- หน้าแรก
- วิถีเซียนฉบับคุณนักเขียนออนไลน์
- บทที่ 7 ทดสอบฝีมือ
บทที่ 7 ทดสอบฝีมือ
บทที่ 7 ทดสอบฝีมือ
เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มต่ำดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
จ้าวลี่เงยหน้าขึ้น มองเห็นรถสปอร์ตสีน้ำเงินสว่างแล่นเลี้ยวโค้งมุมถนนพุ่งตรงมาอย่างรวดเร็ว
ตัวรถรูปทรงปราดเปรียวสะท้อนแสงไฟถนนจนเกิดเป็นประกายเงางามบาดตา โครงรถเตี้ยจนแทบจะติดพื้น เสียงท่อไอเสียดังกระหึ่มอย่างโดดเด่นท่ามกลางถนนที่เงียบสงบ
รถสปอร์ตเบรกดริฟต์อย่างสวยงาม แล้วจอดเทียบตรงหน้าจ้าวลี่อย่างแม่นยำ
ประตูปีกนกเปิดยกขึ้น
ที่เบาะคนขับ ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตลายดอกสีสันฉูดฉาดและสวมแว่นกันแดดยื่นหน้าออกมา ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว "พี่ลี่! ขึ้นรถ!"
หลี่เฮ่านั่นเอง
จ้าวลี่มองรถซูเปอร์คาร์ที่ดูปุ๊บก็รู้ปั๊บว่าราคาแพงหูฉี่คันนี้ สลับกับมองเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งตัวของหลี่เฮ่า แล้วก็อดแขวะไม่ได้ "ไอ้เฮ่า นายเปลี่ยนรถอีกแล้วเหรอ แล้วรถเบนซ์คันก่อนล่ะ"
"ให้ลูกพี่ลูกน้องเอาไปขับแล้ว!"
หลี่เฮ่าถอดแแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาเอาการ
คิ้วเข้มตาคม สันจมูกโด่ง เวลาหัวเราะจะมีลักยิ้มตื้นๆ ที่แก้มซ้าย ทั้งตัวแผ่ซ่านไปด้วยความมีชีวิตชีวาและความโอ้อวดแบบเฉพาะตัวของพวกลูกเศรษฐี
"นี่รถใหม่ ลัมโบร์กีนี ฮูราคาน เป็นไง เท่ปะ"
"เออ เท่ๆ" จ้าวลี่พยักหน้าส่งๆ แล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งที่เบาะข้างคนขับ
พื้นที่ในรถค่อนข้างต่ำ แต่ตกแต่งอย่างหรูหรา
เบาะหนังแท้ส่งกลิ่นหอมเฉพาะตัวของรถใหม่ แผงคอนโซลกลางมีปุ่มกดส่องประกายระยิบระยับเรียงราย หน้าปัดดิจิตอลเรืองแสงสีฟ้าอ่อน
หลี่เฮ่าเข้าเกียร์และเหยียบคันเร่งอย่างคล่องแคล่ว
รถสปอร์ตส่งเสียงคำรามต่ำๆ แล้วแล่นเข้าสู่กระแสการจราจรอย่างนุ่มนวล
"พี่ลี่ วันนี้พี่ดูหน้าตาเบิกบานดีนะเนี่ย"
หลี่เฮ่าขับรถไปพลาง ลอบสังเกตจ้าวลี่ไปพลาง
"รู้สึก... เหมือนมีอะไรเปลี่ยนไปนิดหน่อยแฮะ"
จ้าวลี่สะกิดใจ
หลังจากบำเพ็ญเพียร เขาก็มีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างจริงๆ ผิวพรรณเรียบเนียนขึ้น แววตาดูสดใสขึ้น
พลังชีวิตและสปิริตของเขายกระดับขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง แต่ไม่คิดเลยว่าหลี่เฮ่าจะสังเกตเห็นได้ไวขนาดนี้
"งั้นเหรอ คงเป็นเพราะช่วงนี้นอนหลับสนิทล่ะมั้ง"
"ส่วนนาย ทั้งเปลี่ยนรถใหม่ ทั้งมีความรัก ชีวิตดี๊ดีจังเลยนะ"
"แหะๆ ก็งั้นๆ แหละ"
ปากก็ถ่อมตัว แต่สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
"พี่ลี่ ฉันจะบอกอะไรให้นะ เสี่ยวหรูคนนี้น่ะ สุดยอดจริงๆ"
"เด็กคณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกเต้นรำ ทั้งบุคลิก ทรวดทรง... เดี๋ยวพี่เห็นก็รู้เองแหละ!"
จ้าวลี่มองท่าทางตื่นเต้นดีใจของเพื่อนรัก แล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ "เออๆ เดี๋ยวจะรอดู แต่ว่านะไอ้เฮ่า ครั้งนี้อย่ามาทำเป็นไฟไหม้ฟางอีกล่ะ"
"ถ้าผู้หญิงเขาดีจริง นายก็ดูแลเขาให้ดีๆ ล่ะ"
"แน่นอนอยู่แล้ว!"
หลี่เฮ่าตบหน้าอกรับประกัน
"พี่ลี่ ครั้งนี้ฉันเอาจริงนะโว้ย! ฉันคิดไว้แล้ว ว่าถ้าคบกันจนมั่นคงแล้ว จะพาไปเจอพ่อฉันเลย!"
จ้าวลี่เลิกคิ้ว "ไปเจอพ่อเลยเหรอ เป็นทางการจัง"
จ้าวลี่รู้ดีว่าฐานะทางบ้านของหลี่เฮ่าดีมาก
ขับรถเบนซ์ อยู่คอนโดหรู มีเงินใช้จ่ายเหลือเฟือ
แต่บ้านของหลี่เฮ่าทำธุรกิจอะไรนั้น หลี่เฮ่าไม่เคยพูด และจ้าวลี่ก็ไม่เคยถาม
นี่คือความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างพวกเขา
"ก็แหงสิ! แต่ว่าพี่ลี่ เดี๋ยวพอเจอเสี่ยวหรูแล้ว พี่อย่าหลุดปากเชียวนะ"
"ฉันบอกเธอไปว่าฉันเป็นเด็กจบใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มทำสตาร์ทอัปด้านอินเทอร์เน็ต ยังไม่มีเงินอะไรหรอก"
จ้าวลี่เหลือบมองรถสปอร์ตราคาไม่ต่ำกว่าสามสี่ล้านที่นั่งอยู่ สลับกับมองนาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์ที่ส่องประกายวิบวับบนข้อมือของหลี่เฮ่า มุมปากกระตุกยิกๆ "นี่น่ะเหรอที่เรียกว่ายังไม่มีเงิน"
"รถนี่ยืมมา! นาฬิกานี่ก็ของก๊อปเกรดเอ!"
หลี่เฮ่าตอบอย่างมั่นใจเต็มร้อย
"พี่ลี่ พี่ต้องให้ความร่วมมือกับฉันนะ! ฉันอยากจะรู้ ว่าเธอชอบฉันที่ตัวฉันจริงๆ หรือว่าชอบที่ฐานะของฉันกันแน่"
จ้าวลี่ส่ายหน้า ทั้งรู้สึกขำและแอบทอดถอนใจ
หลี่เฮ่าเนี่ย เห็นปกติทำตัวไร้สาระไปวันๆ แต่จริงๆ แล้วก็เป็นคนคิดเล็กคิดน้อยเหมือนกันนะ
ลูกเศรษฐีอยากจะมีความรักแบบที่ไม่ถูกเรื่องเงินๆ ทองๆ เข้ามาแทรกแซง พล็อตเรื่องน้ำเน่าแบบนี้ ถึงจะซ้ำซากจำเจ แต่พอมาเกิดขึ้นกับเพื่อนตัวเอง เขาก็ยินดีที่จะสนับสนุน
"โอเค เข้าใจแล้ว แต่ว่านะไอ้เฮ่า การแต่งตัวของนายเนี่ย ต่อให้แกล้งทำยังไง ก็ดูไม่เหมือนคนไม่มีเงินเลยสักนิดนะ"
"โธ่เอ๊ย อย่าไปใส่ใจรายละเอียดนักเลย!"
"เอาเป็นว่าพี่ลี่จำไว้ก็พอ ว่าฉันก็แค่เด็กจบใหม่ทำสตาร์ทอัปธรรมดาๆ คนหนึ่ง ส่วนพี่ก็เป็นเพื่อนสนิทของฉัน เป็นนักเขียนนิยาย"
"พวกเราเตรียมคำตอบให้ตรงกันก็พอ!"
คุยกันไปคุยกันมา รถก็แล่นมาถึงย่านเมืองเก่าทางฝั่งตะวันออกของเมืองแล้ว
ถนนหนทางแถวนี้คับแคบ สองข้างทางเป็นตึกแถวเก่าๆ ชั้นล่างเปิดเป็นร้านค้าสารพัดชนิด
เมื่อพลบค่ำ ร้านปิ้งย่างและร้านอาหารข้างทางก็ทยอยเปิดให้บริการ บรรยากาศคึกคักเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการใช้ชีวิต
หลี่เฮ่าวนหาที่จอดรถอยู่นาน สุดท้ายก็ยัดรถสปอร์ตเข้าซองตรงมุมถนนไปได้อย่างทุลักทุเล
ทั้งสองคนลงจากรถ แล้วเดินเท้าไปที่ร้านปิ้งย่างเถ้าแก่หวัง
ยังไม่ทันเดินเข้าไปใกล้ ก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายและเสียงร้องด้วยความตกใจของผู้หญิงดังมาจากข้างหน้า
จ้าวลี่เงยหน้ามองขึ้นไป ก็เห็นกลุ่มอันธพาลหน้าตากวนโอ๊ยสี่ห้าคนกำลังล้อมโต๊ะตัวหนึ่งอยู่ตรงมุมร้านปิ้งย่าง ที่โต๊ะตัวนั้นมีผู้หญิงนั่งอยู่สามคน
"เสี่ยวหรู!" สีหน้าของหลี่เฮ่าเปลี่ยนไปทันที เขาสับเท้าวิ่งพุ่งเข้าไปหา
จ้าวลี่วิ่งตามไปติดๆ
พอเข้าไปใกล้ถึงได้เห็นสถานการณ์ชัดเจน หัวโจกเป็นชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบห้าหกปีที่ย้อมผมสีทอง บนคอห้อยสร้อยทองเส้นเบ้อเริ่ม กำลังยื่นหน้าเข้าไปใกล้หลินเสี่ยวหรูด้วยท่าทางกะลิ้มกะเหลี่ย
"น้องสาว อย่าเย็นชานักสิจ๊ะ แค่ทำความรู้จักกันเอง..."
พูดจบก็ยื่นมือออกไปหมายจะจับแก้มของหลินเสี่ยวหรู
"ไสหัวไปนะ!" หญิงสาวผมสั้นที่อยู่ข้างๆ หลินเสี่ยวหรูตวาดลั่น แต่ก็ถูกอันธพาลอีกคนเข้ามาขวางเอาไว้
ในวินาทีที่มือของไอ้หัวทองกำลังจะแตะโดนตัวหลินเสี่ยวหรูนั่นเอง
"แกแส่หาที่ตายแล้วไอ้เวร!"
เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวของหลี่เฮ่าดังลั่น
เขาคว้าขวดเบียร์เปล่าจากโต๊ะข้างๆ พุ่งตัวเข้าไปสองก้าว แล้วฟาดเข้าที่หน้าผากของไอ้หัวทองอย่างแรง!
"เพล้ง!"
เสียงกระจกแตกและเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นพร้อมกัน ไอ้หัวทองเอามือกุมหน้าผากเซถอยหลังไป เลือดสดๆ ทะลักออกมาตามง่ามนิ้ว
"พี่เฮ่า!" หลินเสี่ยวหรูร้องอุทาน ในดวงตาฉายแววดีใจเพียงชั่วแวบเดียว ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัว
"ระวังนะไอ้เฮ่า!" จ้าวลี่ตะโกนเตือน
อันธพาลคนอื่นๆ พอเห็นพรรคพวกถูกตี ก็สติแตกฮือกันเข้ามาทันที
"เชี่ย! กล้าทำลูกพี่พวกเราเหรอ!"
"ฆ่ามัน!"
ทั้งสี่คนกรูเข้ามาล้อมหลี่เฮ่าเอาไว้ตรงกลาง
ถึงหลี่เฮ่าจะมีฐานะดี แต่ตอนเด็กๆ ก็ผ่านการชกต่อยมาไม่น้อย ปฏิกิริยาตอบสนองจึงรวดเร็วมาก
เขายกเท้าถีบไอ้อ้วนที่พุ่งเข้ามาคนแรกจนล้มกลิ้ง แล้วสวนหมัดเข้าใส่หน้าอีกคน
แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ไอ้หัวเขียวคนหนึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านข้าง ล็อกเอวหลี่เฮ่าเอาไว้แน่น
ส่วนอีกคนก็คว้าเก้าอี้ขึ้นมาเตรียมจะฟาดลงไป...
จ้าวลี่สไลด์เท้าเข้ามาแทรกกลางวงต่อสู้ในพริบตา
หลังจากบำเพ็ญเพียร ทั้งความเร็ว พละกำลัง และปฏิกิริยาตอบสนองของเขาก็เหนือกว่าคนทั่วไปมาก
แต่ตอนนี้อยู่ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย เขาไม่กล้าใช้ง่าไม้ตายที่รุนแรงเกินไป จึงใช้แค่วิชาจับล็อกที่เพิ่งจะคลำทางเจอในช่วงไม่กี่วันนี้
"ปล่อยมือ"
จ้าวลี่คว้าข้อมือของไอ้หัวเขียว บิดแล้วกดลง
ไอ้หัวเขียวรู้สึกเหมือนท่อนแขนทั้งท่อนถูกคีมเหล็กหนีบเอาไว้ ด้วยความเจ็บปวดจึงเผลอปล่อยมือจากหลี่เฮ่าไปโดยไม่รู้ตัว
จ้าวลี่อาศัยจังหวะนั้นออกแรงดึง ไอ้หัวเขียวก็เสียหลักล้มหน้าคะมำลงไปกองกับพื้น
อันธพาลที่ถือเก้าอี้เห็นดังนั้น ก็เปลี่ยนเป้าหมายหันมาฟาดใส่จ้าวลี่แทน
จ้าวลี่ไม่ถอยแต่กลับพุ่งสวนเข้าไป เอียงตัวหลบเก้าอี้ พร้อมกับสับสันมือขวาเข้าที่ข้อพับศอกด้านในของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ
อันธพาลคนนั้นแขนชาดิก เก้าอี้หลุดจากมือหล่นลงพื้น จ้าวลี่ใช้เท้าเตะตัดขาอีกที ชายคนนั้นก็ล้มก้นจ้ำเบ้าอย่างหมดสภาพ
อันธพาลคนที่สามพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง ราวกับจ้าวลี่มีตาหลัง เขาย่อตัวหมุนตัวกลับ แล้วตวัดขาเตะกวาดจนอีกฝ่ายล้มหงายหลัง
กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงสามสี่วินาที อันธพาลทั้งสามคนลงไปนอนโอดครวญอยู่บนพื้นหมดแล้ว
ส่วนคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ เป็นผู้ชายร่างเตี้ยผอมแห้ง พอเห็นท่าไม่ดี ก็รีบดึงไอ้หัวทองที่เพิ่งจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาเตรียมจะวิ่งหนี
"ฝากไว้ก่อนเถอะ! พวกแกฝากไว้ก่อน!" ไอ้หัวทองเอามือกุมหน้าผากที่โชกไปด้วยเลือด วิ่งหนีไปพลางหันกลับมาทิ้งท้ายคำขู่ไปพลาง "แน่จริงอย่าหนีนะเว้ย!"
กลุ่มอันธพาลวิ่งหนีหางจุกตูด แล้วหายลับไปตรงมุมถนน
ร้านปิ้งย่างเละเทะไปหมด ลูกค้าคนอื่นๆ โกยแนบไปหลบอยู่ไกลๆ ตั้งนานแล้ว ตอนนี้ถึงได้กล้าชะโงกหน้าออกมาดู
เถ้าแก่หวัง เจ้าของร้านวัยห้าสิบกว่าปีเดินเข้ามาด้วยสีหน้าอมทุกข์
"พวกคุณ พวกคุณ... แบบนี้มันเรื่องใหญ่แล้วนะ ไอ้หัวทองนั่นมันเป็นนักเลงขาโจ๋แถวนี้เลยนะ เดี๋ยวพวกมันต้องยกพวกกลับมาอีกแน่ๆ..."
หลี่เฮ่าหอบหายใจแฮกๆ จัดระเบียบเสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ ล้วงปึกธนบัตรออกจากกระเป๋าสตางค์แล้วยัดใส่มือเถ้าแก่หวัง
"เถ้าแก่ ขอโทษด้วยครับ เดี๋ยวผมชดใช้ค่าเสียหายให้ ลุงรีบเก็บกวาดเถอะ คืนนี้ไม่ต้องเปิดร้านแล้วล่ะ"
เถ้าแก่หวังมองธนบัตรที่ดูแล้วน่าจะไม่ต่ำกว่าสองสามพันหยวน ก็อึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วถอนหายใจ
"พ่อหนุ่ม เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาหรอก... พวกเธอรีบหนีไปเถอะ พวกนั้นมันไม่ใช่พวกที่จะไปตอแยได้ง่ายๆ นะ"
"พี่เฮ่า!"
หลินเสี่ยวหรูรีบวิ่งเข้ามาหาหลี่เฮ่าโดยไม่สนมาดกุลสตรี จับแขนของเขาขึ้นมาดูอย่างละเอียด
ที่ท่อนแขนของหลี่เฮ่ามีรอยแผลที่ถูกเศษกระจกบาด กำลังมีเลือดซึมออกมา
"พี่บาดเจ็บนี่!"
น้ำเสียงของหลินเสี่ยวหรูสั่นเครือ ขอบตาแดงก่ำขึ้นมาทันที
เธอรีบร้อนล้วงทิชชู่ออกมาจากกระเป๋าใบเล็กที่พกติดตัว แล้วซับเลือดที่แผลอย่างเบามือที่สุด
"เจ็บไหมคะ พวกเรารีบไปโรงพยาบาลกันเถอะ..."
หลี่เฮ่ามองท่าทางร้อนรนของหลินเสี่ยวหรู ในใจก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา เขายิ้มกว้าง "ไม่เป็นไร แผลนิดเดียวเอง เธอไม่ต้องเป็นห่วงหรอก"
"แผลนิดเดียวที่ไหนกันเล่า!" น้ำตาของหลินเสี่ยวหรูรื้นขึ้นมาคลอเบ้า "ก็เพราะฉันแท้ๆ..."
จ้าวลี่ยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ
ปฏิกิริยาของหลินเสี่ยวหรูไม่เหมือนคนกำลังแสดงละครเลยสักนิด ความเป็นห่วง ความปวดใจ และความรู้สึกผิดที่ออกมาจากใจจริงนั้น มันเสแสร้งกันไม่ได้หรอก
สายตาที่เธอมองหลี่เฮ่านั้น เต็มไปด้วยความรู้สึกที่จริงใจ
หญิงสาวอีกสองคนก็เดินเข้ามาล้อมวง คนหนึ่งคือหญิงสาวผมสั้นที่ตะคอกใส่ไอ้หัวทองเมื่อครู่นี้ ส่วนอีกคนเป็นหญิงสาวสวมแว่นตาหน้าตาเรียบร้อย
หญิงสาวผมสั้นยังมีสีหน้าหวาดผวา "เสี่ยวหรู เมื่อกี้ตกใจแทบแย่... โชคดีที่แฟนเธอมาทันนะเนี่ย"
"นี่เพื่อนสนิทฉันเอง โจวถิงกับสวีเวย"
หลินเสี่ยวหรูแนะนำตัว แต่สายตายังคงไม่ละไปจากท่อนแขนของหลี่เฮ่า จากนั้นก็หันไปมองจ้าวลี่ แววตาเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ "ส่วนนี่คือ..."
"นี่เพื่อนสนิทฉันเอง จ้าวลี่"
หลี่เฮ่ากอดคอจ้าวลี่ด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
"พี่ลี่ เมื่อกี้โคตรเท่เลย! ท่าทางพี่หยั่งกับในหนังแน่ะ ไปเรียนมาจากไหนเนี่ย"
"ดูคลิปสอนป้องกันตัวในเน็ตมาน่ะ" จ้าวลี่ตอบปัดๆ ไปอย่างนั้น
หลี่เฮ่ามองไปรอบๆ "อยู่ตรงนี้ต่อไม่ได้แล้ว เสี่ยวหรู เดี๋ยวฉันไปส่งพวกเธอที่มหาลัยก่อนนะ พี่ลี่ แล้วพี่ล่ะ..."
"เดี๋ยวฉันเรียกแท็กซี่กลับเอง" จ้าวลี่บอก "พวกนายรีบไปเถอะ เดี๋ยวพวกนั้นแห่กันมาจริงๆ"
หลี่เฮ่าพยักหน้า "พี่ลี่พูดถูก เสี่ยวหรู พวกเราไปกันเถอะ"
หลินเสี่ยวหรูทั้งสามคนพยักหน้าเห็นด้วย ทั้งสี่คนรีบเดินจ้ำอ้าวไปที่รถ
ถนนในย่านเมืองเก่าคับแคบและคดเคี้ยว แสงไฟตามทางก็สลัว
จ้าวลี่เดินนำหน้าสุด หลี่เฮ่าคอยประคองหลินเสี่ยวหรู ส่วนโจวถิงกับสวีเวยเดินตามหลัง
หลินเสี่ยวหรูคอยพยุงหลี่เฮ่าอย่างระมัดระวังตลอดทาง คอยเช็กแผลของเขาอยู่เป็นระยะ
"พี่เฮ่า ยังเจ็บอยู่ไหมคะ" เธอถามเสียงเบา
"ไม่เป็นไรจริงๆ" หลี่เฮ่าปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เธอไม่ต้องกังวลนะ"
จู่ๆ จ้าวลี่ก็หยุดเดิน
"มีอะไรเหรอ พี่ลี่" หลี่เฮ่าถาม
จ้าวลี่ไม่ได้ตอบ ทำเพียงแค่เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
ประสาทสัมผัสของเขาเฉียบคมขึ้นมากหลังจากบำเพ็ญเพียร เสียงฝีเท้าสับสนวุ่นวายดังแว่วมาจากที่ไกลๆ แถมไม่ได้มีแค่หนึ่งหรือสองคนด้วย
"รีบไป" จ้าวลี่ลดเสียงต่ำ "พวกมันมาแล้ว"
ทั้งห้าคนเร่งฝีเท้า แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
จากปากซอยด้านหน้าและทางแยกด้านหลัง จู่ๆ ก็มีคนกรูกันออกมากว่ายี่สิบคน ปิดล้อมถนนทั้งเส้นเอาไว้ในพริบตา
หัวโจกก็คือไอ้หัวทองที่ถูกหลี่เฮ่าเอาขวดเบียร์ฟาดหัวแตกที่ร้านปิ้งย่างนั่นเอง ตอนนี้บนหัวมันพันผ้าพันแผลไว้ลวกๆ รอยเลือดยังซึมออกมาอยู่ ทำให้ใบหน้าใต้แสงไฟสลัวดูน่าเกลียดน่ากลัวเป็นพิเศษ
"หนีเหรอ จะหนีไปไหน"
ไอ้หัวทองแสยะยิ้มชั่วร้าย ในมือถือท่อเหล็ก
"พวกเรา ไอ้สองตัวนี้แหละ! กระทืบมันให้ตาย!"
คนกว่ายี่สิบคนถือท่อนไม้ ท่อเหล็ก แถมยังมีมีดพับอีกหลายเล่ม ล้อมกรอบพวกเขาทั้งสามคนเอาไว้
ถนนเส้นนี้คับแคบอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งถูกปิดตายจนแทบจะไม่มีช่องว่างให้หนี
สีหน้าของหลี่เฮ่าเปลี่ยนไปทันที เขารีบก้าวออกไปขวางหน้าหลินเสี่ยวหรูทั้งสามคนเอาไว้เป็นคนแรก "เสี่ยวหรู พวกเธอหลบอยู่ข้างหลังฉัน!"
หญิงสาวทั้งสามคนหน้าซีดเผือด หลินเสี่ยวหรูรีบล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาโทรแจ้งความด้วยเสียงแผ่วเบา
โจวถิงตะโกนเสียงดัง "พวกแกจะทำอะไร พวกเราแจ้งความแล้วนะ ตำรวจกำลังมา!"
"แจ้งความเหรอ" ไอ้หัวทองหัวเราะลั่น "กว่าตำรวจจะมา พวกแกก็คงพิการไปแล้วแหละ! ลุย!"
คนกว่ายี่สิบคนพุ่งเข้าใส่พร้อมกัน
ในวินาทีนั้นเอง...
จ้าวลี่กลับเดินสวนทาง ก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
เขาไม่ยั้งมืออีกต่อไป พลังปราณแท้ที่สะสมมาจากการบำเพ็ญเพียรไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ประสาทสัมผัสถูกยกระดับจนถึงขีดสุด
เวลาดูเหมือนจะเดินช้าลง
คนที่พุ่งเข้ามาถึงตัวคนแรกคืออันธพาลสามคนที่ถือท่อเหล็ก
จ้าวลี่หรี่ตาลง ร่างกายสไลด์หลบไปด้านข้างราวกับภูตผี หลบการโจมตีจากท่อเหล็กท่อนแรกได้พร้อมกับสับสันมือขวาลงที่ข้อมือของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ
"กร๊อบ!"
เสียงกระดูกหักดังขึ้นเบาๆ อันธพาลคนนั้นร้องลั่น ท่อเหล็กหลุดจากมือ
จ้าวลี่คว้าท่อเหล็กนั้นไว้ แล้วตวัดฟาดกลับไปที่ข้อพับเข่าของคนที่สอง ชายคนนั้นเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น
คนที่สามเงื้อท่อเหล็กฟาดลงมา จ้าวลี่ไม่ถอยแต่กลับพุ่งสวนเข้าไป ใช้มือซ้ายดันข้อศอกของอีกฝ่ายขึ้นด้านบน พร้อมกับใช้ท่อเหล็กในมือขวางัดขึ้นเสยคาง ชายคนนั้นร้องครางอึกใหญ่ แล้วหงายหลังล้มตึง
กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสองวินาที
ไอ้หัวทองเห็นดังนั้น ก็ตะโกนลั่น "ลุยพร้อมกันเลย! มันมีตัวคนเดียว!"
คนอื่นๆ กรูเข้ามาสมทบ
จ้าวลี่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พลังปราณแท้ในร่างกายเร่งความเร็วขึ้น
การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วจนมองเห็นเป็นเพียงภาพติดตา เคลื่อนไหวอย่างพลิ้วไหวไปมาในตรอกแคบๆ
ทุกการโจมตีพุ่งเป้าไปที่จุดอ่อนอย่างข้อต่อหรือจุดฝังเข็มอย่างแม่นยำ ทั้งสามารถทำให้คู่ต่อสู้หมดสภาพ และไม่ถึงกับทำให้บาดเจ็บถึงชีวิต
อันธพาลคนหนึ่งเงื้อมีดแทงเข้ามา จ้าวลี่เอียงตัวหลบ มือซ้ายคว้าข้อมือของอีกฝ่ายแล้วบิด ส่วนศอกขวากระแทกเข้าที่สีข้าง ชายคนนั้นเจ็บจนตัวงอกองลงไปกับพื้น
อีกคนลอบโจมตีจากด้านหลัง ราวกับจ้าวลี่มีตาหลัง เขาหมุนตัวกลับแล้วถีบยอดอกของอีกฝ่ายอย่างจัง ชายคนนั้นกระเด็นถอยหลังไปชนคนข้างหลังล้มกลิ้งไปอีกสองคน
ท่อเหล็กในมือของจ้าวลี่กลายเป็นเงาสีดำทะมึน ฟาดฟันออกไปครั้งใดก็ต้องมีคนล้มลง
แต่เขาก็ยังยั้งมือเอาไว้ โดยเน้นโจมตีจุดที่ไม่ใช่จุดตาย
หลี่เฮ่ายืนอ้าปากค้างจนแทบจะลืมหายใจ
เขาไม่เคยเห็นภาพแบบนี้มาก่อนเลย อันธพาลกว่ายี่สิบคนที่มีอาวุธครบมือ กลับพ่ายแพ้ไม่เป็นท่าราวกับเด็กน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าจ้าวลี่
หลินเสี่ยวหรูเกาะแขนหลี่เฮ่าเอาไว้แน่น ในดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อ
ส่วนโจวถิงกับสวีเวยมองจ้าวลี่ด้วยสายตาเป็นประกายวิบวับ
เพียงแค่หนึ่งนาทีสั้นๆ บนพื้นก็มีคนนอนร้องโอดโอยอยู่กว่ายี่สิบคนแล้ว เสียงร้องดังระงมไปทั่ว
อันธพาลเจ็ดแปดคนที่เหลือมองจ้าวลี่ด้วยความหวาดผวา ไม่กล้าก้าวเข้าไปใกล้
ไอ้หัวทองหน้าซีดเผือด มันคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเรื่องจะลงเอยแบบนี้ มันถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว จู่ๆ ก็ชักมีดสั้นออกมาจากเอว "แก... แกอย่าเข้ามานะ!"
จ้าวลี่โยนท่อเหล็กในมือทิ้ง แล้วค่อยๆ เดินเข้าไปหาไอ้หัวทอง
แววตาของเขาสงบนิ่ง แต่กลับแฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้หายใจไม่ออก
"เมื่อกี้ที่ร้านปิ้งย่าง ฉันให้โอกาสแกไปแล้วนะ"
น้ำเสียงของจ้าวลี่แผ่วเบา แต่กลับทำให้ไอ้หัวทองสะดุ้งเฮือก
"แก... แกจะเอายังไง"
ไอ้หัวทองแกว่งมีดไปมาด้วยความหวาดกลัวแต่ก็พยายามทำเก่ง
จ้าวลี่ไม่ได้ตอบ ทำเพียงแค่เดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ
ในวินาทีที่ไอ้หัวทองกัดฟันแทงมีดเข้ามา เขาก็เอียงตัวหลบเล็กน้อย มือขวาพุ่งออกไปราวกับสายฟ้า คว้าข้อมือที่ถือมีดของไอ้หัวทองเอาไว้ แล้วออกแรงบิดพร้อมกับกดลง
"อ๊าก... ...!"
มีดสั้นร่วงหล่นลงพื้น ข้อมือของไอ้หัวทองหลุดออกจากเบ้า เจ็บจนต้องทรุดตัวลงไปคุกเข่ากับพื้น
อันธพาลที่เหลือพอเห็นแบบนั้น ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ส่งเสียงร้องลั่นแล้ววิ่งหนีแตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง
จ้าวลี่ปล่อยมือ ไอ้หัวทองก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น นอนตัวสั่นงันงก
เสียงไซเรนรถตำรวจดังแว่วมาแต่ไกล หลินเสี่ยวหรูแจ้งตำรวจไปจริงๆ แถมตำรวจยังมาเร็วกว่าที่คิดไว้อีก
จ้าวลี่หันหลังเดินกลับไปหาหลี่เฮ่ากับหลินเสี่ยวหรู รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาเมื่อครู่นี้ถูกเก็บซ่อนไปจนหมดสิ้น กลับกลายเป็นจ้าวลี่ผู้อ่อนโยนคนเดิมอีกครั้ง
"พี่ลี่..." หลี่เฮ่าอ้าปากค้าง ไม่รู้จะพูดอะไรดี
จ้าวลี่ยิ้มบางๆ "ตอนเด็กๆ เคยไปอยู่โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้มาสองสามปีน่ะ แล้วตอนหลังก็ได้เรียนวิชาของจริงจากอาจารย์เก่าๆ มานิดหน่อย คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะได้ใช้ประโยชน์"
คำอธิบายนี้พอกล้อมแกล้มไปได้ แต่ในใจของหลี่เฮ่ารู้ดีว่า สิ่งที่จ้าวลี่แสดงออกมาเมื่อครู่นี้ ไม่ใช่วิชาศิลปะการต่อสู้ธรรมดาๆ อย่างแน่นอน
แต่เขาก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียง ทำเพียงแค่พยักหน้าอย่างหนักแน่น "พี่ลี่ วันนี้ถ้าไม่ได้พี่ล่ะก็..."
"เป็นพี่เป็นน้องกัน ไม่ต้องพูดเรื่องพวกนี้หรอก" จ้าวลี่ตบไหล่เพื่อนเบาๆ