากเย็นแสนเข็ญ
แม้เพื่อเห็นแก่ลูกในท้อง นางก็ต้องอดทน
"อืม" ดวงตาของเซี่ยหวยอันเอ่อล้นไปด้วยความรัก เขาเอื้อมมือไปลูบแก้มที่บาดเจ็บของตู้จิ่นอวิ๋นเบาๆ "ยังเจ็บอยู่ไหม? ประคบน้ำแข็งหรือยัง?"
ในขณะเดียวกัน เขาก็สาปแช่งสวี่ชิงอี๋อยู่ในใจ
นังผู้หญิงสารเลว เขาจะต้องแก้แค้นนางอย่างสาสม และทวงความยุติธรรมให้จิ่นอวิ๋นให้จงได้
ตู้จิ่นอวิ๋นส่ายหน้า "ขอเพียงแค่ได้อยู่กับคุณชายรอง ทุกอย่างก็ไม่เป็นไรแล้วเจ้าค่ะ"
"เป็นความผิดของข้าเอง หากตอนนั้นข้ายอมเสียเวลาเพื่อรั้งนางไว้สักหน่อย..." เซี่ยหวยอันกล่าวด้วยความเสียใจ อันที่จริงในคืนเข้าหอ พวกเขามีโอกาสแล้ว แต่น่าเสียดายที่เขามั่นใจในตัวเองมากเกินไป
เขาไม่คาดคิดเลยว่าสวี่ชิงอี๋จะมีทางเลือกที่สอง
ตอนที่เซี่ยอวิ๋นจือยังมีสติอยู่ เขาก็มักจะข่มเหงเขา และตอนนี้ที่เซี่ยอวิ๋นจือนอนติดเตียง ก็ยังเป็นทีของภรรยาเขาที่ทำตัวยโสโอหังอีก!
เรื่องนี้ทำให้เซี่ยหวยอันหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
"คุณชายรอง อย่าโทษตัวเองเลยเจ้าค่ะ ข้าเองก็ไม่อยากเห็นท่านไปคอยเอาใจนาง นั่นมันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการพรากชีวิตข้าไปเสียอีก" ตู้จิ่นอวิ๋นเอามือปิดริมฝีปากของเซี่ยหวยอัน
นางจะทนเห็นเซี่ยหวยอันไปคอยเอาอกเอาใจสวี่ชิงอี๋ได้อย่างไร?
เมื่อรู้ว่านางกำลังหึงหวง เซี่ยหวยอันก็ยกยิ้มมุมปากและจ้องมองนางตรงๆ
ตู้จิ่นอวิ๋นรู้สึกเขินอายจึงผลักเซี่ยหวยอันเบาๆ "ข้าจะออกไปข้างนอก ท่านพักผ่อนให้สบายเถอะเจ้าค่ะ"
จากนั้นนางก็หุบรอยยิ้มลงและหันไปสั่งฉางมามา "ฉางมามา ไปที่เรือนต้านหวย"
เซี่ยหวยอันนอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้ามืดครึ้ม ในใจรู้สึกกังวลอยู่บ้าง
หากสตรีโง่เง่าอย่างสวี่ชิงอี๋เกิดฉลาดขึ้นมากะทันหัน และมอบสัญญาขายตัวให้กับฮูหยินฉิน...
เขาหวังว่าสวี่ชิงอี๋จะไม่ทำเช่นนั้น
แต่น่าเสียดายที่ความหวังของเขาคงต้องพังทลายลง
นี่คือสิ่งที่สวี่ชิงอี๋กำลังคิดอยู่พอดี
การไม่ตั้งตนเป็นศัตรูกับตัวละครหลัก ไม่ได้หมายความว่านางจะไม่ยืมดาบฆ่าคน
หากไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นในจวนโหว และเซี่ยหวยอันกับตู้จิ่นอวิ๋นยังคงอยู่ในเรือนหลัง นางก็ไม่เชื่อหรอกว่าพวกเขาจะสามารถเติบโตขึ้นได้
เมื่อรู้จุดประสงค์ในการมาเยือนของฉางมามา สวี่ชิงอี๋ก็ตอบตกลงอย่างง่ายดาย "กลับไปบอกนางเถิดว่า ให้มาคืนนี้"
ฉางมามารับคำ "เจ้าค่ะ"
ฉางมามารู้สึกไม่สบายใจ พลางคิดทบทวนดูว่าหลายวันมานี้นางทำหน้าที่ได้ดีหรือไม่?
นางเผลอทำสิ่งใดให้ฮูหยินน้อยไม่พอใจหรือเปล่า?
นางไม่รู้ว่าเป็นเพราะคิดไปเองหรือไม่ แต่นางรู้สึกว่าฮูหยินน้อยเริ่มมีท่าทีที่สง่างามและน่าเกรงขามมากขึ้นเรื่อยๆ
ท่าทีที่สงบนิ่งและเยือกเย็นที่อยู่ตรงหน้านาง ทำให้ฉางมามาแทบจะลืมไปเลยว่า คุณหนูรองในอดีตนั้น แท้จริงแล้วเป็นคนซื่อบื้อและขี้ขลาดเพียงใด
เรื่องนั้นมันดูเหมือนเป็นอดีตที่ผ่านพ้นมาเนิ่นนานแล้ว
ในตอนอาหารค่ำ ทุกคนในจวนโหวก็มารวมตัวกัน
แม้แต่เซี่ยหวยอันที่ยังไม่หายดีก็ยังมา
เพราะท่านโหวไม่ได้ให้ท้ายเขา
โดนเี่ยนไปแค่สองที จะสำออยจนลุกจากเตียงไม่ไหวเลยเชียวหรือ?
ต้องรู้ไว้ว่าพี่ชายของเขาเมื่อก่อนนี้...
ช่างเถอะ ยิ่งคิดถึงพี่ชายของเขา ท่านโหวก็ยิ่งรู้สึกว่าบุตรชายคนรองของเขาช่างไม่ได้เรื่อง และเทียบกันไม่ติดเลยแม้แต่น้อย!
สวี่ชิงอี๋เห็นท่าทีดูแคลนของท่านโหวที่มีต่อเซี่ยหวยอัน นางก็แอบสะใจ
ก่อนที่เซี่ยหวยอันจะเติบโตขึ้นมาจนแข็งแกร่ง คนทั้งจวนโหวจะไม่มีใครยอมรับเขา และเขาจะต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ร่มเงาของเซี่ยอวิ๋นจือไปตลอด
แต่แล้วอย่างไรล่ะ?
ในฐานะคนที่เคยถูกเขารังแก สวี่ชิงอี๋ไม่ได้รู้สึกสงสารเขาเลยสักนิด
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ สวี่ชิงอี๋ก็วางตะเกียบลงและกล่าวว่า "ท่านย่าเจ้าคะ ก่อนหน้านี้สาวใช้ของข้าที่ชื่อตู้จิ่นอวิ๋น ส่งคนมาหาข้า บอกว่านางต้องการจะรินชากราบขอขมาข้าต่อหน้าคนทั้งจวน ท่านย่าคิดว่าเหมาะสมหรือไม่เจ้าคะ?"
ฮูหยินเฒ่าประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะตอบว่า "เหตุใดจะไม่เหมาะสมล่ะ? ย่อมเหมาะสมสิ นางทำผิดต่อเจ้า การที่นางจะขอขมาเจ้าก็ถือเป็นเรื่องถูกต้องและสมควรแล้ว"
ต่อให้สาวใช้ผู้นั้นไม่ได้เป็นฝ่ายเสนอตัว อีกไม่กี่วันนางก็คงจะเป็นคนเอ่ยปากเรื่องนี้ขึ้นมาเอง
ไม่ต้องพูดถึงเลยว่านี่เป็นความผิดของสาวใช้ผู้นั้นจริงๆ ต่อให้ไม่ใช่ ครอบครัวของพวกเขาก็ยังคงเข้าข้างสวี่ชิงอี๋อยู่ดี
"แต่นางก็ถือเป็นว่าที่อนุภรรยาของพี่รอง และนางก็กำลังอุ้มท้องสายเลือดของตระกูลเซี่ยอยู่ มันจะไม่เป็นการดีเกินไปหรือเจ้าคะ?" สวี่ชิงอี๋กล่าวด้วยแววตากังวล
ท่านโหวแค่นเสียง "ไม่มีอะไรที่ไม่ดีหรอก นางทำเรื่องพรรค์นั้นลับหลังเจ้านาย การขอขมาก็เป็นสิ่งที่สมควรแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไป"
"อ้อ ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปเตรียมน้ำชาและสัญญาขายตัวนะเจ้าคะ" สวี่ชิงอี๋อธิบายด้วยรอยยิ้ม "วันก่อนพี่รองมาหาข้าเพื่อขอสัญญาขายตัว ข้าคิดว่ามันน่าจะมีขั้นตอนอะไรบ้าง แต่ดูเหมือนข้าจะทำให้เขาไม่พอใจ ข้าก็เลยรู้สึกไม่สบายใจนัก"
"มีอะไรให้เขาไม่พอใจกัน!" เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ความโกรธของท่านโหวก็ยังไม่คลายลง "โชคดีที่เรื่องนี้ไม่ได้แพร่งพรายออกไป มิฉะนั้นเขาจะมีหน้าไปพบปะบรรพชนของตระกูลเซี่ยได้อย่างไร?"
เซี่ยหวยอันที่ถูกดุด่าก็ตีหน้าขรึม แววตามืดมน และยอมรับผิดอย่างไม่เต็มใจ "เป็นความผิดของลูกเองขอรับ ข้าไม่ควรทำอะไรตามอำเภอใจและบุ่มบ่ามเช่นนั้นเลย"
แต่ในใจลึกๆ เขากลับถลึงตาใส่สวี่ชิงอี๋อย่างดุเดือด
สตรีผู้นี้ต้องตั้งใจทำแน่ๆ นางจงใจเติมเชื้อไฟลงไปในกองเพลิงชัดๆ!