เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 ทีมลาดตระเวน

บทที่ 29 ทีมลาดตระเวน

บทที่ 29 ทีมลาดตระเวน


บทที่ 29 ทีมลาดตระเวน

เมื่อกลับมายังสำนักงานบนชั้นสาม อัลเลน ฟาคัส ก็รับอุปกรณ์มาตรฐานของทีมลาดตระเวนแล้วเดินจากไป เขาจะเริ่มงานอย่างเป็นทางการในอีกสองวันข้างหน้า ซึ่งนั่นทำให้เขามีเวลาสองวันในการจัดการเรื่องส่วนตัวและทำความคุ้นเคยกับขั้นตอนการปฏิบัติงาน

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น อัลเลน ฟาคัส มาถึงฐานบัญชาการของทีมลาดตระเวน และไคลด์ก็กำลังรอเขาอยู่ก่อนแล้วบนชั้นสาม

"ข้าจะพาเจ้าไปพบกับสหายร่วมทีมคนอื่นๆ นับจากนี้ไปพวกเจ้าจะอยู่ในทีมเดียวกัน"

"ขอบคุณมากครับรุ่นพี่"

ทั้งสองเดินตามกันไปยังห้องโถงหลัก

"อาเธอร์ เกรย์ มานี่หน่อย" ไคลด์กวักมือเรียกคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล

"ครับหัวหน้า พวกเรากำลังไป"

"มาทำความรู้จักกันเสีย" ไคลด์กล่าวด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นคนกลุ่มนั้นเดินมาถึง

"ชายหนุ่มรูปงามผู้นี้คืออาเธอร์ คนข้างๆ เขาคือเกรย์ ส่วนสาวน้อยผมแดงคือลิลิธ และคนที่อยู่ถัดไปคือรูธ อาเธอร์เป็นหัวหน้าทีมและเป็นศิษย์ฝึกหัดผู้วิเศษระดับสาม ส่วนคนอื่นๆ ล้วนเป็นศิษย์ฝึกหัดผู้วิเศษระดับสอง พวกเขาเหล่านี้คือผู้วิเศษสายต่อสู้ที่ผ่านหลักสูตรการร่ายเวทมนตร์ในสนามรบมาแล้วทั้งสิ้น"

"ส่วนนี่คือ อัลเลน ฟาคัส ที่จะเข้าร่วมทีมของพวกเจ้าอย่างเป็นทางการในวันนี้ ชื่อเสียงของเขาคงจะขจรกระจายไปทั่วตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ข้าคงไม่ต้องบรรยายอะไรมาก พวกเจ้าทำความรู้จักกันเองเถิด"

"สวัสดี ข้าชื่อรูธ" รูธเป็นเด็กสาวร่างสูงโปร่งและงดงาม เธอเป็นฝ่ายเดินเข้ามาทักทายอัลเลน ฟาคัส ก่อน

"สวัสดีครับ ข้าคืออัลเลน ฟาคัส นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมทีมกับพวกท่าน" อัลเลน ฟาคัส โค้งกายคำนับตามแบบฉบับผู้วิเศษด้วยท่าทางภูมิฐาน

"ข้าได้ยินมาว่าเมื่อวานเจ้าโค่นเคลย์เวลล์ลงได้ เจ้าแข็งแกร่งจริงๆ! เจ้ารู้ไหมว่าเคลย์เวลล์น่ะติดหนึ่งในสามของผู้ที่เก่งที่สุดในบรรดาศิษย์ฝึกหัดระดับสองของทีมลาดตระเวนเลยนะ แต่เจ้ากลับเอาชนะเขาได้" รูธจ้องมองเขาด้วยแววตาเป็นประกายประดุจสาวน้อยที่กำลังปลื้มปิติในตัวยอดบุรุษ

ลิลิธที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วยซ้ำๆ

"เป็นเพียงโชคช่วยเท่านั้นครับ เขาไม่ได้จริงจังกับการต่อสู้มากนัก ข้าจึงอาศัยจังหวะชิงความได้เปรียบมาได้" อัลเลน ฟาคัส กล่าวอย่างถ่อมตัว

"เอาเถิด ไม่ต้องไปไว้หน้าเจ้าหน้าตายคนนั้นหรอก ชนะก็คือชนะ" ไคลด์กล่าวพลางตบไหล่อัลเลน ฟาคัส

"ในเมื่อรู้จักกันครบแล้ว ข้าคงต้องขอตัวไปทำงานต่อ" หลังจากกล่าวลาทุกคน ไคลด์ก็เดินจากไป

"ลาก่อนครับหัวหน้า" เมื่อส่งรุ่นพี่เรียบร้อย ทุกคนก็เดินไปที่โต๊ะตัวหนึ่ง หลังจากทั้งห้าคนนั่งลงแล้ว อัลเลน ฟาคัส ก็เป็นฝ่ายเริ่มถามก่อน "หัวหน้าอาเธอร์ ไม่ทราบว่าภารกิจของพวกเราคืออะไรหรือครับ?"

"ทีมของพวกเราเป็นทีมที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่ มีเพียงข้ากับลิลิธเท่านั้นที่เคยลาดตระเวนมาได้สักพัก ส่วนพวกเจ้าที่เหลือล้วนเพิ่งเข้ามาร่วมทีมภายในเดือนที่ผ่านมานี้เอง ดังนั้นในช่วงนี้พวกเราจะยังไม่ไปในพื้นที่ที่ไกลนัก แต่จะลาดตระเวนอยู่บริเวณใกล้ๆ สถาบันเพื่อสร้างความสามัคคีในทีมก่อน" เมื่ออาเธอร์พูดจบ เขาก็ยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบอย่างรื่นรมย์

"นี่ถือเป็นสิทธิพิเศษเล็กๆ สำหรับทีมที่เพิ่งตั้งไข่ พื้นที่หนองน้ำใกล้สถาบันส่วนใหญ่จะมีเพียง อีกาซากศพ กิ้งก่าหนองน้ำ สัตว์ประหลาดโคลน และพวกกระจุกกระจิกอื่นๆ"

"สิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีความแข็งแกร่งอย่างมากก็เพียงระดับอัศวิน พวกเรามีหน้าที่เฝ้าระวังจำนวนของพวกมัน เมื่อใดที่พวกมันเพิ่มจำนวนจนเกินขีดจำกัดที่กำหนดไว้ เราจำต้องลงมือจัดการกวาดล้างพวกมันออกไป"

หลังจากทำความเข้าใจข้อควรระวังเรียบร้อยแล้ว ในช่วงบ่ายกลุ่มคนทั้งห้าก็เริ่มออกลาดตระเวนในพื้นที่ใกล้สถาบัน

ดวงตะวันบนฟากฟ้าแผ่รังสีแสงและความร้อนออกมาอย่างไม่สิ้นสุด ทำให้บรรยากาศในหนองน้ำค่อนข้างอบอ้าว ต้นไม้รวมวิญญาณในหนองน้ำกวัดแกว่งกิ่งก้านราวกับกำลังร่ายรำ อัลเลน ฟาคัส และสหายร่วมทีมเดินเรียงแถวไปตามเส้นทางสายเล็กๆ

ต้นไม้รวมวิญญาณเหล่านี้ถูกปลูกโดยหอคอยห้าห่วง พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีพลังงานสูงและมีอายุขัยยืนยาว มีฤทธิ์ในการสะกดจิตและทำให้เกิดภาพหลอนอย่างรุนแรง ทว่าตราบใดที่ไม่เข้าไปใกล้จนเกินไปก็ไม่มีปัญหาอันใด อย่างไรเสียในฐานะศิษย์ฝึกหัดของสถาบัน พวกเขาย่อมแยกแยะสัตว์ประหลาดที่ถูกเลี้ยงไว้เหล่านี้ได้

กลุ่มลาดตระเวนเดินมาถึงลานกว้างซึ่งมีกระท่อมไม้หลังเล็กตั้งอยู่ มันคือจุดพักแรมที่ทีมลาดตระเวนสร้างขึ้น

"พื้นที่ที่เราต้องลาดตระเวนคือทางตอนใต้ของสถาบัน ช่วงนี้มีอีกาซากศพชุมนุมกันมากเกินไป จำต้องกำจัดพวกมันทิ้ง รวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ด้วย และแน่นอน วัตถุดิบที่ได้มาจะถือเป็นสมบัติส่วนกลางของพวกเราทุกคน"

"สัตว์ประหลาดกลายพันธุ์เหล่านี้ต้องถูกควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อไม่ให้เสียสมดุล ขณะเดียวกันเราต้องตรวจสอบด้วยว่ามีผู้ใดบุกรุกเข้ามาในเขตแดนของสถาบันหรือไม่"

อาเธอร์หัวหน้าทีมหยิบแผนที่กระดาษหนังแกะออกมากล่าว

แผนที่ฉบับนี้ถูกวาดขึ้นอย่างหยาบๆ และดูเป็นนามธรรมยิ่งนัก ใจกลางแผนที่ระบุขอบเขตของหอคอยห้าห่วง ส่วนพื้นที่รอบๆ สถาบันระบุเขตที่อยู่อาศัยของสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ชนิดต่างๆ รวมถึงตำแหน่งสำคัญที่ต้องลาดตระเวน

มีเส้นทางง่ายๆ ปรากฏอยู่บนนั้น และชื่อสถานที่ถูกทำเครื่องหมายไว้ด้วยตัวอักษร

"อีกาซากศพกินทุกอย่างและขยายพันธุ์รวดเร็วมาก พวกมันไม่มีความสามารถทางเวทมนตร์และถูกกำจัดได้ง่าย" อัลเลน ฟาคัส นึกทบทวนข้อมูลจากสารานุกรมสัตว์ประหลาด

"เอาละ รีบไปที่นั่นแล้วเริ่มการลาดตระเวนกันเถิด ภารกิจนี้ง่ายมากแต่ห้ามประมาทเด็ดขาด หากพวกเราต้องสูญเสียคนในภารกิจง่ายๆ เช่นนี้ เราจะกลายเป็นตัวตลกของสถาบัน เชื่อข้าเถอะว่าพวกเจ้าคงไม่อยากให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นแน่"

อาเธอร์กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง เมื่อเห็นทุกคนพยักหน้ารับ เขาก็เอ่ยต่อ "ในเมื่อตอนนี้เราเป็นทีมเดียวกันแล้ว ทุกคนควรบอกเล่าถึงความแข็งแกร่งโดยรวมของตนเอง เพื่อให้เราสามารถประสานการต่อสู้ได้ดียิ่งขึ้น"

"เริ่มจากข้าก่อน ร่างกายของข้าอยู่ในระดับอัศวินฝึกหัด และเชี่ยวชาญเวทมนตร์ระดับเล็ก 7 บท"

"เกรย์ อัศวินฝึกหัดระดับสูง เชี่ยวชาญเวทมนตร์ระดับเล็ก 4 บท และข้าถนัดเนตรสำรวจเป็นพิเศษครับ" ศิษย์ฝึกหัดผมน้ำตาลที่มีตัวตนจืดจางเอ่ยขึ้น

"เนตรสำรวจงั้นรึ? โครงสร้างเวทมนตร์นี้ไม่มีอยู่ในหอคอยปัญญาเสียด้วย เป็นวิชาประจำตระกูลของเจ้าหรือ?" ลิลิธถามด้วยความอยากรู้

"เป็นสิ่งที่ข้าได้รับมาจากอาจารย์ครับ" เกรย์ตอบพลางเกาหัวด้วยท่าทางเขินอาย

"ลิลิธ อัศวินฝึกหัดระดับสูง เชี่ยวชาญเวทมนตร์ระดับเล็ก 5 บท ถนัดเวทมนตร์สายพฤกษา และข้ารู้จักเวทมนตร์รักษาด้วยนะ" ลิลิธกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

"รูธ อัศวินฝึกหัดระดับสูง เชี่ยวชาญเวทมนตร์ระดับเล็ก 4 บท ถนัดเวทมนตร์สายโจมตี ลูกพลังเพลิงของข้าอานุภาพร้ายแรงมากทีเดียว"

"อัลเลน ฟาคัส อัศวินเต็มตัว เชี่ยวชาญเวทมนตร์ระดับเล็ก 5 บท และถนัดการต่อสู้ระยะประชิด" อัลเลน ฟาคัส ปกปิดพลังที่แท้จริงเอาไว้ไม่น้อย แต่นี่ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะไม่มีใครยอมเปิดเผยไพ่ตายทั้งหมดของตนเองหรอก

ทุกคนต่างประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินอัลเลน ฟาคัส บอกว่าเขาเป็นอัศวินเต็มตัวแล้ว แม้ว่าผู้วิเศษจะเก่งเรื่องการต่อสู้ระยะประชิดด้วยเช่นกัน แต่มีผู้วิเศษน้อยนัดน้อยหนาที่จะยังคงเพียรฝึกฝนวิถีลมหายใจอัศวินต่อไป

"ดีมาก! ในเมื่อรู้ความสามารถคร่าวๆ ของแต่ละคนแล้ว ข้ากับอัลเลน ฟาคัส จะสลับกันนำทาง เกรย์ เจ้าสามารถเปิดใช้เนตรสำรวจไว้ตลอดเวลาได้หรือไม่?" อาเธอร์ปรบมือแล้วเอ่ยถาม

"ได้ครับ การคงสภาพเวทมนตร์นี้ไว้สักสองสามชั่วโมงไม่ได้กินพลังมากนัก" เกรย์พยักหน้า

"ตกลง เช่นนั้นจงเรียกมันออกมา ข้าจะเดินนำหน้าก่อน ส่วนอัลเลน ฟาคัส เจ้าคอยระวังท้าย แล้วเราค่อยสลับตำแหน่งกันภายหลัง"

"ตกลงครับ"

"ถ้าอย่างนั้น เริ่มกันเลย!" เมื่อกล่าวจบ อาเธอร์ก็หยิบไม้เท้าออกมาแล้วก้าวเดินนำไปเป็นคนแรก

"ระวังตัวกันด้วย! บริเวณใกล้สถาบันจะมีข่ายอาคมอักขระรูนอยู่ แต่ในป่านี้นั้นไม่มี แม้ว่าพวกผู้วิเศษเต็มตัวจะกวาดล้างสิ่งที่อันตรายเกินไปออกไปหมดแล้ว แต่มันก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะมีบางสิ่งหลงมาจากที่อื่น" อาเธอร์เอ่ยกำชับขณะนำทาง

อัลเลน ฟาคัส เตรียมพร้อมเต็มที่ เขาเปิดระบบสแกนของชิปไปที่ระดับสูงสุด ในช่วงแรกชิปของเขาสามารถสแกนได้ในระยะ 500 เมตร แต่หลังจากที่เขาเลื่อนขั้นเป็นศิษย์ฝึกหัดผู้วิเศษระดับสอง ชิปก็ได้วิวัฒนาการตามไปด้วยจนปัจจุบันสามารถสแกนได้ไกลถึง 800 เมตร ทว่าเนื่องจากในป่าแห่งนี้มีพลังงานรังสีรบกวน จึงทำให้ระยะสแกนเหลือเพียง 500 กว่าเมตรเท่านั้น

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ออกมาข้างนอกนับตั้งแต่เข้าสู่หอคอยห้าห่วง เขาเคยเข้ามาในหนองน้ำแห่งนี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น จึงยังคงมีความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นอยู่บ้าง

จบบทที่ บทที่ 29 ทีมลาดตระเวน

คัดลอกลิงก์แล้ว