- หน้าแรก
- ปาฏิหาริย์แห่งกรีนเบย์
- บทที่ 24 แรดชมจันทร์
บทที่ 24 แรดชมจันทร์
บทที่ 24 แรดชมจันทร์
บทที่ 24 แรดชมจันทร์
"บุก!"
ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังกึกก้องของเจ้าบ้าน จอร์ดี เนลสัน ขยับตัวตามจังหวะสัญญาณเริ่มเล่นของ จอช ฟรีแมน ด้วยพละกำลังมหาศาลจากกล้ามเนื้อน่อง เขาระเบิดความเร็วและพลังออกมาประดุจนักวิ่งร้อยเมตรที่พุ่งออกจากแท่นสตาร์ท พุ่งทะยานออกไปราวกับลูกศรที่หลุดจากคันศร
เนลสันซึ่งประจำตำแหน่งอยู่ปีกขวาด้านในของทีมแมวป่าแห่งมหาวิทยาลัยแคนซัสสเตต เร่งความเร็วอย่างไม่กักขัง เพียงชั่วลมหายใจเดียว เขาก็เข้าปะทะกับผู้เล่นเกมรับคนแรก นั่นคือ เมอร์ริลล์ จอห์นสัน หน่วยระวังหลังตัวนอก
เมอร์ริลล์ที่คอยคุมพื้นที่ฝั่งซ้ายของกลุ่มฝ่ายรับจ้องมองการเคลื่อนไหวของจอมทัพอย่างไม่วางตา แต่ที่หางตาเขากลับเห็นพายุหมุนสีขาวที่พุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วเต็มกำลัง เมอร์ริลล์ไม่ลังเลที่จะขยับเท้าออกด้านข้างเพื่อขวางทางไว้ พร้อมกับย่อเข่าลงเล็กน้อยเพื่อรักษาจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำ เตรียมรับมือกับการเปลี่ยนทิศทางที่อาจเกิดขึ้นของเนลสัน
ทว่า... สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ เนลสันไม่มีท่าทีจะเปลี่ยนทิศทางเลย หรือบางทีอาจเป็นเพราะการวิ่งด้วยความเร็วเต็มพิกัดจนเริ่มควบคุมไม่อยู่ ทำให้เขาไม่มีเวลาพอจะหันเหเส้นทางในช่วงเวลาเพียงชั่วเคี้ยวหมากแหลก ทั้งคู่กำลังจะเข้าปะทะกันโดยตรงท่ามกลางกระแสลมและเมฆฝนที่โหมกระหน่ำ
เมอร์ริลล์ถอยเท้าขวาไปหนึ่งก้าวเพื่อยันร่างกายไว้ เขาโน้มหัวไหล่ลงแล้วออกแรงผลักพุ่งสวนเข้าไปข้างหน้า เผชิญหน้ากับการปะทะด้วยท่าทีอันแข็งกร้าว
และเนลสันก็ยังไม่ลดความเร็วลงเลย อย่างน้อยภาพที่ปรากฏต่อสายตาก็เป็นเช่นนั้น
"ปึก!"
เนลสันและเมอร์ริลล์ปะทะกันอย่างจังราวกับรถไฟหัวกระสุนสองขบวนวิ่งประสานงา ความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องปลดปล่อยพลังทำลายล้างมหาศาล ผลลัพธ์อันเลวร้ายนั้นคาดเดาได้ตั้งแต่วินาทีก่อนการปะทะ ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ผู้เล่นเกมรับคนอื่นๆ ในบริเวณนั้นไม่ได้ขยับเข้ามาช่วยในทันที
แต่สิ่งที่เหลือเชื่อก็ได้เกิดขึ้น
สายตาของเนลสันจ้องเขม็งไปที่เมอร์ริลล์ผ่านหน้ากากนิรภัย ฝีเท้าของเขามั่นคงและหนักแน่น ปลดปล่อยพลังออกมาอย่างสม่ำเสมอ ในตอนเริ่มเล่นเขาได้ระเบิดความเร็วออกมาทั้งหมดก็จริง แต่หลังจากก้าวไปได้เพียงสามก้าว เขาก็เริ่มปรับช่วงก้าวอย่างมีสติ แม้ดูภายนอกจะเหมือนการพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง แต่แท้จริงแล้วเขากำลังปรับจุดศูนย์ถ่วงเพื่อการทรงตัว และลดความเร็วลงอย่างแนบเนียน ทว่าในระยะทางเพียงหกหรือเจ็ดหลา ย่อมยากที่จะมีใครสังเกตเห็น
มีเพียงเนลสันเท่านั้นที่รู้ว่าตนเองกำลังทำสิ่งใด
ถีบส่ง!
ถีบส่ง!
เมื่อเห็นเมอร์ริลล์ขยับก้าวไปข้างหน้าอย่างช่ำชองเพื่อหวังชิงความได้เปรียบในการปะทะ เนลสันยังคงก้าวเข้าไปอย่างไม่เกรงกลัว และในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะปะทะกัน เนลสันใช้เท้าขวาเป็นจุดหมุน ออกแรงถีบส่งด้วยเท้าซ้ายอย่างทรงพลัง จากนั้นร่างกายของเขาก็หมุนทวนเข็มนาฬิกาประดุจนักบัลเลต์ที่หมุนตัวกลางอากาศ!
ที่สำคัญที่สุดคือ แผ่นหลังของเนลสันรับแรงกระแทกจากเมอร์ริลล์ไปเต็มๆ แรงปะทะที่ดังสนั่นทำให้ฝีเท้าของเขาซวนเซไปข้างหน้าสองก้าว และอวัยวะภายในเริ่มปั่นป่วนอย่างรุนแรง แต่แม้จะเผชิญกับการพุ่งชนที่ดุดันเพียงใด จุดศูนย์ถ่วงของเนลสันยังคงถูกควบคุมไว้อย่างมั่นคง เขาใช้ร่างกายของเมอร์ริลล์เป็นแกนกลางและอาศัยแรงสะท้อนจากการปะทะอันหนักหน่วงนั้นเป็นแรงส่งชั้นที่สองเพื่อหมุนตัวจนครบรอบ
แม้คำบรรยายจะดูยาวนาน แต่มันเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น
ปึก!
พึ่บ!
ฉับ!
ปะทะ พุ่งชน และหมุนตัว การเคลื่อนไหวของเนลสันงดงามราวกับนักเต้นนำชายในบัลเลต์เรื่องสวอนเลค ท่วงท่าที่สง่างามและลื่นไหลขีดเขียนเส้นสายอันนุ่มนวล ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้ตอบโต้ เขาก็เสร็จสิ้นการหมุนตัวหนึ่งร้อยแปดสิบองศาและเบี่ยงหลบเมอร์ริลล์ไปได้อย่างแผ่วเบา ก่อนจะเร่งความเร็วพุ่งไปข้างหน้าอีกครั้ง
หลังจากสลัดหลุดมาได้ในคราวเดียว ฝีเท้าของเนลสันมีอาการสั่นคลอนและไม่มั่นคงอยู่บ้าง แต่เขาก็กัดฟันฝืนร่างกายให้เร่งความเร็วขึ้นมาใหม่ ท่ามกลางความทุลักทุเล เขาเหยียดเข่าให้ตรง บังคับตัวเองให้พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยการถีบส่งอย่างต่อเนื่อง "ถีบส่ง! จอร์ดี ถีบส่ง!" นี่คือความคิดเดียวในหัวของเนลสัน และแม้แต่เสียงรบกวนอันน่ารำคาญจากฝูงชนเจ้าบ้านก็กลับกลายเป็นเสียงโห่ร้องที่ปลุกใจราวกับภูเขาไฟระเบิด
พุ่งไป พุ่งไป พุ่งไป!
หนึ่งหลา!
อีกหนึ่งหลา!
และอีกหนึ่งหลา!
เนลสันยังคงรุกคืบต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เมอร์ริลล์ที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังสูญเสียการทรงตัวโดยสิ้นเชิงและล้มลงกับพื้นในสภาพดูไม่จืด เขาพยายามจะลุกขึ้นมาเพื่อป้องกันต่อ แต่ฝีเท้าของเนลสันได้สร้างระยะห่างออกไปเสียแล้ว เพียงพริบตาเดียวเขาก็วิ่งฉีกออกไปได้อีกหกหรือเจ็ดหลา รักษาเส้นทางการวิ่งตรงแน่วท่ามกลางอุปสรรค สลัดหลุดจากผู้เล่นเกมรับได้อย่างเด็ดขาด
ในตอนนั้นเอง กลุ่มฝ่ายรับของทีมพยัคฆ์เพิ่งจะไหวตัวทันช้าไปเพียงครึ่งก้าว หรืออาจจะแค่เศษเสี้ยวของก้าว ว่าเนลสันได้ใช้พละกำลังเข้าข่มเพื่อสลัดเมอร์ริลล์หลุดไปแล้ว หากพวกเขาช้ากว่านี้อีกนิดย่อมต้องคลาดกับเนลสันแน่นอน ดังนั้นหน่วยระวังหลังและหน่วยคุมนิรภัยที่อยู่ใกล้เคียงจึงพยายามขยับเข้ามาช่วยป้องกัน
ห้ายหลา
สิบหลา
สิบห้าหลา
หลังจากที่เนลสันพุ่งเป็นเส้นตรงไปข้างหน้าได้ประมาณสิบห้าหลา เขาก็ควบคุมร่างกายให้หยุดกะทันหัน จากนั้นก็หมุนตัวอยู่กับที่ หันหน้าเข้าหาเส้นทางการขว้างของจอมทัพในท่าแรดชมจันทร์ แล้วเขาก็เห็นลูกฟุตบอลสีน้ำตาลแดงลอยตรงเข้ามาหาด้วยวงหมุนที่ไม่มั่นคงและสั่นไหว
ภายใต้แรงกดดันมหาศาลจากแนวป้องกัน ในที่สุดฟรีแมนก็หาช่องว่างและทำการขว้างได้สำเร็จ ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่การขว้างสั้น แต่เป็นการขว้างระยะกลาง ซึ่งเป็นระยะที่ต้องอาศัยทั้งกลยุทธ์และความสามารถผสมผสานกัน แม้ลูกที่ขว้างออกมาจะดูสั่นคลอนไปบ้าง แต่อย่างน้อยวิถีโค้งและจุดตกของลูกก็ไม่ได้คลาดเคลื่อนไปไกลนัก
เส้นทางการขว้างนั้นค่อนข้างสั้นไปเล็กน้อย นี่เป็นการขว้างระยะประมาณสิบสามหลา ซึ่งหมายความว่าเนลสันต้องวิ่งย้อนกลับมาหน่อย มิฉะนั้นจุดรับลูกอาจจะต่ำเกินไป
จากหางตา เนลสันมองเห็นร่างของหน่วยระวังหลังอีกคนคือ จอช ไบนส์ ที่กำลังพุ่งตรงมาหาเขาอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันเขาก็เห็นวิถีของลูกฟุตบอลที่ลอยเข้ามา เขาจึงรีบวิ่งย้อนกลับไปสองก้าว มุ่งหน้าเข้าหาลูกฟุตบอลนั้น—
แล้วกระโดด!
ในจังหวะเดียวกับที่เนลสันกระโดดขึ้น ไบนส์ก็กระโดดขึ้นพร้อมกัน พยายามเอื้อมมือมาสกัดกั้นหน้าเนลสันเพื่อทำลายการขว้าง แต่เนลสันคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว ทิศทางการกระโดดของเขาจึงจงใจมุ่งเข้าหาไบนส์ เขาใช้หัวไหล่กระแทกเข้ากับร่างกายของไบนส์ ท่ามกลางสถานการณ์อันวุ่นวาย เขาใช้ร่างกายเบียดบังพื้นที่ของไบนส์ไว้จนมิด พร้อมกับชูมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ
ท่ามกลางฝ่ามือที่พยายามขัดขวางกันไปมา ฟันของเนลสันเริ่มสั่นกระทบกันเล็กน้อย แต่เขาก็ยังไม่ยอมผ่อนคลาย ร่างกายของเขาถูกเหยียดจนสุดขีดจำกัด และโลกทั้งใบก็ดูเหมือนจะตกอยู่ในความเงียบงัน เสียงรบกวน สีสัน และทุกสิ่งรอบกายดูช้าลงไปสิบเท่า ยี่สิบเท่า จนไร้ความหมาย ในครรลองสายตาและโลกของเขามีเพียงลูกฟุตบอลลูกนั้นเพียงลูกเดียว แม้แต่ความเร็วในการหมุนของลูกฟุตบอลก็ยังดูช้าลงจนเกือบหยุดนิ่ง
ขีดจำกัด!
ร่างกายของเขามาถึงขีดจำกัดแล้ว แต่เนลสันยังคงเหยียดปลายนิ้วออกไปอย่างแผ่วเบาและแน่วแน่ มุ่งตรงสู่ท้องฟ้าประดุจความปรารถนาของมวลมนุษยชาติที่ฝันอยากจะโบยบินสู่ผืนนภ้าสีคราม เพื่อสัมผัสกับความกว้างใหญ่ของฟากฟ้า แม้แต่เสียงลมที่หวีดหวิวก็เริ่มบรรเลงบทเพลงซิมโฟนี และแล้วเขาก็ข่มคู่ต่อสู้ไว้ได้ ก่อนจะดึงลูกฟุตบอลเข้าสู่ใจกลางฝ่ามือด้วยความยากลำบาก
ผิวสัมผัสที่หยาบกร้านและความรู้สึกอันหนักแน่นทำให้เนลสันมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า
เขา รับลูกได้แล้ว!