- หน้าแรก
- มหาสงครามพ่อมดสายเลือดมังกรข้ามพิภพ
- บทที่ 24 การถลุง
บทที่ 24 การถลุง
บทที่ 24 การถลุง
บทที่ 24 การถลุง
"สามเหรียญไม่พอหรอก มันน้อยเกินไป ข้าต้องเสี่ยงอันตรายอย่างมหาศาลเพื่อนำพวกมันออกมาจากเทือกเขาแคนดอร์ อย่างน้อยข้าต้องได้ห้าหินเวทมนตร์"
"เหอะ เทือกเขาแคนดอร์อย่างนั้นรึ?" เมื่อเห็นท่าทางกระวนกระวายของพ่อค้า อัลเลนจึงเอ่ยต่อ "เอาเถิด ต่อให้มันมาจากเทือกเขาแคนดอร์จริงๆ ข้าให้เต็มที่สี่หินเวทมนตร์ หากเจ้าไม่ขายก็ช่างมัน" อัลเลนทำท่าจะหันหลังกลับ
"ก็ได้ๆ สี่ก็สี่" เมื่อเห็นว่าอัลเลนไม่หลงกลตามคำกล่าวอ้าง พ่อค้าจึงรีบพยักหน้าตกลง แร่พวกนี้ก็แค่ของที่เก็บได้แถวชายขอบเทือกเขาแคนดอร์และวางทิ้งไว้จนฝุ่นจับมาเป็นเดือนโดยไม่มีใครเหลียวแล ในเมื่อตอนนี้มีคนยอมซื้อก็นับเป็นโอกาสดีที่จะรีบปล่อยออกไป สี่หินเวทมนตร์นั้นเพียงพอที่จะซื้อยาช่วยสมาธิระดับต่ำได้หนึ่งขวดแล้ว
หลังจากเก็บเศษแร่ลงกระเป๋า อัลเลนก็ส่งหินเวทมนตร์ให้พ่อค้า เอ่ยทักทายตามมารยาทเพียงสั้นๆ แล้วรีบเดินออกจากย่านร้านค้าทันที
แร่เหล็กเพลิงแดงนั้นพอจะนับเป็นวัตถุดิบสำหรับสร้างอุปกรณ์เวทมนตร์ได้บ้าง แต่หากจะนำมาหลอมเป็นอุปกรณ์เวทมนตร์จริงๆ อานุภาพของมันย่อมเบาบางจนน่าเวทนา ทว่ามันกลับเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการตีอาวุธสำหรับเหล่าอัศวิน
ส่วนแร่เหล็กผลึกแดงนั้นเป็นวัตถุดิบระดับสูงกว่าเหล็กเพลิงแดง มันมีลักษณะคล้ายคลึงกันมากและสามารถใช้สร้างอุปกรณ์เวทมนตร์ที่มีประสิทธิภาพได้ โดยเนื้อแร่จะเริ่มปรากฏร่องรอยของการตกผลึก แร่ที่เขาได้มาเหล่านี้แท้จริงแล้วคือส่วนรอยต่อระหว่างเหล็กเพลิงแดงและเหล็กผลึกแดง ซึ่งเศษแร่เหล็กเพลิงแดงเหล่านี้ควรจะสกัดเหล็กผลึกแดงออกมาได้ประมาณหนึ่งกำปั้นเด็ก
เขาไม่หยุดพักระหว่างทางและมุ่งตรงไปยังย่านโรงงาน ซึ่งที่นี่มีทั้งร้านตีเหล็กและร้านเล่นแร่แปรธาตุ ทำให้การแปรรูปวัตถุดิบเวทมนตร์เหล่านี้เป็นเรื่องง่าย
อาคารในแถบนี้เป็นโครงสร้างสูงใหญ่ที่ก่อขึ้นจากหิน เมื่อเดินไปตามทางเขาก็พบป้ายที่เขียนรูปค้อนเอาไว้ เมื่อเห็นร้านตีเหล็กขนาดค่อนข้างใหญ่ลำดับหนึ่ง เขาก็ผลักประตูเข้าไป เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวและเปลวเพลิงสีแดงฉานลุกโชนจากการโหมกระพือของเครื่องเป่าลม ในสายตาของอัลเลน ที่นี่เปรียบได้กับโรงงานแปรรูปโลหะเลยทีเดียว
แม้ว่าประสิทธิภาพจะต่ำและเทคโนโลยีจะล้าหลัง แต่มันก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้วในสภาพสังคมยุคกลางเช่นนี้
"เฮ้ สวัสดีศิษย์ฝึกหัด เจ้าต้องการหาซื้อสิ่งใดรึ?" เสียงอึกทึกรอบข้างทำให้อัลเลนแทบไม่ได้ยินเสียงพูด เมื่อเขาหันไปมองก็พบกับคนแคระผู้หนึ่งที่มีความสูงราว 140 เซนติเมตร ท่อนแขนของเขานั้นล่ำสันจนเกือบจะหนาเท่ากับเอวของคนปกติ เขากำลังใช้ค้อนหนักด้ามสั้นขนาดเกินตัวทุบลงบนแผ่นเหล็กในมือ
เมื่อเห็นอัลเลนหันมา เขาก็เอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง
"ข้าต้องการสั่งทำอาวุธ" อัลเลนตะโกนตอบ
คนแคระผู้นั้นสวมแว่นนิรภัยสีดำ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยไหม้จากประกายไฟ และมีหนวดเคราที่จัดแต่งอย่างประณีตระอยู่บนหน้าอก เมื่อทราบจุดประสงค์ของอัลเลน เขาก็วางค้อนลงแล้วดันแว่นนิลดำขึ้น "ศิษย์ฝึกหัด เจ้ากำลังจะสั่งทำอาวุธให้ผู้ติดตามของเจ้างั้นรึ?"
"มันมีความต่างกันด้วยหรือ?" อัลเลนถามด้วยความสงสัย
"แต่ละคนมีความสูงและความยาวแขนไม่เท่ากัน หากต้องการอาวุธที่เหมาะสมที่สุดก็ควรจะมาวัดตัวด้วยตนเอง" ช่างตีเหล็กคนแคระอธิบายอย่างจริงจัง
"เข้าใจแล้ว เช่นนั้นก็สั่งทำตามขนาดตัวของข้าเถิด" อัลเลนพยักหน้า
"ตกลง ตามใจเจ้า แล้วเจ้าต้องการใช้เนื้อวัสดุแบบใด? เหล็กกล้า เหล็กดำหลอม โลหะผสมเอเมส หรือแร่เวทมนตร์? หรือว่าเจ้ามีวัตถุดิบที่ดีกว่านั้น?" คนแคระรินเหล้ารัมใส่แก้วแล้วยื่นส่งให้อัลเลน
"ผู้วิเศษไม่ดื่มสุรา เพราะมันส่งผลกระทบต่อจิตใจ" อัลเลนเหลือบมองเหล้ารัมสีน้ำตาลเข้มแล้วเอ่ยปฏิเสธ
"ช่างเป็นอาชีพที่แปลกประหลาดนัก ชีวิตที่ขาดสุราจะมีเรื่องสนุกอันใดกัน" เขาพึมพำก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปากไปกว่าครึ่งแก้วจนน้ำเมาไหลย้อยตามหนวดเคราลงมาถึงหน้าอก
"จากแร่กองนี้ หากแยกเหล็กเพลิงแดงออกมา มันควรจะเพียงพอสำหรับการตีดาบกางเขนเล่มหนึ่ง" อัลเลนหยิบแร่สีน้ำตาลแดงออกมาหลายชิ้น
คนแคระเอื้อมมือมาหยิบไปชิ้นหนึ่ง พิจารณาดูครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า "แร่ผสมของเหล็กเพลิงแดงและเหล็กผลึกแดง ไม่เลวเลย นี่เพียงพอจะตีอาวุธได้ หนึ่งหินเวทมนตร์ อีกสามวันค่อยกลับมารับของ"
"ช่วยแยกเหล็กผลึกแดงออกมาให้ข้าก่อน ข้าจำเป็นต้องนำมันติดตัวไปด้วย" อัลเลนกล่าวพลางหยิบหินเวทมนตร์ส่งให้คนแคระ
"เรื่องง่ายๆ รอประเดี๋ยวก็เสร็จ ข้าชื่อโกร เจ้าชื่ออะไรล่ะ?" คนแคระพยักหน้ารับ
"อัลเลน"
"เจ้าใช้เวทมนตร์ลูกพลังเพลิงได้หรือไม่?"
"ได้ มีปัญหาอันใดรึ?"
"การจะแยกสารสองชนิดนี้ออกจากกันอย่างรวดเร็วต้องใช้ความร้อนสูง หากเจ้าไม่รีบก็รอให้ข้าค่อยๆ เผามันไปเรื่อยๆ แต่หากเจ้ารีบร้อน เราจำเป็นต้องใช้พลังของเวทมนตร์" โกรหยิบแร่ขึ้นมาแล้วพูดพึมพำกับตัวเอง
"ข้าต้องช่วยอย่างไรบ้าง?" อัลเลนไม่ปฏิเสธ
"ยามที่ข้าเผามันในเตา เจ้าจงร่ายลูกพลังเพลิง แต่อย่าเพิ่งปลดปล่อยมันออกมา ให้มันปกคลุมรอบเนื้อแร่เอาไว้ ว่าแต่การควบคุมมานาของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?" โกรเริ่มเปิดเตาหลอม เปลวเพลิงสีส้มแดงลุกโชนขึ้นมาทันที
"รับรองว่าเจ้าต้องพอใจ"
"ดี หากเจ้าควบคุมได้ไม่ดีจนแร่แยกตัวออกมาไม่สะอาดก็อย่ามาโทษข้าแล้วกัน" เขาหยิบถ้วยหลอมควอตซ์ออกมา ใส่แร่ลงไปข้างใน ตามด้วยสารเร่งการเผาไหม้บางอย่างแล้ววางลงบนเตา จากนั้นเขาก็ดึงแว่นนิลดำลงมาปิดตา
"อัลเลน เตรียมตัวให้พร้อม ฟังคำสั่งข้า!" โกรใช้มือหนึ่งโยกเครื่องเป่าลม เปลวไฟลุกพรึบขึ้นในพริบตา สารเร่งการเผาไหม้กลายเป็นม่านเพลิง แร่สีน้ำตาลแดงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง และกลายเป็นสีแดงจัดอย่างรวดเร็ว "ตอนนี้แหละ!"
สีหน้าของอัลเลนเคร่งขรึมขึ้น เมื่อได้ยินคำสั่งเขาก็เคลื่อนลูกพลังเพลิงในมือไปเหนือถ้วยหลอมแล้วค่อยๆ ครอบมันลงบนเนื้อแร่ ทันใดนั้น เปลวไฟก็เปลี่ยนเป็นสีเหลืองขาว แสงจ้านจนแสบตา และเห็นเนื้อแร่หลอมละลายได้ด้วยตาเปล่า เหล็กเพลิงแดงกำลังละลายแล้ว เมื่อโกรเห็นว่าการหลอมละลายเสร็จสิ้นเขาก็ตะโกนว่า "หยุด!" อัลเลนถอนมานากลับ ลูกพลังเพลิงค่อยๆ สลายตัวไป
จากนั้นเขาใช้คีมเหล็กคีบถ้วยหลอมแล้วสะบัดข้อมือเทเหล็กเพลิงแดงที่ละลายแล้วลงในแม่พิมพ์ จากนั้นจึงคีบเหล็กผลึกแดงออกมาวางแยกไว้ หลังจากทำซ้ำอยู่หลายครั้ง แร่ทั้งหมดก็ถูกหลอมจนเหลือเพียงก้อนเหล็กผลึกแดงไม่กี่ชิ้น
เขารวบรวมเหล็กผลึกแดงทั้งหมดแล้วนำไปอบความร้อนในถ้วยหลอมอีกครั้ง ครั้งนี้อัลเลนควบคุมลูกพลังเพลิงให้ความร้อนนานกว่าครั้งก่อนๆ ถึงสองเท่า จนในที่สุดเหล็กผลึกแดงทั้งหมดก็เกิดการหลอมรวมจนเข้ากัน เหลือทิ้งไว้เพียงกากแร่สีแดงจัดเพียงเล็กน้อย
หลังจากโยนกากแร่ทิ้งไป โกรก็เริ่มวัดสัดส่วนความสูงของอัลเลน เมื่อนึกถึงภาพคนแคระผู้นี้ต้องยืนบนโต๊ะเพื่อวัดความสูงของเขา อัลเลนก็แทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
เมื่อเห็นใบหน้าของโกรดำคร่ำเครียดราวกับก้นหม้อ อัลเลนก็แสร้งทำเป็นมองซ้ายมองขวาทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น จนกระทั่งเดินออกมาไกลจากร้านตีเหล็กแล้วนั่นแหละ เขาถึงได้ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
เขากุมเหล็กผลึกแดงที่ยังอุ่นๆ ไว้ในมือ พลางพิจารณามันอย่างละเอียด เหล็กผลึกแดงนี้เริ่มมีการตกผลึกบางส่วนและสะท้อนเงาแวววาวประดุจของเหลว ขนาดของมันใหญ่ราวหนึ่งกำปั้นเด็ก หากนำไปผสมกับวัตถุดิบอื่นๆ ก็นับว่าเพียงพอสำหรับการสร้างอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับต่ำได้ชิ้นหนึ่ง
หลังจากเดินออกจากร้านตีเหล็ก อัลเลนก็มุ่งตรงไปยังร้านเล่นแร่แปรธาตุ ร้านนี้ดำเนินการโดยทางสถาบัน มีอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับต่ำวางจำหน่ายและรับสั่งทำตามความต้องการ คุณภาพนั้นไม่ต้องสงสัย แต่ราคากลับไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย อัลเลนเคยเพียงแค่เดินผ่านหน้าล้านอยู่สองสามครั้ง และเพราะกระเป๋าตังค์ที่ว่างเปล่า เขาจึงไม่เคยย่างกรายเข้าไปดูข้างในเลยสักครั้ง
แต่ครั้งนี้ เขาเตรียมพร้อมที่จะใช้เหล็กผลึกแดงชิ้นนี้ร่วมกับวัตถุดิบอื่นๆ เพื่อหลอมสร้างอุปกรณ์เวทมนตร์ของตนเองขึ้นมา