- หน้าแรก
- นารูโตะ ความจริงที่ตื่นขึ้นจากโลกจำลอง
- ตอนที่ 7 : การฝึกซ้อมต่อสู้จริง
ตอนที่ 7 : การฝึกซ้อมต่อสู้จริง
ตอนที่ 7 : การฝึกซ้อมต่อสู้จริง
ตอนที่ 7 : การฝึกซ้อมต่อสู้จริง
ชั้นเรียนในโรงเรียนนินจาแทบไม่มีประโยชน์อะไรกับคิตาฮาระ คาเอเดะ เลย
ครูยืนอยู่หน้าโพเดียม กำลังอธิบายหลักการสกัดจักระให้ฟัง เด็กจากตระกูลใหญ่สองสามคนที่นั่งแถวหน้าสุดตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ แต่ความจริงคือผู้อาวุโสในตระกูลน่าจะสอนเรื่องพวกนี้ให้พวกเขาไปตั้งนานแล้ว
ส่วนที่แถวหลังสุด จิไรยะฟุบหน้าลงกับโต๊ะ หลับสนิทแถมยังมีน้ำลายยืดเยิ้มตรงมุมปาก
ตรงกันข้ามกับซึนาเดะที่ตั้งใจฟังอย่างจริงจัง
คิตาฮาระ คาเอเดะ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สายตาทอดมองออกไปที่ยอดไม้นอกหน้าต่าง
เขาเชี่ยวชาญพื้นฐานพวกนี้มาจากโลกแห่งความเป็นจริงหมดแล้ว
ความเร็วในการสกัดจักระและความแม่นยำในการควบคุมของเขาในตอนนี้ เหนือกว่าตัวเองในวัยสิบห้าปีจากโลกแห่งความเป็นจริงไปไกลโข
การต้องมานั่งฟัง "ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น" ในห้องเรียนแบบนี้ มันช่างเสียเวลาเสียจริงๆ
ทันทีที่ครูหันไปเขียนกระดานดำ มือของเขาก็ประสานอินอยู่ใต้โต๊ะ
ร่างแยกปรากฏขึ้นบนที่นั่งของเขา ทำท่าเอามือเท้าคางและหรี่ตาลงครึ่งหนึ่งเหมือนกับท่าทางปกติของเขาทุกอย่าง
ส่วนร่างจริงของเขาก็แอบลอบออกไปทางหน้าต่างและร่อนลงพื้นอย่างไร้สุ้มเสียง
ที่ลานฝึกซ้อมบนภูเขาหลังโรงเรียนไม่มีใครอยู่เลย
เขายืนอยู่ห่างจากต้นไม้ที่แห้งตายไปยี่สิบเมตร ประสานอิน และรีดเร้นจักระไปที่ลำคอ
คาถาไฟ: ลูกบอลเพลิงยักษ์
ลูกบอลเพลิงพุ่งเข้าชนต้นไม้ที่แห้งตายและระเบิดดังสนั่น
มันมีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างกว่าสองเมตร และลำต้นของต้นไม้ก็ส่งเสียงดังเป๊าะแป๊ะขณะที่ถูกแผดเผา
ยังไม่พอ
เขาปรับลมหายใจแล้วลองใหม่อีกครั้ง
กิจวัตรนี้ดำเนินต่อเนื่องไปกว่าครึ่งเทอม
ในระหว่างคาบเรียน ร่างแยกของเขาจะนั่งอยู่ในห้องเรียน ส่วนร่างจริงจะไปฝึกซ้อมอยู่ที่ภูเขาหลังโรงเรียน
บางครั้ง ถ้าเขากลับมาเร็ว เขาก็จะไปรอเสียงออดเลิกเรียนอยู่ที่หน้าห้องเรียน
ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีใครสังเกตเห็นเลย
จนกระทั่งหลังเลิกเรียนวันหนึ่ง ซึนาเดะต้อนเขาจนมุมตรงหัวมุมทางเดิน
เธอยืนกอดอกพิงกำแพง สีหน้าบอกชัดเจนว่า "นายเสร็จแน่"
"แอบหนีไปอีกแล้วใช่ไหม?"
"ฉันรู้เรื่องที่ครูสอนหมดแล้วนี่นา นั่งอยู่ตรงนั้นมันก็เสีย"
"ร่างแยกของนายตัวนั้นน่ะ" ซึนาเดะขัดจังหวะ น้ำเสียงของเธอแผ่วเบามาก "จับไปแล้วมันไม่รู้สึกอะไรเลย แข็งทื่อเป็นท่อนไม้"
คิตาฮาระ คาเอเดะ ชะงักไป
เธอสังเกตเห็นถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?
"...ครูไม่ได้สังเกตเห็นนี่"
"ก็เพราะครูไม่ได้จับนายน่ะสิ" ซึนาเดะจ้องเขาเขม็ง "แล้วถ้าวันหนึ่งครูเรียกให้นายยืนขึ้นตอบคำถามล่ะ นายจะทำยังไง?"
คิตาฮาระ คาเอเดะ เงียบไป
นั่นเป็นช่องโหว่จริงๆ นั่นแหละ
ซึนาเดะแค่นเสียงขึ้นจมูกแล้วหันหลังเดินจากไป
เขาคิดว่าเรื่องคงจบแค่นั้น
แต่ระหว่างคาบเรียนในวันรุ่งขึ้น ทันทีที่สายตาของครูชำเลืองมองมาทางเขา มือของซึนาเดะก็ชูพรวดขึ้นมาทันที
"คุณครูคะ ช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างทิศทางการหมุนของจักระกับลำดับการประสานอินใหม่อีกรอบได้ไหมคะ?"
คำถามนี้เพิ่งสอนไปเมื่อสิบนาทีที่แล้วเองนะ
แต่ในเมื่อหลานสาวของโฮคาเงะรุ่นที่หนึ่งเป็นคนถาม เขาก็ต้องตอบ
ความสนใจของครูถูกเบี่ยงเบนไปแล้ว
ร่างแยกปลอดภัยดี
ตอนที่คิตาฮาระ คาเอเดะ แอบกลับเข้ามาทางหน้าต่าง ซึนาเดะกำลังเปิดหนังสือเรียนโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำ
เขาเหลือบมองเธอแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
วันถัดมา ครูมองมาทางพวกเขาอีกครั้ง
มือของซึนาเดะก็ชูพรวดขึ้นมาอีก
"คุณครูคะ เรื่องจุดแข็งจุดอ่อนของการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติ ธาตุไฟชนะธาตุลม หรือธาตุลมชนะธาตุไฟคะ?"
นั่นสอนไปเมื่อวานนี้แล้วนะ
วันที่สาม
"คุณครูคะ กระดาษวัดคุณสมบัติจักระซื้อได้ที่ไหนคะ?"
ในที่สุดสีหน้าของคุณครูก็เริ่มดูไม่ได้ "คุณซึนาเดะ หมู่นี้เธอมี... คำถามเยอะจังเลยนะ"
"การมีความใฝ่รู้มันไม่ดีตรงไหนล่ะคะ?"
คุณครูเม้มปาก ก้มมองแผนการสอน แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก
ทุกคาบเรียนหลังจากนั้นก็เป็นแบบเดิม
เมื่อไหร่ก็ตามที่สายตาของครูชำเลืองมองไปที่นั่งของเขา ซึนาเดะก็จะมีคำถามขึ้นมา "แบบบังเอิญสุดๆ" พอดี
มีทั้งคำถามเกี่ยวกับจักระ อุปกรณ์นินจา ไปจนถึงตารางเรียน
มีอยู่ครั้งหนึ่ง เธอถึงกับถามว่า "ค่าอาหารในโรงอาหารของโรงเรียนนินจาเบิกเป็นค่าใช้จ่ายในการทำภารกิจได้ไหมคะ?"เล่นเอาพวกเด็กเรียนที่นั่งแถวหน้าสุดหันขวับมามองเธอกันเป็นตาเดียว
คุณครูแอบไปบ่นกับเพื่อนร่วมงานว่า "หลานสาวของท่านโชได(รุ่น 1)เนี่ยมีความใฝ่รู้อย่างแรงกล้าจริงๆ นะ เพียงแต่ว่าจุดโฟกัสของเธอมัน... แปลกๆ ไปหน่อย"
เลิกเรียนแล้ว
คิตาฮาระ คาเอเดะ ยืนพิงราวระเบียงทางเดินขณะที่ซึนาเดะเดินผ่านเขาไป
"มีคำถามบังเอิญขึ้นมาติดต่อกันหลายวันเลยนะ?"
"ความบังเอิญน่ะ"
"พรุ่งนี้จะบังเอิญอีกไหมล่ะ?"
"ขึ้นอยู่กับอารมณ์"
พูดจบเธอก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
คิตาฮาระ คาเอเดะ มองตามแผ่นหลังเธอ มุมปากของเขากระตุกเล็กน้อย
เขาไม่ได้เอ่ยคำขอบคุณออกไป
และซึนาเดะก็ไม่ได้เปิดโอกาสให้เขาทำแบบนั้นด้วยซ้ำ
มันก็ถูกของเธอนั่นแหละ
ในตรรกะของเธอ นี่อาจจะไม่ใช่การ "ช่วย" หรอกมั้ง คงเป็นอารมณ์ประมาณ "เพราะฉันอยากทำ" มากกว่า
ส่วนเหตุผลที่เธออยากทำน่ะเหรอ
ต่อให้ถามไป เธอก็ไม่บอกหรอก
ดีไม่ดีขืนไปเซ้าซี้มากๆ อาจจะโดนต่อยเอาด้วยซ้ำ
...
ปลายภาคเรียน
ตอนที่คุณครูเดินเข้ามาในห้องเรียน เขาไม่ได้ถือหนังสือเรียนมาด้วย แต่กลับเป็นแผนที่ที่ม้วนมาอย่างดีแทน
"การฝึกซ้อมต่อสู้จริง สถานที่: ภูเขาหลังโรงเรียน แบ่งเป็นทีมละสามคน จำกัดเวลา: สี่ชั่วโมง"
เขาคลี่แผนที่ออกแล้วติดไว้บนกระดานดำ เส้นชั้นความสูงของภูเขาหลังโรงเรียนถูกวาดไว้อย่างหนาแน่น
"ทางโรงเรียนได้ซ่อนป้ายไม้หมายเลขต่างๆ ไว้ทั่วภูเขา ทีมไหนทำคะแนนรวมได้สูงที่สุดจะเป็นฝ่ายชนะ"
เขาหยุดไปนิดหนึ่ง
"อนุญาตให้แย่งชิงกันได้"
ห้องเรียนตกอยู่ในความวุ่นวายทันที มีเสียงคนจับกลุ่มหาเพื่อนร่วมทีมดังระงมไปทั่ว
ซึนาเดะหันหน้าไปมองคิตาฮาระ คาเอเดะ
เธอไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ แต่สายตาของเธอไม่ต้องพึ่งการแปลความหมายใดๆ ทั้งสิ้นนายต้องอยู่ทีมฉัน ห้ามเถียง
คิตาฮาระ คาเอเดะ พยักหน้า
ยังขาดอีกคน
"รวมฉันเข้าไปด้วยสิ!"
จิไรยะพุ่งพรวดมาจากแถวหลังสุดแล้วทิ้งตัวลงนั่งตรงหน้า พร้อมกับรอยยิ้มที่น่าประทับรอยเท้าให้สุดๆ
ซึนาเดะขมวดคิ้ว
"ทีมละสามคน แต่พวกเธอมีกันแค่สองคนเองนะ" จิไรยะโบกมือไปมา "ถ้าไม่เลือกฉัน แล้วพวกเธอจะไปเลือกใครล่ะ?"
เขาเอียงคอ
"ในโรงเรียนนี้ นอกจากหมอนี่แล้ว เธอเคยคุยกับใครอีกหรือไง?"
ซึนาเดะอ้าปากจะเถียงแต่ก็หาคำพูดมาเถียงไม่ออก
เธอหันไปมองคิตาฮาระ คาเอเดะ
คิตาฮาระ คาเอเดะ ยักไหล่ "ก็ได้"
"นายเป็นเพื่อนแท้จริงๆ"
"นายต้องรับหน้าที่ที่เหนื่อยที่สุดนะ" ซึนาเดะพูดแทรกขึ้นมา
"...ก็ได้"
ความกร่างของจิไรยะหดหายไปเกินครึ่ง แต่เขาก็ยังหุบยิ้มบนใบหน้าไม่ได้อยู่ดี
แค่ได้อยู่ทีมเดียวกับซึนาเดะ ต่อให้ต้องรับหน้าที่หนักหนาสาหัสแค่ไหนเขาก็ยอม
...
ภูเขาหลังโรงเรียน
การฝึกซ้อมเริ่มขึ้นแล้ว
ทั้งสามคนเดินมุ่งหน้าไปตามเส้นทางตีนเขา ในขณะที่คิตาฮาระ คาเอเดะ กวาดสายตามองแผนที่ไปพลางเดินไปพลาง
ป้ายไม้จะซ่อนอยู่หนาแน่นในพื้นที่ด้านล่าง แต่คะแนนก็น้อยตามไปด้วย
ส่วนพื้นที่ด้านบนจะมีป้ายน้อยกว่า แต่ป้ายเดียวอาจจะมีค่าเท่ากับหลายคะแนนเลยก็ได้
เขาหยุดเดินที่ริมลำธาร
"แยกย้ายกันตรงนี้เถอะ ฉันจะขึ้นไปกวาดป้ายคะแนนสูงๆ บนเขา ส่วนพวกเธอสองคนเดินไปทางทิศตะวันออกเลียบไปตามลำธารนะ แล้วเก็บป้ายคะแนนต่ำๆ ให้ได้มากที่สุด"
เขาส่งแผนที่ให้ซึนาเดะ
"อีกสองชั่วโมง มาเจอกันที่นี่นะ"
ซึนาเดะรับแผนที่ไป เหลือบมองนิดหนึ่งแล้วพยักหน้า
พื้นที่ริมลำธารนั้นค่อนข้างโล่งกว้าง ดังนั้นให้ไปสองคนจะทำงานได้มีประสิทธิภาพที่สุด
ส่วนทางขึ้นไปบนยอดเขานั้นสูงชัน แต่คงไม่มีใครในชั้นเรียนนี้สู้กระบวนท่าของคิตาฮาระ คาเอเดะ ได้หรอก
"อย่าฝืนตัวเองมากล่ะ" เธอเอ่ยเตือน
คิตาฮาระ คาเอเดะ โบกมือ แล้วหันหลังเดินขึ้นเขาไป เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หายลับเข้าไปในพงหญ้า
จิไรยะมองตามแผ่นหลังที่ค่อยๆ หายไปของเขา สมองของเขาใช้เวลาครู่หนึ่งในการประมวลผลสถานการณ์
เขาไปแล้ว
ตอนนี้ก็เหลือแค่ฉันกับซึนาเดะ
"มัวเหม่ออะไรอยู่ล่ะ? ไปกันเถอะ" ซึนาเดะเริ่มออกเดินแล้ว
"มาแล้วๆ!"
จิไรยะวิ่งเหยาะๆ ตามไปและเดินเคียงข้างเธอไปตามลำธาร
แสงแดดสาดส่องลงมาตามช่องว่างของหมู่มวลแมกไม้ กระทบกับผมหางม้าสีบลอนด์ของเธอจนเป็นประกาย
เขาลอบมองเธอจากด้านข้างแล้วรีบหันหน้าหนี
ฉันต้องพูดอะไรสักอย่างแล้ว
"เธอว่าเขาจะเอาป้ายไปซ่อนไว้ตรงไหนล่ะ?"
"ใต้ก้อนหินบ้างล่ะ ในโพรงต้นไม้บ้างล่ะ หรือไม่ก็ในพงหญ้า เลิกถามแล้วก็เริ่มหาได้แล้ว"
ซึนาเดะนั่งยองๆ ลงแล้วพลิกก้อนหินดู และก็เป็นอย่างที่คิด มีป้ายไม้ซ่อนอยู่ข้างใต้จริงๆ หนึ่งคะแนน
"ชิ"
จิไรยะก็เริ่มลงมือหาบ้าง
วิธีของเขาดูหยาบกระด้างกว่าซึนาเดะเยอะเขาใช้เท้าเตะพวกเศษขยะและใบไม้กระจุยกระจาย แล้วก็เอาเท้าเขี่ยๆ ดูตามพงหญ้า
ท่าทางไม่ได้ดูงดงามอะไรนัก แต่ประสิทธิภาพก็ไม่ได้แย่เลยนะ
แค่ยี่สิบนาที เขาก็หาเจอถึงสามป้าย หนึ่งคะแนน สองคะแนน แล้วก็อีกหนึ่งคะแนน
"แถวนี้มีแต่ขยะทั้งนั้นเลย" ซึนาเดะพูดพลางยัดป้ายไม้ใส่กระเป๋า
"อย่างน้อยเราก็ได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้างแหละ..." จิไรยะโยนป้ายสองคะแนนในมือเล่น "เดี๋ยวมันก็รวมกันเยอะแยะ"
พูดยังไม่ทันจบ เขาก็เพิ่งจะตระหนักอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ดูเหมือนซึนาเดะจะอารมณ์ดีแฮะ
ปกติเวลาเขาคุยกับเธอที่โรงเรียน แค่ประโยคที่สามเธอก็มองบนใส่แล้ว พอถึงประโยคที่ห้าเธอก็เดินหนีไปเลย
แต่วันนี้ พวกเขาคุยกันไปเกินสิบประโยคแล้วนะ
ถึงแม้ทุกประโยคที่เธอพูดจะเหมือนเป็นการตะคอกใส่เขาก็เถอะ
แต่การได้ตอบโต้กันไปมา มันก็ยังดีกว่าการทำเหมือนเขาเป็นธาตุอากาศนั่นแหละน่า
มุมปากของจิไรยะยกขึ้นอย่างไม่รู้ตัวขณะที่เขากำลังคิดหาเรื่องคุยต่อ
จู่ๆ ซึนาเดะก็หยุดเดิน
จิไรยะก็หยุดตามและมองไปตามสายตาของเธอ
ที่พงหญ้าริมลำธาร มีคนยืนอยู่