- หน้าแรก
- มหาสงครามพ่อมดสายเลือดมังกรข้ามพิภพ
- บทที่ 16 ภารกิจ
บทที่ 16 ภารกิจ
บทที่ 16 ภารกิจ
บทที่ 16 ภารกิจ
พลังแห่งสายเลือดที่พลุ่งพล่านค่อยๆ สงบลง ในยามนี้ เลือดในกายของอัลเลนเปี่ยมไปด้วยพลังสายเลือดอันมหาศาล ซึ่งจะค่อยๆ ถูกปลดปล่อยออกมาในวันข้างหน้า แม้ว่านับจากนี้อัลเลนจะหยุดบำเพ็ญเพียรและเพียงแค่รอให้กระบวนการหลอมรวมสายเลือดเสร็จสิ้น เขาก็ยังสามารถเลื่อนระดับขึ้นเป็นผู้วิเศษอย่างเป็นทางการได้อยู่ดี
ทว่านั่นอาจต้องใช้เวลานานเสียหน่อย อัลเลนมีความรู้สึกว่าตราบใดที่เขายังคงทำสมาธิอย่างต่อเนื่อง เขาจะสามารถเลื่อนระดับได้อีกครั้งในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม เขาหาได้มีความคิดเช่นนั้นไม่ การเลื่อนระดับถึงสองขั้นในระยะเวลาอันสั้นย่อมดึงดูดสายตาผู้คนมากเกินไป
หลังจากจัดเก็บข้าวของเรียบร้อย อัลเลนซึ่งเพิ่งผ่านการผสานสายเลือดมาก็ตกอยู่ในสภาวะเหนื่อยล้าและหลับสนิทไปอย่างรวดเร็ว
กาลเวลาหมุนเวียนผ่านไปอย่างช้าๆ ในช่วงสองเดือนต่อมา อัลเลนได้บันทึกความรู้พื้นฐานที่เล่าเรียนฟรีไว้ทั้งหมด แม้เขาจะยังไม่ได้เรียนรู้จนแตกฉานทุกแขนง แต่ด้วยความช่วยเหลือจากชิป การจะทำความเข้าใจทั้งหมดให้ถ่องแท้นั้นก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น
ศิษย์ฝึกหัดผู้วิเศษรุ่นเดียวกันอีกหลายคนยังไม่สามารถเชี่ยวชาญในบทเรียนเหล่านี้ได้เลย และวิชาเรียนฟรีเหล่านี้ก็จะไม่มีการสอนซ้ำอีก อัลเลนจึงมองเห็นหนทางในการหาเงิน แม้ราคาของความรู้พื้นฐานจะไม่สูงนัก แต่การเปิดชั้นเรียนขนาดเล็กให้แก่ศิษย์ฝึกหัดสิบกว่าคนพร้อมกันก็นับว่าสร้างรายได้ให้เขาไม่น้อย
การจ่ายเงินสิบเดลเลอร์ทองคำเพื่อกลับมาฟังบทเรียนซ้ำอีกครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรงสำหรับศิษย์ฝึกหัดที่มาจากตระกูลขุนนางเหล่านี้เลย ที่นี่ ความรู้คือเงินตรา ทว่าเงินจำนวนนี้สามารถหาได้เพียงในช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น วิชาพื้นฐานไม่ได้ยากเย็นเข็ญใจนัก และหลังจากผ่านไปสามเดือน วิชาพื้นฐานที่สอนฟรีทั้งหมดก็สิ้นสุดลง ขั้นต่อไปพวกเขาจะต้องเลือกวิชาเฉพาะทางตามเส้นทางในอนาคต ซึ่งวิชาเหล่านั้นจำเป็นต้องใช้หินเวทมนตร์ในการแลกเปลี่ยน
นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่การเป็นศิษย์ฝึกหัดผู้วิเศษระดับที่หนึ่ง ฟังก์ชันของชิปก็พัฒนาขึ้นอย่างมาก และความเร็วในการประมวลผลก็รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม เพื่อเป็นการหาหินเวทมนตร์ อัลเลนจึงเตรียมตัวที่จะรับภารกิจ
"บทเรียนสำหรับวันนี้สิ้นสุดลงแล้ว หากพวกเจ้าคนใดมีข้อสงสัยสามารถซักถามได้ ให้ถามได้เพียงคนละหนึ่งคำถามเท่านั้น หากเกินกว่านั้นจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม" อัลเลนกล่าวกับศิษย์ฝึกหัดราวห้าสิบคนในห้องเรียน
ที่นี่มีห้องเรียนว่างมากมายในเขตการสอน ในห้องเรียนรอบๆ ก็มีศิษย์ฝึกหัดผู้วิเศษบางคนเก็บค่าธรรมเนียมในการสอนความรู้เช่นกัน แต่เนื่องจากวิชาเรียนฟรีมีราคาถูกมากและต้องใช้เวลานาน จึงไม่ค่อยมีคนนิยมสอนนัก
อย่างไรก็ตาม นี่คือการสอนครั้งสุดท้ายของอัลเลน ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เพียงแค่การสอนความรู้พื้นฐานนี้ เขาก็ทำเงินได้หลายพันเดลเลอร์ทองคำ หลังจากตอบคำถามเสร็จสิ้น อัลเลนก็รีบเก็บข้าวของและเดินออกจากห้องเรียนไปอย่างเร่งรีบ
"อัลเลน เจ้ากำลังจะไปที่เขตราภารกิจงั้นรึ" ศิษย์ฝึกหัดร่างผอมเกร็งคนหนึ่งเอ่ยถาม
"ใช่แล้ว เจ้าจะไปด้วยกันไหม อัลเบิร์ต" อัลเบิร์ตเป็นคนที่มาจากหมู่เกาะฟีไลน์เช่นเดียวกัน พวกเขาจึงค่อนข้างสนิทกันในสถาบัน พรสวรรค์ของอัลเบิร์ตอยู่ที่ระดับสามเช่นกัน แต่เขามีข้อดีอย่างหนึ่งคือเป็นคนหูตาไวกว้างขวาง
"ข้าพนันได้เลยว่าเจ้าคงอยากจะหาหินเวทมนตร์ใจจะขาด" อัลเบิร์ตขยับแว่นสายตาอันใหญ่บนสันจมูกให้เข้าที่
"ก็แหงล่ะสิ" อัลเลนกรอกตาพลางเดินหน้าต่อไป
"ไม่อยากฟังความเห็นของข้าหน่อยรึ" เมื่อเห็นว่าอัลเลนทำท่าทีเพิกเฉย อัลเบิร์ตจึงรีบเร่งฝีเท้าตามให้ทัน
"ข้าคงจะแปลกใจมากกว่าถ้าเจ้าสามารถเก็บงำความลับไว้ได้โดยไม่พูดออกมา" อัลเลนเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ข้าสาบานเลยว่า ถ้าครั้งนี้เจ้าไม่ยอมมาขอร้องข้าล่ะก็ ข้าจะไม่มีวันบอกเจ้าเด็ดขาด" อัลเบิร์ตโกรธจนควันออกหูและสบถออกมา
"เหอะ"
ทั้งสองยังคงเดินต่อไปข้างหน้า
"ข้าทนไม่ไหวแล้ว อัลเลน ช่วงนี้มีพวกตระกูลผู้วิเศษในสถาบันกำลังจัดการดูตัวเพื่อแต่งงานกันอยู่" หลังจากกลั้นใจมาได้สิบกว่านาที ในที่สุดอัลเบิร์ตก็โพล่งออกมา
"แต่งงานงั้นรึ? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเราล่ะ" อัลเลนถามด้วยความสงสัย
"ฮ่าๆ สุดท้ายเจ้าก็ต้องเป็นฝ่ายถามข้าเองจนได้" อัลเบิร์ตหัวเราะอย่างผู้ชนะ
อัลเลนกรอกตาอีกครั้งและทำเป็นไม่สนใจ
"เฮ้ อย่าเดินหนีสิ" เขารีบตามไป "ตระกูลผู้วิเศษเหล่านี้จริงๆ แล้วก็คือตระกูลที่ขึ้นตรงกับสถาบันนั่นแหละ พวกเขามาที่นี่เพราะต้องการเกี่ยวดองกับศิษย์ฝึกหัดผู้วิเศษที่มีผลงานโดดเด่น"
"ข้ายังไม่มีแผนจะแต่งงาน" อัลเลนปฏิเสธทันควัน เขาคิดในใจว่า "ข้ามีสายเลือดมังกรแดงอยู่กับตัว พวกเจ้าอยากจะเกี่ยวดองด้วยก็คงจะหวังฮุบสายเลือดของข้าล่ะสิ กับดักนารีพิฆาตแค่นี้ ข้ามองปรดเดียวก็ทะลุปรุโปร่งแล้ว เหอะ!"
"ถ้าเจ้าได้รับเลือก เจ้าจะได้รับเงินสนับสนุนเป็นหินเวทมนตร์ 100 ก้อน และหลังจากนั้นจะได้รับเงินอุดหนุนอีกปีละ 10 ก้อน" อัลเบิร์ตเอ่ยขึ้นอย่างเนิบนาบ
อัลเลนที่เดินนำอยู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินต่อ
"แล้วพวกเขามีเงื่อนไขอะไรบ้างล่ะ" อัลเลนแสร้งถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"แน่นอนว่า ยิ่งมีโอกาสที่จะทะลวงระดับขึ้นเป็นผู้วิเศษอย่างเป็นทางการสูงเท่าไรก็ยิ่งดี พวกเขาต้องการทายาทที่มีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ แน่นอนว่าถ้าเป็นผู้วิเศษอย่างเป็นทางการเลยย่อมดีกว่า แต่ผู้วิเศษระดับนั้นคงไม่มาสนใจเศษเงินพวกนี้หรอก" อัลเบิร์ตเอ่ยด้วยน้ำเสียงอิจฉา
เมื่อผู้วิเศษกับผู้วิเศษมาครองคู่กัน โอกาสที่บุตรธิดาจะมีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ย่อมสูงขึ้น นี่คือสิ่งที่ตระกูลผู้วิเศษเหล่านี้มุ่งหวัง หากพวกเขาแต่งงานกับตระกูลผู้วิเศษอื่น ลูกที่เกิดมาก็จะจัดสรรกันลำบาก แต่ศิษย์ฝึกหัดจำนวนมากที่สถาบันคัดเลือกมานั้นเป็นเพียงขุนนางธรรมดา และเมื่อแต่งงานแล้ว พวกเขาก็จะกลายเป็นกำลังสำคัญให้แก่ตระกูลผู้วิเศษนั้นๆ
ไม่ว่าจะคำนวณอย่างไรพวกเขาก็ไม่มีทางขาดทุน ต่อให้ไม่สามารถเลื่อนระดับเป็นผู้วิเศษอย่างเป็นทางการได้ หากมีลูกหลายคนเข้า อย่างไรเสียก็ต้องมีคนที่มีพรสวรรค์ดีๆ ปรากฏออกมาบ้าง
ความน่าจะเป็นที่จะพบคนที่มีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ท่ามกลางคนธรรมดานั้นช่างต่ำยิ่งนัก หากตระกูลผู้วิเศษเหล่านี้ไม่เพิ่มเลือดใหม่เข้าไป พวกเขามีโอกาสสูงที่จะเสื่อมถอยลงภายในเวลาไม่กี่ร้อยปี อย่างไรก็ตาม ถึงจะเป็นเช่นนั้น ก็มีโอกาสที่อัจฉริยะซึ่งแต่งงานเข้ามาจะยึดอำนาจไปเสียเอง ดังนั้นเรื่องนี้จึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการของตระกูลผู้วิเศษแต่ละแห่ง
หลังจากทำความเข้าใจเรื่องนี้แล้ว อัลเลนก็ตัดหนทางนี้ทิ้งไปอย่างเด็ดขาด นี่มันจ้องจะให้เขาเป็นพ่อพันธุ์ชัดๆ เขาขอยอมแพ้กับเรื่องแบบนี้จริงๆ
เมื่อทั้งสองเดินผ่านโรงอาหาร ก็พบว่ามีการจัดงานดูตัวแบบโลกคู่ขนานอยู่ที่นั่น ทว่ามันไม่ใช่การนัดพบกันระหว่างชายหนุ่มหญิงสาวธรรมดา แต่เป็นการที่ศิษย์ฝึกหัดผู้วิเศษยืนเข้าแถวพร้อมเอกสารเพื่อให้สมาชิกของตระกูลผู้วิเศษเหล่านั้นประเมิน หากผ่านเกณฑ์ถึงจะได้ไปต่อ ดูเหมือนว่าจะมีคนจำนวนมากที่ต้องการเลือกเส้นทางลัดนี้
อย่างไรเสีย การเลื่อนระดับของผู้วิเศษก็ต้องใช้ทรัพยากร และการมีตระกูลคอยสนับสนุนในช่วงแรกย่อมช่วยเพิ่มโอกาสให้มากขึ้น
หลังจากยืนดูอยู่ครู่หนึ่ง ทั้งสองก็มาถึงเขตราภารกิจ แผ่นผลึกคริสตัลขนาดมหึมาแขวนอยู่ในห้องโถง มีภารกิจที่เขียนด้วยอักขระเวทมนตร์ปรากฏอยู่เต็มไปหมด
ภารกิจส่วนใหญ่ที่ไม่มีคำนำหน้ามักจะเป็นภารกิจส่วนตัว ส่วนภารกิจที่มีคำนำหน้าคือภารกิจที่โพสต์โดยองค์กรอย่างเป็นทางการของหอคอยเบญจมาศ ภารกิจทั่วไปจะใช้ตัวอักษรสีขาว สีเหลือง ในขณะที่ภารกิจสำคัญและเร่งด่วนจะเป็นสีแดง ภารกิจระดับศิษย์ฝึกหัดทั้งหมดจะอยู่รอบนอก ส่วนที่อยู่ลึกเข้าไปข้างในจะมีความยากที่สูงขึ้น
รางวัลที่สูงที่สุดคือการจัดหาโมเดลคาถา แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป รองลงมาคือความรู้แขนงต่างๆ ซึ่งมีราคาตั้งแต่สูงไปจนถึงต่ำ
อัลเลนไม่ได้มองภารกิจเหล่านั้นโดยตรง ภารกิจที่มีจำนวนมากที่สุดคือการจัดหาวัตถุดิบต่างๆ แต่หลายอย่างจำเป็นต้องเดินทางไปยังพื้นที่อันตรายซึ่งเป็นถิ่นของสัตว์อสูร หากไม่มีวิชาที่แข็งแกร่งพอก็มีอัตราการตายที่ไม่ต่ำเลย การไปที่นั่นตอนนี้โดยไม่มีความสามารถในการปกป้องตนเองย่อมเป็นอันตรายเกินไป
ส่วนภารกิจง่ายๆ อย่างการทำความสะอาด ก็ถูกแทนที่ด้วยหุ่นเชิดเวทมนตร์ไปหมดแล้ว ภารกิจที่เหลืออยู่อย่างการปลูกสมุนไพรเวทมนตร์และพืชวิเศษต่างๆ รวมไปถึงการเลี้ยงสัตว์อสูร ล้วนต้องใช้ทักษะเฉพาะทางในการรับทำ หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาจะต้องชดใช้ด้วยหินเวทมนตร์จำนวนมหาศาล ซึ่งตอนนี้อัลเลนยังไม่มีความรู้เหล่านั้น
สำหรับการเป็นผู้ช่วยในการทดลอง นั่นเปรียบเสมือนการเอาชีวิตไปเสี่ยงดวง ส่วนข้อกำหนดขั้นต่ำสำหรับการรับสมัครหน่วยลาดตระเวนคือต้องเป็นศิษย์ฝึกหัดระดับกลาง นอกจากจะปลอดภัยแล้ว รางวัลหินเวทมนตร์ก็ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่หากไม่มีเส้นสายย่อมไม่มีทางเข้าถึงได้
หลังจากพลิกไปมาอยู่หลายรอบ เขาก็พบภารกิจเพียงอย่างเดียวคือการเป็นผู้ดูแลหอสมุด ซึ่งให้ค่าตอบแทนหนึ่งหินเวทมนตร์ต่อเดือน และไม่มีข้อกำหนดพิเศษอื่นใด
ส่วนอัลเบิร์ต แม้เจ้าหมอนี่จะปากสว่างไปหน่อยแต่เขาก็มีพรสวรรค์ เขาความสามารถสื่อสารอย่างง่ายกับพวกสัตว์ได้ นี่คือพลังที่สืบทอดมาจากสายเลือดของเขา เขาจึงรับภารกิจการเลี้ยงสัตว์อสูรไปโดยตรง