- หน้าแรก
- คู่มืออ่อยหนุ่มฉบับยัยจิ้งจอก วิธีตกหนุ่มหล่อให้หัวหมุน
- บทที่ 7: ชุดกระโปรง
บทที่ 7: ชุดกระโปรง
บทที่ 7: ชุดกระโปรง
ใบหน้าอันหล่อเหลาของท่านงูขาวพลันขยับเข้ามาใกล้ ใกล้เสียจนไวท์ฟ็อกซ์มองเห็นขนตาแต่ละเส้นของอสูรงูได้อย่างชัดเจน
จุมพิตที่แผ่วเบาและทีเล่นทีจริงประทับลงบนริมฝีปากของเด็กสาว
แม้หลังจากที่ท่านงูขาวผละออกไปแล้ว ไวท์ฟ็อกซ์ยังคงอยู่ในอาการเหม่อลอย น้ำตาคลอเบ้าแต่ไม่ไหลร่วงลงมา ดูแล้วก็น่าขำไม่น้อย
"คุณ... คุณจูบฉันเหรอ!?"
ต้องใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าไวท์ฟ็อกซ์จะตั้งสติได้ เธอนิ้วชี้ไปมาที่เขากับเธอสลับกันด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
โม่เหยียนประคองใบหน้าของจิ้งจอกน้อยด้วยมือหนา ดวงตาสีเขียวมรกตเปี่ยมล้นไปด้วยความรัก "ข้าขอโทษ เป็นความผิดของข้าเอง"
ความจริงแล้ว โม่เหยียนตั้งใจจะรอให้ทั้งคู่คุ้นเคยกันมากกว่านี้ก่อนจะเริ่มเกี้ยวพาราสี หากไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะทำให้ตัวเมียน้อยตกใจ เขาคงจะดึงเธอเข้ามากอดและ... ไปนานแล้ว
ปลายนิ้วของเขาไล้ที่หางตาที่แดงระเรื่อของเธอ "ที่ข้าพูดแบบนั้นไป เพราะข้ากลัวว่าจะทำให้เจ้าตกใจ"
ไวท์ฟ็อกซ์ใช้เวลาคิดอยู่ไม่กี่วินาทีก่อนจะตระหนักได้ว่า—ที่เธอร้องไห้ฟูมฟายแทบเป็นแทบตายเมื่อกี้มันไร้ประโยชน์สิ้นดี!!!
กำปั้นเล็กๆ สีชมพูระดมทุบลงบนอกแกร่งของท่านงูขาว
"คนบ้า! แกล้งฉันมันสนุกนักหรือไง!!"
จิ้งจอกน้อยพองลมที่แก้มและทำปากยื่น ดูแล้วท่าทางจะง้อให้หายโกรธได้ยากเหลือเกิน
โม่เหยียนดึงจิ้งจอกน้อยเข้าสู่อ้อมกอด จมูกของเขาคลอเคลียอยู่กับหูที่ปุกปุยและลู่ลงของเธอ และเป็นไปตามคาด เขาสัมผัสได้ว่าตัวเมียน้อยในอ้อมแขนกำลังสั่นสะท้าน
เขากระซิบปลอบประโลม "งูขาวผิดไปแล้ว ต่อจากนี้งูขาวจะเชื่อฟังจิ้งจอกน้อยทุกอย่างเลย ดีไหม?"
แก้มของไวท์ฟ็อกซ์ร้อนผ่าว ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะพิษไข้หรือความเขินอายกันแน่
"ก็ได้ค่ะ... ครั้งนี้ฉันจะยกโทษให้ก็ได้..."
ไวท์ฟ็อกซ์พึมพำพลางซุกหน้าลงกับอกของโม่เหยียน
อันที่จริงเธอก็มีส่วนผิดเหมือนกัน จะไปโทษท่านงูขาวฝ่ายเดียวก็ไม่ได้
บรรยากาศเริ่มทวีความใกล้ชิดมากขึ้น ทันใดนั้นเอง—
"ฮัดเชิ้ว!"
ไวท์ฟ็อกซ์ขยี้จมูกที่คัดตึง น้ำตาแทบจะร่วงอีกรอบ
ทรมานชะมัด
โม่เหยียนขมวดคิ้ว "ข้าขอโทษ ข้าไม่รู้วิธีรักษาอาการป่วยเลย"
การเห็นตัวเมียน้อยสุดที่รักต้องทรมานทำให้โม่เหยียนรู้สึกปวดใจไม่แพ้กัน
ทว่าไวท์ฟ็อกซ์กลับรู้สึกว่ายังไหว แม้จะอึดอัดร่างกายอยู่บ้างแต่อารมณ์ของเธอกำลังดีสุดๆ
เธอยิ้มกว้างแล้วเอ่ยว่า "ไม่เป็นไรค่ะ คงเป็นเพราะเมื่อวานฉันใส่เสื้อผ้าเปียกนานเกินไปเลยหนาวเข้ากระดูก พักสักสองสามวันก็คงหาย"
จริงด้วย เสื้อผ้า!
โม่เหยียนตำหนิความเลินเล่อของตัวเองในใจที่ปล่อยให้ตัวเมียน้อยใส่เสื้อผ้าเปียกอยู่ตั้งนาน
เพียงแค่ขยับความคิด ผ้าสีขาวผืนใหญ่ก็ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า
ไวท์ฟ็อกซ์ลูบไล้เนื้อผ้าด้วยมือเล็กๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ "นี่คืออะไรคะ?"
มันเย็นสบายเมื่อสัมผัส และให้ความรู้สึกดีอย่างน่าประหลาด
เหมือนผ้าไหม แต่ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว
"มันคือคราบงูของข้าเอง"
ไวท์ฟ็อกซ์กระพริบตาปริบๆ งงงวยไปหมด
ปอยผมเล็กๆ บนหัวของเธอตั้งชันขึ้น ท่าทางที่ดูน่าเอ็นดูและสับสนของเธอทำให้หัวใจของโม่เหยียนละลายกลายเป็นน้ำพุในฤดูใบไม้ผลิ
เขาเอื้อมมือไปลูบหูที่ปุกปุยและลู่ลงของจิ้งจอกน้อยพลางอธิบายว่า "อสูรงูทุกตนจะสลัดคราบเมื่อเข้าสู่ช่วงการเติบโตขั้นถัดไป"
"อสูรงูจะเก็บคราบของพวกตนไว้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเกี้ยวพาราสี"
จากนั้น โม่เหยียนก็อธิบายถึงข้อดีของคราบงูให้ไวท์ฟ็อกซ์ฟัง
มันไม่เพียงแต่ทนทานกว่าหนังสัตว์หรือผ้าทั่วไป แต่มันยังกันน้ำ กันคราบสกปรก และทำความสะอาดง่าย—แค่ล้างน้ำออกถ้ามันเปื้อน
คราบงูสำหรับการเกี้ยวพาราสี... นี่ท่านงูขาวกำลังจีบเธออยู่เหรอ?
คราบในมือของเธอมันใหญ่โตมโหฬารมาก ไวท์ฟ็อกซ์เริ่มสังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติ
เดี๋ยวก่อนนะ
ถ้าคราบมันใหญ่ขนาดนี้ แล้วร่างจริงของท่านงูขาวจะใหญ่ขนาดไหนกันเนี่ย???
"ท่านงูขาวคะ ร่างจริงของคุณใหญ่แค่ไหนเหรอ?"
โม่เหยียนตอบว่า "ห้องนี้คงใส่ไม่พอหรอก"
"เจ้าอยากเห็นไหมล่ะ?"
ไวท์ฟ็อกซ์: !!!
ถึงบ้านต้นไม้นี้จะไม่ใหญ่มาก แต่มันก็น่าจะประมาณห้าสิบตารางเมตรได้... แล้วยังใส่ไม่พอก็แปลว่า...
ไวท์ฟ็อกซ์ส่ายหน้า "ไม่ต้องก็ได้ค่ะ ว่าแต่ท่านงูขาวคะ คุณเอาคราบงูออกมาทำไมเหรอ?"
"เอามาตัดชุดให้เจ้าไง"
ไวท์ฟ็อกซ์ก้มมองสภาพตัวเอง
รุ่งริ่งจนแทบจะปกปิดร่างกายไม่ได้แล้ว
เอาเถอะ ถึงเวลาต้องเปลี่ยนจริงๆ นั่นแหละ
จิ้งจอกน้อยเอียงคอ มองดูท่านงูขาวผู้สูงส่งและสง่างาม "คุณรู้วิธีทำเสื้อผ้าด้วยเหรอคะ?"
โม่เหยียนยกมือขึ้นลูบผมของไวท์ฟ็อกซ์ที่ยุ่งอยู่แล้วให้ยิ่งยุ่งเหยิงเข้าไปใหญ่
ไม่รู้เพราะอะไร เขาถึงชอบลูบหัวตัวเมียน้อยคนนี้เหลือเกิน
"แน่นอนสิ"
นิ้วเรียวยาวของโม่เหยียนรวบเนื้อผ้าเข้ามา "เจ้าอยากได้ชุดแบบไหนล่ะ?"
"ก็แบบนี้ค่ะ" ไวท์ฟ็อกซ์ทำท่าทางอธิบายชุดที่เธอต้องการ ทันใดนั้นราวกับนึกบางอย่างขึ้นได้ ใบหน้าของเธอก็แดงก่ำยิ่งกว่าเดิม
เธอละล่ำละลัก "ท่านงูขาว... คุณ... รู้วิธีทำชุดชั้นในไหมคะ?"
ไวท์ฟ็อกซ์ก้มหน้าลง อายจนอยากจะมุดดินหนีไปให้พ้นๆ
"อะไรนะ?"
"ก็... ก็ชุดตัวเล็กๆ ที่ใส่ไว้ข้างในไงคะ แบบที่ใส่แนบเนื้อน่ะ!"
เธอกัดฟันพูดโพล่งออกมาในรวดเดียว
โม่เหยียนนิ่งคิดครู่หนึ่ง "ไม่เคยทำ แต่ข้าจะลองดู"
พูดจบ เขาก็ช้อนตัวจิ้งจอกน้อยขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน
ไวท์ฟ็อกซ์ดิ้น "จะทำอะไรคะ?"
"วัดตัวไง" โม่เหยียนตอบด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ
"อ๋อ..."
ไวท์ฟ็อกซ์ก้มหน้าลง แอบด่าตัวเองในใจที่คิดลึกไปเอง
สัมผัสเย็นเยียบแตะที่เอวของเธอ เสื้อผ้าชุดเดิมของเธอมันขาดวิ่นอยู่แล้ว มือของท่านงูขาวจึงสัมผัสลงบนเอวที่บางเฉียบและนุ่มนิ่มของตัวเมียน้อยโดยตรง
ความรู้สึกอบอุ่น นุ่มนวล และเรียบเนียนผุดขึ้นในฝ่ามือของเขา
ไวท์ฟ็อกซ์สัมผัสได้ชัดเจนว่าเสียงลมหายใจข้างหูของเธอนั้นเริ่มหนักขึ้น
"ท-ท่านงูขาวคะ..."
ก่อนที่เธอจะพูดจบ มือหนาที่เย็นเฉียบก็ปิดปากไวท์ฟ็อกซ์ไว้
ไวท์ฟ็อกซ์: !!!
จมูกฉันคัดอยู่นะ!!!
ฉันจะขาดใจตายแล้ว!!!
หลังจากนั้นไม่กี่วินาที ลมหายใจข้างหูของเขาก็ค่อยๆ คงที่ และพันธนาการก็คลายลง เสียงของท่านงูขาวแหบพร่ากว่าปกติเล็กน้อย
"ขอโทษนะ ข้าทำเจ้าตกใจ"
โม่เหยียนเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
ต่อให้เขาจะโสดมาเป็นร้อยปีแล้วยังไง? เขาจะมาเสียการควบคุมตัวเองเพียงแค่สัมผัสตัวเมียน้อยได้ยังไงกัน?
ตัวเมียน้อยยังป่วยอยู่ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่ควรจะ...
ในที่สุด การวัดตัวก็เสร็จสิ้น และเสื้อผ้าก็ถูกตัดเย็บจนเสร็จ
ผิวที่ขาวซีดของท่านงูขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ ส่วนไวท์ฟ็อกซ์นั้นอายจนไม่กล้าสู้หน้าใครแล้ว
โม่เหยียนข่มความพลุ่งพล่านในใจอย่างสุดกำลัง "ชุดเสร็จแล้ว ลองใส่ดูไหม?"
ไวท์ฟ็อกซ์ที่หน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกรีบคว้าชุดมาแล้วรีบบอกว่า "คุณออกไปข้างนอกก่อนนะคะ"
ตัวเมียน้อยคนนี้ช่างเขินอายง่ายเสียจริง
นั่นคือสิ่งที่โม่เหยียนคิดในใจ
ทวีปครูลเป็นดินแดนที่เปิดกว้าง แม้จะไม่มีการแก้ผ้าในที่สาธารณะโจ่งแจ้ง แต่ตัวเมียหลายตนก็ไม่ได้หลบเลี่ยงตัวผู้เวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า
ตัวเมียบ้างตนถึงขั้นจงใจเปลื้องผ้าต่อหน้าอสูรตัวผู้ที่ตนหมายปองเพื่อแสดงเสน่ห์ด้วยซ้ำ
แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงสิ่งที่โม่เหยียนเคยได้ยินมา ตัวเขาเองไม่เคยเห็นตัวเมียตนไหนเปลือยกายมาก่อน
ครู่ต่อมา ไวท์ฟ็อกซ์เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วและเปิดประตูออกมา
เธออยู่ในชุดเดรสสั้นเกาะอกชายระบายทรงใบบัว ชายกระโปรงพลิ้วไหวราวกับระลอกน้ำที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ
ประกายตาแห่งความชื่นชมพาดผ่านดวงตาของโม่เหยียนขณะที่ไวท์ฟ็อกซ์หมุนตัวอวดเขา
"เป็นยังไงบ้างคะ? ฉันดูดีไหม?" ดวงตาสีฟ้าอัญมณีจ้องมองชายหนุ่มผู้สง่างามไร้ที่ติอย่างคาดหวัง
ชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย "งดงามมาก"
สายตาของเขาเหลือบมองลงด้านล่าง เท้าขาวนวลของจิ้งจอกน้อยยืนอยู่บนพื้นไม้สีเข้ม ความแตกต่างของสีที่ชัดเจนนั้นดึงดูดสายตาเป็นอย่างยิ่ง
ไวท์ฟ็อกซ์สังเกตเห็นสายตาของโม่เหยียนและกำลังจะอ้าปากพูด แต่เธอก็ถูกอุ้มจนตัวลอยกะทันหัน
เธอถูกโอบอุ้มอยู่ในอ้อมแขนของท่านงูขาว
"มีอะไรเหรอคะ ท่านงูขาว?"
โม่เหยียนอุ้มไวท์ฟ็อกซ์กลับเข้าไปในบ้านต้นไม้ และวางเธอลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา
"เดินเท้าเปล่าไม่ดีต่อสุขภาพนะ" โม่เหยียนเอ่ย
เรื่องนี้เขาก็เรียนรู้มาจากหนังสือเล่มนั้นเช่นกัน
ร่างกายของตัวเมียไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนตัวผู้ ดังนั้นต้องระมัดระวังในทุกๆ เรื่อง