เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - จูเสี่ยวเป่าผู้มีเมตตา

บทที่ 3 - จูเสี่ยวเป่าผู้มีเมตตา

บทที่ 3 - จูเสี่ยวเป่าผู้มีเมตตา


บทที่ 3 - จูเสี่ยวเป่าผู้มีเมตตา

ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างกะทันหันเกินกว่าจะตั้งตัว ทว่าสำหรับซุนหงอคงแล้ว มันสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างง่ายดาย แต่มันกลับไม่ยอมลงมือทำ

ถังซัมจั๋งยังคงหลับสนิท ไม่ได้ตกใจตื่นเพราะความหวาดกลัวแต่อย่างใด

"ที่แท้ปีศาจหมูที่จูเวิงจับมาได้ ก็ไม่ใช่ปีศาจหมูที่จะกินเด็กที่ชานเมืองชีหยางเมื่อวันก่อน! อ๊าก... น่ากลัวเหลือเกิน... อ๊าก...!"

ยังมีบางคนที่ยังอุตส่าห์วิเคราะห์ออกมาได้ท่ามกลางความตื่นตระหนก ผู้คนต่างแหกปากร้องตะโกนและวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกันอย่างสุดกำลังท่ามกลางฟ้าดินที่มืดมิด ปีศาจหมูยักษ์ก้าวเข้ามาใกล้ฝั่งโรงเตี๊ยมปู้ลั่วเฉินทีละก้าว

"โฮก—"

เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวดังก้องสะท้านฟ้าสะเทือนดินอีกครา ปีศาจหมูแยกเขี้ยวอันหยาบหนาและยาวเหยียดออกมา ความโกรธเกรี้ยวของมันฉายชัดอยู่บนเขี้ยวอันแหลมคมนั้น

"จูเวิง ท่านเป็นนักพรตจากภูเขาเผิงไหลไม่ใช่หรือ? นักพรตย่อมต้องมีเวทมนตร์คาถา ท่านรีบไปสู้กับมัน จัดการปีศาจหมูให้ราบคาบเสีย!"

นักรบแบกดาบเล่มโตผู้หนึ่งวิ่งฝ่าสายลมอย่างยากลำบากไปหลบอยู่หลังโอ่งน้ำใบใหญ่ แล้วตะโกนบอกจูเวิงที่ซ่อนตัวอยู่ข้างในโอ่ง

จูเวิงนอนขดตัวแน่น ตะโกนตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"ไม่ ไม่ ข้าไปไม่ได้ วันนี้ตอนที่ข้าจับปีศาจหมูตนนั้น ข้าใช้เวทมนตร์ไปแล้ว เวทมนตร์ของข้าใช้ได้แค่วันละครั้งเท่านั้น"

"เช่นนั้นจะทำอย่างไรเล่า? พวกเรามิต้องตายกันหมดหรือไร?!"

นักรบผู้นั้นเอ่ยจบประโยคก็ตกใจจนสลบเหมือดไปในทันที กระทั่งวินาทีสุดท้าย จูเวิงก็ยังคงเลือกที่จะพ่นวาจาเหลวไหลไร้สาระออกมา

"โฮก—"

สิ้นเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งอีกหน กีบเท้าหมูขนาดยักษ์ของปีศาจหมูก็ก้าวมาถึงหน้าประตูโรงเตี๊ยมปู้ลั่วเฉิน เมื่อเทียบกับกีบเท้าหมูอันมหึมาของมันแล้ว ประตูของโรงเตี๊ยมปู้ลั่วเฉินก็ดูราวกับมดปลวกตัวจ้อย

ทว่าเมื่อมองดูเมืองชีหยางที่พังพินาศและน่าเวทนาไปทั่วทุกหย่อมหญ้า กลับมีเพียงโรงเตี๊ยมปู้ลั่วเฉินแห่งนี้ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนท้องถนนอย่างมั่นคง ไม่ว่าพายุคลั่งจะพัดโหมกระหน่ำเพียงใดก็ตาม ชาวบ้านที่ลี้ภัยนอกจากพวกที่ตกใจจนหมดสติหรือสลบไสลไปแล้ว อีกกว่าครึ่งล้วนหนีเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในโรงเตี๊ยมปู้ลั่วเฉินทั้งสิ้น

กองฟืนที่เตรียมไว้เผาหมูป่าตัวเขื่อง แม้จะถูกลมดำพัดจนไฟดับมอดไปแล้ว ทว่าหมูป่าตัวนั้นกลับสิ้นใจตายไปเสียแล้ว ร่างอันแข็งทื่อของมันนอนนิ่งอยู่บนกองฟืน

เมื่อปีศาจหมูยักษ์เห็นภาพนี้ เสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา ดวงตาคู่โตของมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้นไร้ที่สิ้นสุด ปราศจากวี่แววว่าจะสงบลงได้เลยแม้แต่น้อย

"โฮก—"

ในที่สุด เสียงคำรามดังก้องนี้ก็ปลุกถังซัมจั๋งที่หลับใหลอยู่บนชั้นสองของโรงเตี๊ยมปู้ลั่วเฉินให้ตื่นขึ้น เขางัวเงียขยี้ตา ลุกขึ้นจากเตียง แล้วมองผ่านหน้าต่างออกไปเห็นภาพอันน่าสะพรึงกลัวเบื้องนอก

"มารดามันเถอะ แย่แล้ว ปีศาจหมูตัวใหญ่ถึงเพียงนั้นเชียว หงอคงเจ้าตาบอดหรืออย่างไร เหตุใดจึงไม่ไปฟาดหัวมันเล่า?"

ถังซัมจั๋งตกใจจนแหกปากโวยวาย กระโดดโลดเต้นไปมา

ซุนหงอคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งยิ่งนัก

"อาจารย์ มันเป็นปีศาจที่ถูกทำร้าย ปล่อยให้มันระบายโทสะออกมาบ้างเถิด ข้ามั่นใจว่ามันจะไม่ทำร้ายผู้คนหรอกขอรับ"

"ผายลม!"

ถังซัมจั๋งตบหัวซุนหงอคงฉาดใหญ่

"หลับหูหลับตาพูดจาเหลวไหล เจ้าดูสิว่าปีศาจหมูตนนั้นทำลายล้างข้างนอกจนพินาศไปถึงเพียงใดแล้ว จะไม่ทำร้ายคนได้อย่างไร? รีบไปฟาดหัวมันเดี๋ยวนี้ ช่วยชีวิตคนสำคัญที่สุด พวกเราเป็นพระนะ! หากเจ้าเห็นคนตายแล้วไม่ช่วย ข้าจะสวดมนต์รัดเกล้าปวดเศียรเดี๋ยวนี้แหละ!"

ภายใต้การบีบบังคับของถังซัมจั๋ง ซุนหงอคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเผชิญหน้ากับปีศาจหมู ดังนั้นมันจึงถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะพุ่งทะยานออกจากโต๊ะไปยืนอยู่แทบเท้าของปีศาจหมูในรูปลักษณ์ของเด็กรับใช้

ปีศาจหมูนั้นใหญ่โตมหึมา ส่วนมันช่างเล็กจ้อยเสียนี่กระไร

"มีคนรนหาที่ตายแล้ว!"

"สงสัยคงจะตกใจจนสติแตกไปแล้วกระมัง!"

"เขาคิดจะทำอันใด? จะไปเป็นของว่างให้ปีศาจหมูหรือไร?"

"สวรรค์ เด็กคนนั้นคิดว่าตัวเองเป็นวีรบุรุษกู้โลกหรืออย่างไร ไปยืนอวดมาดอยู่ตรงนั้นน่ะ!"

"เขาคิดว่าตัวเองเป็นจูเวิงหรือไร จูเวิงยังหมดปัญญาเลย..."

ผู้คนที่ซ่อนตัวอยู่ในโรงเตี๊ยมปู้ลั่วเฉินมองผ่านร่องประตู วิพากษ์วิจารณ์ซุนหงอคงที่ยืนตัวตรงแหน่วอยู่แทบเท้าปีศาจหมูกันอย่างเซ็งแซ่ ในขณะเดียวกัน จูเวิงที่หลบซ่อนตัวอยู่ในโอ่งน้ำก็ฟันธงอย่างแน่วแน่ว่าซุนหงอคงกำลังรนหาที่ตายชัดๆ และเป็นการรนหาที่ตายแบบไม่ลูกเล่นอีกด้วย

ขณะที่ปีศาจหมูยักษ์กำลังคำรามระบายความโกรธแค้นอยู่นั้น มันก็มองเห็นซุนหงอคงที่เล็กจ้อยอยู่แทบเท้าของมัน พายุคลั่งยังคงพัดโหมกระหน่ำ พายุเฮอริเคนสีดำทะมึนพัดวนอย่างไม่หยุดยั้ง

ซุนหงอคงแคะขี้หูด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้กังวล ก่อนจะเอ่ยกับปีศาจหมูยักษ์ที่อยู่เบื้องหน้า

"ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังเจ็บปวด แต่มีบางคนไม่รู้ ความจริงแล้วข้าไม่ได้อยากทำร้ายเจ้า ทว่าข้าไร้ซึ่งหนทางเลือก เพราะตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ ข้าตกเป็นฝ่ายถูกกระทำมาโดยตลอด"

ยามที่ซุนหงอคงเอื้อนเอ่ยประโยคนี้ แม้ริมฝีปากจะขยับเพียงแผ่วเบา ทว่าสุ้มเสียงที่เปล่งออกมากลับกึกก้องกัมปนาทสะท้านฟ้า ปีศาจหมูยักษ์ได้ยินอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ

ในเวลาเดียวกัน ถังซัมจั๋งวิ่งตึงตังจากห้องบนชั้นสองลงมายังโถงชั้นล่างที่มีผู้คนรวมตัวกันอยู่ จากนั้นก็พยายามเกลี้ยกล่อมผู้คนเหล่านั้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม บ่มเพาะสภาพจิตใจให้พวกเขาไม่ตื่นกลัว ยืนยันว่าทุกคนจะปลอดภัยไร้ภยันตรายใดๆ เพราะพระพุทธองค์จะทรงคุ้มครองพวกเขา ทว่าคนกลุ่มนั้นกลับมองถังซัมจั๋งเป็นเพียงคนเสียสติ ไม่มีผู้ใดสนใจไยดี ปล่อยให้เขาพล่ามบ่นจนเจ็บคอไปเองตามลำพัง

เมื่อปีศาจหมูยักษ์ได้ยินคำพูดของซุนหงอคง มันก็งุนงงไปพักใหญ่ เพราะสติปัญญาของมันไม่ได้สูงส่งอันใดนัก จากนั้นปีศาจหมูยักษ์ตนนั้นก็เปล่งเสียงคำรามดังกึกก้อง

"เจ้าเป็นผู้ใด? เหตุใดเจ้าจึงพูดคุยกับข้าได้?"

"ข้าคือซุนหงอคง" ซุนหงอคงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ซุนหงอคง?" ปีศาจหมูยักษ์เอ่ยถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

ซุนหงอคงพยักหน้ารับแล้วกล่าว

"เจ้าสมควรจะรู้จักข้านะ นอกจากพวกมนุษย์แล้ว ในดินแดนปีศาจและเทพเซียน ข้าก็ถือว่ามีชื่อเสียงอยู่บ้าง"

ปีศาจหมูยักษ์ส่ายหัวหมูอันมหึมาของมันไปมาสองสามที

"ขออภัยด้วย ข้าไม่เคยได้ยินชื่อเจ้ามาก่อน ข้าเพิ่งจะกลายเป็นปีศาจ เมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนข้ายังเป็นแค่หมูที่เดินสี่ขาอยู่เลย"

ซุนหงอคงกะพริบตาเป็นเชิงรับรู้ มันเห็นว่าการสนทนาระหว่างตนเองกับปีศาจหมูยักษ์ดูเหมือนจะช่วยบรรเทาความโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายลงได้บ้าง ยามนี้อารมณ์ของปีศาจหมูยักษ์ค่อยๆ สงบลงไม่น้อย สมกับเป็นสมองหมูจริงๆ เพียงแค่สอดแทรกเรื่องอื่นเข้ามาก็ลืมเรื่องเดิมไปเสียสนิท

"ข้าขอบอกตามตรง ความจริงแล้วอาจารย์ของข้าต้องการให้ข้าตีเจ้าให้ตาย" ซุนหงอคงเอ่ยบอก

"ตีข้าให้ตาย? เพราะเหตุใด?" ปีศาจหมูยักษ์ถามอย่างสงสัย

"เพราะเจ้าเป็นปีศาจ การกระทำของเจ้าในสายตาผู้อื่นคือการทำลายล้าง คือการเข่นฆ่า แม้ข้าจะเข้าใจความเจ็บปวดของเจ้า แต่น่าเสียดายที่ข้าไม่ใช่มนุษย์"

"เหตุใดข้าจึงฟังสิ่งที่เจ้าพูดไม่รู้เรื่องเลย? จริงสิ ข้ามาที่นี่เพื่อทำอันใดกัน?"

ปีศาจหมูยักษ์ลืมไปแล้วจริงๆ ว่าตนเองมาปรากฏตัวที่เมืองชีหยางด้วยรูปลักษณ์อันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้เพื่อจุดประสงค์ใด มันใช้กรงเล็บหมูเกาหัวตัวเองอย่างแรง บีบคั้นให้ตนเองนึกให้ออกว่าสรุปแล้วตนมาทำอันใดกันแน่

ซุนหงอคงเบ้ปาก มันย่อมไม่อาจเตือนปีศาจหมูยักษ์ได้ว่าจุดประสงค์ที่มันมาคือการแก้แค้นด้วยความโกรธเกรี้ยว ดังนั้นมันจึงเลือกที่จะชวนคุยต่อไป หวังจะเบี่ยงเบนความสนใจของปีศาจหมูยักษ์ให้หมดสิ้นไป

"การลืมง่ายไม่ใช่เรื่องแย่สำหรับเจ้าหรอกนะ เจ้ามีนามว่าอันใด?"

ปีศาจหมูยักษ์ลืมจุดประสงค์ของตนไปจนหมดสิ้น มันหัวเราะแฮะๆ แล้วตอบ

"ข้าชื่อจูเสี่ยวเป่า บ้านอยู่ในถ้ำไกลออกไปทางทิศตะวันออก สายพันธุ์ของข้าน่าจะเป็นหมูป่า หรือไม่ก็หมูบ้านผสมหมูป่า จริงสิ สรุปแล้วเจ้าชื่ออะไรนะ?"

ความจำสั้นของปีศาจหมูยักษ์ตนนี้ช่างร้ายกาจหาใดเปรียบ ปลาทองมาเจอหน้ามันยังต้องกระโดดขึ้นฝั่งเพื่อฆ่าตัวตายหนีความอับอาย

ซุนหงอคงส่ายหน้าแล้วกล่าว

"นั่นไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญคือปีศาจอย่างเจ้าจะไม่มีความเคียดแค้น ถือเป็นเรื่องดีทีเดียว พวกเราพูดจาไร้สาระกันมากไปสักหน่อยแล้ว เจ้าไปเสียเถิด!"

ทันทีที่ซุนหงอคงเอ่ยจบประโยค ก็ได้ยินเสียงถังซัมจั๋งที่ซ่อนตัวอยู่ในโรงเตี๊ยมปู้ลั่วเฉิน เอามือเกาะร่องประตู อ้าปากตะโกนลั่น

"หงอคง เจ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่? เล่าเรื่องตลกหรือไร? รีบฟาดหัวมันเสียที ชาวบ้านผู้น่าสงสารยังคงตัวสั่นงันงกอยู่ที่นี่นะ!"

"อาจารย์ ทว่ามันลืมความแค้นไปแล้ว เหตุใดจึงต้องตีมันด้วยเล่า? ข้าไม่อยากให้มันต้องตายไปอย่างงงๆ" ซุนหงอคงหันขวับไปมองถังซัมจั๋งตรงร่องประตูแล้วเอ่ยขึ้น

"เจ้าลิงโง่ พูดจาเหลวไหลอันใด? ลืมอะไร ความแค้นอันใด? เลิกพูดพร่ำทำเพลง ฟาดหัวมันเดี๋ยวนี้!" ถังซัมจั๋งตะโกนสั่ง

ผู้คนในโรงเตี๊ยมทั้งได้ฟังและได้เห็นภาพนั้น ต่างก็ทั้งหวาดกลัวและงุนงงไปตามๆ กัน บางคนยังคงคาดหวังว่าเมื่อใดปีศาจหมูยักษ์จะจับซุนหงอคงกินเป็นของว่างเสียที

ซุนหงอคงไม่ได้ทำตามคำสั่งของถังซัมจั๋งในทันที มันหันกลับมา แหงนคอขึ้นตะโกนใส่ปีศาจหมูยักษ์

"เหตุใดเจ้ายังไม่ไปอีก? รีบไปสิ! รอความตายหรืออย่างไร!"

"ความตาย?"

แววตาของปีศาจหมูยักษ์เลื่อนลอยไปชั่วขณะ ก่อนที่มันจะเหลือบไปเห็นซากศพของหมูป่าตัวเขื่องบนกองฟืนอีกครา พลันความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่นี้ก็หวนกลับคืนสู่ร่างของปีศาจหมูยักษ์ในทันที

"โฮก—"

เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดและโหยหวนดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้าเหนือเมืองชีหยางอีกครั้ง ราวกับเสียงสัญญาณเตือนภัยการโจมตีทางอากาศก็ไม่ปาน

ถัดมา กีบเท้าหมูขนาดยักษ์ของปีศาจหมูก็ก้าวตรงมาทางซุนหงอคง ซุนหงอคงถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น

"เหตุใดต้องสร้างความลำบากใจให้ข้าด้วย? ย้าก—!"

ซุนหงอคงตะโกนก้องสะท้านฟ้า พริบตาเดียวกระบองวิเศษสมปรารถนาที่ส่องประกายแสงสีทองเจิดจ้าบาดตาก็ปรากฏขึ้นในมือของมัน

"ปล่อยไม้ตายแล้ว ศิษย์ของข้าปล่อยไม้ตายแล้ว! ปีศาจหมูจบเห่แน่คราวนี้! ทุกท่านโปรดอย่ากะพริบตาเด็ดขาดนะ ความตื่นเต้นเร้าใจกำลังจะปรากฏขึ้นแล้ว..."

ถังซัมจั๋งกระโดดโลดเต้น ตะโกนบอกผู้คนในโรงเตี๊ยมด้วยความตื่นเต้นดีใจ

ในชั่วพริบตานั้น ผู้คนในโรงเตี๊ยมต่างเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตะลึง แต่ละคนอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ไม่เว้นแม้แต่จูเวิงที่ซ่อนตัวอยู่ในโอ่งน้ำ ยามนี้เขาก็ชาดิกไปทั้งร่างแล้ว มนุษย์ก็เป็นเช่นนี้แหละ ก่อนที่ปาฏิหาริย์จะปรากฏก็พากันเรียกร้องอยากเห็นปาฏิหาริย์ ครั้นปาฏิหาริย์ปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างกะทันหัน ก็กลับยืนทื่อโง่งม ความคิดว่างเปล่าไปเสียดื้อๆ

ฟุ่บ! กระบองวิเศษถูกตวัดออกไป ปลายด้านหนึ่งปักลึกลงไปบนพื้นถนนที่ปูด้วยอิฐเขียว

วูบ! ชั่วพริบตากระบองวิเศษก็ขยายขนาดใหญ่ขึ้นมหึมาบนพื้นดิน ขณะที่กีบเท้าหมูขนาดยักษ์ของปีศาจหมูกำลังจะทิ้งตัวลงมาจากกลางอากาศ กีบเท้านั้นก็ถูกกระบองวิเศษแทงทะลุฉับเข้าให้

"อี๊ดดด—"

เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสดังก้องไปถึงชั้นเมฆ กลิ่นอายปีศาจของปีศาจหมูยักษ์ถูกกระบองวิเศษสมปรารถนาของซุนหงอคงทำลายลงในพริบตา ร่างอันสูงใหญ่ราวกับภูผาของมันหดเล็กลงกลายเป็นหมูป่าขนาดกลางที่ตัวเล็กกว่าหมูป่าตัวเขื่องบนกองฟืนถึงสองระดับ

"อี๊ดๆๆ—"

เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดอันคุ้นหูของหมูธรรมดาดังระงม กระบองวิเศษที่ปักคาอยู่บนกีบเท้าหมูก็หดเล็กลงตามไปด้วย

"บัดซบ! ที่แท้ก็แค่พวกดีแต่คุยโวโอ้อวด ถูกโจมตีทีเดียวก็ลมออกหมดเสียแล้ว รู้อย่างนี้ข้าใช้ดาบฟันมันฉับเดียวก็จบเรื่องไปนานแล้ว"

จูเวิงที่ซ่อนตัวอยู่ในโอ่งน้ำ เมื่อเห็นปีศาจหมูถูกซุนหงอคงสยบลงได้ ก็รีบปีนออกมาจากโอ่งน้ำ แล้วโอ้อวดวาจาจองหองต่อหน้าฝูงชน

สายลมสงบนิ่ง ควันดำจางหาย ความมืดมิดก็สลายไปจนหมดสิ้น เมืองชีหยางกลับคืนสู่ราตรีอันเงียบสงบตามปกติ จันทร์กระจ่างแขวนโดดเด่นอยู่กลางนภา แผ่ซ่านไอเย็นยะเยือกบางเบา ถนนสายนี้เว้นแต่โรงเตี๊ยมปู้ลั่วเฉินแล้ว ที่เหลือล้วนมีแต่เศษซากปรักหักพัง

ฟิ้ว— ซุนหงอคงโบกมือเบาๆ กระบองวิเศษก็พุ่งออกจากกีบเท้าของหมูป่าขนาดกลาง พริบตาเดียวก็หายวับไปในความมืดมิดของยามราตรี ซุนหงอคงเดินเข้าไปหา สะบัดมือปรากฏผ้าแถบเส้นหนึ่ง จากนั้นมันก็คว้าเท้าที่บาดเจ็บของจูเสี่ยวเป่ามาพันแผลให้

ขณะที่ซุนหงอคงกำลังพันแผลให้กีบเท้าของจูเสี่ยวเป่าอยู่นั้น ทันใดนั้นมันก็ได้ยินเสียงอันไม่เป็นมงคลดังหมุนวนอยู่ข้างหูอย่างรวดเร็ว

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 3 - จูเสี่ยวเป่าผู้มีเมตตา

คัดลอกลิงก์แล้ว