- หน้าแรก
- เกมจุติ สกิลของฉันไม่มีคูลดาวน์
- ตอนที่ 4 ซัมมอนเนอร์
ตอนที่ 4 ซัมมอนเนอร์
ตอนที่ 4 ซัมมอนเนอร์
ตอนที่ 4 ซัมมอนเนอร์
"ติ๊ง เหรียญเงิน -443"
"คุณได้รับธนูเหล็กนิล"
เซียวเฉินดูสถานะของธนูเหล็กนิลนี้ ยิ่งดูก็ยิ่งเบิกบานใจ
[ธนูเหล็กนิล ระดับ: เหล็กดำ เลเวลอุปกรณ์: 10
ความแข็งแกร่ง +10, ความว่องไว +10, โจมตี +30, ระยะยิง +5 เมตร]
เมื่อเทียบกับธนูไม้ซอมซ่อที่บวกแค่ 8 ธนูเหล็กนิลคันนี้แข็งแกร่งกว่ามากจริงๆ
ถ้ารวมโบนัสสถานะเข้าไป อาวุธชิ้นเดียวเพิ่มพลังโจมตีได้ถึง 50 แต้ม นี่มันร้ายกาจเอาเรื่องเลยนะ
[เซียวเฉิน: LV10 ()
สถานะรวม: 280 พลังโจมตี: 289, พลังชีวิต: 580, ป้องกัน: 36]
เลือดกับพลังป้องกันยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่นักธนูก็เป็นอาชีพแบบนี้อยู่แล้ว โจมตีสูง ป้องกันต่ำ ตัวบาง
เอาเถอะ พลังโจมตีของเซียวเฉินก็ไม่ได้สูงเหมือนกัน
"ความว่องไวเพิ่มขึ้นไม่น้อย ความเร็วในการเคลื่อนที่กับความเร็วโจมตีก็เพิ่มขึ้นเยอะเลย"
เมื่อเทียบกับตอนยังไม่ปลุกพลัง ความเร็วของเซียวเฉินตอนนี้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
พอมีอาวุธระดับเหล็กดำในมือ ท่าทางของเซียวเฉินก็ดูไม่ซอมซ่ออีกต่อไปแล้ว
"เหลืออีก 57 เหรียญเงิน คงใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายไม่ได้แล้ว"
ค่าเข้าดันเจี้ยนเลเวลสองตั้ง 100 เหรียญเงิน ถ้าหารห้าคน คนนึงก็ต้องจ่ายตั้งยี่สิบเหรียญเงิน
ใช้เวลาครึ่งปีหาเงินซื้ออาวุธเหล็กดำเลเวลสิบได้หนึ่งชิ้น เอาจริงๆ ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว
"ต่อไป ก็คือต้องหาปาร์ตี้ลงดันเจี้ยนเลเวลสองแล้วล่ะ"
พลังโจมตีของเซียวเฉินตอนนี้ค่อนข้างอ่อนไปนิดก็จริง แต่ถ้ามีความอดทนสักหน่อยก็ยังพอหาปาร์ตี้ได้
ตอนนั้นเอง เซียวเฉินก็เห็นช่องเพื่อนของตัวเองสว่างวาบขึ้นมา
ผ่านไปตั้งครึ่งปี ซุนเจี้ยนกลับเป็นฝ่ายทักเขามา
"หรือว่าจะพาฉันไปลงดันเจี้ยน?"
เลเวลของซุนเจี้ยนปาไป 17 แล้ว ฝีมือขนาดนี้พาเขาลงดันได้สบาย
"พี่เซียว กิลด์เรามีสมาชิกสำรองอยู่กลุ่มนึง พี่ช่วยพาพวกเขาลงดันหน่อยได้ไหม?"
ซุนเจี้ยนไม่ได้จะพาเขาไปอัปเลเวล แต่จะให้เขาช่วยพาคนอื่นไปอัปเลเวลต่างหาก
ธุรกิจมาส่งถึงที่ มีอะไรจะไม่ได้ล่ะ
"ได้สิ ไม่มีปัญหา กติกาเดิมนะ"
ซุนเจี้ยนเข้าร่วมกิลด์ได้แล้ว นี่เป็นเรื่องที่หายากมาก
โควต้าของกิลด์มีจำกัดมาก คนธรรมดาไม่มีทางเข้าได้เลย
พวกที่ยังไม่ถึงเลเวลสิบแต่ได้เป็นสมาชิกสำรองของกิลด์ ถ้าไม่ใช่พวกมีพรสวรรค์โดดเด่น ก็ต้องเป็นผู้ปลุกพลังที่มีเส้นสาย
"พี่เซียว พี่พาลงได้นานแค่ไหน?"
"อะไรคือพาลงได้นานแค่ไหน? มีกี่คนฉันก็พาลงได้หมดแหละ ถ้าต้องระบุเวลาล่ะก็ ฉันพาลงได้เรื่อยๆ เลย อ้อ แล้วก็ ต่อไปไม่ต้องเรียกพี่เซียวแล้วนะ เรียกฉันว่าเซียวเฉินก็พอ"
ทั้งสองคนอายุพอๆ กัน จะให้ยอดฝีมือเลเวล 16 มาเรียกเขาว่าพี่ใหญ่มันก็ดูไม่ค่อยเหมาะ
คราวก่อนก็อาศัยซุนเจี้ยนถึงหาเงินมาได้ก้อนนึง ตอนนี้ยังมาแนะนำงานให้อีก เซียวเฉินจึงรู้สึกขอบคุณซุนเจี้ยนอย่างหาที่สุดไม่ได้
"ถ้ามีธุรกิจมาถึงประตูบ้านล่ะก็ อัปเลเวลช้าหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก"
วิธีพัฒนาความแข็งแกร่งมีตั้งหลายวิธี แต่ที่สำคัญที่สุดคือต้องมีเงิน
ไม่ว่าเมื่อไหร่ การหาเงินก็สำคัญที่สุด
พาดันเจี้ยนรอบนึงได้กำไรหนึ่งเหรียญเงิน เงินแบบนี้มันหาได้หอมหวานจริงๆ
ตอนนี้พลังโจมตีของเซียวเฉินสูงขึ้นแล้ว แถมยังมีสกิลยิงสี่ศร ระยะโจมตีก็เพิ่มเป็น 20 เมตร
ถ้าพูดถึงประสิทธิภาพในการฟาร์มมอนล่ะก็ สูงกว่าเมื่อก่อนตั้งเยอะ
"พี่เซียว งั้นต่อไปพี่ช่วยพาคนลงดันเจี้ยนวันละรอบนะ เอาจนกว่าจะเคลียร์ครบเก้าดันเจี้ยน ได้รับความสำเร็จเลย"
"มีทุกวันเลยเหรอ?"
กิลด์กิลด์นึงมีสมาชิกสำรองเยอะขนาดนั้นเชียว?
"ใช่ ช่วงนี้กิลด์มีการสูญเสียหนักมาก เลยต้องรับสมาชิกสำรองมาเสริมทัพเยอะหน่อย อ้อ จริงสิ เซียวเฉิน นายสนใจจะเข้าร่วมกิลด์เทียนสิงไหม?"
พอได้ยินคำเชิญนี้ เซียวเฉินก็รู้สึกเหมือนฝันไป
"ฉันอยากเข้าอยู่แล้วสิ แต่คนอย่างฉันจะไหวเหรอ?"
"ขอแค่เลเวลสิบขึ้นไปก็รับหมดแหละ แต่กิลด์จะมีการคัดคนออกนะ ถ้าเดือนหน้าแต้มผลงานของนายไม่ติดหนึ่งในหมื่นอันดับแรก ก็จะถูกเตะออกจากกิลด์อัตโนมัติ"
กิลด์เทียนสิงเป็นกิลด์อันดับสิบกว่าๆ ของเมืองเทียนหนาน
กิลด์เลเวลสอง มีสมาชิกอย่างเป็นทางการหนึ่งหมื่นคน
"งั้นก็ดีเลย รบกวนนายช่วยดึงฉันเข้ากิลด์ทีนะ"
จะเป็นกิลด์แบบไหนไม่สำคัญ ขอเข้าไว้ก่อนเป็นดี
บางที วันหน้าอาจจะมีโอกาสรับงานได้มากขึ้น
ถ้าในกิลด์มีระดับบิ๊กบอสคนไหนอารมณ์ดี ตอนลงดันเจี้ยนอาจจะหนีบเขาไปด้วยก็ได้
"ได้เลย สมาชิกสำรองมีสองหมื่นคน นายก็พยายามหาแต้มผลงานให้เยอะๆ ล่ะ"
แหล่งที่มาหลักของแต้มผลงานกิลด์มีสองทาง หนึ่งคือฆ่ามอนสเตอร์และเคลียร์ดันเจี้ยน
อีกทางคือบริจาคทรัพยากรให้กิลด์
บริจาคทรัพยากรนี่เป็นไปไม่ได้เลย ส่วนเรื่องดันเจี้ยนเขาจะสู้สุดใจ
"ติ๊ง คุณเข้าร่วมกิลด์เทียนสิง"
"ติ๊ง สถานะทุกอย่างของคุณ +10, โจมตี +30"
กิลด์เลเวลสองกลับให้โบนัสเยอะขนาดนี้ นี่มันเทียบเท่ากับอัปเลเวลรวดเดียวหลายเลเวลเลยนะเนี่ย
มิน่าล่ะถึงได้หัวร้างข้างแตกแย่งกันเข้ากิลด์ แค่โบนัสตรงนี้ก็คุ้มค่าสุดๆ แล้ว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า พอได้แต้มผลงานกิลด์แล้ว ยังเอาไปแลกทรัพยากรได้อีกเพียบ
กิลด์เทียนสิงมีสายอาชีพผลิตอยู่เพียบ โพชั่น อาหาร และอุปกรณ์บางส่วนที่นี่ สามารถใช้แต้มผลงานแลกได้ทั้งนั้น
"ต้องเคลียร์ดันเจี้ยนเลเวลหนึ่ง ถึงจะได้แต้มผลงานแค่หนึ่งแต้มงั้นเหรอ?"
ดูท่า แต้มผลงานกิลด์นี่จะมีค่ามากจริงๆ
"กิลด์เทียนสิง เลเวล 2 90% ขาดอีก 100,000 แต้มผลงานจะอัปเลเวล"
รวมสมาชิกสำรองแล้ว กิลด์เทียนสิงก็มีคนตั้งสามหมื่น ไม่รู้ว่าอีกแสนแต้มผลงานนี้จะต้องใช้เวลาสะสมอีกนานแค่ไหน
คำนวณจากความคืบหน้านี้ จากเลเวลสองขึ้นเลเวลสาม ต้องใช้แต้มผลงานถึงหนึ่งล้านแต้ม
"อำนาจการซื้อของหนึ่งแต้มผลงาน แทบจะสูสีกับหนึ่งเหรียญเงินเลยนะเนี่ย"
เซียวเฉินค้นพบช่องทางหาเงินอีกทางแล้ว
"แค่โพชั่นที่แลกได้ก็มีเป็นพันชนิดแล้ว ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปก็แล้วกัน"
ไม่ช้าก็เร็ว คงได้กินโพชั่นพวกนี้จนบรรลุครบทุกตัวแน่
"เป้าหมายแรก โพชั่นความแข็งแกร่งระดับต้น"
โพชั่นชนิดนี้กินได้แค่สิบครั้ง รวมแล้วจะเพิ่มความแข็งแกร่งได้สิบแต้ม
ใช้แต้มผลงานแค่ 30 แต้มก็จัดการได้แล้ว แค่ลงดันเจี้ยนเลเวลหนึ่ง 30 รอบเอง
"ถ้ารู้ว่าทำแบบนี้ได้แต่แรก พอเวลสิบปุ๊บก็คงต้องหาทางเข้ากิลด์ให้ได้แล้ว"
ด้วยความเร็วในการหาแต้มผลงานของเขาในตอนนี้ คงยากที่จะติดหนึ่งในหมื่นอันดับแรก
แต่เขาก็อยากจะลองพยายามดูสักตั้ง อยากรู้เหมือนกันว่าตัวเองอยู่ตรงไหน
หลังจากเข้ากิลด์เทียนสิง สถานะรวมและพลังโจมตีรวมของเซียวเฉินก็ทะลุสามร้อย
เลือดก็เกือบแปดร้อย พลังป้องกันก็เพิ่มขึ้นไม่น้อย
"ด้วยฝีมือของฉันตอนนี้ สามารถโซโล่ดันเจี้ยนเลเวลหนึ่งได้แล้ว"
โจมตีระยะไกลได้เปรียบ สามารถโจมตีได้หลายทีก่อนที่ศัตรูจะถึงตัว
เลือดที่มีก็พอจะรับดาเมจได้หลายที ประกอบกับความเร็วในการเคลื่อนที่ของตัวเองที่เร็วกว่าบอสเลเวลหนึ่งไปแล้ว การลุยดันเจี้ยนจึงไม่มีอันตรายเลยแม้แต่น้อย
ฝีมือระดับนี้ จะพาคนลงดันเจี้ยนเลเวลหนึ่งก็สบายๆ แล้ว
วันต่อๆ มา เซียวเฉินจะพาคนไปอัปเลเวลอย่างน้อยวันละรอบ บางทีก็สองรอบ
คนพวกนี้หลายคนก็เป็นสายอาชีพผลิต เป็นสมาชิกสำรองของกิลด์เทียนสิงทั้งนั้น
พอพาพวกเขาลงจนได้ความสำเร็จมาหนึ่งรอบ เลเวลก็ขึ้นเป็นหก แล้วก็ปล่อยให้พวกเขาไปหาวิธีอัปเลเวลกันเอาเอง
"คุณเคลียร์ดันเจี้ยนเลเวลหนึ่ง EXP +0, เหรียญทองแดง +967, ยอดคิล +96, แต้มผลงานกิลด์ +1"
บอกตามตรง รางวัลพวกนี้เซียวเฉินค่อนข้างพอใจเลยล่ะ ต่อให้จะไม่ได้ EXP เลยสักนิดก็เถอะ
มีรายได้เข้ามาทุกวัน สะสมไปเรื่อยๆ ก็ถือว่าเยอะเอาเรื่อง
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เซียวเฉินก็ทำยอดคิลหนึ่งในหมื่นได้อีกครั้ง
สถานะของเขาตอนนี้สามารถลงดันเลเวลสองได้แล้ว แค่เลเวลเขาต่ำเกินไป เลยยังหาปาร์ตี้ไม่ได้สักที
"ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ตั้งปาร์ตี้เองซะเลยสิ?"
เซียวเฉินเริ่มตะโกนหาคนหน้าดันเจี้ยนเหมือนตอนแรกอีกครั้ง
ไม่นานก็มีคนทยอยเข้าปาร์ตี้ แต่ปฏิกิริยาของทุกคนก็คล้ายๆ กัน
"ให้ตายสิ แค่เลเวลสิบ ไม่กล้าไปหรอก"
"ฝีมือฉันเองก็ไม่พอ แบกนายไม่ไหว ขอออกก่อนนะ"
"พี่น้อง นายไปปาร์ตี้คนอื่นเถอะ จะแบกคนเลเวลสิบ ในปาร์ตี้ต้องมีระดับบิ๊กบอสอย่างน้อยหนึ่งคนนะถึงจะรอด"
พวกที่ลงดันเลเวลสองจะระมัดระวังตัวกันมากขึ้น การจัดปาร์ตี้จะคัดกรองแล้วคัดกรองอีก
บอกตามตรง เซียวเฉินรู้สึกท้อแท้อย่างบอกไม่ถูก แต่เขาก็ไม่อยากยอมแพ้ ยังคงตะโกนหาคนต่อไป
ตอนนั้นเอง ก็มีชื่อที่คุ้นเคยปรากฏขึ้น
"จางฟานเข้าร่วมปาร์ตี้!"
"ซัมมอนเนอร์จางฟาน เลเวล 15"
กลับเป็นจางฟาน ไอ้เด็กอ้วนอารมณ์ร้อนคนนั้น
เซียวเฉินกับจางฟานเคยเจอกันแค่ครั้งเดียว ตอนนั้นก็ได้คำชี้แนะจากเขา เซียวเฉินถึงได้ไปลานฝึกมือใหม่
ผ่านไปเกือบครึ่งปี กลับมาเจอกันอีกครั้ง
"เวลาผ่านไปตั้งนานขนาดนี้ เขาจะยังจำฉันได้ไหมนะ?"
ขณะที่เซียวเฉินกำลังคิดแบบนี้ เจ้าอ้วนก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว:
"ไอ้น้องนายนี่ก็เก่งนะเนี่ย ป่านนี้แล้วยังรอดชีวิตมาได้อีก"
โอเค จางฟานจำเขาได้
แต่หมอนี่ก็ยังพูดจาไม่เข้าหูเหมือนเมื่อก่อนเลย
"พี่ฟาน ไม่นึกเลยว่าพี่ยังจำผมได้"
"หลักๆ คือผู้ปลุกพลังที่เด๋อด๋าอย่างนายน่ะหาได้ยาก ขนาดลานฝึกมือใหม่ยังไม่รู้จัก เลเวลขนาดนี้นายหาปาร์ตี้ลงยากล่ะสิ โอนหัวหน้าปาร์ตี้มาให้ฉัน เดี๋ยวลูกพี่พานายลงดันเอง"
พอได้ยินแบบนี้ เซียวเฉินก็ยิ้มแก้มแทบปริ
ขอแค่ยอมพาเขาไป อย่าว่าแต่เรียกพี่เลย เรียกปู่ก็ยังไม่มากเกินไป
"ขอบคุณครับพี่ฟาน พี่ฟานนี่คนดีจริงๆ"
"โอ้โห นายนี่ไม่เบาเลยนะ ใช้ระดับอาวุธเหล็กดำแล้วด้วย? ขอดูสถานะนายหน่อยสิ"
"แม่ร่วง นายเข้ากิลด์แล้วด้วยเหรอ? ฉันจะไปบ่นกับใครได้วะเนี่ย?"
ขนาดจางฟานที่เลเวลสิบห้าแล้ว ก็ยังหากิลด์อยู่ไม่ได้เลย
เซียวเฉินนึกถึงคำพูดของซุนเจี้ยนขึ้นมาได้ เลยพูดกับจางฟานว่า:
"พี่ฟาน เดี๋ยวผมลองถามดูให้ เอาไหมว่าจะดึงพี่เข้ากิลด์เทียนสิงได้หรือเปล่า?"
ซุนเจี้ยนบอกว่าสมาชิกสำรองรับเข้าได้เรื่อยๆ นี่นา
"นายมีเส้นสายแบบนี้ด้วยเหรอ? ฮ่าๆ งั้นก็ขอบใจมากนะน้องชาย"
ไม่นาน จางฟานก็ได้รับคำตอบ
ซุนเจี้ยนจัดการได้ไวมาก ดึงคนเข้ากิลด์ให้ทันที
ชั่วพริบตา สถานะของจางฟานก็เพิ่มขึ้นฮวบฮาบ พลังรบเพิ่มขึ้นไม่น้อย
"แบบนี้สิถึงจะถูก!"
จางฟานพอใจมาก สถานะรวมของเขาทะลุหกร้อยไปแล้ว
เซียวเฉินก็แอบตกใจนิดๆ ไอ้เด็กอ้วนคนนี้ดันมีพรสวรรค์ระดับ D เป็นพวกหนึ่งในร้อยเลยเชียว
พอเจ้าอ้วนเป็นหัวหน้าปาร์ตี้ เซียวเฉินก็ไม่ต้องจัดการอะไรอีกต่อไปแล้ว
เจ้าอ้วนหาคนเข้าตี้ได้โหดกว่าเซียวเฉินเยอะ:
"ดันเจี้ยนเลเวลสอง ขอคนเก่งๆ ใครทำผลงานดี ดึงเข้ากิลด์เลย"
หมอนี่ตัวเองเพิ่งเข้ากิลด์ แถมยังเป็นแค่สมาชิกสำรองแท้ๆ ดันจะดึงคนเข้ากิลด์ซะแล้ว?
ถึงจะขี้โม้ไปหน่อย แต่ได้ผลดีเยี่ยมเลยล่ะ
เพื่อให้ได้เข้ากิลด์ พวกเลเวลสูงๆ หลายคนก็ยอมมาร่วมปาร์ตี้
แค่แป๊บเดียว ก็หาตัวดาเมจระยะไกลได้สองคน กับฮีลเลอร์อีกหนึ่งคน
"พี่ฟาน ไม่หาแทงค์สักคนเหรอ?"
ตัวดาเมจสองคนนั้น คนนึงเป็นมือปืนเลเวล 16 อีกคนเป็นนักเวทเลเวล 15 ดาเมจน่าจะไม่เบา
แต่ดันเจี้ยนเลเวลสองไม่มีแทงค์จะผ่านได้เหรอ?
"ไม่ต้องลน อสูรอัญเชิญของฉันคือหมีปฐพี นี่คืออสูรอัญเชิญหลักของฉัน โจมตีสูง เลือดเยอะ ป้องกันแกร่ง สรุปก็คือโคตรเทพนั่นแหละ"
อสูรอัญเชิญบางตัวสามารถเอามาใช้เป็นแทงค์ได้จริงๆ
มีดาเมจระยะไกลเพิ่มมาอีกคน ประสิทธิภาพในการลุยดันก็จะสูงขึ้นเยอะ
พอเข้าดันเจี้ยน จางฟานก็เรียกอสูรอัญเชิญของตัวเองออกมา
"หมีปฐพี: LV15 พลังโจมตี: 412 พลังชีวิต: 2600
สกิลที่ปลุก: พิทักษ์ปฐพี, พลังแห่งปฐพี"
พอเห็นสถานะอสูรอัญเชิญของจางฟาน เซียวเฉินก็อดอิจฉาตาร้อนไม่ได้จริงๆ
ความสามารถต่างๆ ของอสูรอัญเชิญตัวนี้ เมื่อเทียบกับผู้มีอาชีพในเลเวลเดียวกันแล้ว ถือว่าไม่ด้อยกว่าเลยสักนิด
ซัมมอนเนอร์ไม่ได้ทำสัญญาอสูรอัญเชิญได้แค่ตัวเดียวนะ ถ้าพลังจิตถึงระดับหนึ่ง ก็สามารถมีอสูรอัญเชิญตัวที่สองได้
ซัมมอนเนอร์ระดับสูง แค่คนเดียวก็เทียบเท่ากองทัพใหญ่แล้ว
ต่อให้อสูรอัญเชิญตายในการต่อสู้ ก็ไม่ได้ตายจริงๆ รอคูลดาวน์เสร็จก็เรียกออกมาได้ใหม่
"เป็นไงน้องชาย อสูรอัญเชิญของฉันเจ๋งใช่ไหมล่ะ?"
"พี่ฟาน คำเดียวเลย แกร่ง!"
จางฟานก็หยิบอาวุธของตัวเองออกมาเหมือนกัน เป็นคทาเวทระดับเหล็กดำ
ดันเจี้ยนเลเวลสองแห่งแรกที่เซียวเฉินลงมีชื่อว่าป่าหมูป่า ดันเจี้ยนนี้คล้ายกับดันเจี้ยนเลเวลหนึ่งแทบจะทุกอย่าง
แน่นอนว่า สถานะของมอนสเตอร์เพิ่มขึ้นมาไม่น้อย
[หมูป่าป่าลึก: เลเวล 15]
[พลังโจมตี: 300]
[พลังชีวิต: 600 พลังป้องกัน: 30]
ลูกกระจ๊อกเลเวลสิบห้าเก่งจริงๆ สถานะต่างๆ สูงกว่าลูกกระจ๊อกเลเวลห้าถึงสามเท่าเลย
[ราชาหมูป่าป่าลึก: LV15]
[พลังชีวิต: 6000]
[พลังโจมตี: 800]
[สกิล 1: เสริมแกร่งร่างกาย]
[สกิล 2: พุ่งชนป่าเถื่อน]
ดันเจี้ยนเลเวลสองระดับทั่วไป เอาจริงๆ ก็ถือเป็นดันเจี้ยนพื้นฐาน ความยากไม่ได้สูงมาก
แต่ลูกกระจ๊อกเลเวลสองพวกนี้ ตีแค่สองสามทีก็ทำให้เลือดของเซียวเฉินหมดหลอดได้เลย
ถ้าเป็นราชาหมูป่า ตบทีเดียวเซียวเฉินก็ตายแล้ว
"ไม่ต้องลน รอนายอัปเลเวลอีกสักสองสามเลเวล เราสองคนก็ลงดันเจี้ยนระดับทั่วไปกันเองได้แล้ว"
ฆ่ามอนสเตอร์ที่เลเวลสูงกว่าห้าเลเวล EXP พุ่งเร็วมากจริงๆ
"ได้เลย ผมจะรีบอัปเลเวลให้ถึง 15 เร็วๆ"
เซียวเฉินก็แค่พูดไปงั้นแหละ ไม่ได้จริงจังอะไร
สองคนลงดันเจี้ยนเดียวกัน ความยากนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย
"ตกลงกันก่อนนะ ถ้าดรอปอุปกรณ์ทั่วไป ก็ให้วัดดวงกันเอา ถ้าดรอปของพิเศษอย่างพวกหนังสือสกิล ก็เอาไปขายในตลาดการค้าแล้วเอาเงินมาแบ่งกัน"
ทุกคนก็เป็นคนจนทั้งนั้น ต่อให้เป็นหนังสือสกิลที่ธรรมดาที่สุด ตอนนี้ก็ยังไม่มีปัญญาใช้หรอก
"ไม่มีปัญหา ลุยเลย!"
"เคลียร์ลูกกระจ๊อกให้หมดก่อนค่อยเปิดบอส"
ตัวโจมตีระยะไกลสามคน ดาเมจของเซียวเฉินย่อมน้อยที่สุด
"-481"
"-501"
"-279"
แน่นอน ดาเมจที่ต่ำที่สุดก็เป็นฝีมือของเซียวเฉิน
แต่ดาเมจรวมของเขาก็ไม่ต่ำนะ สกิลยิงสี่ศรของเขาทำงานได้ผลดีทีเดียว
นักเวทดาเมจสูงก็จริง แต่เพื่อประหยัดมานา ตอนตีลูกกระจ๊อกก็จะไม่ใช้สกิลที่รุนแรงที่สุด
"คุณได้รับบัฟไฟแห่งจิตวิญญาณ พลังโจมตี +35"
อย่างที่คิด ขอแค่มีประโยชน์ ก็ยังได้รับการดูแลเป็นพิเศษอยู่ดี
ไม่สิ ตัวตีไกลอีกสองคนก็ได้รับบัฟไฟแห่งจิตวิญญาณเหมือนกันนี่นา
"ติ๊ง คุณได้รับ EXP +30 เหรียญทองแดง +40"
ฆ่าลูกกระจ๊อกตัวนึง ให้ EXP ตั้ง 30 ถือว่าเยอะมากจริงๆ
เดี๋ยวนะ!
"อัปถึงเลเวล 11 ต้องใช้ EXP 18,000 ต้องฆ่ามอนตั้ง 600 ตัวเลยเหรอ?"
นี่ไม่ได้แปลว่า จะอัปเลเวล 11 ต้องลงดันตั้งหกรอบหรอกเหรอ?
ต่อให้นับ EXP บอสรวมไปด้วย อย่างน้อยก็ต้องลงสี่รอบ
ตอนเขาพาคนอื่นอัปเลเวล แค่ดันเจี้ยนแรกรอบเดียวก็อัปได้ตั้งสองเลเวล
อย่างที่คิด พอเลเวลสูงขึ้น ความยากในการอัปเลเวลก็เพิ่มขึ้นมาก
"ติ๊ง ยอดคิล +1 คุณได้รับเนื้อสด x1"
ลูกกระจ๊อกก็ดรอปของด้วยเหรอเนี่ย?
ดูเหมือนว่า จะต้องเป็นลูกกระจ๊อกที่เขาฆ่าได้เท่านั้น เขาถึงจะได้ของ
[เนื้อสด วัตถุดิบระดับทั่วไป สามารถนำไปปรุงเป็นอาหารรสเลิศได้]
ขณะที่ยังตีลูกกระจ๊อกอยู่ เซียวเฉินก็รีบเปิดตลาดการค้าขึ้นมาทันที
"เนื้อสด ชิ้นละ 10 เหรียญทองแดง!"
นี่แทบจะเป็นหนึ่งในไอเทมราคาถูกที่สุดในตลาดการค้าแล้ว แต่เซียวเฉินไม่แค่พอใจหรอกนะ โคตรพอใจเลยล่ะ
ดูท่า ต้องหาทางแย่งคิลให้ได้เยอะๆ ซะแล้ว
ฆ่าได้ตัวนึง ก็หาเงินเพิ่มได้อีกสิบเหรียญทองแดง แถมยังเพิ่มยอดคิลได้อีก
ลูกกระจ๊อกเป็นร้อยตัว ไม่นานก็ถูกเคลียร์ไปครึ่งนึงแล้ว
ตอนนั้นเอง ก็มีแสงวาบขึ้นมาที่ร่างของจางฟาน
"เลเวล +1"
ตีไปตีมา ก็อัปเลเวล 16 ซะแล้ว
"เจ๋งเป้ง"
เลเวลตัวละครเพิ่มขึ้นหนึ่งเลเวล เลเวลของอสูรอัญเชิญก็เพิ่มขึ้นตาม
ขนาดตัวของหมีปฐพีใหญ่ขึ้นนิดหน่อย เลือดก็เพิ่มขึ้นมหาศาล
จังหวะคริติคอลบางที มันถึงกับตบหมูป่าตายด้วยกรงเล็บเดียวเลย
"พี่ฟาน มีอสูรอัญเชิญแบบนี้ ลุยดันเจี้ยนโคตรสะใจเลย"
จางฟานแทบไม่ต้องขยับตัวเลย ยืนดูอยู่ข้างหลังก็พอ
"นั่นก็เพราะฉันโชคดีน่ะ ซัมมอนเนอร์หลายคนเข้าดันเจี้ยนไปก็โดนรังเกียจเหมือนกัน"
ปาร์ตี้นี้ลุยดันเจี้ยนนี้ไม่มีความกดดันเลยสักนิด ครึ่งชั่วโมงก็เหลือแค่บอสตัวเดียวโดดๆ แล้ว
"พวกตีไกลอัดดาเมจเต็มที่ได้เลย ฮีลเลอร์ นายอัดฮีลให้หมีปฐพีเต็มกำลัง แล้วบัฟไฟแห่งจิตวิญญาณให้มันด้วย"
"พร้อมแล้วก็ลุยเลย"
ตอนแรกเซียวเฉินยังคิดว่า ตอนตีบอสคงจะยุ่งยากนิดหน่อย
เขาคิดไม่ถึงเลยว่า หมีปฐพีจะรับสกิลพุ่งชนป่าเถื่อนไปได้ติดๆ กันหลายรอบ
สกิลทีนึงลดเลือดไปพันกว่า หมีปฐพีก็ยังอึดรับไหว
แน่นอนว่า การฮีลเลือดของฮีลเลอร์คนนี้ก็เก่งมากเหมือนกัน
เซียวเฉินไม่ทันสังเกตเห็นว่า เจ้าอ้วนวิ่งไปอยู่แถวๆ จุดวาร์ปแล้ว
พอเขาเห็นหมีปฐพีรับการโจมตีไหว ถึงได้ถอนหายใจโล่งอก
"อย่างที่คิด รับไหวจริงๆ ด้วย ทำเอาตกใจหมดเลย!"
ถ้าหมีปฐพีรับไม่ไหว เขาก็จะเผ่นหนีออกจากดันเจี้ยนทันที
ให้เพื่อนตายดีกว่าตัวเองตาย นี่แหละคือสไตล์การทำงานของจางฟานมาตลอด
เอาเพื่อนร่วมทีมมาเสี่ยงแบบนี้มันก็ไม่ถูกหรอก แต่นี่ก็ไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นสักหน่อย
"พี่ฟาน พี่พูดว่าอะไรนะ?"
"ฉันบอกว่าทุกคนเก่งมาก ดันเจี้ยนรอบนี้ผ่านฉลุยแน่"
"ติ๊ง ยอดคิล +1, เขี้ยวหมูป่า +1"
นึกไม่ถึงเลยว่า จะแย่งคิลบอสตัวนี้มาได้ด้วย
"สังหารราชาหมูป่า เหรียญเงิน +4, EXP +500, แต้มผลงานกิลด์ +2"
ดวงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ดันดรอปแค่อุปกรณ์ระดับทั่วไปชิ้นเดียว
เจ้าอ้วนเป็นคนเก็บอุปกรณ์เข้ากระเป๋าไป เซียวเฉินไม่มีดวงทางนี้จริงๆ
"เซียวเฉิน ฉันพานายลงอีกสามรอบก็แล้วกัน ส่งนายให้ถึงเลเวล 11 ไปเลย"
"ขอบคุณครับพี่ฟาน วันหน้าผมต้องตอบแทนพี่แน่นอน"
เซียวเฉินทำหน้าซาบซึ้งใจ คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะทะลุถึงเลเวล 11 ได้
"นายช่วยให้ฉันเข้ากิลด์ได้ ฉันพานายลงก็สมควรแล้ว พรุ่งนี้ฉันก็จะออกไปฟาร์มมอนนอกเมืองแล้ว เดือนหน้าฉันต้องเป็นสมาชิกทางการให้ได้"
ซัมมอนเนอร์มีความได้เปรียบมากจริงๆ สั่งให้อสูรอัญเชิญสู้ สามารถฟาร์มมอนได้ทั้งวันทั้งคืน
"ดีเลย รอผมเลเวลสูงกว่านี้หน่อยก็จะออกไปนอกเมืองเหมือนกัน"
ดันเจี้ยนเลเวลสองใช้เวลาฟาร์มนานกว่าหน่อย สองชั่วโมงฟาร์มได้สามรอบ
สามชั่วโมงต่อมา ในที่สุดเลเวลของเซียวเฉินก็แตะเลเวล 11
"ติ๊ง คุณได้รับ EXP +500, เหรียญเงิน +4, แต้มผลงานกิลด์ +2"
"คุณเก็บเสื้อเกราะเหล็กนิลได้"
พอได้ยินเสียงประกาศนี้ เซียวเฉินตื่นเต้นจนแทบจะกระโดดตัวลอย
อุปกรณ์ระดับเหล็กดำเลยนะเนี่ย เขาเก็บได้ด้วยเหรอ?
[เสื้อเกราะเหล็กนิล ระดับ: เหล็กดำ เลเวลอุปกรณ์: LV15
ความแข็งแกร่ง +5, ร่างกาย +5, พลังป้องกัน +10]
ได้เพิ่มทั้งความแข็งแกร่งกับร่างกาย ถือว่าดีมากแล้ว
เซียวเฉินรีบเช็คราคาในตลาดการค้าทันที: 100 เหรียญเงิน
เอาขึ้นขายแบบไม่คิดหน้าคิดหลังเลย
อุปกรณ์เลเวลสิบห้ายังใส่ไม่ได้ รีบเปลี่ยนเป็นเงินสำคัญกว่า
"เซียวเฉิน นายก็รีบอัปเลเวลเข้านะ อย่าเอาตัวเองไปตายซะล่ะ"
เจ้าอ้วนทิ้งท้ายไว้ประโยคเดียวแล้วก็กดออกจากปาร์ตี้ไป
เซียวเฉินได้เงินก้อนเล็กๆ มา เหรียญเงินพุ่งไปถึงสองร้อยแล้ว
มีเงิน มีปาร์ตี้ แน่นอนว่าก็ต้องลงต่อสิ
เซียวเฉินเลียนแบบวิธีของเจ้าอ้วน เลยหาแทงค์เข้าตี้ได้อย่างง่ายดาย
ฟาร์มรวดเดียวแปดรอบติด ในที่สุดเซียวเฉินก็ดันเลเวลมาถึง 12 ได้สำเร็จ
หลังจากนั้นก็ดรอปอุปกรณ์เหล็กดำมาอีกหลายชิ้น แต่เซียวเฉินแย่งมาไม่ได้เลยสักชิ้น
แต่ก็ยังดีที่แย่งกางเกงระดับทั่วไปเลเวล 15 มาได้ชิ้นนึง เอาไปขายในตลาดการค้าได้สิบเหรียญเงิน
"ติ๊ง คุณเคลียร์ดันเจี้ยนระดับทั่วไปเลเวลสองครบทั้งหมด ได้รับความสำเร็จ
สถานะทุกอย่าง +2, เหรียญเงิน +10"
ได้ความสำเร็จมาอีกหนึ่งอย่าง เซียวเฉินรู้สึกพึงพอใจมาก
วันเดียวอัปสองเลเวลรวด ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
[เซียวเฉิน: LV12 (120/22000) สถานะรวม: 336 พลังโจมตี: 349]
เซียวเฉินดูทรัพย์สินของตัวเองอีกครั้ง: 198 เหรียญเงิน 625 เหรียญทองแดง
ลงดันรอบนึง เอารายได้ต่างๆ มารวมกันก็ถือว่าเท่าทุน ไม่ได้ไม่เสีย
ถ้าดรอปไอเทมพิเศษมาสักชิ้นล่ะก็ จะรวยเละเลย
ถ้าดวงดี ได้อุปกรณ์เหล็กดำมาสักชิ้น รายได้ก็ไม่เลวเหมือนกัน
เลเวล 12 สามารถหาปาร์ตี้ได้แล้ว ในมือก็มีเหรียญเงิน การอัปเลเวลหลังจากนี้ก็ไม่ยากเท่าไหร่แล้ว
ก็แค่เหนื่อยขึ้นมาหน่อย ซึ่งสำหรับเซียวเฉินแล้วเรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย
วันต่อๆ มา ช่วงเช้าเซียวเฉินก็พาคนอื่นไปอัปเลเวล ช่วงบ่ายก็ลงดันเจี้ยนเลเวลสองเอง
พอเลเวลสูงขึ้น EXP ที่ได้จากการฆ่าลูกกระจ๊อกก็ลดลงเรื่อยๆ แต่ EXP ที่ต้องใช้ในการอัปเลเวลกลับเพิ่มขึ้นมหาศาล
จากเลเวล 12 อัปเป็น 13 ต้องใช้ EXP 28,000 ต้องลงดันเจี้ยนถึงเก้าครั้ง
จากเลเวล 13 เป็น 14 เซียวเฉินลงดันไป 15 ครั้ง
หนึ่งเดือนต่อมา ในที่สุดเซียวเฉินก็ถึงเลเวล 15
สิ่งที่ทำให้เขาดีใจยิ่งกว่าคือ ความมั่งคั่งของเขากลับมาแตะ 500 เหรียญเงินอีกครั้ง นี่คือจุดพีคที่สุดของเซียวเฉินแล้ว
"ติ๊ง อันดับแต้มผลงานกิลด์ของคุณไม่ถึงเกณฑ์ คุณถูกเตะออกจากกิลด์"
เสียงประกาศกะทันหัน ทำเอาเซียวเฉินสะดุ้งเฮือก
"ซวยแล้ว แต้มผลงานของฉันยังไม่ได้เอาไปแลกของเลย"
มัวแต่บ้าฟาร์มมอนหามรุ่งหามค่ำ จนลืมแลกของไปซะสนิท
"แต้มผลงานกิลด์ของคุณคือ: 240"
นี่คือสิ่งที่เขาได้มาจากการลงดันเจี้ยนเลเวลหนึ่งกับเลเวลสองอย่างหนักหน่วง
"ยังดีนะ ตัวไม่อยู่ในกิลด์แล้ว แต่แต้มผลงานยังอยู่"
โดนเตะออกจากกิลด์แล้ว จะทำไงต่อดีเนี่ย?
"จางฟานชวนคุณเข้าร่วมกิลด์เทียนสิง"
พอเห็นคำเชิญที่เด้งขึ้นมาปุบปับ เซียวเฉินก็กดตกลงแบบไม่ต้องคิด
"คุณเข้าร่วมกิลด์เทียนสิง"
ยังดีที่พอโดนเตะปุ๊บก็มีคนดึงกลับเข้าไปได้ทันที
"พี่ฟาน พี่ได้เป็นสมาชิกทางการของเทียนสิงแล้วจริงๆ เหรอ?"
หนึ่งเดือนที่ผ่านมา เจ้าอ้วนน่าจะหาแต้มผลงานกิลด์มาได้มหาศาลแน่ๆ
"ดูเลเวลฉันก็รู้ ว่าฉันทุ่มเทขนาดไหน"
เซียวเฉินเปิดหน้าต่างตัวละคร ดูเลเวลของเพื่อนๆ
จางฟาน ซัมมอนเนอร์ เลเวล 19
ซูหมิง นักดาบ เลเวล 22
ซุนเจี้ยน ผู้พิทักษ์โล่ เลเวล 21
ทั้งสามคนนี้ออกไปนอกเมืองกันหมดแล้ว ช่วงนี้อัปเลเวลกันไวไปหน่อยนะเนี่ย
ฝีมือระดับเลเวลยี่สิบกว่า ไม่ถือว่าเป็นผู้มีอาชีพระดับเริ่มต้นแล้วนะ