เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - จังหวะนี้ แถไม่ออกแล้ว

บทที่ 4 - จังหวะนี้ แถไม่ออกแล้ว

บทที่ 4 - จังหวะนี้ แถไม่ออกแล้ว


บทที่ 4 - จังหวะนี้ แถไม่ออกแล้ว

ต้าฉินก่อตั้งประเทศด้วยความดีความชอบทางทหาร ตำแหน่งสามปุโรหิตเก้าเสนาบดีล้วนได้มาจากการทำศึกสงคราม ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวก็คือ จ้าวเกา บุตรชายของจ้าวซุยที่ได้รับพระราชทานรางวัลอย่างงามหลังจากที่บิดาทดลองยาแทนจิ๋นซีฮ่องเต้จนตัวตาย

เหมิงเถียนคือแม่ทัพใหญ่ และเป็นหนึ่งในเก้าเสนาบดีฝ่ายมหาดไทย ควบคุมเสบียงและเงินทองทั่วหล้า ย่อมต้องมีความรู้ และในใต้หล้านี้ก็ไม่มีชนชั้นสูงคนไหนที่ไม่มีความรู้

เขาย่อมรู้เรื่ององค์เทพตงหวงไท่อีเป็นอย่างดี และรู้ลึกซึ้งกว่าคนอื่นๆ เสียด้วยซ้ำ

ไท่อี คือเทพบรรพชน เป็นผู้ให้กำเนิดสายน้ำ หล่อเลี้ยงสรรพสิ่ง กลายสภาพเป็นลมปราณ ให้กำเนิดจิตวิญญาณแห่งสรรพชีวิต

บึงอวิ๋นเมิ่งในฐานะที่พำนักของเทพบรรพชน จึงเป็นสถานที่ที่มีภูตผีปีศาจและสิ่งลี้ลับมาตั้งแต่สมัยโบราณ

มีตำนานเล่าขานกันว่า ในส่วนลึกของบึงอวิ๋นเมิ่งมีเต่ายักษ์อาศัยอยู่ มันชอบดวงจันทร์ บางครั้งก็จะกลืนดวงจันทร์ลงไป นี่จึงเป็นสาเหตุที่ดวงจันทร์มีข้างขึ้นข้างแรม

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ หากจะบอกว่ามีเซียนสักองค์สององค์ ก็ดูเหมือนจะสมเหตุสมผลอยู่

ทว่า...

เหมิงเถียนไม่เชื่อเรื่องเซียนหรือนักพรตอะไรนั่นหรอก

"ตั้งแต่เข้าเขตหนานจวิ้น กองทัพได้กวาดล้างพื้นที่ จับกุมนักพรตได้สี่ร้อยเก้าคน"

"ส่วนใหญ่ก็ตายด้วยน้ำมือของพวกเจ้านี่แหละ" เหมิงเถียนนั่งตัวตรงอยู่บนหลังม้า สายตาจับจ้องไปข้างหน้า คนที่พูดคือหัวหน้าองครักษ์ ซึ่งมียศเป็นจวินโห่ว นามว่า เหมิงสี่

"พวกเจ้าลงมือฆ่านักพรตพวกนั้นมาตั้งเยอะแยะ เคยเห็นว่ามันมีความศักดิ์สิทธิ์อะไรบ้างไหมล่ะ"

เหล่าองครักษ์พากันเงียบกริบ

องค์ชายฝูซูทรงมีพระเมตตา ทรงไต่สวนนักพรตทุกคนอย่างละเอียด แม้จะไม่รู้วิชาอายุวัฒนะ แต่ขอเพียงไม่เคยรับราชโองการของจิ๋นซีฮ่องเต้ ไม่เคยหลอกลวงเอาเงินทองของชาวบ้าน ไม่เคยฉวยโอกาสข่มเหงรังแกชาวบ้าน และรับปากว่าจะไม่อ้างตัวเป็นนักพรตอีก ก็จะได้รับการละเว้นโทษตาย

ผลปรากฏว่า...

นักพรตทั้งสี่ร้อยเก้าคน ไม่มีใครรอดพ้นโทษตายไปได้เลยสักคนเดียว

เห็นได้ชัดว่า พวกนักพรต ล้วนเป็นพวกสิบแปดมงกุฎหลอกลวงต้มตุ๋นทั้งสิ้น

"เซียนเรอะ เซียนบ้าบออะไรกัน"

องครักษ์ตระกูลเหมิงที่ติดตามเหมิงเถียนเข้ากองทัพผู้นี้ รู้ดีว่าเจ้านายของตนกำลังโกรธจัด จึงรีบตะคอกใส่เหล่าองครักษ์ที่ยังคงมีสีหน้าเคลือบแคลงสงสัย

"พวกเจ้าไม่เคยได้ยินเรื่องนกคาบกิ่งไม้ทำรังหรือไง" เขาแอบชำเลืองมองเหมิงเถียน ก่อนจะตวาดด่าอย่างเกรี้ยวกราด

องครักษ์คนอื่นๆ ถึงได้สติกลับคืนมา องครักษ์คนที่พูดเมื่อครู่นี้ก็แอบชำเลืองมองเหมิงเถียนที่ยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติงดั่งขุนเขาเช่นกัน ก่อนจะฝืนยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น "ข้าน้อยแค่นึกไม่ถึงว่านกที่แคว้นฉู่จะทำรังใหญ่โตขนาดนี้..."

พูดจบเขาก็รู้ตัวว่าพูดผิด รีบหุบปากฉับ ดึงสายบังเหียน แล้วควบม้าเดินหน้าต่อไปทันที

องครักษ์คนอื่นๆ ก็ขยับเข้ามาล้อมรอบเหมิงเถียนไว้ตรงกลางดังเดิม แล้วมุ่งหน้าลึกเข้าไปในภูเขา

เพียงแต่ขณะที่ควบม้าไป ทุกคนก็ยังคงรู้สึกลังเลอยู่ในใจ

อย่างที่จวินโห่วเหมิงสี่บอกนั่นแหละ เซียนบ้าบออะไรกัน

ไม่ว่าก่อนหน้านี้ทุกคนจะเคารพยำเกรงพวกเซียนหรือนักพรตมากแค่ไหน แต่หลังจากที่ลงมือฆ่าพวกมันไปเป็นสิบๆ คนด้วยมือตัวเอง ความเคารพยำเกรงนั้นก็หายวับไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเหยียดหยามและดูแคลนอย่างสุดซึ้ง

นกคาบกิ่งไม้ทำรัง ใครๆ ก็เคยเห็น การกระทำของนกเมื่อครู่นี้ ถ้าบอกว่าเป็นการทำรัง มันก็ฟังขึ้นอยู่หรอก

แต่นกเป็นหมื่นตัวช่วยกันทำรัง รังนี้มันจะใหญ่โตขนาดไหนกันเชียว

รังนกที่บึงอวิ๋นเมิ่งมันจะอลังการงานสร้างขนาดนี้เลยหรือไง

นี่มันเรื่องอะไรกันแน่

ทุกคนเดินทางต่อไปด้วยความสงสัยอย่างหนัก

แต่เดินไปได้ไม่ถึงหนึ่งลี้ องครักษ์ทัพหน้าคนเดิมก็ดึงบังเหียนหยุดม้าอีกครั้ง

"มีอะไรอีก" เหมิงสี่คอยอารักขาอยู่ข้างกายเหมิงเถียนตลอดเวลา เขารู้ดีว่าตอนนี้แม่ทัพใหญ่กำลังโกรธจัด จึงชิงถามขึ้นก่อนที่เหมิงเถียนจะเอ่ยปาก

"ท่านจวินโห่ว" ตอนนี้ทัพหน้าไม่กล้าเรียกเหมิงเถียนแล้ว เขาแอบสังเกตสีหน้าของเหมิงเถียนอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพูดอย่างลังเลว่า "ข้างหน้าเจอฝูงสัตว์ป่าขอรับ มีทั้งหมูป่า หมาป่า หมี เสือ ดาว ประมาณร้อยกว่าตัวขอรับ"

ทุกคนชะงักงัน หยุดม้าอย่างเหม่อลอย

ไม่ต้องให้องครักษ์ทัพหน้าชี้บอก ตอนนี้ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงฝูงสัตว์ป่าที่อีกฝ่ายพูดถึง จากอาการกระสับกระส่ายและหวาดกลัวของม้าศึกที่ตัวเองขี่อยู่แล้ว

ข้างหน้าห่างออกไปประมาณหลายจั้ง มีลำธารเล็กๆ สายหนึ่ง และฝั่งตรงข้ามของลำธารก็มีลานกว้างที่หาได้ยาก

ภูเขาตรงนี้มีทางโค้ง และตรงทางโค้งนั้นเอง ก็มองเห็นฝูงสัตว์ป่ากำลังวิ่งควบตึงตังผ่านไป

บึงอวิ๋นเมิ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลผู้คน การมีสัตว์ป่ามากมายขนาดนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใด

ทว่า ทุกคนเคยเห็นหมูป่า หมาป่า หมีดำ เสือ และเสือดาว วิ่งไปด้วยกันโดยไม่ทำร้ายกันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

สัตว์ป่าพวกนี้มันเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันชัดๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ในปากของสัตว์ป่าเหล่านี้ ก็คาบทั้งท่อนไม้ กิ่งไม้ รากไม้ที่ไม่รู้จักชื่อ ดอกไม้ และอื่นๆ อีกมากมาย

ทุกคนถึงกับเห็นตำตาเลยว่า มีหมูป่าตัวใหญ่ตัวหนึ่งกำลังพาลูกหมูป่าที่เพิ่งเกิดได้ไม่นานวิ่งผ่านไป

ข้างๆ มีทั้งหมาป่า หมี เสือ เสือดาว และสัตว์ป่าอื่นๆ แต่ลูกหมูป่าพวกนี้กลับไม่กลัวเลยสักนิด เอาแต่วิ่งเตาะแตะตามแม่หมูป่าไปทางด้านข้างของภูเขา

แม้แต่ในปากของพวกมัน ก็ยังคาบพืชประหลาดๆ เอาไว้ด้วย

เหล่าองครักษ์ต่างก็มองหน้าแม่ทัพใหญ่เหมิงเถียนอย่างเลื่อนลอย ส่วนใบหน้าที่คล้ำแดดของเหมิงเถียนก็ยังคงนิ่งเฉย มีเพียงประกายแสงที่สาดส่องออกมาจากดวงตาของเขาเท่านั้นที่ทำให้ทุกคนรู้สึกหนาวสั่น

ในฐานะองครักษ์ประจำตัวแม่ทัพใหญ่ ทุกคนรู้ดีว่าเมื่อใดก็ตามที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ย่อมหมายความว่า...

แม่ทัพใหญ่ต้องการฆ่าคน

"ท่านจวินโห่ว..." องครักษ์ทัพหน้าเอ่ยปากอย่างระมัดระวัง ไม่กล้าเรียกเหมิงเถียน ทำได้เพียงขอความช่วยเหลือจากหัวหน้าองครักษ์ "สัตว์ป่าพวกนี้ ดูเหมือนว่ากำลังทำรังอยู่เหมือนกันใช่ไหมขอรับ"

ทุกคนถึงกับพูดไม่ออก

"ฮะ" เหมิงสี่หัวเราะแห้งๆ "นึกไม่ถึงเลยว่าทิวทัศน์และสภาพอากาศที่แคว้นฉู่จะแตกต่างจากจงหยวนของพวกเรามากขนาดนี้..."

"ใครๆ ก็บอกว่าที่แคว้นฉู่มีความชื้นสูง ทหารฉินที่เข้ามาที่แคว้นฉู่มักจะมีแผลพุพองตามตัว วันนี้ได้เห็นกับตา ถึงได้รู้ว่าไม่ใช่เรื่องโกหก"

เขาฝืนพูดต่อไปว่า "ขนาดสัตว์ที่มีขนหนาเตอะพวกนี้ยังต้องทำรังเหมือนนก แสดงว่าความชื้นที่นี่มันรุนแรงมากจริงๆ "

เหล่าองครักษ์ต่างก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

นกทำรัง ใครๆ ก็เคยเห็น แม้ว่านกนับหมื่นตัวมาช่วยกันทำรังจะดูแปลกประหลาดไปสักหน่อย แต่พอลองคิดดูดีๆ มันก็พอจะฟังขึ้นอยู่

แต่หมาป่าทำรัง หมูป่าทำรัง หรือแม้แต่หมี เสือ เสือดาวทำรังเนี่ยนะ

เกิดมาเพิ่งเคยได้ยิน

เพียงแต่ความชื้นที่บึงอวิ๋นเมิ่งรุนแรงมาก ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องโกหก

ทหารฉินส่วนใหญ่เป็นคนฉินดั้งเดิม และสภาพอากาศที่จงหยวนก็แห้งแล้ง คนฉินไม่ชินกับความชื้น พอเข้ามาที่แคว้นฉู่ ทหารหลายคนก็มีแผลพุพองตามตัว

เหล่าองครักษ์ล้วนสวมชุดเกราะเหล็ก หากอยู่ที่จงหยวนหรือเหอเทา แค่เอาน้ำมันตังอิ๊วเช็ดครึ่งเดือนครั้งก็สามารถรับประกันได้ว่ามันจะเงางามเหมือนใหม่ แต่พอมาอยู่ที่บึงอวิ๋นเมิ่ง เช็ดวันละครั้ง ก็ยังไม่วายขึ้นสนิมอยู่ดี

ส่วนชุดเกราะหนังที่ทหารราบสวมใส่ แม้จะไม่มีสนิมขึ้น แต่ชุดเกราะหนังที่เดิมทีหนักยี่สิบสองจิน พอมาอยู่ที่บึงอวิ๋นเมิ่งก็ดูดซับน้ำเข้าไปมาก จนหนักถึงสี่สิบกว่าจิน

ถึงขั้นหนักกว่าชุดเกราะเหล็กเสียอีก

ความชื้นที่รุนแรงขนาดนี้ ไม่ใช่แค่สัตว์ปีกเท่านั้น แม้แต่สัตว์บกก็ทนไม่ไหว มันก็มีความเป็นไปได้อยู่

เมื่อเห็นเหล่าองครักษ์พากันพยักหน้า เหมิงสี่ก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ในฐานะที่เป็นจวินโห่ว เขาย่อมรู้ดีถึงความสำคัญของขวัญกำลังใจทหาร

การที่กองทัพฉินสามารถกวาดล้างไปทั่วแผ่นดินได้ นอกจากอาวุธยุทโธปกรณ์ที่แข็งแกร่งแล้ว ยังต้องพึ่งพาสปิริตของคนฉินที่ว่า ตราบใดที่เลือดยังไม่หมดตัว ก็จะไม่ยอมหยุดสู้รบ

นี่ต่างหากคือกุญแจสำคัญที่ทำให้กองทัพฉินไร้เทียมทาน ไร้ผู้ต่อกร

ดังนั้น ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ต้องรักษาขวัญกำลังใจของลูกน้องเอาไว้ให้ได้

เขาเหลือบมององครักษ์ทัพหน้าโดยสัญชาตญาณ สีหน้าของอีกฝ่ายทำให้หัวใจที่เพิ่งจะสงบลงของเขาต้องเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง

"มีอะไรอีก" เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

"ท่านจวินโห่ว" องครักษ์ทัพหน้าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ "ข้าน้อยยังเห็นฝูงปลาในลำธารกำลังทำรังอยู่ด้วยขอรับ"

เหมิงสี่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่

เขารู้สึกปั่นป่วนอยู่ในอก แทบจะกระอักเลือดออกมาให้ได้

เขาหันไปมองเหมิงเถียนโดยไม่รู้ตัว

สัตว์บกทนความชื้นไม่ไหวเลยต้องทำรัง ก็ยังพอฟังขึ้น

แต่ปลาทำรังเนี่ยนะ...

ท่านแม่ทัพใหญ่ โปรดอภัยในความไร้ความสามารถของผู้น้อยด้วย

จังหวะนี้ มันแถไม่ออกแล้วจริงๆ ขอรับ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 4 - จังหวะนี้ แถไม่ออกแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว