- หน้าแรก
- เกมจุติ สกิลของฉันไม่มีคูลดาวน์
- ตอนที่ 5 ออกนอกเมือง
ตอนที่ 5 ออกนอกเมือง
ตอนที่ 5 ออกนอกเมือง
ตอนที่ 5 ออกนอกเมือง
ยังดีที่ตอนนี้ยังพอตามทัน
หลังจากพาผู้มีอาชีพสายผลิตอัปเลเวลไปอีกกลุ่ม ในที่สุดเซียวเฉินก็ได้ยินเสียงประกาศจากระบบที่เขาเฝ้ารอคอย
"ติ๊ง ยอดรวมมอนสเตอร์ที่คุณสังหารครบ 100,000 ตัว ได้รับความสำเร็จ: นักสังหารหมู่
สถานะทุกอย่าง +10, เหรียญเงิน +100"
อย่างที่คิด รางวัลยอดคิลนี่เยอะจริงๆ
"ติ๊ง พรสวรรค์หลักหนึ่งในหมื่นของคุณอัปเกรดสำเร็จ"
"เชี่ย ในที่สุดก็อัปเกรดสักที"
[หนึ่งในหมื่น (LV2): สังหารมอนสเตอร์ทุกๆ หนึ่งหมื่นตัว สุ่มสถานะ +5
เงื่อนไขการอัปเกรด: ยอดสังหารรวมแตะหนึ่งล้านตัว]
สถานะเพิ่ม 1 กลายเป็นเพิ่ม 5 นี่มันยกระดับขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย
แถมยังระบุเงื่อนไขการอัปเกรดให้ด้วย วันหน้าก็ไม่ต้องเดาสุ่มเป็นแมลงวันไร้หัวอีกแล้ว
"ต้องเอาแต้มผลงาน 240 แต้มนี่ไปละลายให้หมดก่อน"
สามแต้มผลงานแลกโพชั่นระดับทั่วไปได้หนึ่งขวด เซียวเฉินรวดเดียวแลกมาห้าสิบขวดเลย
"โพชั่นความแข็งแกร่งระดับต้น ทานได้ 10 ขวด"
"โพชั่นความว่องไวระดับต้น ทานแล้วความว่องไว +1"
สถานะพื้นฐานทั้งห้าอย่าง เซียวเฉินซื้อมาอย่างละสิบขวด
โพชั่นเพิ่มสถานะระดับต่ำพวกนี้ เซียวเฉินเรียนจบหลักสูตรไปเรียบร้อย
"ความแข็งแกร่ง +1"
"ร่างกาย +1"
ประกาศติดๆ กันห้าสิบครั้ง สถานะทุกอย่างของเซียวเฉินก็เพิ่มขึ้นอย่างละ 10 แต้ม
"เทียบเท่ากับแต้มสถานะที่ได้จากการอัปห้าเลเวลเลย"
"ยังเหลืออีก 90 แต้มผลงาน แลกอุปกรณ์สักชิ้นแล้วกัน"
[รองเท้าเหล็กนิล ระดับ: เหล็กดำ เลเวลอุปกรณ์: 15
ความแข็งแกร่ง +5, ความว่องไว +5, ความเร็ว +10]
[เซียวเฉิน: LV15 ()
สถานะรวม: 489 พลังโจมตี: 478, พลังชีวิต: 1206]
"คุณมีเหรียญเงิน: 621, เหรียญทองแดง: 113"
"ซื้ออุปกรณ์เหล็กดำเลเวล 15 อีกห้าชิ้น สถานะรวมก็เพิ่มได้อีก 50 เลือดก็พยุงไปถึง 1500 ได้"
"ซื้อ!"
ถอดอุปกรณ์ระดับทั่วไปออกหมด เซียวเฉินก็ใส่ชุดระดับเหล็กดำทั้งตัวแล้ว
[เซียวเฉิน: LV15 สถานะรวม: 539 พลังโจมตี: 549, พลังชีวิต: 1506 พลังป้องกัน: 50]
พอมีโบนัสจากอุปกรณ์พวกนี้ สถานะของเซียวเฉินก็ดูดีขึ้นเยอะ
ตอนจางฟานเลเวล 15 สถานะก็ไม่ได้สูงกว่าเขาเท่าไหร่เลย
ฝีมือของเซียวเฉินตอนนี้ เมื่อเทียบกับคนในระดับเดียวกันก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร เรียกว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
เผลอแป๊บเดียว เซียวเฉินก็ปลุกพลังมาได้หนึ่งปีแล้ว
หนึ่งปีนี้ เวลาส่วนใหญ่ของเซียวเฉินหมดไปกับการอยู่ในดันเจี้ยน
"เป็นผู้มีอาชีพมาหนึ่งปีแล้ว ยังมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยดี แค่นี้ก็ชนะคนเกินกว่าครึ่งแล้ว ไม่เลวเลย"
พอมีอุปกรณ์พื้นฐานระดับหนึ่งแล้ว เซียวเฉินก็คิดอยู่ว่าจะหาปาร์ตี้ประจำดีไหม แบบนั้นลุยดันเจี้ยนน่าจะเร็วกว่า
ข้อเรียกร้องของเซียวเฉินไม่ได้สูงมาก พรสวรรค์ไม่ต้องดีมากก็ไม่เป็นไร
ขอแค่อย่างเดียวคือต้องอดทนและขยันฟาร์ม ถ้าให้ดีก็คือพวกที่ฟาร์มได้วันละสิบเจ็ดสิบแปดชั่วโมงอะไรทำนองนั้น
ขณะที่เซียวเฉินกำลังเริ่มหาเป้าหมายที่เหมาะสม เสียงประกาศจากระบบก็ทำให้เขาต้องหยุดชะงัก
นี่คือข่าวที่เมืองเทียนหนานประกาศ:
"ทางใต้ของเมืองเทียนหนานห่างออกไปร้อยลี้ ปรากฏรอยแยกห้วงลึกขนาดเล็ก มอนสเตอร์นอกเมืองเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว แรงกดดันในการป้องกันเมืองพุ่งสูงขึ้นกะทันหัน"
"ขอให้ผู้ปลุกพลังก้าวออกนอกประตูเมือง เพื่อเติบโตอย่างรวดเร็วผ่านการทดสอบด้วยเลือดและไฟ"
"ประกาศภารกิจป้องกันเมืองเทียนหนาน:
ผู้เข้าร่วมทุกคนจะได้รับรางวัลวันละ 100 เหรียญเงิน เงื่อนไขการสมัคร: ผู้มีอาชีพเลเวล 10 ขึ้นไป"
วันนึงให้ตั้ง 100 เหรียญเงิน รางวัลนี้มันเย้ายวนใจเกินไปแล้ว
ตีมอนยังได้ EXP ยอดคิล ถ้าโชคดีก็ยังได้ของดรอปอีก
แน่นอนว่า ความเสี่ยงก็สูงมาก โอกาสตายมีอย่างน้อยครึ่งต่อครึ่ง
เมื่อก่อนเซียวเฉินไม่เคยคิดจะออกนอกเมืองเลย แต่ตอนนี้ความคิดของเขากลับเปลี่ยนไปบ้างแล้ว
รางวัลตั้งวันละ 100 เหรียญเงินนะ เป็นใครก็ต้องไขว้เขวทั้งนั้น
"หรือว่า จะลองไปดูดี?"
"ถ้าจะเก็บยอดคิลล่ะก็ การไปนอกเมืองเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย"
"ซูหมิงเลเวลสิบก็ออกนอกเมืองไปฝึกฝนแล้ว ตอนนี้ฉันก็พอมีฝีมืออยู่บ้างเหมือนกัน"
"จะรักษาเมืองเทียนหนานไว้ ยังไงก็ต้องออกแรงกันบ้างแหละ ถ้าทุกคนเอาแต่หดหัวอยู่ในเมือง เมืองนี้ก็ต้องแตกเข้าสักวันแน่"
พลังของเซียวเฉินยังน้อยนิดนัก เขาเองก็กลัวตายมาก แต่เขาก็ยังอยากออกแรงช่วยบ้าง
นักธนูยืนทำดาเมจอยู่ข้างหลัง เอาจริงๆ ก็ไม่ได้อันตรายขนาดนั้นหรอก
เซียวเฉินเปิดหน้าต่างขึ้นมา ก็เห็นมีคนตะโกนในช่องกิลด์:
"คนที่จะออกนอกเมืองเข้าปาร์ตี้ทีมฉันมาเลย!"
เซียวเฉินลังเลอยู่สองสามวินาที สุดท้ายก็กดเข้าร่วมไป
ยังไงก็ต้องก้าวออกไปสักวันอยู่แล้ว งั้นวันนี้ก็ออกนอกเมืองไปเลยแล้วกัน!
"คุณได้เข้าร่วมปาร์ตี้ของชวนมู่เฟิง จำนวนคนในปาร์ตี้ 13,628 คน"
มีคนออกไปสู้รบนอกเมืองตั้งหมื่นกว่าคน สมาชิกหลักของกิลด์เทียนสิงดูเหมือนจะอยู่ที่นั่นกันหมดเลย
เซียวเฉินรู้สึกละอายใจนิดๆ คนอื่นออกไปเอาชีวิตเข้าแลกสู้รบอยู่ข้างนอก ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาหาแต้มผลงานได้เยอะ
"พี่น้องที่เพิ่งเข้ามาใหม่ รีบมาที่ประตูทิศใต้ทันที เขตป้องกันของกิลด์เทียนสิงอยู่ห่างจากประตูเมือง 10 ลี้"
"เดินเลียบๆ กำแพงเมืองไปนะ จะได้ไม่โดนมอนสเตอร์ที่หลุดแนวป้องกันมาลอบโจมตี"
"ทุกการเคลื่อนไหวให้ฟังคำสั่ง EXP ที่ได้ในโหมดปาร์ตี้ทีมจะถูกแจกจ่ายตามสัดส่วนผลงานโดยอัตโนมัติ ส่วนของดรอปอื่นๆ จะเป็นของคนที่ลงดาบสุดท้ายสังหารได้โดยอัตโนมัติ"
เซียวเฉินดูรายชื่อสมาชิกในทีม พวกเลเวลสิบกว่ากินสัดส่วนไปกว่าครึ่ง
แน่นอนว่า พวกเลเวลสูงๆ ก็มี
"มู่ชวนเฟิง นักฆ่า เลเวล 53"
"หวังหลิง นักบวช เลเวล 53"
"หวังชง นักบวชบู๊ เลเวล 52"
คนในกิลด์เทียนสิงที่เลเวลห้าสิบขึ้นไปมี 16 คน พวกเขาทั้งหมดปรากฏตัวอยู่ที่สนามรบนอกเมือง
เมืองเทียนหนานอยู่รอดปลอดภัยมาตลอด เด็กกำพร้าอย่างเซียวเฉินรอดชีวิตมาได้จนถึงตอนนี้ ก็เพราะมีคนพวกนี้คอยปกป้อง
สำหรับพี่น้องที่ต่อสู้อยู่แนวหน้าสุดมาตลอดเหล่านี้ เซียวเฉินย่อมรู้สึกเคารพนับถือจากใจจริง
พอเดินออกนอกเมืองปุ๊บ เซียวเฉินก็ได้รับข้อความหลายข้อความติดๆ กัน:
"ติ๊ง คุณได้รับเหรียญเงิน +100"
รางวัลนี้ให้มาได้จังหวะดีจริงๆ
"วันหลังถ้าออกมาเดินเล่นสักสองสามก้าว แล้วรีบกลับเข้าไป จะได้รางวัลแบบนี้อีกไหมนะ?"
เซียวเฉินเกิดความคิดนี้ขึ้นมาแค่วินาทีเดียว ความคิดนี้ก็ดับวูบไปทันที
ถ้าทุกคนทำแบบนี้ เมืองเทียนหนานก็คงจบเห่
นอกเมืองจริงๆ แล้วเป็นที่ราบ ไม่มีชัยภูมิอันตรายให้ใช้ตั้งรับเลย
มอนสเตอร์นับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่เมืองเทียนหนานราวกับกระแสน้ำ
จะรักษาเมืองเทียนหนานไว้ได้ ก็ต้องใช้ร่างของผู้ปลุกพลังนับไม่ถ้วนสร้างเป็นกำแพงเมืองเท่านั้น
ผู้ปลุกพลังทั้งหมดของเมืองเทียนหนานทุ่มเทสุดกำลัง ก็ทำได้แค่ดันแนวป้องกันออกไปนอกเมืองได้แค่หนึ่งลี้เท่านั้น
พอเซียวเฉินออกนอกเมืองปุ๊บ ก็เห็นค้างคาวสีดำนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานเข้าหาเมืองเทียนหนานอย่างไม่คิดชีวิต
ค้างคาวที่บินกันมืดฟ้ามัวดิน ดูแล้วชวนให้ขนลุกซู่
เวทมนตร์ลูกแล้วลูกเล่าระเบิดขึ้นกลางอากาศ ค้างคาวร่วงกราวเป็นเศษเนื้อชิ้นเล็กชิ้นน้อย
"ค้างคาวสีเลือดระดับต่ำ ส่วนใหญ่เลเวลสิบห้าทั้งนั้น!"
นานๆ ทีจะมีค้างคาวระดับสูงสักสองสามตัวหลุดแนวป้องกันมาได้ ก็จะถูกคนฆ่าตายอย่างรวดเร็ว
พอออกเมืองปุ๊บ เซียวเฉินก็วิ่งไปทางซ้ายอย่างรวดเร็ว ผู้มีอาชีพที่ออกนอกเมืองมามีเยอะมาก พวกเขาก็เหมือนกับเซียวเฉิน เดินเลียบกำแพงเมืองรีบมุ่งหน้าไปยังจุดที่กำหนด
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ในที่สุดเซียวเฉินก็มาถึงเขตป้องกันของกิลด์เทียนสิง
พอมาถึงอาณาเขตของกิลด์ปุ๊บ ก็มีเสียงประกาศเด้งขึ้นมารัวๆ ทันที:
"หยางฮ่าวร่ายคาถาลบล้างหมู่ใส่คุณ ปลดสถานะผิดปกติทั้งหมดในร่างกาย"
"คุณได้รับผลจากสกิล 'สละชีพ' ของหวังชง พลังป้องกัน +20"
"คุณได้รับผลจากออร่าเจิดจรัส พลังโจมตี +20, ความเร็วในการเคลื่อนที่ +10"
เซียวเฉินโดนอัดบัฟเข้าไปตั้งสิบกว่าชั้น
มิน่าล่ะถึงต้องเข้าร่วมปาร์ตี้ทีม พลังรบโดยรวมของเซียวเฉินกลับพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัวในชั่วพริบตา
"คุณได้รับคาถาคืนฤดูใบไม้ผลิ ฟื้นฟูเลือด 50 แต้มต่อวินาที ต่อเนื่อง 10 วินาที"
พอเซียวเฉินมาถึง ก็ได้ยินคนออกคำสั่งกับเขาทันที:
"นักธนูไปที่เขต 13 ตรงนั้นเป็นเขตปลอดภัย อัดดาเมจให้เต็มที่เลย"
เขต 13 เป็นแท่นสูง คล้ายๆ กับหอคอยธนู
มีคนยืนอยู่ตรงเขต 13 เป็นร้อยคนแล้ว พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นนักธนู
แท่นสูงปรี๊ดเกือบร้อยเมตร เหมาะกับการทำดาเมจมากจริงๆ
ระยะโจมตีเดิมของเซียวเฉินมีแค่ยี่สิบเมตร ถ้ารวมความสูงนี้เข้าไปด้วย กลับสามารถโจมตีเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปร้อยกว่าเมตรได้เลย
นี่คือข้อได้เปรียบเฉพาะตัวของนักธนู อาชีพนักเวทระยะไกลก็ยังทำแบบนี้ไม่ได้
พอยืนอยู่บนแท่นสูง วิสัยทัศน์ก็เปิดกว้างขึ้นในพริบตา
จากนั้น เซียวเฉินก็ได้เห็นภาพที่ชาตินี้เขาก็คงไม่มีวันลืม
ในระยะที่สายตาเขามองเห็น มีแต่จุดสีดำยุ่บยั่บกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วอยู่บนที่ราบ พวกนั้นล้วนเป็นมอนสเตอร์สีดำทั้งสิ้น
แมงมุมมารห้วงลึกฝูงแล้วฝูงเล่า พุ่งทะยานเข้าใส่อาณาเขตของกิลด์เทียนสิงอย่างไม่คิดชีวิต
แมงมุมมารห้วงลึกพวกนี้ เลเวลต่ำๆ ก็แค่สี่ห้า เลเวลสูงๆ ปาไปตั้งสามสี่สิบ
แมงมุมมารหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย จำนวนทะลุล้านตัวไปแล้วแน่นอน
"แม่ร่วง จะฆ่าหมดได้ไงวะเนี่ย?"
ฆ่าหมดไปฝูงนึง อีกฝูงก็โผล่มาติดๆ ทันที
ห่างออกไปไม่กี่ลี้ มีภูเขาสูงหลายร้อยเมตรอยู่ลูกหนึ่ง แค่ว่ารูปร่างมันดูแปลกๆ ไปหน่อย
"เลิกดูได้แล้วน้องชาย รีบโจมตีสิ!"
"พวกเรานักธนูถึงดาเมจจะไม่สูง แต่ก็ปลอดภัยกว่าอาชีพอื่นเยอะ ไม่มีอันตรายถึงชีวิตหรอก นายรีบฟาร์มอัปเลเวลเถอะ"
"นายก็เห็นภูเขาลูกนั้นแล้วใช่ไหม? นั่นไม่ใช่ภูเขาหรอกนะ นั่นคือนางพญาแมลงมุมมารห้วงลึกต่างหาก ถ้าฆ่านางพญาตัวนั้นไม่ได้ แมงมุมมารห้วงลึกพวกนี้ก็จะมีมาไม่ขาดสาย ไม่มีวันหยุดหรอก"
"แมงมุมมารระดับนี้ ต้องเป็นยอดฝีมือเลเวลเจ็ดสิบขึ้นไปถึงจะฆ่าได้ ฉันอยู่ที่นี่มาเดือนนึงแล้ว เจ้านี่ก็ยังไม่ถูกจัดการสักที"
นักธนูที่เอาแต่พูดคนนี้ชื่อหลิวจั๋ว อายุมากกว่าเซียวเฉินสองสามปี เลเวลปาไปถึง 20 แล้ว
เมื่อกี้นี้ ก็คือหลิวจั๋วนี่แหละที่ส่งข้อความมาหาเซียวเฉิน
นักธนูคนอื่นๆ ไม่มีใครพูดอะไร พวกเขาง้างธนูและยิงลูกศรด้วยความเร็วสูงสุด
นอกจากเสียงของหลิวจั๋ว เซียวเฉินก็ได้ยินแค่เสียงหวีดหวิวของลูกธนู แล้วก็เสียงโห่ร้องฆ่าฟันของพวกอาชีพสายประชิดซะมากกว่า
"พี่หลิว ก่อนพี่มาที่นี่พี่เลเวลเท่าไหร่เหรอ?"
"ต่ำกว่านายนิดหน่อย เลเวล 13 นอกเมืองมันอันตรายกว่าจริงๆ แหละ แต่ความเร็วในการอัปเลเวลนี่มันไวปานจรวดเลยนะ อีกเดือนนึง นายก็น่าจะอัปถึงเลเวลยี่สิบได้เหมือนกัน"
พอรู้ความเร็วในการอัปเลเวลของหลิวจั๋ว เซียวเฉินก็รู้เลยว่าตัวเองมาถูกที่แล้ว
"ได้ ผมจะต้องรีบอัปเลเวลให้เร็วที่สุด"
ก่อนลงมือ ก็ขอละลายทรัพย์ล่วงหน้าสักรอบ พยายามเพิ่มฝีมือให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในมือยังมีเหรียญเงินอยู่สองร้อย เซียวเฉินถลุงไปจนหมด แลกเป็นสมุนไพรเพิ่มความแข็งแกร่งทั้งหมดเลย
สองร้อยเหรียญเงิน ทำให้สถานะความแข็งแกร่งของเซียวเฉินเพิ่มขึ้นมาอีก 20 แต้ม
เพิ่มพลังโจมตีได้นิดหน่อยก็ยังดี ยิ่งทำดาเมจได้มาก EXP ที่ได้ก็ยิ่งมาก
เซียวเฉินไม่เคยเป็นนักธนูที่ได้มาตรฐานเลย ความแม่นยำในการยิงเป็นปัญหามาตลอด
ตอนนี้ต้องเผชิญหน้ากับแมงมุมมารห้วงลึกที่ยุ่บยั่บไปหมด ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องฝีมือการยิงธนูอีกต่อไปแล้ว
มอนสเตอร์มันเยอะเกิน หลับตายิงยังโดนเป้าเลย
"พยายามยิงไปไกลๆ ฆ่าศัตรูได้เพิ่มมาตัวนึง เพื่อนร่วมรบก็อาจจะตายน้อยลงคนนึง"
สกิลยิงสี่ศรของเซียวเฉินตอนนี้ ดาเมจที่ทำได้ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว
ง้างธนูจนสุดด้วยความเร็วสูงสุด แล้วก็ยิงออกไปตรงๆ ได้เลย
ไม่ต้องเล็ง หรือกระทั่งไม่ต้องมองมอนสเตอร์ด้วยซ้ำ แค่ง้างธนูก็พอ
ตอนนี้ เซียวเฉินก็เหมือนกับเครื่องจักรสังหารเลือดเย็น
เพราะมีโบนัสบัฟมากมาย พลังโจมตีของเซียวเฉินตอนนี้จึงถือว่าร้ายกาจเอาการ
"-812"
"-798"
"-826"
การโจมตีแต่ละครั้ง กลับสร้างดาเมจได้ถึงแปดร้อย
"EXP +7"
"EXP +8"
"EXP +8.6"
สถิติคำนวณ EXP นี่แม่นยำเกินไปแล้ว ถึงขนาดมีจุดทศนิยมด้วย
พอเห็น EXP พุ่งกระฉูด เซียวเฉินก็มีกำลังใจเต็มเปี่ยม
"ยอดคิล +1, เหรียญทองแดง +20"
"ยอดคิล +1, เหรียญทองแดง +16"
มอนสเตอร์ที่เซียวเฉินฆ่า โดยพื้นฐานแล้วเป็นระดับต่ำทั้งหมด รายได้จึงไม่สูงมาก
พลังโจมตีของเขายังไม่พอ ยอดคิลจึงไม่ได้เยอะเท่าไหร่
แต่เมื่อเทียบกับการฟาร์มมอนในดันเจี้ยน ยอดคิลก็ยังขึ้นเร็วกว่าอยู่ดี
ไม่นาน เซียวเฉินก็เข้าสู่โหมดเอาจริง
ออกสนามรบครั้งแรก เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องประหม่าบ้าง
หลิวจั๋วบอกว่าเขต 13 เป็นเขตปลอดภัย แต่เซียวเฉินก็ยังไม่กล้าลดความระมัดระวัง ต้องคอยมองรอบๆ เป็นระยะ
แน่นอนว่า ผ่านไปแค่ชั่วโมงเดียว เซียวเฉินก็เข้าสู่โหมดเครื่องติดแล้ว
ยิงลูกศรติดๆ กัน เขาก็ฝึกฝนวิชาธนูไปในตัว
จนตอนหลัง เขาถึงกับลืมตัวไปเลย ไม่ทันตระหนักว่าตัวเองยังอยู่กลางสนามรบ
เข้าร่วมการรบมาครึ่งค่อนวัน ไม่ถูกโจมตีเลยแม้แต่นิดเดียว
คราวนี้ เขาโล่งใจแบบสุดๆ ไปเลย
"นักธนู ก็เป็นอาชีพที่ไม่เลวเหมือนกันนี่นา!"
เซียวเฉินเพิ่งจะรู้สึกเป็นครั้งแรก ว่านักธนูระดับ E ก็ไม่เลวเหมือนกัน
ขณะที่เซียวเฉินกำลังได้ใจ หางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเงาสีแดงสายหนึ่ง
หญิงสาวคนหนึ่งร่อนลงมาบนแท่นเขต 13 เธอถึงกับบินขึ้นมาเลยเหรอเนี่ย?
ผู้หญิงคนนี้ดูอายุราวๆ ยี่สิบปี หน้าตาสะสวย ดูเหมือนน้องสาวข้างบ้านไม่มีผิด
เซียวเฉินกำลังจะถามว่าน้องสาวหน้าตาจิ้มลิ้มคนนี้ปลุกสกิลอะไรได้ เขาก็เห็นชื่อของเธอเข้าพอดี
"มู่หรงชิงเสวี่ย นักเวทสายไฟ เลเวล 50!"
เชี่ย นี่มันโคตรอภิมหาเทพเลยนะเนี่ย เป็นตัวตนระดับท็อปของกิลด์เทียนสิงเลย
"ไม่ต้องมองฉัน พวกนายทำหน้าที่ของตัวเองไป"
มู่หรงชิงเสวี่ยไม่ได้สนใจสายตาประหลาดใจและอยากรู้อยากเห็นของเซียวเฉินกับคนอื่นๆ เธอหยิบคทาเวทออกมาแล้วชี้ขึ้นไปบนฟ้าตรงๆ:
"ฝนดาวตกเพลิง!"
สิ้นเสียงตะโกนของเธอ ลูกไฟขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งเมตรนับร้อยลูกก็ร่วงหล่นลงมาจากความสูงร้อยเมตร
"-7169"
"-7260"
พวกแมงมุมมารห้วงลึกพอโดนลูกไฟพวกนี้ปุ๊บ ก็กลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา
ภายในรัศมีหลายสิบเมตร แมงมุมมารห้วงลึกเป็นร้อยตัวถูกกวาดล้างจนหมดเกลี้ยงในชั่วพริบตา
"แม่ร่วง โคตรเจ๋ง!"
นี่มันสกิลโจมตีหมู่นะ ลูกไฟแต่ละลูกยังสร้างดาเมจได้ขนาดนี้
หน้าที่ของมู่หรงชิงเสวี่ยไม่เหมือนกับพวกเขา เธอน่าจะอาศัยความสามารถในการบิน คอยสนับสนุนไปทั่วทั้งแนวป้องกัน
อภิมหาเทพโยนลูกไฟลงมาเป็นห่าฝน แล้วก็บินไปอีกเขตหนึ่ง จัดการเรียกฝนเพลิงใส่ฝูงมอนสเตอร์อีก
พื้นที่ด้านหน้าของเซียวเฉินถูกเคลียร์จนโล่งเตียนแล้ว
"เดี๋ยวนะ จุดสีดำนั่นยังขยับอยู่นี่?"
จู่ๆ เซียวเฉินก็เห็นแมงมุมมารตัวเขื่องกำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่ ท่ามกลางพื้นที่โล่งเตียนนั่นมันดูสะดุดตามาก
"แม่ร่วง ยังเหลือรอดอยู่อีกตัว!"
เซียวเฉินไม่ลังเลเลยสักนิด ยิงโจมตีไปทางทิศนั้นติดๆ กันหลายครั้ง
จะยิงโดนไหมก็ต้องวัดดวงเอาล่ะ
เจ้านั่นน่าจะเป็นมอนสเตอร์ระดับอีลีทเลเวลยี่สิบห้ายี่สิบหกแน่ๆ ถ้าฆ่าได้ล่ะก็ น่าจะโกยเหรียญทองแดงได้สักหน่อย
ลูกธนูวาดโค้งกลางอากาศ เซียวเฉินรู้ดีว่าเขาไม่มีความมั่นใจในฝีมือยิงธนูของตัวเองเลยสักนิด นี่คือการเสี่ยงดวงล้วนๆ
"ติ๊ง ยอดคิล +1, เหรียญเงิน +50, EXP +50"
ที่ได้ EXP น้อย ก็เพราะดาเมจของเซียวเฉินไม่ได้สูง เขาแค่ฟาดดาบ เอ้ย ยิงศรสุดท้ายปิดจ๊อบ แย่งคิลมาได้ก็เท่านั้น
"คุณได้รับหมวกผู้กล้า!"
เสียงประกาศอีกข้อความ ทำเอาเซียวเฉินแทบจะกลายเป็นหินอยู่กับที่
"แบบนี้ก็ได้เหรอ? นี่ดวงกำลังจะดีขึ้นแล้วใช่ไหมเนี่ย?"
ถึงกับดรอปอุปกรณ์มาให้ชิ้นนึงเลย
[หมวกผู้กล้า ระดับ: ทองแดง เลเวลอุปกรณ์: 20
ความแข็งแกร่ง +20, ร่างกาย +20, ความว่องไว +20, พลังป้องกัน +25, พลังชีวิต +200]
อุปกรณ์ชิ้นนี้ แม่งโคตรเทพของจริงเลยแฮะ
เพิ่มสถานะตั้งสามอย่าง แถมเพิ่มอย่างละตั้ง 20 แหนะ มากกว่าธนูเหล็กนิลในมือเขาตั้งเยอะ
ได้อุปกรณ์ระดับทองแดงมาเฉยเลย!
น่าเสียดาย ที่ตอนนี้เซียวเฉินยังใช้อุปกรณ์ชิ้นนี้ไม่ได้
"สะสมชุดเซ็ตผู้กล้าครบ พลังชีวิตรวม +1000, พลังป้องกัน +100"
ชุดเซ็ตหนึ่งชุดมีอุปกรณ์หกชิ้น สะสมให้ครบมันยากเกินไป
"ตอนนี้ที่สำคัญกว่าคือการเพิ่มฝีมือ อุปกรณ์ระดับทองแดงชิ้นนี้ ขายทิ้งโลด!"
เซียวเฉินยังต้องซื้อทรัพยากรพื้นฐานอีกเพียบ เอามาใช้เพิ่มสถานะ
สมุนไพรกับของกินเล่นก่อนหน้านี้ตั้งเยอะแยะ ยังไม่เคยกินเลย
ผู้มีอาชีพที่มีฐานะทางบ้านดีหลายคน พอปลุกพลังปุ๊บก็จัดการเรื่องพวกนี้เสร็จสรรพไปแล้ว
ลูกหลานตระกูลใหญ่บางคน พอปลุกพลังก็ได้เงินทุนเริ่มต้นตั้ง 200 เหรียญทองเลยเชียว
ตอนสถานะรวมของเซียวเฉินมีแค่ยี่สิบกว่าๆ หลายคนก็ดันสถานะรวมไปถึงสี่ห้าร้อยแล้ว
"ตอนนี้ ในที่สุดก็สามารถค่อยๆ ไล่ตามทันแล้ว!"
พอไปดูราคาในตลาดการค้า เซียวเฉินก็ถึงกับหายใจหอบถี่
อุปกรณ์ระดับทองแดงชิ้นนึง กลับมีค่ามากขนาดนี้เชียว
"หมวกผู้กล้า มูลค่า 10 เหรียญทอง!"
นี่มันรวยข้ามคืนชัดๆ
10 เหรียญทอง นั่นมันหนึ่งหมื่นเหรียญเงินเลยนะ
ในที่สุด เซียวเฉินก็สามารถช้อปปิ้งได้อย่างหนำใจสักที
"โพชั่นฟื้นฟูเลือด 30 เหรียญเงิน ซื้อสองชุด"
"ยาสมุนไพรเพิ่มสถานะทุกชนิดที่ราคาต่ำกว่า 10 เหรียญเงิน เหมาหมดเลย เดี๋ยวนะ ทำไมมีสมุนไพรตั้งสามร้อยกว่าชนิดเนี่ย?"
สมุนไพรทั่วไปแต่ละชนิดทานได้สิบครั้ง ถ้าจะกินให้ครบก็ต้องใช้ตั้งสามพันกว่าต้น น่าจะต้องใช้เงินราวๆ สามสิบเหรียญทองเลยล่ะ
"เงินแค่นี้ยังไม่ทันไรก็จะหมดซะแล้ว!"
ซื้อเท่าที่ซื้อไหว จบหลักสูตรยาสมุนไพรวิเศษไปทีละอย่าง ยังไงก็ต้องมีวันกินจนครบแหละน่า
หลักๆ คือกินสมุนไพรสายความแข็งแกร่งกับความว่องไว ตอนนี้เซียวเฉินต้องการพลังโจมตีกับความเร็วโจมตีเป็นอย่างมาก
สิบเหรียญทองถูกถลุงเรียบในพริบตา
เงินเยอะขนาดนี้ ทำให้ความว่องไวกับความแข็งแกร่งของเซียวเฉินเพิ่มขึ้นมาอย่างละร้อยกว่าแต้ม
ต่อให้ไม่มีโบนัสบัฟ พลังโจมตีพื้นฐานของเซียวเฉินก็ปาไปเจ็ดร้อยกว่าแล้ว
"สถานะรวม 750 ความเร็วโจมตี 0.3"
10 เหรียญทองนี่ถือเป็นตัวเลขมหาศาลเลยนะ คนธรรมดาอาจจะต้องเก็บเงินเป็นสิบปีถึงจะมีเงินก้อนนี้
ขอแค่มีเงินมากพอ ความเร็วในการพัฒนาก็จะน่ากลัวมาก
พลังโจมตีของเซียวเฉินตอนนี้ กลับสูสีกับหลิวจั๋วที่อยู่ข้างๆ แล้ว
(-1026)
(-1083)
พอเห็นดาเมจที่เว่อร์วังขนาดนี้ เซียวเฉินก็แทบจะหลุดขำออกมา
"EXP +12"
"EXP +13"
ดาเมจสูงขึ้น EXP ที่แบ่งมาให้ก็เยอะขึ้นตามไปด้วย
"เซียวเฉิน ฉันว่าความเร็วโจมตีของนายจู่ๆ ก็เพิ่มขึ้นมาเยอะเลยนะเนี่ย?"
"ผมเพิ่งเอาแต้มผลงานกิลด์ไปแลกโพชั่นเพิ่มความว่องไวมาล็อตนึง ความเร็วโจมตีเลยเพิ่มขึ้นน่ะ"
เซียวเฉินไม่อยากบอกว่าตัวเองเก็บอุปกรณ์ระดับทองแดงมาได้ ทำแบบนั้นมันจะทำให้คนอื่นหมั่นไส้เอาได้ง่ายๆ
"ด้วยความเร็วระดับนายเนี่ย ไม่ถึงเดือนก็น่าจะอัปถึงเลเวล 20 แล้วล่ะ"
"ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะอัปเลเวลเมื่อไหร่ ก็แค่ทุ่มสุดตัวเท่านั้นแหละ"
โชคดีมาหาครั้งนึงแล้ว ก็คงไม่ได้แวะเวียนมาบ่อยๆ หรอก
ความพยายามคือสิ่งที่ยั่งยืน ส่วนเรื่องอื่นก็แล้วแต่ฟ้าลิขิต
ตลอดทั้งวันที่เหลือ เซียวเฉินก็เก็บอุปกรณ์ชิ้นอื่นไม่ได้อีกเลย
นานๆ ที ถึงจะเก็บวัตถุดิบระดับต่ำได้สักชิ้นสองชิ้น
การอัปเลเวลหนึ่งเลเวลต้องใช้ EXP 45,000 เซียวเฉินใช้เวลาไม่ถึงวันก็ทำสำเร็จ
"ติ๊ง เลเวล +1, สถานะทุกอย่าง +1, แต้มสถานะอิสระ +5"
คราวนี้ เซียวเฉินไม่ได้เอาแต้มอิสระไปลงความแข็งแกร่งอีกแล้ว แต่เอาไปลงความว่องไวทั้งหมด
ถ้าใช้วิธีแบบนี้ในการฟาร์มมอน ความเร็วโจมตีสำคัญกว่าพลังโจมตีซะอีก
"แม่ร่วง นายอัปเลเวลไวขนาดนี้เลยเหรอ? พรสวรรค์อาชีพนายคงไม่ใช่ระดับ C หรอกนะ?"
"ทำไมฉันรู้สึกว่าดาเมจนายจะสูงกว่าฉันซะแล้วเนี่ย?"
หลิวจั๋วชักจะหงุดหงิดนิดๆ แล้ว เขาเหนื่อยยากมาตั้งเดือนนึง ทำไมจู่ๆ ถึงโดนเด็กใหม่ตามทันซะล่ะ?
"พี่หลิวจั๋ว ผมอายุสิบเจ็ดกว่าแล้ว"
"สิบเจ็ดงั้นเหรอ ถ้างั้นก็ปลุกพลังมาปีกว่าแล้วสิ?"
ปลุกพลังมาปีกว่าแล้วมีฝีมือแค่นี้ ถ้างั้นก็ถือว่าธรรมดามากๆ แล้วล่ะ
"ผมเพิ่งปลุกพลังมาได้แค่สี่เดือนเอง"
"เพราะงั้นที่ผมอัปเลเวลนี่ก็ถือว่าช้าแล้วนะ"
แน่นอนว่า วันหน้าอาจจะไวขึ้นกว่านี้เยอะ
บนสนามรบแห่งนี้ นักธนูก็เหมือนอาชีพพิเศษที่มีความรู้สึกเหมือนอยู่เหนือสนามรบไปนิดๆ
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ พวกนักธนูระดับต่ำอย่างพวกเขาเป็นแบบนั้น ส่วนนักธนูระดับสูงยังต้องไปร่วมวงสังหารมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่าด้วย
แน่นอนว่า นี่คือสถานการณ์ที่เซียวเฉินต้องการมากที่สุด
ไม่มีอันตราย แต่ฝีมือกลับเพิ่มขึ้นได้อย่างมั่นคง
ถ้ารู้แต่แรกว่าเป็นแบบนี้ได้ เขาคงออกนอกเมืองมาตั้งนานแล้ว
เผลอแป๊บเดียวก็ดึกดื่นค่อนคืนอีกแล้ว เซียวเฉินก็ยังคงต่อสู้อย่างดุเดือด
"ติ๊ง เหรียญเงิน +100"
วันใหม่มาเยือน เซียวเฉินก็ได้รับรางวัลภารกิจจากเมืองเทียนหนานอีกครั้ง
"เงินเดือนออกแล้ว ซื้อสมุนไพรความว่องไว 20 ต้น!"
ชั่วพริบตา ก็เรียนจบหลักสูตรสมุนไพรไปอีกสองชนิด ความว่องไวของเซียวเฉินเพิ่มมา 20
มีเงินก็รีบๆ ถลุงซะ ฝีมือเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยก็ยังดี
ความรู้สึกที่ฝีมือพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในทุกๆ วันแบบนี้ เอาจริงๆ มันรู้สึกดีมากเลยนะ
วันใหม่มาถึง ในช่องแชททีมก็มีเสียงของชวนมู่เฟิงดังขึ้นอีกครั้ง:
"พี่น้องในกิลด์ทุกคน เมื่อวานพวกเราต้านทานการบุกโจมตีระลอกแล้วระลอกเล่าเอาไว้ได้ พี่น้องเอ๋ย พวกเรารอดชีวิตมาได้อีกวันแล้ว! เมื่อวาน มีพี่น้อง 503 คนจากพวกเราไป ขอให้ทุกคนร่วมไว้อาลัยและส่งวิญญาณพี่น้องที่จากไปพร้อมกับฉัน"
"พรุ่งนี้เขตป้องกันจะถูกสับเปลี่ยนโดยกิลด์พันธมิตรเทียนหลิน พี่น้องคนไหนสภาพร่างกายไม่ไหวแล้ว ก็ถอยไปพักฟื้นที่ริมกำแพงเมืองได้"
ถึงจะบอกว่าสับเปลี่ยนเวรยาม แต่จริงๆ ก็ต้องเตรียมพร้อมรบอยู่ตลอดเวลาอยู่ดี
อย่างน้อย พี่น้องในกิลด์เทียนสิงหลายคนก็ไม่มีความคิดจะพักผ่อนเลยสักนิด
บัฟเสริมพลังต่างๆ บนตัวเซียวเฉินไม่ลดลงเลยสักนิด แสดงว่าพวกอาชีพสายซัพพอร์ตก็ยังอยู่กันครบ
กองทัพมอนสเตอร์นี่บุกทั้งวันทั้งคืน ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเลยนะ
เซียวเฉินย่อมไม่ยอมพักผ่อนง่ายๆ แน่นอน
โอกาสอัปเลเวลดีๆ แบบนี้ จะไปพักผ่อนทำหอกอะไรล่ะ
แต่ละวันตอนมอนสเตอร์ซาๆ ก็นอนสักชั่วโมงสองชั่วโมงก็พอแล้ว
หลังจากปลุกพลัง สมรรถภาพร่างกายของเซียวเฉินก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก พอพลังจิตสูงขึ้น ความต้องการในการนอนก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยมากเท่าไหร่แล้ว
ในค่ำคืนอันมืดมิด เซียวเฉินที่กำลังสะลึมสะลือก็ยังคงง้างธนูยิงศรราวกับเครื่องจักร
เสียงประกาศที่ดังขึ้นกะทันหัน ทำเอาเซียวเฉินสะดุ้งตื่น และตื่นตัวเต็มที่ในพริบตา
"ติ๊ง สมาชิกในทีม ชวนมู่เฟิง สังหารลอร์ดแมงมุมมารเลเวล 60!"
ชวนมู่เฟิงเพิ่งจะเลเวล 53 แท้ๆ กลับสามารถฆ่ามอนสเตอร์เลเวล 60 ได้แล้วเหรอ?
สมกับที่เป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในกิลด์เทียนสิง ร้ายกาจไม่เบา!
ในช่องแชททีม มีเสียงหัวเราะด้วยความตื่นเต้นของชวนมู่เฟิงดังออกมา:
"ฮ่าๆๆๆๆ ซุ่มซ่อนมาตั้งนาน ในที่สุดก็หาไอ้มอนสเตอร์ตัวนี้เจอสักที!"
"ฆ่าบอสข้ามเลเวลได้หนึ่งตัว อัปสองเลเวลรวดเลย ฉันเก่งป่ะล่ะ?"
โอเค นิสัยของอภิมหาเทพคนนี้ ไม่เหมือนกับที่เขาคิดไว้เลยแฮะ
"พี่น้อง วันนี้ฉันอารมณ์ดี นับคนในทีมทุกคน แจกคนละ 1 เหรียญทองไปเลย"
พอได้ยินตัวเลขมหาศาลนี้ เซียวเฉินก็ถึงกับอึ้งไปเลย
นั่นมันหนึ่งเหรียญทองเลยนะ
หรือว่าเซียวเฉินไม่เคยเห็นโลกกว้าง เลยตื่นตูมไปเอง?
ต่อให้เป็นระดับบิ๊กบอสเลเวลห้าสิบกว่า ก็คงไม่รวยขนาดนี้มั้ง?
ในทีมทีมนี้ มีคนตั้งหมื่นกว่าคนเลยนะ
"ฮ่าๆ ไม่ต้องห่วงว่าฉันจะไม่มีเงิน ดรอปอุปกรณ์ระดับเงินเลเวลหกสิบมาได้ตั้งหลายชิ้น เอาไปแลกเป็นเหรียญทองได้บานตะไทเลย"
"อ้าวเฮ้ย แจกเงินแล้วพวกนายไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยเหรอ? โห่ร้องสิ ตะโกนสิโว้ย!"
"เดี๋ยวนะ ในทีมมีแต่ฉันคนเดียวที่พูดได้นี่หว่า มิน่าล่ะถึงไม่ได้ยินเสียงโห่ร้อง"
เสียงโห่ร้องบนแนวป้องกันน่ะมีอยู่แล้ว แถมยังดังกระหึ่มสุดๆ ด้วย
แต่ชวนมู่เฟิงลอบเร้นไปอยู่ซอกหลืบไหนก็ไม่รู้ เลยไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย
พอชวนมู่เฟิงคำรามในทีมอยู่สองสามที บรรยากาศบนแนวป้องกันก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยกดดันเท่าไหร่แล้ว
"พวกนายพูดไม่ได้ งั้นก็ฟังฉันพูดคนเดียวไปแล้วกัน"
"แต้มผลงานของกิลด์ครบตั้งแต่เดือนก่อนแล้ว วันนี้ฉันจะอัปเลเวลให้กิลด์เป็นเลเวลสาม คนที่มีแต้มผลงานติดสองหมื่นอันดับแรก จะได้เลื่อนขั้นเป็นสมาชิกทางการของกิลด์โดยอัตโนมัติ"
กิลด์เลเวลสาม กลับสามารถรับสมาชิกทางการเพิ่มได้อีกตั้งหนึ่งหมื่นคนแน่ะ
"ต่อไป คนที่ได้แต้มผลงานติดหนึ่งร้อยอันดับแรกของวันจะได้รับรางวัล หลังจากกิลด์อัปเลเวลแล้ว ก็จะรับสมาชิกสำรองได้ในวงกว้างขึ้น"
"กิลด์ยังมีหนังสือสกิลอยู่อีกสองสามเล่ม เตรียมไว้เป็นรางวัลให้คนที่มีผลงานโดดเด่น"
หนังสือสกิลธรรมดาๆ เล่มนึง มูลค่าก็ปาไปหลายร้อยเหรียญทองแล้ว
เซียวเฉินดูอันดับแต้มผลงานของตัวเองนิดนึง:
"แม่ร่วง ฉันจะได้เป็นสมาชิกทางการแล้วเหรอเนี่ย แน่นอนว่าอันดับแค่นี้ก็อย่าหวังจะได้รางวัลอะไรเลย"
เซียวเฉินก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแต้มผลงานนี่มันนับยังไง แต่เอาเป็นว่าเขากระหน่ำยิงอัดดาเมจมาทั้งวัน กลับหาแต้มผลงานได้ตั้ง 60 แต้ม
นี่มันเทียบเท่ากับผลตอบแทนจากการลงดันเจี้ยนเลเวลหนึ่งตั้งหกสิบรอบเลยนะ
ของดรอปจากลูกกระจ๊อกก็เก็บได้ไม่น้อยในวันเดียว ถ้ารวมกับรางวัล 100 เหรียญเงินจากเมืองเทียนหนานแล้ว รายได้จากการอยู่นอกเมืองหนึ่งวันก็สูงกว่าการลงดันเจี้ยนตั้งเยอะ
"ติ๊ง ส่วนแบ่งเหรียญทองจากทีม +1"
"กิลด์เทียนสิงเลื่อนขั้นเป็นกิลด์เลเวลสาม สมาชิกกิลด์สถานะทุกอย่าง +1"
"คุณได้รับโบนัสกิลด์ สถานะทุกอย่าง +20, โจมตี +60"
ถือว่าได้เสพสวัสดิการก้อนโตเลยทีเดียว
เพียงชั่วพริบตา ฝีมือของทุกคนในกิลด์เทียนสิงก็เพิ่มขึ้นมหาศาล
พอกิลด์เทียนสิงอัปเป็นเลเวลสาม ความแข็งแกร่งก็พุ่งขึ้นไปอยู่อันดับสิบของเมืองเทียนหนานเลยทีเดียว
มีกิลด์เลเวลสามเพิ่มมาอีกหนึ่ง ความแข็งแกร่งของเมืองเทียนหนานก็เพิ่มขึ้นอีกส่วน
ทั้งๆ ที่ดึกดื่นค่อนคืนแล้ว แต่ช่องแชทเมืองก็ยังคึกคักสุดๆ
เสียงอวยพรต่างๆ นาๆ หลั่งไหลมาจนเต็มหน้ากระดาน
ในช่วงเวลาที่การป้องกันเมืองเทียนหนานเป็นไปอย่างยากลำบาก การเลื่อนขั้นของกิลด์เทียนสิง ย่อมสร้างความมั่นใจให้ผู้คนได้มากมายอย่างไม่ต้องสงสัย
เซียวเฉินเห็นข้อความขอเข้ากิลด์เด้งรัวเป็นปืนกล
เขาเองก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ พยายามช่วยดึงคนเข้ากิลด์เท่าที่จะทำได้
ผู้มีอาชีพในเมืองเทียนหนานมีเยอะมาก มีแต่คนอยากเข้ากิลด์เต็มไปหมด ไม่นานโควต้าสมาชิกสำรองของกิลด์ก็เต็ม
การเข้าร่วมกิลด์ มีความหมายอย่างยิ่งยวดสำหรับผู้มีอาชีพทุกคน
ได้ลาภลอยมาก้อนนึง ไม่มีอะไรจะน่าดีใจไปกว่านี้อีกแล้ว
จากนั้น เซียวเฉินก็รีบเอาหนึ่งเหรียญทองไปแลกเป็นสมุนไพรเพิ่มสถานะทันที
"เรียนจบหลักสูตรสมุนไพรไปวันละสองสามชนิด พัฒนาการก็ถือว่าน่าพอใจมาก"
"พอทานสมุนไพรระดับต่ำครบหมดแล้ว วันหลังก็ยังมีสมุนไพรระดับกลาง ระดับสูงอีก"
นอกจากนี้ ไอเทมที่ใช้เพิ่มสถานะยังมีอีกเพียบ
อย่างเช่นพวกอาหารวิเศษ เหล้าวิเศษ แล้วก็พวกโพชั่นต่างๆ อีกมากมาย
ของดีๆ มีเยอะเกินไป มีเงินเป็นล้านเหรียญทองก็คงไม่พอถลุง
สิ่งที่เซียวเฉินขาดแคลนมาตลอดก็คือเงินนี่แหละ
ตอนนี้เซียวเฉินยังรู้สึกเปี่ยมไปด้วยความหวัง โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ฝีมือพัฒนาขึ้นเร็วมาก ทำให้เขาพอจะมีความมั่นใจขึ้นมาบ้าง
อารมณ์ตื่นเต้นของเซียวเฉินเพิ่งจะสงบลง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงประกาศระดับมิติอีกแล้ว
[ประกาศระดับมิติ: เมืองเมฆาขาวถูกตีแตก มนุษย์หกสิบล้านคนรอดชีวิต 109 คน ขอให้เมืองหลักแห่งอื่นเตรียมการรับรอง]
หกสิบล้านคนเหลือแค่ร้อยคนเนี่ยนะ!
ในที่สุด วันนี้ก็มาถึงจนได้ โลกสีน้ำเงินมีเมืองแห่งแรกที่ถูกตีแตกแล้ว
เห็นได้ชัดว่า เมืองเมฆาขาวเป็นแค่จุดเริ่มต้น
"แล้ววันหน้า เมืองเทียนหนานจะเป็นแบบนี้ด้วยหรือเปล่านะ?"
เซียวเฉินไม่กล้าคิดถึงคำถามนี้ แต่ความเร็วในการง้างธนูของเขากลับเร็วขึ้นอีกนิดโดยไม่รู้ตัว
หนึ่งเดือนหลังจากนั้น เซียวเฉินก็เอาแต่ฟาร์มมอนทั้งวัน
อันดับแต้มผลงานรายวันของเขาก็สูงขึ้นเรื่อยๆ จากอันดับหมื่นแปด ค่อยๆ ขยับขึ้นมาเป็นหมื่นห้า
ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าเขาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจริงๆ แต่อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคนอันดับสูงๆ หลายคนร่วงหล่นลงกลางสนามรบ
รางวัลภารกิจวันละ 100 เหรียญเงินจากเมืองเทียนหนาน ก็เป็นตัวช่วยชั้นดีให้เซียวเฉินเช่นกัน
เพราะรางวัลภารกิจนี้ ผู้ปลุกพลังทุกคนในเมืองเทียนหนานจึงมีฝีมือเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ในเวลาหนึ่งเดือน เซียวเฉินกระตุ้นความสามารถหนึ่งในหมื่นได้สามครั้ง เพิ่มสถานะไปทั้งหมด 15 แต้ม
"ติ๊ง เลเวลของคุณถึงระดับ 20 แล้ว สถานะทุกอย่าง +1, แต้มสถานะอิสระ +5, ระยะโจมตี +5 เมตร, โจมตี +50"
พออัปถึงเลเวลยี่สิบ ก็ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ แข็งแกร่งขึ้นเยอะเลย
"ติ๊ง คุณอัปเป็นเลเวล 21 แล้ว"
"ติ๊ง คุณอัปเป็นเลเวล 22 แล้ว"
ไม่ใช่แค่เซียวเฉินคนเดียวที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว กองกำลังหลักเลเวลสามสี่สิบของเมืองเทียนหนานก็โผล่มาเป็นพรวน
"เวลาแค่เดือนเดียว กลับอัปขึ้นมาตั้งเจ็ดเลเวล"
ขนาดตัวเซียวเฉินเองยังรู้สึกว่ามันเหลือเชื่อเลย
เซียวเฉินดูหน้าต่างทีมในตอนนี้ ดาเมจของเขาคิดเป็นสัดส่วน: 0.03%
ดาเมจสามในหมื่น เซียวเฉินเองก็รู้สึกว่าไม่เลวเลย
หลิวจั๋วที่อยู่ข้างๆ อัปมาสามเลเวล ก็ถือว่าไม่เลวเหมือนกัน แต่เทียบกับเซียวเฉินแล้วก็ยังด้อยกว่าอยู่ดี
ตอนนี้ เลเวลของหลิวจั๋วสูงกว่าเซียวเฉินแค่เลเวลเดียวเท่านั้น
"เซียวเฉิน นายต้องเป็นพรสวรรค์ระดับ C แน่ๆ เผลอๆ อาจจะเป็นระดับ B เลยด้วยซ้ำ"
การที่เซียวเฉินสามารถพัฒนาไปได้เร็วขนาดนี้ เหตุผลหลักๆ ก็เป็นเพราะความบังเอิญที่ได้เหรียญทองสิบเหรียญนั้นมา
หลังจากนั้นอีกหนึ่งเดือน เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องดีๆ แบบนี้อีกเลย
ผ่านไปหนึ่งเดือน เซียวเฉินได้อุปกรณ์ระดับทั่วไปมาสองชิ้น กับอุปกรณ์ระดับเหล็กดำอีกหนึ่งชิ้น
[เซียวเฉิน: LV22 () สถานะรวม: 1046 พลังโจมตี: 1123 พลังชีวิต: 2018 พลังป้องกัน: 82]
หนึ่งเดือนทำให้เซียวเฉินเหมือนได้เกิดใหม่ ในกิลด์เทียนสิง เขาก็คงไม่ได้อยู่รั้งท้ายอีกแล้ว
"ถ้าฟาร์มไปอีกสักเดือนสองเดือน จะอัปถึงเลเวล 30 ได้เลยไหมนะ?"
เซียวเฉินแทบจะอยากให้เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ
เขายังคงยิงธนูวิญญาณอย่างเป็นเครื่องจักรเหมือนเช่นเคย
ตอนนั้นเอง ในช่องแชททีมก็มีเสียงประกาศดังขึ้นเป็นชุดๆ
[หลินเฟิง (LV: 73) เข้าร่วมทีม]
[หลี่หนาน (LV: 76) เข้าร่วมทีม]
[จูปิง (LV: 75) เข้าร่วมทีม]
ชั่วพริบตา อภิมหาเทพเลเวลเจ็ดสิบกว่าเป็นสิบคนก็เข้าร่วมทีมมา
หลังจากบิ๊กบอสพวกนี้เข้ามาในทีม ก็ไม่ได้พูดอะไรเลยสักแอะ
ส่วนมู่ชวนเฟิงกลับตะโกนด้วยความตื่นเต้นในช่องแชททีม:
"ทุกคนดูภูเขาลูกข้างหน้านั่นนะ นั่นคือนางพญาแมลงมุมมารห้วงลึกเลเวล 75 เจ้านี่ขวางทางอยู่ตรงนั้นมา 81 วันแล้ว วันนี้แหละที่จะจัดการมันได้ ทุกคนสู้ตายมาหลายเดือน ไม่มีอะไรจะตอบแทนพวกนายเลย เดี๋ยวรอลุยตามพวกอภิมหาเทพคว้าความสำเร็จไปเลยนะ"
"พี่ๆ เทพทั้งหลาย จะไม่ทักทายพวกน้องๆ กิลด์เทียนสิงสักหน่อยเหรอครับ? พูดสักสองสามประโยคสิ"
ในทีมมีแต่ความเงียบสงัด ชวนมู่เฟิงก็ไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจ:
"พวกอภิมหาเทพก็ไม่ค่อยชอบพูดกันอยู่แล้ว งั้นก็ขอให้ทุกคนรอชมฝีมือของพวกพี่ๆ เขาแล้วกันครับ"
เซียวเฉินมองไม่เห็นว่าพวกบิ๊กบอสนั่นอยู่ที่ไหน บางทีอาจจะไปถึงหน้าบอสแล้วก็ได้
เสียงคำรามเป็นระลอกๆ แว่วเข้าหู ทำเอาคนฟังรู้สึกอึดอัดสุดๆ
ในภูเขาสูงที่ห่างออกไปสิบลี้นั่น เริ่มมีความเคลื่อนไหวบ้างแล้ว
สายฟ้าฟาดลงมาจากยอดเขาลูกแล้วลูกเล่า ในคืนอันมืดมิดนี่มันช่างดูโดดเด่นเสียจริง
ลางๆ ยังพอมองเห็นของเหลวสีเขียวสุดสยองพ่นออกมา น่าจะเป็นพิษร้ายแรงชนิดหนึ่ง
ยังมีเปลวเพลิงที่พุ่งทะยานขึ้นฟ้า แล้วก็เกิดการระเบิดขึ้น
ขนาดอยู่ห่างตั้งขนาดนี้ ก็ยังได้กลิ่นเหม็นแปลกๆ โชยมา
มอนสเตอร์ตัวใหญ่เท่าภูเขา ย่อมต้องแข็งแกร่งมากเป็นธรรมดา
กลุ่มอภิมหาเทพเลเวลเจ็ดสิบกว่า ต้องต่อสู้อย่างยากลำบากอยู่เป็นชั่วโมง กว่าจะล้มมอนสเตอร์ที่ตัวใหญ่เท่าภูขานั่นลงได้
"ติ๊ง หลินเฟิงสังหารแมงมุมมารระดับเงิน!"
"ติ๊ง สมาชิกทุกคนในทีมได้รับความสำเร็จในการสังหาร สถานะทุกอย่าง +5, เหรียญทอง +1"
รางวัลนี่มันอลังการเกินไปแล้ว นี่มันแม่งนอนรอรับทรัพย์ชัดๆ
เซียวเฉินแอบดีใจ โชคดีที่ตอนนั้นตัดสินใจออกนอกเมืองมา
ไม่งั้น เขาคงพลาดอะไรไปตั้งเยอะ
ตอนที่เซียวเฉินกำลังอึ้งๆ อยู่ ในทีมก็มีเสียงของชวนมู่เฟิงดังขึ้นมา:
"เร็วเข้า บุกฝ่าแนวป้องกันออกไปกวาดล้างพวกแมงมุมมารให้เรียบ อีกเดี๋ยวก็จะมีมอนสเตอร์ฝูงใหม่โผล่มาแล้ว ทุกคนรีบจัดการให้จบๆ ไป"
มอนสเตอร์ไม่มีทางหยุดหรอก ต่อให้ฆ่าแมงมุมมารสุดสยองนั่นไปแล้ว ก็ยังมีมอนสเตอร์โผล่มาเป็นฝูงๆ อยู่ดี
อย่าคิดว่าจะฆ่ามอนสเตอร์ให้หมดเกลี้ยง นี่คือสิ่งที่ทุกคนรู้กันดี
มีแต่ต้องแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางการเข่นฆ่า วันหน้าถึงจะมีโอกาสรอด
ผู้มีอาชีพทุกคนทิ้งแนวป้องกันเป็นครั้งแรก แล้วพุ่งทะยานเข้าใส่ฝูงแมงมุมมาร
แน่นอนว่า เข่นฆ่ากันไปได้ไม่นาน ทุกคนก็ต้องจำใจถอยกลับมาที่แนวป้องกันอีกครั้ง
ไม่ถึงชั่วโมง มอนสเตอร์ฝูงใหม่ก็ถาโถมเข้ามา!
คราวนี้ที่มาคือด้วงสีดำชนิดหนึ่ง มีเกราะหุ้มทั้งตัว ขนาดตัวไม่ใหญ่ แถมยังมุดดินได้ด้วย
"ด้วงตัวเท่ากำปั้น แบบนี้จะตียังไง?"
เซียวเฉินยิงธนูไปหลายดอก กลับสร้างดาเมจไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
เห็นได้ชัดว่า ให้พวกอาชีพสายประชิด หรือไม่ก็นักเวทจัดการกับแมลงพวกนี้น่าจะเหมาะที่สุด
แมลงพวกนี้ตัวเล็ก พลังป้องกันสูง ธนูของเซียวเฉินแทบไม่มีผลอะไรเลย
ลองพยายามอยู่หลายครั้ง เซียวเฉินถึงจะยิงโดนได้แค่ครั้งเดียวแบบฉิวเฉียด
"-625"
พลังป้องกันนี่มันเว่อร์เกินไปแล้ว ดาเมจของเซียวเฉินถูกหักล้างไปซะเยอะเลย
"พวกแมลงนี่มันไม่เข้าทางฉันเลยจริงๆ!"
"กลับเมืองไปพักฟื้นก่อนดีกว่า!"
เซียวเฉินเน้นประสิทธิภาพเป็นหลัก ถ้าไม่ไหวจริงๆ กลับไปลงดันเจี้ยนก็ไม่เลวเหมือนกัน
เลเวล 22 แล้ว พลังโจมตีก็ทะลุพันแล้ว สามารถโซโล่ดันเจี้ยนเลเวลสองระดับทั่วไปได้สบายๆ แล้วล่ะ