- หน้าแรก
- เอ็นบีเอ เริ่มต้นด้วยทักษะระดับเทพจาก คุโรโกะ
- บทที่ 27 : ทักษะการเลี้ยงบอลที่สั่นสะเทือนผู้ชม! เขากลายเป็นแสงสว่างให้เลเกอร์สอีกครั้ง
บทที่ 27 : ทักษะการเลี้ยงบอลที่สั่นสะเทือนผู้ชม! เขากลายเป็นแสงสว่างให้เลเกอร์สอีกครั้ง
บทที่ 27 : ทักษะการเลี้ยงบอลที่สั่นสะเทือนผู้ชม! เขากลายเป็นแสงสว่างให้เลเกอร์สอีกครั้ง
บทที่ 27 : ทักษะการเลี้ยงบอลที่สั่นสะเทือนผู้ชม! เขากลายเป็นแสงสว่างให้เลเกอร์สอีกครั้ง
"น่าเสียดายที่บายนัมของเลเกอร์สบาดเจ็บจนกลับมาช่วยทีมไม่ได้ ไม่อย่างนั้นวงในคงไม่โดนถล่มเละเทะแบบนี้"
"กาซอลพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่เขาก็ยังถูกการ์เน็ตต์และเพอร์กินส์กดดันจนช่วยแบ่งเบาภาระของโคบี้ไม่ได้เลย"
"ตอนนี้ภาพรวมของเลเกอร์สเหมือนย้อนกลับไปฤดูกาลก่อนที่ต้องพึ่งพาเกมรุกของโคบี้เพียงคนเดียว"
"เมื่อไหร่ที่โคบี้เครื่องไม่ติด เลเกอร์สก็ตกที่นั่งลำบากทันที"
"ส่วน โนวา... เลเกอร์สจะหวังพึ่งพาตัวเซอร์ไพรส์คนนี้ให้พลิกสถานการณ์จริงๆ เหรอ? มันดูไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย"
"สำหรับนัดชิงฯ นัดที่ 7 เขาทำได้ดีเกินพอแล้วล่ะ"
บาร์คลีย์ถอนหายใจยาว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกจนใจ
......
ในโลกออนไลน์ เหล่าแฟนบาสต่างเฝ้าดูเกมอย่างกระวนกระวายใจ
"ให้ตายเถอะ เลเกอร์สทำอะไรกันอยู่? ทำไมเล่นได้แย่ขนาดนี้ อย่าปล่อยให้ลูกยิง 5 ลูกของโนวาสูญเปล่าสิ!"
"ส่งบอลให้โนวา! ให้เขาเบิดฟอร์มเหมือนนัดที่แล้วสิ ไปกู้ชีพเลเกอร์สหน่อย!"
"เหอะ! หวังยากว่ะ! นัดที่แล้วโนวาอาจจะเล่นได้สุดยอด แต่นั่นมันก็แค่ปาฏิหาริย์ชั่วคราวจากเด็กเฝ้าถังน้ำ ในฐานะแฟนบาสชาวเอเชีย เห็นเขาเล่นได้ขนาดนี้ในนัดชิงฯ ก็น่าภูมิใจมากแล้ว"
"ไม่! ฉันเชื่อในตัวโนวา! โนวา สู้เขา!"
ในขณะที่แฟนคลับให้กำลังใจ ก็ยังมีกลุ่มแอนตี้ที่สบประมาทด้วยถ้อยคำรุนแรง
"ก็สมควรแล้ว เด็กเฝ้าถังน้ำยังไงก็เป็นได้แค่เด็กเฝ้าถังน้ำวันยังค่ำ กระจอกแบบนี้ทำเอาคนเอเชียขายหน้าหมด"
"สะใจจริงๆ ที่เห็นทีมของโนวาจะแพ้! ต้องยกนิ้วให้ความดุดันของเซลติกส์เลย!"
คำพูดถากถางเหล่านั้นทิ่มแทงและหนักหน่วง เมื่อเห็นเลเกอร์สกำลังจะพ่ายแพ้ เหล่าแอนตี้แฟนต่างพากันลำพองใจและเยาะเย้ยอย่างไม่เกรงใจใคร
–
บรรยากาศในสนามตึงเครียดถึงขีดสุด ขวัญกำลังใจของฝั่งเลเกอร์สดิ่งลงเหว ทั้งโคบี้และกาซอลต่างมีสีหน้าเคร่งเครียดและสับสนอย่างเห็นได้ชัด
บ้าเอ๊ย! ทำไมลูกบาสมันไม่ลงห่วงสักที!
เราต้องทำยังไงกันแน่?
"เฮ้ทุกคน! ดึงสติหน่อย เราตามหลังแค่ 10 แต้มเองนะ เราจะพลิกเกมนี้และคว้าแชมป์ไปด้วยกัน!"
ท่ามกลางความเงียบเหงา โนวา ปรบมือเสียงดังเพื่อเรียกขวัญกำลังใจเพื่อนร่วมทีม ใบหน้าของเขาไม่มีวี่แววของความประหม่า แต่กลับเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นที่เปี่ยมล้น
กาซอล โอด้อม และคนอื่นๆ มองไปที่เขาด้วยความมึนงง พวกเขาไม่เข้าใจว่าโนวาเอาความมั่นใจมหาศาลขนาดนี้มาจากไหน?
หรือเราต้องหวังให้เขาระเบิดพลังเหมือนในควอเตอร์สุดท้ายของนัดที่แล้วจริงๆ? มันฟังดูเหลือเชื่อเกินไป เทพเจ้าแห่งโชคลาภอาจเข้าข้างคุณครั้งหนึ่ง แต่มันไม่มีใครเชื่อหรอกว่าโชคจะช่วยซ้ำสองในเวลาไล่เลี่ยกันแบบนี้
ฝั่งผู้เล่นเซลติกส์เองก็แสดงสีหน้าเหยียดหยาม ราวกับกำลังมองคนบ้าที่พูดเพ้อเจ้อ
"นัดที่แล้วที่แกเด่นขึ้นมาได้ ก็เพราะพวกเราประมาทเด็กคุมถังน้ำอย่างแกไปหน่อย คิดจริงๆ เหรอว่าพวกเราจะพลาดท่าซ้ำสองด้วยความผิดพลาดระดับต่ำแบบนั้นอีก?"
เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเพื่อนร่วมทีม โนวายิ้มบางๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ส่งบอลมาให้ฉันก็พอ"
คำพูดนั้นทำให้ผู้เล่นเลเกอร์สถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง พวกเขาครึ่งเชื่อครึ่งไม่เชื่อ แต่เมื่อนึกถึงฟอร์มอันบ้าคลั่งของโนวาในนัดที่แล้ว ที่เขาสามารถทลายแนวรับเซลติกส์ได้ด้วยการลุยเดี่ยวเพียงลำพัง
หากเขาสามารถเรียก "สภาวะมหัศจรรย์" นั้นกลับมาได้อีกครั้ง บางทีชัยชนะก็อาจไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน
ฟิชเชอร์พาบอลข้ามครึ่งสนามก่อนจะตัดสินใจถ่ายบอลให้โนวาที่ขึ้นมารับบอลบริเวณหัวกะโหลก นี่คือการเปิดฉากบุกเดี่ยวครั้งแรกของเขาในนัดนี้
ทันทีที่เขาแตะบอล เสียงโห่ไล่จากแฟนเจ้าถิ่นก็ดังก้องไปทั่วอารีน่า
พอล เพียร์ซ ขยับเข้ามาประประกบด้วยสีหน้าจริงจัง แม้รายงานจากแมวมองจะระบุว่าโนวาขาดทักษะการเลี้ยงบอลและการทำแต้มส่วนตัว แต่สิ่งที่เขาเห็นในนัดที่แล้วมันค้านสายตาอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้มันอาจจะเป็นแค่เรื่องฟลุค แต่ในเกมนัดชิงแบบนี้เขาจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด
โนวาเผยยิ้มเย็นเยือกพลางปลุกพลังทักษะ [การเลี้ยงบอลสายฟ้าของ ฮายามะ โคทาโร่] นี่คือไม้ตายก้นหีบที่เขาจะใช้พลิกสถานการณ์ในเกมนี้
เมื่อประสานเข้ากับวิถีโค้งของมิโดริมะ มันก็เพียงพอที่จะพาทีมออกจากวิกฤต
เขารวบนิ้วนางและนิ้วก้อยเก็บลง เหลือเพียงสามนิ้วกลางที่สัมผัสลูกบาส เพราะนี่คือวิธีเดียวที่จะรีดเร้นพลังแห่ง "เสียงอัสนี" ออกมาได้ถึงขีดสุด!
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงลูกบาสกระทบพื้นดังสนั่นราวกับเสียงฟ้าร้องสอดประสานไปกับจังหวะการเลี้ยงบอลที่เร่งสปีดขึ้นอย่างกะทันหัน เพียร์ซที่ยืนคุมเชิงอยู่ถึงกับตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
ใช้แค่สามนิ้วเลี้ยงบอลเนี่ยนะ?
มันผิดหลักฟิสิกส์ชัดๆ! ไม่เห็นจะสมเหตุสมผลตรงไหนเลย!
ความรู้ฟิสิกส์ที่เรียนมามันหลอกลวงหรือไง? แล้วเสียงที่เหมือนฟ้าร้องนั่นอีกล่ะ... ฉันหูฝาดไปเองเหรอ?
ในขณะที่เพียร์ซกำลังสับสน โนวาก็เริ่มเคลื่อนที่! เขาโยกหลอกเปลี่ยนทิศทางสองจังหวะซ้อนด้วยความเร็วที่มองตามไม่ทัน ก่อนจะสเต็ปแบ็ค กลับไปที่เส้นสามแต้มแล้วชู้ตทันที!
ลูกบาสวาดวิถีโค้งสูงเสียดฟ้าจากทักษะ [ลูกชูตวิถีสูงเสียดฟ้าของ มิโดริมะ ชินทาโร่] ...
สวบ!
ลูกบาสตกลงกลางตาข่ายอย่างไร้ที่ติ
พริบตานั้น เสียงโห่ทั่วสนามพลันมลายหายไป กลายเป็นความเงียบสงัดที่ปกคลุมไปทั่วอารีน่า ก่อนจะตามมาด้วยเสียงฮือฮาที่ดังระงม
"ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม? ทำไมเห็นเจ้าเด็กเอเชียนั่นเลี้ยงบอลด้วยสามนิ้ววะ!"
"เพื่อน... นายไม่ได้ตาฝาดหรอก เพราะฉันก็เห็นเหมือนกัน"
"นี่มันบ้าอะไรกัน! เทคนิคบาสเกตบอลแบบนี้ฉันไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลยในชีวิต!"
บาร์คลีย์เบิกตาค้าง อ้าปากค้างอย่างลืมตัว "โอ้พระเจ้า! นั่นมันอะไรกัน? เลี้ยงบอลสามนิ้วเนี่ยนะ? นี่มันไม่ใช่ทักษะบาสเกตบอลแล้ว แต่มันเหมือนสเปเชียลเอฟเฟกต์ในหนังชัดๆ!"
"ผมไม่เคยเห็นใครเลี้ยงบอลแบบนี้มาก่อนเลย!" เรจจี้ มิลเลอร์ ส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา "ความยากระดับนี้มันเกินขีดจำกัดไปแล้ว มันประหลาดมาก!"
"นัดก่อนเขาโชว์การเลี้ยงบอลสไตล์สตรีทบาสกับลูกยิงที่ไม่สนตำรา แต่นัดนี้เขากลับมีทักษะเลี้ยงบอลสามนิ้วโผล่มาอีก ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่ารุกกี้ชาวจีนคนนี้ยังมีความลับอะไรซ่อนไว้อีกกันแน่" บาร์คลีย์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความฉงน
ในสนามแข่งขัน โคบี้ กาซอล และเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ต่างพากันโห่ร้องยินดี พวกเขาดีใจยิ่งกว่าตอนที่ตัวเองทำแต้มได้เสียอีก ม้านั่งสำรองลุกขึ้นมาควงผ้าขนหนูกันอย่างบ้าคลั่ง
ฟิล แจ็คสัน ยืนนิ่งอึ้ง แววตาของเขาเป็นประกายพลางนึกถึงความมั่นใจและคำพูดของโนวาก่อนเริ่มเกม
"ผมจะเล่นให้ดีกว่านัดที่แล้ว และจะพาทีมคว้าชัยชนะให้ได้"
บางทีนั่นอาจไม่ใช่เรื่องโอ้อวด... เจ้าหนุ่มนอกสายตาคนนี้ กำลังจะกลายเป็น "แสงสว่าง" ที่นำทางเลเกอร์สกลับสู่เกมอีกครั้ง!