เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 - เอาอุจจาระของข้าไปหลอมงั้นรึ?

บทที่ 34 - เอาอุจจาระของข้าไปหลอมงั้นรึ?

บทที่ 34 - เอาอุจจาระของข้าไปหลอมงั้นรึ?


บทที่ 34 - เอาอุจจาระของข้าไปหลอมงั้นรึ?

"หลงอวี่กำลังจะแพ้แล้ว!" เวินเหยียนที่นั่งอยู่ข้างกายกู้จื่อเยี่ยนผุดลุกขึ้นด้วยความตื่นตระหนก

หลี่ชุ่ยฮวาเป็นห่วงหลงอวี่มาตั้งแต่ตอนที่เขาก้าวขึ้นไปบนลานประลอง ยามนี้ใบหน้าของนางยิ่งซีดเผือดไร้สีเลือด ใจคออยากจะพุ่งทะยานขึ้นไปขวางหน้าหลงอวี่เอาไว้ให้รู้แล้วรู้รอด

ส่วนหลงฮ่าวเทียนกลับนั่งทอดพระเนตรอย่างสงบนิ่ง บางทีอาจเป็นเพราะไม่ว่าหลงอวี่จะแพ้หรือชนะ ท้ายที่สุดโอสถเก้าวัฏจักรคืนวิญญาณก็ตกเป็นของลูกชายพระองค์อยู่ดี พระองค์จึงไม่ได้ใส่พระทัยนัก

ทุกคนต่างคิดว่าหลงอวี่ย่อมต้องพ่ายแพ้ต่อศาสตราวุธอันคมกริบนี้อย่างแน่นอน ใครจะคาดคิดว่าเขาจะปากระบี่ขึ้นสนิมในมือออกไปสุดแรง พุ่งตรงทะลวงเข้าใส่กลางอกของหลงฉางเฟิง!

ในการต่อสู้ประลองยุทธ์ โดยเฉพาะการต่อสู้ที่เอาชีวิตเป็นเดิมพัน สิ่งที่ต้องห้ามที่สุดก็คือการปล่อยให้อาวุธหลุดจากมือ เพราะหากการโจมตีนั้นไม่อาจสร้างบาดแผลให้คู่ต่อสู้ได้ ตนเองก็จะตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบทันที!

หลงฉางเฟิงแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา เพียงขยับกายเล็กน้อยก็สามารถหลบหลีกการขว้างกระบี่ขึ้นสนิมนั้นได้อย่างง่ายดาย

ใครจะคาดคิดว่ากระบี่ขึ้นสนิมเล่มนั้นหลังจากพุ่งทะยานออกไปแล้ว กลับวกร่างหวนกลับมาทิ่มแทงจากด้านหลัง นี่คือกระบวนท่าลับที่หลงอวี่ควบคุมด้วยกำลังภายใน หลงฉางเฟิงขมวดคิ้วมุ่น ต้องพลิกตัวหลบหลีกอีกครั้ง

ปราณกระบี่นั้นเบาหวิว ทว่ากระบี่เหล็กกลับหนักอึ้ง กระบี่เหล็กที่ถูกซัดออกไปทีหลังกลับพุ่งมาถึงตัวก่อน หลงฉางเฟิงจึงจำต้องเบี่ยงตัวหลบหลีกเป็นอันดับแรก

พริบตาที่หลงฉางเฟิงกำลังเบี่ยงตัวหลบ หลงอวี่ก็ฉวยโอกาสนั้นอาศัยท่าร่างอันพิสดารราวกับภาพลวงตา พุ่งตัวหลุดพ้นจากการครอบงำของตาข่ายปราณกระบี่ ซ้ำยังคว้าด้ามกระบี่หนักเอาไว้ได้อีกครั้ง ก่อนจะแทงกระบี่ออกไปด้วยองศาอันแปลกประหลาด

กระบี่เล่มนี้ พุ่งเป้าตรงไปยังลำคอของหลงฉางเฟิง!

ส่วนหลงฉางเฟิงก็ตวัดกระบี่แทงสวนกลับมายังหัวใจของหลงอวี่เช่นกัน!

นี่คือการต่อสู้แบบแลกชีวิตโดยแท้ ทั่วทั้งลานประลองตกอยู่ในความเงียบงัน!

กระบี่ของทั้งสองฝ่ายต่างหยุดชะงักห่างจากร่างกายของคู่ต่อสู้เพียงหนึ่งชุ่น แม้แต่โจวฉี่ผู้คุมกฎบนเวทีก็ยังมองไม่ออกว่าผู้ใดเป็นฝ่ายชนะ

ทว่าในท้ายที่สุด หลงฉางเฟิงกลับเป็นฝ่ายลดกระบี่ลงก่อน เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ข้าไม่ต้องการให้เจ้าออมมือ!"

หลงอวี่ดึงกระบี่ในมือกลับมา แย้มยิ้มบางๆ "ยอมรับความพ่ายแพ้เสียเถิด!"

"ข้าไม่ได้ออมมือให้เจ้า ข้าแพ้แล้ว!" หลงฉางเฟิงจ้องมองหลงอวี่ด้วยสายตาท้าทาย "หวังว่าหลังจากเจ้าได้โอสถเก้าวัฏจักรคืนวิญญาณไปแล้วจะสามารถเบิกปัญญาได้สำเร็จ ถึงเวลานั้นพวกเราค่อยมาประลองกันอีกครา นั่นสิถึงจะเรียกว่าการต่อสู้ที่แท้จริง!"

"เขาแพ้ที่ใดกัน เห็นชัดๆ ว่าเสมอกัน!" หลงเฉิงโย่วตะโกนขึ้นมาอย่างไม่ยอมรับ "ฉางเฟิง เหตุใดเจ้าจึงต้องยอมแพ้ด้วย"

"ปราณกระบี่ของข้าทะลวงผ่านร่างของเขาไปแล้ว ทว่าเขากลับไร้รอยขีดข่วน ส่วนปราณกระบี่ของเขากลับหยุดนิ่งอยู่ที่ลำคอของข้า! หากเขาปลดปล่อยปราณกระบี่ออกมา ข้าคงกลายเป็นศพไปแล้ว!" หลงฉางเฟิงกล่าวจบก็ก้าวลงจากลานประลอง แล้วเดินจากไปในทันที

นับเป็นโชคดีที่เมื่อวานหลงฮ่าวเทียนได้ประทานชุดคลุมเต๋าป้องกันภัยให้แก่เขา ทำให้ปราณกระบี่ไม่อาจทะลวงผ่านไปได้ มิเช่นนั้นหากหัวใจของเขาถูกแทงทะลุ ยามนี้คงได้ลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงเสียแล้ว!

หลงฉางเฟิงผู้นี้ กล้าได้กล้าเสียเอาชีวิตเข้าแลกไม่ต่างจากเขาเลย หลงอวี่ชักจะรู้สึกชื่นชมความกล้าหาญไม่กลัวตายของอีกฝ่ายขึ้นมาเสียแล้ว!

หลังจากนั้น ก็ไม่มีผู้ใดที่มีคุณสมบัติและฝีมือเพียงพอจะขึ้นมาท้าประลองกับหลงอวี่อีก หลงฮ่าวเทียนจึงประกาศให้โอสถเก้าวัฏจักรคืนวิญญาณตกเป็นของหลงอวี่ในที่สุด!

หลงอวี่ตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างยิ่ง นี่ย่อมหมายความว่าเขามีโอกาสได้กลายเป็นผู้บำเพ็ญเต๋าแล้ว!

และโอกาสนี้ ก็เป็นหลงฮ่าวเทียนที่มอบให้แก่เขา

เขารู้สึกขอบคุณหลงฮ่าวเทียนจากใจจริง หากต้องพึ่งพาเพียงร่างผู้ฝึกยุทธ์ของตนเอง อย่าว่าแต่ไขกระดูกมังกรหรือน้ำตาหงสาเลย ต่อให้อุจจาระมังกรหรือขนหงสาก็คงไม่ได้แตะต้องแม้แต่ปลายเส้นขน!

หลงฮ่าวเทียนนำกล่องใส่โอสถที่งดงามประณีตแบบเดียวกับที่เคยใส่โสมคนหมื่นปีออกมายื่นให้ เมื่อเปิดออกดูก็พบโอสถขนาดเท่าตากระทิงสีดำสนิท ดูคล้ายกับลูกตาของสิ่งมีชีวิตบางชนิด

เขาหยิบโอสถเม็ดนั้นขึ้นมา ท่ามกลางสายตาหลากอารมณ์ของผู้คนมากมาย เขาก็โยนมันเข้าปากตัวเองไป

รสชาติของโอสถนั้นเลวร้ายอย่างที่สุด ทั้งเผ็ดร้อน ขมฝาด ซ้ำยังมีกลิ่นคาวชวนคลื่นเหียน เขาเคี้ยวๆ แล้วกลืนลงคอไป ทว่ากลับแทบจะอาเจียนออกมา

"เหตุใดจึงได้รสชาติแย่ถึงเพียงนี้" หลงอวี่ทำหน้าเหยเก เริ่มสงสัยว่านี่อาจจะทำมาจากอุจจาระมังกรจริงๆ ก็เป็นได้!

เมื่อคนอื่นๆ เห็นท่าทางสำออยของเขา ก็แทบอยากจะลากตัวเขาไปกระทืบให้จมดิน นี่ถึงกับกล้าบ่นว่ารสชาติแย่งั้นรึ!

หลงฮ่าวเทียนตวัดสายตามองเขาอย่างขัดใจ "ถ้ารู้สึกว่ารสชาติมันแย่นัก ก็คายออกมาเสีย!"

"แฮะๆ ขอหินลูกปัดสวรรค์มาให้ข้าทดสอบดูหน่อยได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"

หลงฮ่าวเทียนพยักหน้ารับ สั่งให้คนนำหินลูกปัดสวรรค์มาวางไว้ที่จุดไป่ฮุ่ยบนกระหม่อมของหลงอวี่

สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่หินลูกปัดสวรรค์ ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบกริบ

ทว่าหินลูกปัดสวรรค์กลับสว่างขึ้นเพียงสี่ส่วน ไม่ได้มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อย

"เป็นอย่างไรบ้าง เป็นอย่างไรบ้าง" หลงอวี่มองไม่เห็นเอง จึงได้แต่เร่งเร้าถามหลงฮ่าวเทียน

หลงฮ่าวเทียนขมวดคิ้ว "หลังจากเจ้ากลืนโอสถลงไปแล้ว รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอันใดบ้างหรือไม่"

"ก็แค่รู้สึกว่ามันไม่อร่อยเอาเสียเลยพ่ะย่ะค่ะ"

"ไม่มีความรู้สึกอื่นใดอีกเลยรึ"

หลงอวี่เดาะลิ้นจั๊บๆ ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ

"ดูท่าทางแล้ว ตำรับยาโบราณนี้คงเชื่อถือไม่ได้กระมัง" หลงอวิ้นเทียนเอ่ยขึ้น "เสียแรงเปล่าเสียแล้ว!"

หลงฮ่าวเทียนถอนหายใจยาว คิ้วขมวดเข้าหากันจนเป็นปม

หัวใจของหลงอวี่ที่เคยมั่นใจเต็มเปี่ยมร่วงหล่นลงสู่ก้นเหวในพริบตา เขารู้สึกราวกับว่าค่ำคืนนี้ไร้ซึ่งแสงสว่าง ชีิวิตไร้ซึ่งความหวัง จมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความหดหู่ซึมเศร้าอย่างหนักหน่วง

"เสด็จพ่อ ลูกก็เคยผ่านตาตำรับยาโบราณนั้นมาบ้าง ในนั้นระบุไว้ว่าไขกระดูกมังกรก็คือแก่นแท้แห่งรากปราณของมังกร เมื่อมังกรสิ้นใจ รากปราณจะแปรสภาพเป็นหยาดไขกระดูก ซ่อนเร้นอยู่ภายในกระดูก น้ำตาหงสาก็เช่นเดียวกัน เดิมทีหงสาย่อมไม่หลั่งน้ำตา ทว่าสิ่งที่เรียกว่าน้ำตาหงสาก็คือแก่นแท้แห่งรากปราณของหงสา เมื่อใกล้สิ้นใจมันจะหลั่งออกมาทางดวงตา มีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับหยาดน้ำตา เมื่อนำทั้งสองสิ่งมาผสานเข้าด้วยกัน พร้อมกับปรุงแต่งด้วยตัวยาอื่นๆ ไม่เพียงแต่จะสามารถปลุกเร้ารากปราณแฝงเร้นได้เท่านั้น ทว่าในภายภาคหน้าเมื่อบำเพ็ญเต๋า พลังเต๋าที่ก่อกำเนิดขึ้นก็จะแฝงไว้ด้วยพลังแห่งมังกรและหงสาด้วยพ่ะย่ะค่ะ" ผู้ที่เอ่ยอธิบายก็คือหลงเฉิงหรง

"ไม่ผิด!" หลงฮ่าวเทียนพยักหน้ารับ

"ของวิเศษที่หาได้ยากยิ่งอย่างไขกระดูกมังกรและน้ำตาหงสา กลับไม่ส่งผลอันใดต่อหลงอวี่เลยแม้แต่น้อย ลูกเห็นว่า บางทีอาจจะเป็นปัญหาที่ตัวหลงอวี่เองก็เป็นได้พ่ะย่ะค่ะ" หลงเฉิงหรงเอ่ยต่อ "หากลองเปลี่ยนเป็นผู้อื่น บางทีผลลัพธ์อาจจะแตกต่างออกไป"

หลงฮ่าวเทียนพยักหน้าเห็นด้วยอีกครั้ง

"ฝ่าบาท เช่นนั้นพวกเราใช้เลือดขององค์ชายเก้ามาสกัดเอาแก่นแท้แห่งรากปราณออกมาใหม่ เพื่อให้ผู้อื่นได้ทดลองดูดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ" หลงเหยี่ยแห่งสำนักพระราชวงศ์เสนอความคิดเห็น "มิเช่นนั้นก็คงน่าเสียดายแย่"

"เลือดรึ" หลงอวี่สะดุ้งสุดตัว หลุดพ้นจากภวังค์แห่งความหดหู่ในทันที เลือดของเขานั้นมีความพิเศษยิ่งนัก หากตกไปอยู่ในมือของผู้บำเพ็ญเต๋าจริงๆ ไม่แน่อาจจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นก็เป็นได้

หลงฮ่าวเทียนนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง กำลังจะอ้าปากตรัส ทว่าหลงอวี่กลับค้อมตัวคารวะหลงเหยี่ยด้วยความนบนอบแล้วเอ่ยถามขึ้นว่า "ท่านปู่ใหญ่ ในตำรับยาโบราณระบุไว้ด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ ว่าหลังจากกินโอสถเก้าวัฏจักรคืนวิญญาณเข้าไปแล้ว สรรพคุณยาจะซึมซาบเข้าสู่กระแสเลือด"

"เรื่องนี้..." สีหน้าของหลงเหยี่ยดูไม่ค่อยสู้ดีนัก "ข้าเองก็ไม่เคยเห็นตำรับยาโบราณนั้นหรอก"

"หากท่านปู่ใหญ่กล้ารับประกันว่า สรรพคุณยาของโอสถเก้าวัฏจักรคืนวิญญาณได้แทรกซึมเข้าสู่สายเลือดของข้าแล้วจริงๆ ซ้ำยังสามารถสกัดออกมาได้ใหม่ ข้าก็ยินดีกรีดเลือดตัวเองเดี๋ยวนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ" หลงอวี่เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังจริงใจ

"หากไม่ลองดูแล้วจะรู้ได้อย่างไรเล่าว่าทำไม่ได้" หลงเหยี่ยโต้แย้งอย่างมีเหตุผล

"ท่านพูดมีเหตุผล! ทว่าอาหารที่กินลงท้องไป สารอาหารย่อมหล่อเลี้ยงไปทั่วร่าง ทว่าส่วนใหญ่ก็ล้วนกลายเป็นอุจจาระขับถ่ายออกมา! โอสถเก้าวัฏจักรคืนวิญญาณเม็ดนี้กินเข้าไปแล้ว แก่นแท้ของมันจะซึมเข้าสู่สายเลือดของข้างั้นรึ หรือว่าแทรกซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อ หรือในกระดูกกันแน่ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้! ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้ นั่นก็คือส่วนหนึ่งของมันจะต้องกลายเป็นอุจจาระขับถ่ายออกมาอย่างแน่นอน! ท่านปู่ใหญ่ หรือว่าท่านจะลองเอาอุจจาระของข้าไปหลอมดูก่อนดีหรือไม่"

สีหน้าของหลงเหยี่ยแปรเปลี่ยนไปในทันที "เจ้าว่ากระไรนะ!"

"ข้าบอกว่า หากท่านรับประกันได้ว่าใช้เลือดของข้าแล้วจะสามารถหลอมโอสถเก้าวัฏจักรคืนวิญญาณขึ้นมาได้ใหม่อีกเม็ด ข้าก็ยินดีกรีดเลือด! แต่หากท่านไม่อาจรับประกันได้ ข้อเสนอของท่านย่อมถือเป็นการมุ่งร้ายต่อเชื้อพระวงศ์!" หลงอวี่ตอกกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวปนอ่อนโยน

"พอได้แล้ว!" หลงฮ่าวเทียนออกโรงห้ามปรามก่อนที่หลงอวี่จะพูดพล่ามไปมากกว่านี้ "ผู้อาวุโสเพียงแค่เสนอแนะเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าจะเอาชีวิตเจ้าเสียหน่อย! เหตุใดเจ้าจึงได้มีข้ออ้างสารพัดเช่นนี้"

"พ่ะย่ะค่ะ" หลงอวี่ก้มหน้าตอบรับอย่างว่าง่าย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 34 - เอาอุจจาระของข้าไปหลอมงั้นรึ?

คัดลอกลิงก์แล้ว