- หน้าแรก
- เอ็นบีเอ เริ่มต้นด้วยทักษะระดับเทพจาก คุโรโกะ
- บทที่ 23 : หมดมนต์ขลัง? ลูกยิงสามแต้มสวนกลับระยะไกล
บทที่ 23 : หมดมนต์ขลัง? ลูกยิงสามแต้มสวนกลับระยะไกล
บทที่ 23 : หมดมนต์ขลัง? ลูกยิงสามแต้มสวนกลับระยะไกล
บทที่ 23 : หมดมนต์ขลัง? ลูกยิงสามแต้มสวนกลับระยะไกล
3:0!
เลเกอส์ชิงความได้เปรียบขึ้นนำไปก่อนในช่วงเริ่มเกม
คราวนี้เป็นฝ่าย "มหาอำนาจตะวันออก" อย่างเซลติกส์ที่เป็นฝ่ายบุกบ้าง
หลังจาก ราจอน รอนโด เลี้ยงบอลข้ามครึ่งสนามมา เขาก็ชูมือส่งสัญญาณเรียกแผนการรบในทันที
เควิน การ์เน็ตต์ ขยับขึ้นมาสกรีนให้เพื่อนที่บริเวณหัวกะโหลก ทางฝั่งเลเกอส์เลือกที่จะไม่สลับตัวประกบ แต่ใช้วิธีวิ่งอ้อมสกรีนเพื่อตามประกบตัวเดิมแทน เพราะ เดเร็ก ฟิชเชอร์ สูงเพียง 185 เซนติเมตร หากต้องสลับไปประกบการ์เน็ตต์ที่สูงถึง 211 เซนติเมตร เขาคงถูกขยี้เละเทะแน่นอน
แม้จะพยายามวิ่งไล่กวด แต่สังขารที่เริ่มโรยราทำให้ฟิชเชอร์ตามสปีดของรอนโดไม่ทัน ซึ่งนี่คือจุดอ่อนที่แก้ไม่ตกตลอดอาชีพการค้าห่วงของเขา ฟิชเชอร์ไม่เคยรับมือกับการ์ดสายสปีดได้ดีเลย รอนโดฉีกแนวรับทะลวงเข้าหาห่วงจนดึงตัวซ้อนอย่าง เปา กาซอล ให้ต้องทิ้งตำแหน่งเข้ามาช่วย
พริบตานั้น รอนโดสะบัดบอลลอยโด่งขึ้นฟ้า!
เคนดริก เพอร์กินส์ ทะยานตัวขึ้นกลางอากาศ คว้าลูกบาสด้วยสองมือแล้วอัดลงห่วงเต็มแรง เป็นลูก แอลลี-อูป (Alley-oop) ที่ดุดันจนแป้นบาสสั่นสะเทือน!
เสียงเชียร์ในสนามดังสนั่นหวั่นไหว แฟนบาสต่างชูป้าย "Beat the Lakers" กันสลอน ด็อก ริเวอร์ส ยืนพยักหน้าอย่างพึงพอใจอยู่ที่ข้างสนาม
นี่แหละคือทีมเซลติกส์ที่ฉันสร้างมา! ไม่ได้มีดีแค่ 'บิ๊กทรี' ระดับซูเปอร์สตาร์เท่านั้น แต่ระบบทีมและความเข้าใจเกมของผู้เล่นยังอยู่ในระดับท็อปของลีก เลเกอส์จะเอาอะไรมาสู้?
แค่โคบี้งั้นเหรอ? หรือจะเป็นไอ้รุกกี้จีนนอกสายตาที่บังเอิญฟลุ๊กนัดก่อน?
ชัยชนะในเกมที่ 7 ต้องเป็นของเซลติกส์เท่านั้น!
"พวกเรา! ยกระดับเกมรับขึ้นมาอีก! กระชากหน้ากากไอ้รุกกี้นั่นซะ!"
"ทำให้ฟิลเห็นว่า การเอาเด็กเฝ้ากระติกน้ำลงตัวจริงมันคือการตัดสินใจที่โง่เง่าขนาดไหน!"
ริเวอร์สตะโกนสั่งการด้วยความฮึกเหิม
ทางฝั่งเลเกอส์เปิดเกมบุก
ฟิชเชอร์เลี้ยงบอลข้ามฝั่งแล้วส่งต่อให้โคบี้ตามสูตร แม้จะได้ชื่อว่าเป็นพอยต์การ์ดตัวจริง แต่หน้าที่หลักของเขาเป็นเพียง "ตัวลำเลียงบอล" ข้ามครึ่งสนามเท่านั้น เพราะทักษะการจ่ายและการทำเกมของเขาอยู่ในระดับดาดๆ
โคบี้ถือบอลวนอยู่บริเวณหัวกะโหลก ขณะเดียวกัน โนวา วิ่งสลัดตัวประกบผ่านการสกรีนของเพื่อนร่วมทีม ฉีกออกไปที่มุม 45 องศาทางด้านซ้าย
ฟิ้ววว!
โคบี้สะบัดบอลตามไปทันที โชว์วิสัยทัศน์การจ่ายที่ยอดเยี่ยม
โนวารับบอลไว้ได้!
พอล เพียร์ซ วิ่งอ้อมสกรีนตามมาติดๆ พลางพุ่งเข้าหาโนวาด้วยท่าทางดุดันหมายจะบล็อกลูกยิงนี้ให้ได้
แต่โนวาเมินเฉยต่อเกมรับที่ถาโถมเข้ามา เขาตัดสินใจฝืนกระโดดชู้ตสามแต้มทันที!
เปรี้ยง!
ลูกบาสกระแทกขอบเหล็กอย่างแรงแล้วกระดอนออกมา...
ลูกนี้ไม่ลง!
เพียร์ซชูมือตะโกนใส่หน้าโนวาอย่างยโส
"ไอ้หนู นัดที่แล้วแกแค่ดวงดี อย่าหวังว่าจะได้สอยสามแต้มผ่านหน้าฉันในเกมนี้อีกเป็นอันขาด!"
โนวาเพียงแค่ยักไหล่แบบไม่แยแส เขาไม่ได้โต้ตอบอะไรและรีบวิ่งกลับไปคุมเกมรับทันที
คนทั้งสนามแอบถอนหายใจยาว... ที่แท้ก็แค่สัญญาณหลอก สรุปว่านัดนี้มันไม่ขลังแล้วสินะ!
"เหอะ ฟอร์มเทพของไอ้รุกกี้มันจบลงแล้ว! พอยิงสามแต้มไม่ลง มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรในสนามหรอก"
"ในที่สุดก็พลาดสักที! ถ้าขืนลงอีกมีหวังบ้ากันพอดี พอโดนบดเกมรับหนักๆ เข้าหน่อย ไอ้เด็กเฝ้ากระติกน้ำนี่ก็ทำอะไรไม่ถูกแล้ว"
"แต่เกมที่แล้วทั้งการเลี้ยงบอลและการยิงระยะกลางของเขามันโหดมากเลยนะ!"
"นั่นมันก็แค่ช่วงเครื่องติดน่ะสิ พอคนเรามันผีเข้า อะไรมันก็ดูดีไปหมด แต่พอกลับสู่สภาวะปกติ ฝีมือจริงๆ มันก็มีแค่นี้แหละ"
"ฟิล ทำไมไม่เปลี่ยนตัวมันออกไปสักทีวะ?"
เหล่าแฟนบาสวิจารณ์กันอย่างเมามัน ดูเหมือนว่าสิ่งที่โนวาโม้ไว้หลังจบเกมก่อนจะเป็นแค่เรื่องเพ้อเจ้อจริงๆ
ณ ห้องรับรอง VIP
เวดทำสีหน้าแปลกๆ พลางคิดในใจว่า โนวาไปสร้างแผลใจอะไรไว้ให้แฟนเซลติกส์ขนาดนั้นนะ? แค่ยิงพลาดลูกเดียว คนทั้งสนามถึงกับเฮกันเหมือนได้แชมป์ขนาดนี้
"มันไม่สมเหตุสมผลเลย! ลูกยิงเมื่อกี้ของโนวามันเสียของชัดๆ เห็นๆ อยู่ว่าไม่ใช่จังหวะที่ควรยิง" เรจจี้ มิลเลอร์ กล่าวอย่างผู้ชนะเพราะคำทำนายของเขาเริ่มเป็นจริง
"ในฐานะมือปืน ถ้าคุณอ่านจังหวะการยิงไม่ออก คุณก็จะเป็นแค่มะเร็งร้ายของทีมที่คอยเผาผลาญโอกาสบุกของเพื่อนร่วมทีมไปวันๆ พอเซลติกส์ยกระดับเกมรับขึ้นมา ลูกยิงที่อาศัยดวงของโนวาก็จะหายวับไปกับตา!"
เรจจี้เชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ เขาเชื่อว่าปาฏิหาริย์ในนัดที่แล้วเป็นแค่เรื่องบังเอิญ รุกกี้ไม่ถูกดราฟต์จะกลายเป็นผู้กอบกู้ทีมเหนือกว่าซูเปอร์สตาร์อย่างโคบี้ได้ยังไง? สำหรับเขาแล้ว 'ความแม่นยำ' คือศาสตร์ที่ต้องแลกมาด้วยฝีมือ ไม่ใช่โชคช่วย
ในสนามแข่งขัน เซลติกส์เปิดเกมบุก
เรย์ อัลเลน วิ่งหาที่ว่างอย่างเหนือชั้น รับบอลจากรอนโดแล้วบรรจงสอยสามแต้มแสกหน้าโคบี้
สวบ!
ลูกบาสลงห่วงไปอย่างนิ่มนวล "สุภาพบุรุษเรย์" เม้มปากเล็กน้อย ใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงกลิ่นอายเพชฌฆาตทำเอาแฟนบาสเจ้าถิ่นคลั่งกันไปหมด
"สวยงาม! ท่าชู้ตของเรย์ อัลเลน มันคือศิลปะที่ดูเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ" เรจจี้ มิลเลอร์ ได้ทีทับถม
"ถ้าเทียบการยิงสามแต้มภายใต้ความกดดันแล้ว ระดับของโนวายังห่างชั้นกับเรย์อยู่หลายขุม! สมราคาตำแหน่งราชาสามแต้มจริงๆ เขาเพิ่งสอนบทเรียนให้ไอ้รุกกี้คนนั้นดูว่าของจริงเขาเล่นกันยังไง!"
บาร์คลีย์เริ่มนั่งไม่ติด... หรือว่าหลุมที่ขุดไว้ก่อนเกมมันจะกลายเป็นแท่นรองมือรองตีนให้เรจจี้ก้าวข้ามไปเฉยๆ วะเนี่ย? ถ้าเลเกอส์ยังโดนถลุงฝ่ายเดียวแบบนี้ มีหวังเรจจี้ได้ใจตายเลย
ตาเลเกอส์บุกบ้าง!
โคบี้เลี้ยงบอลข้ามฝั่งแล้วจ่ายให้กาซอล กาซอลหาช่องเล่นวงในไม่ได้จึงสะบัดบอลออกมาให้โอดอมที่วงนอก โนวาวิ่งสลับฟันปลาไปมาแต่โดนเพียร์ซประกบแจเป็นเงาตามตัว เขาจึงตัดสินใจถอยออกมารับบอลห่างจากเส้นสามแต้มถึง 2 เมตร!
เห็นได้ชัดว่าแผนบุกช่วงแรกของเลเกอส์คือการใช้โนวาเป็นแกนหลัก โอดอมจ่ายบอลให้ทันที!
โนวาเซตท่าชู้ตทันทีที่สัมผัสบอล พร้อมเปิดใช้งานสกิล [วิถีสามแต้มเสียดฟ้าของ มิโดริมะ ชินทาโร่] อีกครั้ง เขาฝืนชู้ตระยะไกลแสกหน้าเพียร์ซที่พุ่งเข้ามาบล็อก!
"อีกแล้วเหรอ? ลูกนี้มันบ้าไปแล้ว!" เรจจี้ มิลเลอร์ ตะโกนลั่น
"นอกจากจะฝืนยิงทั้งที่มีคนประกบแล้ว ยังยิงไกลโคตรๆ อีก! นี่มันทำลายจังหวะบุกของทีมชัดๆ..."
แต่แล้วคำพูดของเรจจี้ก็ถูกกลืนลงคอไปครึ่งหนึ่ง!
แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความตกตะลึง เมื่อเห็นลูกบาสพุ่งโด่งเป็นวิถีโค้งพิลึกพิลั่น ก่อนจะดิ่งลงห่วงราวกับขีพนาวิถีที่ติดระบบเซนเซอร์แม่นยำสูง!
สวบ!
เสียงตาข่ายสะบัดพริ้วไหวดั่งเกลียวคลื่น
"ลง... ลงไปได้ไงวะ?"
"ยิงท่ามกลางคนประกบแบบนั้น แถมระยะไกลขนาดนั้นยังลงอีกเหรอ? ดวง... มันต้องเป็นดวงแน่ๆ!"