- หน้าแรก
- ปลูกผักข้ามดวงดาว ท่านเทพสงครามมาเนียนขอข้าวกินอีกแล้ว
- ตอนที่ 24 — ล้อมรั้ว ปักป้ายจอง
ตอนที่ 24 — ล้อมรั้ว ปักป้ายจอง
ตอนที่ 24 — ล้อมรั้ว ปักป้ายจอง
เมื่อไล่อ่านข้อความทีละข้อความ รอยยิ้มบนใบหน้าของซูอิ๋งก็ค่อยๆ เลือนหายไป และถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกพูดไม่ออก
ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้ว!
ว่าทำไมลงขายสินค้าไปตั้งนานแล้ว ถึงไม่มีใครกดสั่งซื้อเลยสักคน!
ทำไมของในจุดรับซื้อขยะถึงได้แพงนัก และทำไมคนที่อยู่บนดาวขยะถึงสั่งซื้อของจากเครือข่ายดวงดาวไม่ได้แม้จะมีคอมพิวเตอร์แสงก็ตาม
สาเหตุหลักก็คือค่าขนส่งผ่านจุดพักที่สูงลิบลิ่วราวกับตัวเลขทางดาราศาสตร์นี่เอง!
ระหว่างดาวขยะกับเขตดวงดาวแห่งจักรวรรดิไม่มีเส้นทางเดินเรือสาธารณะ ช่องทางโลจิสติกส์เพียงหนึ่งเดียวคือเส้นทางขนส่งสินค้าเฉพาะของจุดรับซื้อขยะ
สิ่งของใดๆ ที่ต้องการเข้าหรือออกจากดาวขยะ จะต้องผ่านการขนส่งที่จุดรับซื้อขยะเท่านั้น
และบริการนี้ถูกผูกขาดโดยจุดรับซื้อขยะ ค่าธรรมเนียมจึงสูงจนน่าตกใจ ค่าขนส่งผ่านจุดพักต่อพัสดุหนึ่งชิ้นสูงถึงหนึ่งหมื่นเหรียญดวงดาว!
มันฝรั่งของเธอขายราคาพิเศษ 90 เหรียญดวงดาวต่อหนึ่งร้อยกรัม ต่อให้ขายได้สิบกิโลกรัมก็เพิ่งจะ 9,000 เหรียญดวงดาว ยังไม่พอจ่ายค่าขนส่งเลย!
มิน่าล่ะถึงไม่มีใครซื้อ!
ช่องทางการขายที่อุตส่าห์หามาได้ จะต้องมาถูกค่าขนส่งมหาศาลปิดตายไปแบบนี้เหรอ?
ซูอิ๋งจ้องมองข้อความที่โอดครวญเรื่องค่าขนส่งผ่านจุดพักบนหน้าจอแสง ความคิดของเธอแล่นปราดอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นกำหนดการเดินทางที่เพิ่งยืนยันกับผู้รับผิดชอบจุดรับซื้อขยะ ดวงตาของเธอพลันเป็นประกาย!
คิดออกแล้ว!
เธอรีบแก้ไขรายละเอียดสินค้าทันที นิ้วมือขยับอย่างรวดเร็วบนหน้าจอแสง เพิ่มหมายเหตุล่าสุดด้วยตัวอักษรหนาสีแดงในตำแหน่งที่สะดุดตาที่สุด
【ลิงก์นี้เป็นช่องทางการจอง สำหรับลูกค้าทุกคนที่สั่งจองผ่านลิงก์นี้ กรุณาไปรับสินค้าด้วยตนเองที่ จัตุรัสดาวน้ำ หน้า [สถานีขนส่งสินค้าหลักแห่งดาวเมืองหลวง] ในวันที่ 15 ของเดือนนี้ เวลา 11:00-12:00 น. ตรงเวลาด้วยนะคะ! ไม่ต้องเสียค่าจัดส่งค่ะ!】
เพื่อดึงดูดลูกค้าให้ได้มากที่สุด เธอถึงกับส่งข้อความนี้แยกให้แต่ละรหัสประจำตัวที่เคยทิ้งข้อความบ่นเรื่องค่าขนส่ง และยังเพิ่มคำสัญญาที่น่าสนใจเข้าไปอีกข้อหนึ่ง
【สำหรับลูกค้าใหม่ 20 ท่านแรกที่มารับสินค้าด้วยตนเอง นอกจากส่วนลด 50% แล้ว ยังได้รับสิทธิพิเศษช่วงเปิดร้าน ลดเพิ่มอีก 10 เหรียญดวงดาว ต่อร้อยกรัม! ราคาสุดท้ายเพียง 80 เหรียญดวงดาว/100 กรัม! โอกาสดีๆ แบบนี้ ห้ามพลาดเด็ดขาด!】
การเนรเทศของเธอได้รับการอภัยโทษแล้ว
นั่นหมายความว่า ต่อไปเธอสามารถเดินทางไปมาระหว่างดาวเคราะห์ต่างๆ ในจักรวรรดิได้อย่างอิสระ
อย่างมากที่สุดก็แค่จ่ายเงินเพิ่มอีกหน่อย แล้วอาศัยติดรถของจุดรับซื้อขยะไป จากนั้นก็ไปตั้งแผงขายที่ดาวเมืองหลวง
ถ้าพูดถึงเรื่องการตั้งแผงขายของ เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี
ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์การเร่ขายพืชวิญญาณในตลาดผู้บำเพ็ญเพียรเมื่อชาติก่อน หรือประสบการณ์การตั้งแผงในตลาดนัดกลางคืนบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินที่เก่าแก่กว่านั้น ล้วนทำให้เธอเชี่ยวชาญเรื่องแบบนี้เป็นอย่างดี
จะเรียกลูกค้ายังไง จัดวางของแบบไหน หรือจะรับมือกับการต่อราคายังไง ทั้งหมดนั้นเป็นทักษะพื้นฐานที่สลักลึกอยู่ในกระดูกของเธอไปแล้ว
เมื่อเรื่องกวนใจทั้งสองเรื่องได้รับการแก้ไขชั่วคราว ความรู้สึกของซูอิ๋งก็ผ่อนคลายลงมากในทันที
เธอหันกลับมาให้ความสนใจกับพื้นที่ทำกินเล็กๆ ตรงหน้าอีกครั้ง
เช้ามืดวันมะรืน หรือก็คือคืนพรุ่งนี้จะต้องออกเดินทางแล้ว นั่นหมายความว่าเหลือเวลาอีกเพียงวันเดียวสำหรับการเก็บเกี่ยวมันฝรั่งในไร่
ตามความคืบหน้าของการเติบโตในตอนนี้ คืนพรุ่งนี้ยังคงไม่ถึงเวลาที่พวกมันจะโตเต็มที่
ซูอิ๋งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเพิ่มศิลาพลังงานเข้าไปอีกสามก้อนในค่ายกลรวมปราณเดิม
แบบนี้ก็น่าจะเก็บเกี่ยวได้ทันก่อนออกเดินทาง
ส่วนมันเทศที่เพิ่งปลูกไปวันนี้ ก็ช่างมันเถอะ
ระยะเวลาเติบโตนานกว่ามันฝรั่งถึงสองวัน หากจะให้สุกงอมทันก่อนออกเดินทาง คาดว่าเธอคงต้องฝึกฝน [เคล็ดวิชาสรรพสิ่งกำเนิด] ต่อไปอีกทั้งคืน
แต่ว่ามันไม่มีความจำเป็นขนาดนั้น
มันเทศที่ปลูกก็ไม่ได้มีเยอะมาก นอกจากจะเก็บไว้กินเองแล้ว ส่วนที่เหลือกะว่าจะเก็บไว้ทำพันธุ์ทั้งหมด
เธอกวาดตามองที่ดินว่างเปล่าผืนใหญ่ตรงหน้า ประเมินด้วยสายตาน่าจะมีขนาดหลายสิบหมู่
ตั้งแต่เริ่มมาตั้งหลักแหล่งที่นี่ เธอก็ถือวิสาสะว่าที่ดินผืนนี้เป็นของตัวเองไปแล้ว
แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ แบบนี้ เธอก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก
ถ้าเกิดยังไม่ทันได้บุกเบิกที่ดินแล้วถูกคนอื่นมาแย่งชิงไปจะทำยังไงดี
ยังไงก็ต้องล้อมรั้วไว้ แล้วปักป้ายบอกสักหน่อยถึงจะดี
ยังไงซะบนดาวขยะที่ไร้การปกครองดวงนี้ ที่ดินล้วนไม่มีเจ้าของ กฎที่ใช้กันทั่วไปก็คือ "ใครยึดครองก่อน คนนั้นก็ได้ใช้ประโยชน์"
คิดแล้วก็ลงมือทำทันที
หลังจากกางเต็นท์เสร็จ เธอก็เปลี่ยนมาสวมชุดทำงานทนทานที่เพิ่งซื้อมาใหม่อย่างคล่องแคล่ว แล้วใช้เศษผ้าสะอาดทำเป็นหน้ากากและถุงมือแบบง่ายๆ
ในภูเขาขยะมีขยะทุกรูปแบบ ไม่แน่อาจจะมีของที่มีพิษอยู่ด้วย การป้องกันที่จำเป็นจึงขาดไม่ได้
เมื่อเตรียมอุปกรณ์เรียบร้อย เธอก็มุ่งหน้าไปยังภูเขาขยะที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที
ในเมื่อกลายเป็นชาวดาวขยะไปแล้ว ทักษะที่จำเป็นอย่างการ "เก็บขยะ" ก็ต้องทำให้ชำนาญขึ้นเป็นธรรมดา
เป้าหมายก็ชัดเจน
นั่นคือการหาของที่แข็งแรงพอจะนำมาใช้เป็นวัสดุทำรั้วได้
แผ่นโลหะ แท่งอัลลอยด์ ท่อพลาสติก... ขอเพียงแค่เป็นโลหะที่ใหญ่พอ แข็งพอ และไม่หักงอง่าย ล้วนอยู่ในรายการค้นหาของเธอทั้งสิ้น
เธอเดินค้นหาอย่างละเอียดไปตามภูเขาขยะรอบๆ สายตาจ้องเขม็งไปยังซากขยะทุกตารางนิ้ว
ในใจยังแอบหวังลึกๆ ว่าจะเจอเมล็ดพันธุ์หรือพืชที่กินได้ที่อาจมีคนทำตกหล่นไว้บ้าง
น่าเสียดายที่ดูเหมือนวันนี้โชคจะหมดลงแล้ว
นอกจากโลหะที่เต็มไปด้วยสนิมและวัสดุสังเคราะห์ที่แตกหักแล้ว แม้แต่ใบผักแห้งๆ สักใบเธอก็ยังไม่เห็น
อย่างที่คิด เป็นคนเราต้องอยู่กับความเป็นจริงถึงจะดี
เธอหัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ แต่ก็ไม่ได้ผิดหวังอะไรมากมาย ก่อนจะรีบหันมาจดจ่อกับการค้นหาวัสดุอัลลอยด์ที่เหมาะสมอย่างเต็มที่
ไม่นานนัก ในแคปซูลมิติของเธอก็เต็มไปด้วยท่อโลหะที่มีความยาวและความหนาพอใช้ได้ รวมถึงแผ่นโลหะขนาดใหญ่อีกหลายแผ่น
พอใส่จนเต็มแล้ว เธอก็เดินกลับ
จนกระทั่งใช้วัสดุในแคปซูลมิติจนหมด ก็ล้อมรั้วได้ยาวเพียงแค่สองเมตรเท่านั้น
แต่รอบที่ดินกว้างขนาดนี้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องสี่ห้าร้อยเมตร
เธออุตส่าห์เก็บอยู่ตั้งครึ่งวัน แล้วก็ล้อมรั้วต่ออีกครึ่งวัน สุดท้ายกลับทำได้แค่สองเมตร
ด้วยความเร็วขนาดนี้ ต่อให้ไม่ทำอย่างอื่นเลย ก็คงต้องใช้เวลาทำไปอีกครึ่งค่อนปีถึงจะเสร็จ
......
เวลาผ่านไปเพียงพริบตาเดียวก็ถึงคืนวันที่ 14 แล้ว
เมื่อดูรายการสั่งจองที่แสดงอยู่หลังร้านในตลาดเสรี มันฝรั่งก็ถูกขายออกไปเกือบครึ่งแล้ว!
ในใจของซูอิ๋งราวกับมีนกน้อยที่ตื่นเต้นบินวนอยู่ เธอเต็มไปด้วยความคาดหวังต่อการเดินทางไปยังดาวเมืองหลวงที่กำลังจะมาถึง จนแทบจะรอไม่ไหวแล้ว
เธอสะกดกลั้นความตื่นเต้นเอาไว้ แล้วเริ่มเตรียมการขั้นสุดท้าย
นอกจากส่วนที่ตั้งใจเก็บไว้ทำพันธุ์แล้ว เธอก็ขุดมันฝรั่งที่โตเต็มที่ทั้งหมดในดินออกมา
เธอเช็ดดินออกทีละหัวจนสะอาด แล้วเรียงพวกมันลงในแคปซูลมิติอย่างเป็นระเบียบ
หลังจากคิดดูแล้ว เธอก็เอามันฝรั่งรูปร่างดีอีกสิบกว่าหัวมาต้ม
ส่วนหนึ่งเพื่อเก็บไว้เป็นเสบียงระหว่างเดินทางของตัวเอง และที่สำคัญกว่านั้นคือสามารถหั่นเป็นชิ้นวางไว้ที่แผงขายเพื่อให้ลูกค้าที่สนใจได้ทดลองชิม ใช้ความอร่อยที่สัมผัสได้จริงมาพิชิตต่อมรับรสของพวกเขา!
จนกระทั่งยัดของลงในแคปซูลมิติจนเต็มแน่น เธอถึงยอมหยุดมืออย่างพึงพอใจ
เมื่อถึงเวลาตีห้าตรง เธอก็ไปปรากฏตัวที่ทางเข้าหมายเลข 3 ของจุดรับซื้อขยะตามนัด
หุ่นยนต์ที่มาต้อนรับเธอยังคงมีท่าทางสุภาพทว่าเย็นชาเหมือนเช่นเคย มันจัดการขั้นตอนการขึ้นยานให้เธออย่างรวดเร็ว ก่อนจะนำทางเธอเข้าไปยังห้องพักขนาดเล็กแต่สะอาดสะอ้านภายในยานอวกาศ
พร้อมกับเสียงคำรามต่ำและการสั่นสะเทือนเล็กน้อย จุดรับซื้อขยะขนาดมหึมา หรือพูดอีกอย่างก็คือ ยานขนส่งขนาดยักษ์ที่พรางตัวเป็นสิ่งปลูกสร้างบนพื้นดินลำนี้ ก็ค่อยๆ ทะยานขึ้นจากพื้นดินสู่ท้องฟ้า
เมื่อยานอวกาศทะลวงผ่านชั้นบรรยากาศที่หนาทึบและสกปรกของดาวขยะเข้าสู่จักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล ซูอิ๋งก็อดไม่ได้ที่จะขยับเข้าไปใกล้หน้าต่างกลมด้านข้างยาน ใบหน้าของเธอแทบจะแนบสนิทไปกับกระจกที่เย็นเฉียบ