- หน้าแรก
- สัปยุทธ์พิภพเทวะ
- ตอนที่ 121 ระดับขั้นของอี้อวิ๋น
ตอนที่ 121 ระดับขั้นของอี้อวิ๋น
ตอนที่ 121 ระดับขั้นของอี้อวิ๋น
ตอนที่ 121 ระดับขั้นของอี้อวิ๋น
จางถานประกาศคะแนนไปทีละคน โดยสีหน้ายังคงเรียบเฉยอยู่ตลอดเวลา
"เหลียนเฉิงอวี้!"
ทันทีที่จางถานขานชื่อนี้ เหลียนเฉิงอวี้ก็กลั้นหายใจทันที หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความกังวล ถึงตาเขาแล้ว!
คะแนนที่จางถานประกาศ ย่อมเป็นเครื่องบ่งบอกในระดับหนึ่งว่าเขาจะก้าวไปได้ไกลเพียงใดในภายภาคหน้า เป็นยอดคน? เป็นวีรบุรุษ? และในหมู่ยอดคนและวีรบุรุษเหล่านั้น เขาจะอยู่อันดับที่เท่าใด?
เถาอวิ๋นเซียวก็จ้องมองไปที่เหลียนเฉิงอวี้เช่นกัน จากคะแนนของเหลียนเฉิงอวี้ เขาจะสามารถล่วงรู้ได้มากขึ้นว่ามาตรฐานที่โลกยอมรับนั้นสูงส่งเพียงใด
"เหลียนเฉิงอวี้ อายุสิบเจ็ดปี! แสดงกระบวนท่า 'หมัดกระดูกพยัคฆ์เอ็นมังกร'! ขั้นเหลือง ระดับห้า!"
ขั้นเหลือง ระดับห้า?
เหลียนเฉิงอวี้สูดลมหายใจลึก รู้สึกราวกับหัวใจที่เต้นรัวถูกมือลึกลับบีบคั้นอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บปวดลึกๆ
เพียงแค่ขั้นเหลือง ระดับห้าเท่านั้นหรือ...
ภายใต้จิตสำนึก เขาหวังมาตลอดว่าผลคะแนนของตนจะสูงกว่านี้ หวังว่าองครักษ์มังกรทองจะเล็งเห็นความโดดเด่นของเขา
ทว่า เขากลับไม่อาจก้าวไปถึงจุดสูงสุดของขั้นเหลืองได้ ทำได้เพียงอยู่กึ่งกลางเท่านั้น
คะแนนนี้แม้จะดีกว่าผู้สมัครทุกคนที่ประกาศมาก่อนหน้า ทว่ากลับสร้างความผิดหวังให้แก่เหลียนเฉิงอวี้ยิ่งนัก ยอดคนระดับกลางแห่งเผ่ามนุษย์ สิ่งนี้ยังห่างไกลจากเป้าหมายที่เขาตั้งไว้มากนัก
เขาอุตสาหะวางแผนการใหญ่เพียงนี้เพื่อก้าวพ้นแดนร้าง ไฉนจะพอใจเพียงการเป็นยอดคนระดับกลางของเผ่ามนุษย์เล่า?
"เหลียนเฉิงอวี้ผู้นี้ คงไม่ได้หวังจะก้าวถึงขั้นลี้หรอกนะ?"
เถาอวิ๋นเซียวสังเกตเห็นความผิดหวังของเหลียนเฉิงอวี้
ขั้นลี้ เป็นที่สถิตแห่งยอดบุรุษผู้เกรียงไกร ยอดบุรุษผู้เกรียงไกรคือสิ่งใด? ผู้ที่สามารถมีชื่อเสียงขจรไกล เป็นเจ้าแห่งอาณาจักรปกครองดินแดน จึงจะขนานนามได้ว่ายอดบุรุษผู้เกรียงไกร ขุนนางและแม่ทัพแห่งแคว้นเทพไท่อา บรรดาเจ้าเมืองทั้งหลาย ล้วนนับเป็นยอดบุรุษ
เจ้าเมืองแห่งแคว้นเทพไท่อาผู้นึง ย่อมมีความสำคัญยิ่งยวด เขตปกครองของเจ้าเมืองนั้นกว้างใหญ่ไพศาล ไม่รู้ว่าครอบคลุมดินแดนเพียงใด และมีประชากรนับไม่ถ้วน!
การได้รับการประเมินให้อยู่ในขั้นลี้ แม้จะเป็นระดับต่ำสุดก็นับว่ายากเข็ญแสนสาหัส!
ทว่าเถาอวิ๋นเซียวกลับมีความมั่นใจในตนเอง ในการคัดเลือกรอบสองของแคว้นครั้งนี้ เขาต้องการได้ตำแหน่งยอดบุรุษรุ่นเยาว์มาครอบครอง
"อวิ๋นเซียว อย่าได้ตั้งความหวังไว้สูงนัก การประเมินขององครักษ์มังกรทองนั้นเข้มงวดเป็นที่สุด!"
ในตอนนั้นเอง เสียงส่งผ่านปราณแท้ของบิดาก็ดังก้องอยู่ในหูของเถาอวิ๋นเซียว
บิดาของเถาอวิ๋นเซียวนั้นนับเป็นบุคคลสำคัญ
การที่เถาอวิ๋นเซียวเติบโตมาท่ามกลางการโอบล้อมเยี่ยงดาราในหมู่เมฆ นอกเหนือจากพรสวรรค์เหนือคนของเขาแล้ว ก็เป็นเพราะเขามีบิดาที่แข็งแกร่ง
บิดาของเขาคือยอดฝีมือขั้นโลหิตม่วงระดับสูงสุด และในบรรดายอดฝีมือขั้นโลหิตม่วงระดับสูงสุดเพียงไม่กี่คนของเผ่าเถาซื่อ บิดาของเขามีอายุน้อยที่สุด ดังนั้นฐานะในเผ่าเถาซื่อของเขาจึงเป็นที่ประจักษ์ชัด
ขั้นโลหิตม่วงระดับสูงสุด ฟังดูประเสริฐยิ่งนัก เพราะนักรบชั้นยอดขององครักษ์มังกรทองจำนวนมากก็อยู่ในขั้นโลหิตม่วงระดับสูงสุดเช่นกัน ทว่าบิดาของเถาอวิ๋นเซียวทราบดีว่า แม้จะเป็นขั้นโลหิตม่วงระดับสูงสุดเหมือนกัน ทว่าความห่างชั้นนั้นมีอยู่มากนัก
ด้วยเหตุปัจจัยบางอย่าง เผ่าขนาดใหญ่อย่างเผ่าเถาซื่อในแดนร้างย่อมไม่อาจให้กำเนิดยอดฝีมือที่เหนือกว่าขั้นโลหิตม่วงได้
บิดาของเถาอวิ๋นเซียวทราบดีว่าชั่วชีวิตของเขาไม่อาจก้าวหน้าไปได้ไกลกว่านี้แล้ว จึงหวังให้บุตรชายเติบโตเป็นเจ้าเมืองผู้ยิ่งใหญ่ได้อย่างแท้จริง
เขาทราบว่าบุตรชายเป็นคนทะนงตน เกรงว่าเถาอวิ๋นเซียวจะหวังสูงเกินไปจนต้องพบกับความผิดหวัง
"ท่านพ่อโปรดวางใจ ข้าทราบดีว่ากฎการประเมินเข้มงวดเพียงใด และทราบถึงพลังของตนเอง ข้าไม่ได้หวังสูง ขอเพียงก้าวถึงขั้นลี้ได้อย่างเฉียดฉิว ข้าก็พอใจแล้ว!"
เถาอวิ๋นเซียวทราบดีว่า ตนเองเกิดในถิ่นร้างอวิ๋นฮวง มีพื้นฐานด้อยกว่าคนในแดนกลาง การจะก้าวถึงขั้นลี้ระดับหนึ่งก็นับว่ายากเย็นแสนเข็ญแล้ว
หากเป็นขั้นลี้ระดับหนึ่งก็ไม่เป็นไร ตนสามารถใช้ขั้นลี้ระดับต่ำเป็นจุดเริ่มต้น แล้วค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นไปจนถึงระดับขุนนาง แม่ทัพ และเจ้าเมือง!
"เถาผิง อายุยี่สิบสองปี ขั้นเหลือง ระดับสี่!"
"ซุนเฉิงไห่ อายุสิบเก้าปี ขั้นเหลือง ระดับห้า!"
จางถานขานชื่อไปอีกสามคน ไม่มีผู้ใดเหนือกว่าเหลียนเฉิงอวี้ อย่างมากที่สุดก็เพียงเสมอภาคกัน
ในตอนนั้น จางถานขานชื่อมาถึงรองอันดับสุดท้ายแล้ว
"เถาอวิ๋นเซียว อายุสิบสี่ปี แสดงวรยุทธ์วิชา 《กระบี่เก้าสวรรค์ลี้ลับ》 ผลคะแนนคือ..."
จางถานหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง พลางจ้องมองไปที่เถาอวิ๋นเซียว เถาอวิ๋นเซียวคลายแขนที่กอดอกลง ยืนนิ่งด้วยกิริยาสำรวมและกลั้นหายใจ
ชาวเผ่าเถาซื่อโดยรอบต่างก็ชะเง้อคอรอคอย ใคร่รู้ผลคะแนนสุดท้ายของคุณชายของตน
"ขั้นเหลือง ระดับแปด!"
จางถานเอ่ยสี่คำนี้ออกมา เถาอวิ๋นเซียวรู้สึกราวกับมีเสียงอื้ออึงในหัว
ขั้นเหลือง ระดับแปด?
ตัวข้าทำได้เพียงขั้นเหลือง ระดับแปดกระนั้นหรือ?
เถาอวิ๋นเซียวกำหมัดแน่น เหตุใดจึงต่ำเพียงนี้?
ในใจเขาไม่ยอมรับ เขาเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยานต่ออนาคต แม้ว่าการสอบคัดเลือกแคว้นครั้งนี้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ทว่าจุดเริ่มต้นนี้กลับต่ำต้อยเกินไป
"คุณชายอวิ๋นเซียวก็ยังไม่ถึงขั้นลี้หรือ? ขั้นลี้นี่มันจะยากสักเพียงใดกัน?"
"ฟ้า ดิน ลี้ เหลือง แม้จะบอกว่ามีสี่ขั้น ทว่าประเมินไปประเมินมา ไม่ไร้ขั้นระดับหนึ่ง ก็ได้เพียงขั้นเหลือง แม้แต่ขั้นเหลืองระดับเก้าก็ยังไม่มีสักคน ผู้คุมสอบขององครักษ์มังกรทองเหล่านี้ทำสิ่งใดอยู่ ระดับสูงๆ ที่วางไว้นั้นมีประโยชน์อันใด? มีไว้เพียงเพื่อความสวยงามหรือ?" บางคนกล่าวด้วยความขุ่นเคือง
"อย่าพูดจาส่งเดช ผู้ที่จะเป็นขั้นลี้ได้นั้นล้วนเป็นยอดบุรุษรุ่นเยาว์ ในภายภาคหน้าจะได้เป็นแม่ทัพ เจ้าเมือง หรือไม่ก็ผู้ยิ่งใหญ่ในสำนักใหญ่ อย่าว่าแต่ถิ่นร้างอวิ๋นฮวงของเราเลย ต่อให้เป็นแคว้นเทพไท่อาทั้งแคว้น ขั้นลี้ก็มีไม่มากนัก แคว้นเทพไท่อามีประชากรนับไม่ถ้วน ทว่าจะมีขุนนางแม่ทัพสักกี่คน และจะมีเจ้าเมืองสักกี่คนกัน?"
ในฐานะที่เป็นเผ่าขนาดใหญ่ เผ่าเถาซื่อย่อมมีผู้ที่รอบรู้ พวกเขาทราบดีว่าระดับ "ฟ้า" "ดิน" และ "ลี้" ในการประเมินนี้ โดยพื้นฐานแล้วสามารถละเว้นได้ การตั้งระดับเหล่านั้นไว้ก็เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่ออริยปราชญ์โบราณและเหล่าเจ้าเมืองขุนนางเท่านั้น
สิ่งที่มีความหมายอย่างแท้จริงคือ "ขั้นเหลือง" และในแดนร้าง การก้าวถึงขั้นเหลืองระดับห้าขึ้นไปก็นับว่าน่าภาคภูมิใจเพียงพอแล้ว
"คนสุดท้าย!"
จางถานขานชื่ออี้อวิ๋น ในฐานะผู้ที่ขึ้นลานประลองเป็นคนสุดท้าย ผู้ที่ทำให้ท้องฟ้าปั่นป่วนด้วยเมฆาสีม่วง และทำถ้วยน้ำชาบนโต๊ะประธานแตกละเอียด อี้อวิ๋นย่อมได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง
ผู้คนพลันหยุดวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเถาอวิ๋นเซียว และเงี่ยหูฟังผลคะแนนของอี้อวิ๋น
"อี้อวิ๋น ถึงตาเขาเสียที ไม่รู้ว่าเขาจะได้ขั้นเหลืองระดับใด?"
"ความสามารถในการพ่นเมฆของเขาดูท่าจะร้ายกาจยิ่งนัก ไม่รู้ว่าเมื่อเทียบกับปราณกระบี่ของคุณชายอวิ๋นเซียวแล้วจะเป็นอย่างไร?"
ผู้คนต่างรอคอยด้วยความหวัง จางถานหยุดชะงักครู่หนึ่งเมื่อถึงชื่ออี้อวิ๋น และจ้องมองอี้อวิ๋นด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง
บนแท่นประธาน เหล่าผู้อาวุโสแห่งเผ่าเถาซื่อต่างก็จดจ่อด้วยความตั้งใจ พวกเขาใคร่รู้เช่นกันว่าเมฆาสีม่วงที่ปกคลุมท้องฟ้านั้นคือสิ่งใด
"อี้อวิ๋น! อายุสิบสองปี แสดงกระบวนท่า 'หมัดกระดูกพยัคฆ์เอ็นมังกร' ประเมินระดับขั้น คือ ขั้นลี้... ระดับห้า!"
เสียงของจางถานนั้นหนักแน่นและกังวาน แว่วไปไกลถึงสิบลี้ ในชั่วขณะนั้น ผู้คนต่างก็ตกตะลึงจนทำสิ่งใดไม่ถูก
ขั้นลี้!?
อี้อวิ๋นสามารถก้าวถึงขั้นลี้ และยังเป็นระดับห้าอีกด้วย!?
นั่นหมายถึงยอดบุรุษรุ่นเยาว์แห่งเผ่ามนุษย์? ผู้ที่จะได้เป็นแม่ทัพ เจ้าเมือง หรือยอดคนแห่งสำนักในอนาคตกระนั้นหรือ?
จะเป็นไปได้อย่างไร? เพียงแค่พ่นเมฆสีม่วงออกมาไม่กี่ก้อน กลับได้รับการประเมินถึงขั้นลี้ระดับห้า!?
หลายคนยังไม่อาจยอมรับความจริงได้ ในใจของพวกเขามีเพียงความคิดที่ว่า องครักษ์มังกรทองต้องประเมินผิดพลาดเป็นแน่ เหตุใดคุณชายอวิ๋นเซียวของพวกเขาได้เพียงขั้นเหลืองระดับแปด แต่อี้อวิ๋นกลับได้ถึงขั้นลี้ระดับห้า!
ความห่างชั้นนี้ ช่างราวกับฟ้ากับเหว!
---