เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24: คำสารภาพรักครั้งแรก

บทที่ 24: คำสารภาพรักครั้งแรก

บทที่ 24: คำสารภาพรักครั้งแรก


จี้ยินสงบลงครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยอย่างท้อแท้ "ฉันจะทำยังไงดีคะหลี่หลี่ ตัวเมียที่เราเก็บมาได้คนนั้นดูเหมือนจะชอบพี่ใหญ่ของฉันเข้าแล้วละ"

"เอ๊ะ?"

นางเอกชอบพี่ชายของจี้ยินงั้นเหรอ?

"จริงๆ นะคะ สายตาที่หล่อนมองพี่ใหญ่ของฉันมันโจ่งแจ้งมาก มีแค่เจ้าตัวนั่นแหละที่ยังไม่รู้ตัว"

ไป๋ลี่นิ่งคิด ซึ่งมันก็ดูสมเหตุสมผลอยู่

หรือว่า "พี่ชาย" ในตำนานที่นางเอกใช้ข่มขู่คนอื่นในภายหลังก็คือจี้ไป๋งั้นเหรอ?

เมื่อนึกถึงชายหนุ่มชุดดำผู้หล่อเหลาและอ่อนโยนคนนั้น ไป๋ลี่ก็ได้แต่รู้สึกเสียดาย

การถูกนางเอกหมายตาเนี่ย มันคือคราวซวยชัดๆ

"แล้วพี่จี้ไป๋ชอบเธอไหมคะ?"

จี้ยินส่ายหน้า "จะเป็นไปได้ยังไง? พี่ชายทั้งสองของฉันไม่มีความสนใจในตัวเมียเลยสักนิด ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่คิดจะให้เธอเหมาพวกเขาทั้งคู่หรอกค่ะ"

พูดไปจี้ยินก็เอาแก้มถูไถกับหน้าของไป๋ลี่ "ก็แหม เธอสวยขนาดนี้ ขนาดฉันยังชอบเลย ฮิๆ"

ท่านงูขาวที่ยืนเฝ้าดูอยู่ข้างหลัง: ...

ดีมาก

แม้จะคุยกันเล่นๆ แต่ในใจไป๋ลี่ก็ยังแอบกังวล

"ยินยิน ฟังฉันนะ ต่อไปพยายามอยู่ห่างๆ ลั่วเหลียนเหลียนไว้หน่อยนะคะ"

ป่านนี้นางอาจจะเริ่มผูกใจเจ็บคุณไปแล้วก็ได้

"รับทราบค่ะ" จี้ยินตอบตกลงอย่างรวดเร็ว

ไป๋ลี่ถอนหายใจ เห็นท่าทางของจี้ยินแล้วเธอก็รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เก็บคำเตือนนี้ไปคิดจริงจังเลย

เธอคงต้องคอยจับตาดูลั่วเหลียนเหลียนให้มากขึ้นเองเสียแล้ว

ตายยากชะมัด

เสียงหวานแหววดูบอบบางของตัวเมียดังขึ้นจากข้างหลัง "สวัสดีค่ะ ฉันขออนุญาตนั่งข้างๆ ด้วยคนได้ไหมคะ?"

ไป๋ลี่หันไปตามเสียง เห็นลั่วเหลียนเหลียนในชุดนักเรียนที่สกปรกมอมแมม เส้นผมยาวรุงรัง เธอกำลังมองมาด้วยสายตาหวาดระแวง

ไป๋ลี่ไม่ได้ตอบอะไรแต่ลอบสำรวจอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า

นี่น่ะเหรอนางเอก?

ดวงตาโต ริมฝีปากจิ้มลิ้ม รับกับใบหน้ารูปไข่ตามมาตรฐาน ก็ถือว่าเป็นคนสวยคนหนึ่ง แต่...

มันไม่ได้ดูเลอเลิศเกินจริงเหมือนที่บรรยายไว้ในเนื้อเรื่องเดิมเลยสักนิด

ไป๋ลี่ใช้เวลาคิดครู่หนึ่งก่อนจะชี้ไปยังที่ว่างข้างตัว "มานั่งข้างฉันนี่ค่ะ"

แค่อย่านั่งข้างยินยินก็พอ

"ขอบคุณค่ะ" ลั่วเหลียนเหลียนก้มหน้าลง เส้นผมยาวปรกหน้าจนมองไม่เห็นอารมณ์บนใบหน้า

หลังจากลั่วเหลียนเหลียนนั่งลงข้างๆ ไป๋ลี่ก็เมินเธอโดยสิ้นเชิง

เธอยังคงชวนจี้ยินคุยต่อไปเรื่อยๆ

ตอนนี้ลั่วเหลียนเหลียนรู้สึกแย่มาก

ความเหนียวเหนอะหนะบนตัวทำให้เธออยากจะบ้าตายตรงนั้น

บวกกับการถูกพวกอสูรรอบข้างเมินเฉย อารมณ์ของลั่วเหลียนเหลียนก็แทบจะระเบิดออกมา

แสงไฟจากกองไฟสาดส่องลงบนใบหน้าของลั่วเหลียนเหลียน ทำให้หน้าของเธอดูบิดเบี้ยวไปวูบหนึ่ง

ไม่สิ มันไม่ควรเป็นแบบนี้!

เธอเป็นคนทะลุมิติมานะ!

เธอคือนางเอก!

เธอควรจะเป็นผู้หญิงที่งดงามที่สุดในโลกอสูรแห่งนี้สิ!

มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ!

ใบหน้าที่งดงามราวกับเอลฟ์แวบเข้ามาในหัว...

ใช่แล้ว! ต้องเป็นยัยนั่นแน่ๆ!

ลั่วเหลียนเหลียนหันไปมองแผ่นหลังของเด็กสาวชุดขาวด้วยสายตาที่มืดหม่น ความริษยาอย่างล้ำลึกพลุ่งพล่านอยู่ในดวงตา

ไป๋ลี่รู้สึกเย็นสันหลังขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอเกาหูจิ้งจอกพลางทำหน้างง

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

ก่อนจะได้ทันคิดอะไรต่อ มื้อค่ำก็เสร็จเรียบร้อย

อสูรเผ่าพยัคฆ์แล่เนื้อวัวย่างใส่จานแล้วยื่นให้ทั้งสามคน

"แม่นาง ได้เวลากินข้าวแล้วครับ"

ไป๋ลี่และจี้ยินรับมาด้วยรอยยิ้ม ส่วนลั่วเหลียนเหลียนยังคงก้มหน้าก้มตาไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

ไป๋ลี่ชำเลืองมองลั่วเหลียนเหลียนอย่างนึกสงสัย

นางเอกเป็นอะไรไปน่ะ? คอหักหรือเปล่า?

เอาแต่ก้มหน้าอยู่ได้

ถึงจะประหลาดใจแต่ไป๋ลี่ก็ไม่ได้เข้าไปยุ่ง

มื้อค่ำผ่านพ้นไปอย่างสงบสุข

หลังกินอิ่ม ไป๋ลี่ก็เดินไปหาโม่เหยียนที่มุมหนึ่ง

"ท่านงูขาวคะ~"

"อืม"

โม่เหยียนยกมือขึ้นช่วยเช็ดคราบมันที่มุมปากของไป๋ลี่ แววตาเต็มไปด้วยความรักและเอ็นดู

เขารวบตัวจิ้งจอกน้อยเข้ามาไว้ในอ้อมกอดอย่างเคยชิน

ไป๋ลี่ลูบพุงที่เริ่มกลมของตัวเอง "อีกนานไหมคะกว่าจะถึงเมืองราชสีห์ทองคำ?"

นี่เราเดินกันมาเดือนกว่าแล้วนะ

โม่เหยียนแนบแก้มกับหน้าอวบๆ ของไป๋ลี่เบาๆ "ใกล้แล้วล่ะ"

ถ้าเดินทางด้วยความเร็วระดับนี้ อย่างมากไม่เกินเจ็ดวันก็ถึง

"อื้อ... งั้นก็ดี..."

"ไป๋... ไป๋ลี่!"

ก่อนที่ไป๋ลี่จะทันพูดจบ เสียงใสๆ ของเด็กหนุ่มก็ขัดขึ้นเสียก่อน

ไป๋ลี่หันไปมอง เห็นเด็กหนุ่มสันจมูกโด่งคม ใบหน้าคมเข้ม ผมสั้นสีดำตัดทรงเรียบร้อย สวมชุดหนังสัตว์ขาวดำที่เผยให้เห็นแผงอกสีน้ำผึ้งไปครึ่งหนึ่ง

ดวงตาสีอำพันของเขามองเธออย่างประหม่า ราวกับลูกหมาที่กำลังอ้อนขอความเมตตา

เขามือไพล่หลังไว้เหมือนกำลังซ่อนบางอย่าง

เครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้นเต็มหัวไป๋ลี่ ในขณะที่นัยน์ตาของโม่เหยียนวาววับด้วยความเย็นชา มือที่โอบเอวไป๋ลี่กระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย

ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่จ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าเงียบๆ

ภายใต้สายตาทั้งสองคู่ เด็กหนุ่มดึงขวดที่เปล่งแสงออกมาจากข้างหลังแล้วยื่นพรวดมาตรงหน้าไป๋ลี่

"ให้คุณครับ!"

ไป๋ลี่มองดูขวดที่เปล่งแสงนั่น

จุดแสงเล็กๆ ข้างในบินวนไปมาอยู่ในขวด

นี่คือ... หิ่งห้อยเหรอ?

เดี๋ยวสิ เขาจะทำอะไรเนี่ย?

ไป๋ลี่ที่ไม่เคยถูกจีบมาก่อนถึงกับทำตัวไม่ถูก เธอหันไปมองโม่เหยียนอย่างงุนงง

พยายามจะหาคำตอบจากเขา

"เขากำลังเกี้ยวพาราสีเจ้าอยู่"

"หา!?"

ไป๋ลี่เหวอหนักกว่าเดิม

โม่เหยียนก้มลงมากระซิบที่หูปุกปุยของสุนัขจิ้งจอก

"เจ้าจะรับรักเขาไหมล่ะ?"

ไป๋ลี่ส่ายหน้าโดยสัญชาตญาณ "ไม่ค่ะ!"

เพล้ง

ทันทีที่เธอพูดจบ ไป๋ลี่ก็ได้ยินเสียงแตกละเอียดดังชัดเจน

เหมือนกับหัวใจของเด็กหนุ่มที่เพิ่งเริ่มผลิบานด้วยความรัก กลับแตกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนจะได้ลิ้มรสความขมขื่นของมันเสียอีก

หิ่งห้อยนับไม่ถ้วนบินออกจากขวดโหลที่แตกกระจาย ส่งแสงระยิบระยับไปทั่วความมืดมิด

เด็กหนุ่มเบิกตาค้าง จ้องมองตัวเมียน้อยที่งดงามราวกับเอลฟ์ตรงหน้าอย่างเหม่อลอย

"เอ่อ... คือว่า"

ไป๋ลี่เริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่อถูกจ้องขนาดนั้น แต่เธอก็คิดคำปลอบใจไม่ออกจริงๆ

ก็นี่มันคือการสารภาพรัก และเธอก็ปฏิเสธไปแล้ว จะให้พูดปลอบใจอะไรได้อีกล่ะ?

"ขอโทษที่รบกวนครับ!"

ในขณะที่ไป๋ลี่ไม่รู้จะพูดอะไร เด็กหนุ่มคนนั้นก็ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วหันหลังวิ่งแน่บไปทันที

ไป๋ลี่: ???

เขายังโอเคอยู่ใช่ไหมคะนั่น?

โม่เหยียนลูบหัวสุนัขจิ้งจอก น้ำเสียงเต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัด "ไม่ต้องห่วงหรอก เขาไม่เป็นไร"

ถ้าโดนปฏิเสธแค่ครั้งเดียวแล้วยอมแพ้ ก็ไม่คู่ควรจะมาตามจีบจิ้งจอกน้อยของเขาหรอก

อีกด้านหนึ่ง จี้มั่วผู้ถูกหักอกไปแอบนั่งเศร้าอยู่ที่มุมมืด

หิ่งห้อยตัวหนึ่งบินมาเกาะที่ปลายจมูกของเขา แต่เขากลับปัดมันทิ้งอย่างหงุดหงิด

"โดนปฏิเสธเหรอ?"

จี้มั่วหันหัวไปมอง เห็นพี่ชายตัวเองยืนพิงต้นไม้ท่าทางสบายใจเฉิบ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยอย่างปิดไม่มิด

จี้มั่วพ่นลมหายใจขึ้นจมูกแล้วสะบัดหน้าหนี ไม่ยอมมองอีกต่อไป

จี้ไป๋ไม่ได้สนใจอะไร เขาเดินมาตบหัวน้องชายด้วยอารมณ์แบบ "อยากให้ได้ดีแต่ดันไม่ได้เรื่อง"

"แกใช้ขวดโหลพรรค์นั้นเป็นของหมั้นเกี้ยวตัวเมียเนี่ยนะ?"

เด็กหนุ่มเชิดหน้าเถียง "ก็พี่บอกเองไม่ใช่เหรอว่าพวกตัวเมียชอบของที่มันระยิบระยับน่ะ?"

จี้ไป๋: ...

ปึก

จี้ไป๋อดรนทนไม่ไหว ทำสิ่งที่อยากทำมานานแต่ไม่มีข้ออ้างเสียที

เขาตบเข้าที่หลังหัวน้องชายจนเกือบหัวทิ่ม

"หัดใช้สมองบ้างได้ไหม?"

"ของระยิบระยับที่ฉันหมายถึงน่ะ คืออัญมณี! คือแกนผลึกอสูร!"

"ไม่ใช่ให้แกไปไล่จับหิ่งห้อยมาใส่ขวดโหลโง่ๆ แบบนั้น!"

จี้ไป๋อยากจะผ่าหัวน้องชายออกมาดูจริงๆ ว่าข้างในมีอะไรอยู่บ้าง

จี้มั่วถึงกับตาสว่างวูบ "พี่ควรจะบอกให้เร็วกว่านี้สิ!"

พี่ทำผมโดนหลี่หลี่ปฏิเสธเลยเห็นไหมเนี่ย

จบบทที่ บทที่ 24: คำสารภาพรักครั้งแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว