เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 51 ฉันไม่ต้องการพรแบบนี้! (9)

บทที่ 51 ฉันไม่ต้องการพรแบบนี้! (9)

บทที่ 51 ฉันไม่ต้องการพรแบบนี้! (9)


อันหนิงอยากจะพบฮ่องเต้เซิ่งผิงสักครั้ง เพื่อดูให้แน่ใจว่าแท้จริงแล้วพระองค์อยู่ในสภาพการณ์แบบไหนกันแน่

เพียงแต่ตอนนี้ เธอไม่มีหนทางที่จะได้เข้าเฝ้าเลยแม้แต่น้อย

หากคิดจะพบฮ่องเต้เซิ่งผิง หนทางเดียวที่เป็นไปได้คือเธอต้องปลูกธัญญาหารที่ให้ผลผลิตสูงให้สำเร็จ ฮ่องเต้อาจจะทรงเห็นแก่ความดีความชอบนี้แล้วยอมให้เธอเข้าเฝ้า

ด้วยเหตุนี้ อันหนิงจึงยิ่งทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับการทำนามากขึ้นไปอีก

นอกเหนือจากนั้น เธอยังเที่ยวเสาะหาตัวยาสมุนไพรเพื่อปรุงยาอยู่ตลอดเวลา

ต้องรู้ก่อนว่ายาถอนพิษนั้นไม่ใช่สิ่งที่ปรุงขึ้นได้ง่ายๆ มันต้องใช้สมุนไพรหายากหลายชนิดประกอบกัน

โชคดีที่อันหนิงดวงค่อนข้างดี ตอนที่ยังอยู่หมู่บ้านไป๋สือโกวเธอหามาได้แล้วสองชนิด ตอนนี้จึงเหลือสมุนไพรอีกเพียงชนิดเดียวเท่านั้น

วันหนึ่งอันหนิงไม่ได้ลงไปที่ไร่ แต่เลือกเปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าที่ดูดีขึ้นมาหน่อย เพื่อเข้าไปในตัวตำบลมุ่งหน้าสู่ร้านขายยาเพื่อตามหาสมุนไพรที่เหลือ

ตำบลนี้มีขนาดไม่เล็ก ภายในมีร้านขายยาอยู่หลายแห่ง อันหนิงตั้งใจว่าจะเดินสำรวจให้ครบทุกร้าน

เริ่มแรกเธอไปที่เหอจี้ถังซึ่งเป็นร้านยาที่ใหญ่ที่สุดในตำบล แต่กลับไม่พบสมุนไพรที่ต้องการ

อันหนิงไม่ได้ตั้งความหวังไว้สูงนัก เมื่อหาไม่เจอก็ไม่ได้ผิดหวังอะไร เธอเดินออกจากร้านเหอจี้ถังแล้วมุ่งหน้าไปยังร้านขายยาอีกแห่งที่มีขนาดค่อนข้างเล็กกว่า

ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นประตูร้านยาแห่งนี้ เธอก็ถึงกับชะงักไป

ร้านยาแห่งนี้เล็กมากจริงๆ แต่กลับถูกจัดระเบียบไว้อย่างสะอาดสะอ้านหมดจด แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นคือผู้จัดการร้านของร้านนี้นั้น มีรูปลักษณ์ที่ชวนให้เจริญตาเจริญใจยิ่งนัก

ชายหนุ่มที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์กำลังจัดยาอยู่นั้น สวมชุดยาวสีเขียวอมฟ้า รูปร่างสูงโปร่ง ยืนตระหง่านราวกับต้นสนเขียวขจี ใบหน้าของเขาดูหล่อเหลาราวกับสายลมโชยชายและดวงจันทร์กระจ่างฟ้า แฝงไว้ด้วยความเย็นชาและเฉยเมยเล็กน้อย แต่กลับดูดีอย่างน่าประหลาดจนทำให้คนมองไม่อาจละสายตาได้

อันหนิงเคยพบเจอผู้ชายมานับไม่ถ้วน คนที่งามล่มเมืองล่มแผ่นดินเธอก็เห็นมาเยอะ

ผู้ชายคนนี้แม้จะหน้าตาดีเกินกว่าจะเป็นคนขายยาในร้านเล็กๆ แต่อันหนิงก็เพียงแต่มองเพียงปราดสองปราดแล้วก็ละสายตาไป

เธอกวาดสายตามองรอบร้านยา ก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปแล้วเอ่ยถามเสียงเบา "ขอประทานโทษ ไม่ทราบว่าที่นี่มีหญ้าปัดมุกหรือไม่?"

อันหนิงเกรงว่าเขาจะไม่รู้จักว่าหญ้าปัดมุกคืออะไร จึงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา บนนั้นวาดรูปรูปร่างหน้าตาของสมุนไพรชนิดนี้ไว้ "สมุนไพรหน้าตาแบบนี้เจ้าค่ะ"

ผู้จัดการร้านมองกระดาษแผ่นนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอันหนิง เขามองอยู่หลายครั้งจนในใจเริ่มเข้าใจแจ่มแจ้ง

"เอาไปปรุงยาใช่หรือไม่?"

อันหนิงพยักหน้า

"ใครเป็นคนสั่งเทียบยานี้ให้เจ้า?"

อันหนิงยิ้มตอบ "ข้าจัดเทียบยาเองเจ้าค่ะ"

ผู้จัดการร้านชะงักไป เขาดูประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะมองอันหนิงอีกครั้ง "ขอดูเทียบยาของเจ้าหน่อยได้หรือไม่?"

เขาเกรงว่าอันหนิงจะเข้าใจผิด จึงรีบอธิบายเพิ่ม "ข้า... เกรงว่าเทียบยาที่เจ้าจัดเองอาจจะมีข้อผิดพลาด เรื่องยานี้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้"

อันหนิงมองเห็นความบริสุทธิ์ใจในดวงตาของเขา

เธอจึงหยิบเทียบยาออกมาให้เขาดูอย่างเปิดเผย

เมื่อผู้จัดการร้านได้อ่านเทียบยา แววตาของเขาก็ฉายประกายความทึ่งออกมาอย่างปิดไม่มิด

แน่นอนว่าเขาไม่ได้ทึ่งในตัวอันหนิง แต่เขาทึ่งในเทียบยาชุดนั้น

เขาประสานมือคำนับอันหนิง "นึกไม่ถึงว่าในชีวิตนี้จะได้พบอัจฉริยะด้านการแพทย์เช่นแม่นาง ผู้น้อยเซียวหยวนขอแสดงความนับถือ"

อันหนิงรีบคำรับนับกลับ "จะนับถือหรือไม่เอาไว้ก่อนเถิด ที่นี่มีตัวยาที่ข้าตามหาหรือไม่?"

เซียวหยวนหมุนตัวเดินจากไป ครู่ต่อมาเขาก็กลับมาพร้อมกับกล่องไม้ในมือ

เขาเลื่อนกล่องไม้มาตรงหน้าอันหนิง "ลองดูสิ"

อันหนิงเปิดกล่องออกเห็นหญ้าสีเขียวมรกตต้นเล็กๆอยู่ภายใน ก็พลันดีใจเป็นล้นพ้น "มีจริงๆด้วย! แถมยังเป็นหญ้าปัดมุกที่ยังสดอยู่อีก"

เธอประคองกล่องไว้ในมือ "ต้นนี้ราคาเท่าไหร่?"

"สิบตำลึง"

เซียวหยวนเอ่ยปากบอกราคาออกมาสั้นๆด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

หือ?

อันหนิงสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ "สิบตำลึง? ท่านเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า"

"ไม่ผิด" เซียวหยวนโบกมือ "ข้าขายยาตามใจตนเอง ราคานั้นขึ้นอยู่กับตัวบุคคล"

ความหมายของเขาก็คือ หากคนไหนที่ทำให้เขารู้สึกดี เขาจะขายให้ราคาถูกมาก แต่หากใครทำให้เขาหงุดหงิด เขาจะเรียกราคาแพงลิบลิ่ว

อันหนิงมองดูหญ้าปัดมุก สลับกับมองดูร้านยาธรรมดาๆในตำบลแห่งนี้ แล้วเธอก็พอจะเข้าใจอะไรบางอย่างได้

"สิบตำลึงนี่มันถูกเกินไปจริงๆ"

อันหนิงพึมพำเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้ม "แต่ข้าก็ไม่ใช่คนโง่ ไม่จำเป็นต้องดันทุรังขอเพิ่มราคาให้ท่านหรอก ขอบคุณมากนะเจ้าคะ"

เธอวางเงินสิบตำลึงลง แล้วถือกล่องยาหมุนตัวเดินจากไปทันที

"แม่นางโปรดรอก่อน"

เซียวหยวนเดินอ้อมออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ ก้าวยาวๆตามอันหนิงมาทัน

เอ๋?

อันหนิงหันหลังกลับมา

จังหวะที่เธอหันมานั้น ใบหน้าซีกที่มีปานแดงก็หันไปประจันหน้ากับเซียวหยวนพอดี

หากเป็นคนอื่นมาเห็นเธอในสภาพหน้าผีเช่นนี้ คงจะตกใจกลัวหรือไม่ก็นึกสะอิดสะเอียนเป็นแน่

ทว่าสายตาของเซียวหยวนยังคงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรังเกียจและไร้ซึ่งความตื่นตระหนก เขามองอันหนิงเหมือนมองคนธรรมดาทั่วไปที่ไม่ได้มีความแตกต่างจากคนอื่นเลยแม้แต่นิดเดียว

“มีธุระอะไรหรือ?” อันหนิงเอ่ยถาม

“ข้า...” เซียวหยวนมีท่าทีลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็กัดฟันถามออกไป “ข้าขออนุญาตถามชื่อแซ่และที่พำนักของแม่นางได้หรือไม่?”

อันหนิงขมวดคิ้ว

เซียวหยวนรีบอธิบายพัลวัน “ข้าเป็นคนรักในวิถีแห่งแพทย์ วันนี้ได้เห็นเทียบยาที่แม่นางจัดนั้นช่างล้ำลึกและวิจิตรบรรจงนัก จึงใคร่อยากจะขอคำชี้แนะจากแม่นางยามเมื่อมีเวลาว่าง ไม่ทราบว่าแม่นางจะสะดวกหรือไม่?”

ที่แท้ก็เป็นพวกบ้าตำรายานี่เอง อันหนิงจึงพยักหน้า “เช่นนั้นก็ได้”

เธอบอกที่อยู่แก่เซียวหยวนและเสริมว่า “ข้าแซ่ไป๋ ท่านพ่อของข้ามีนามว่าเต๋อเซิ่ง ท่านลองไปสอบถามดูก็จะรู้เอง”

เซียวหยวนรีบประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม “ขอบคุณมาก”

อันหนิงยิ้มบางๆแล้วเดินจากไป พ้นประตูร้านยามาได้เธอก็อดส่ายหน้าไม่ได้ “ซื่อบื้อจริงๆ”

เมื่อรวบรวมตัวยาได้ครบ อันหนิงก็อารมณ์ดีเป็นพิเศษ

เธอนำหญ้าปัดมุกกลับบ้านด้วยความปิติ เริ่มจากนำสมุนไพรต่างๆที่เก็บรวบรวมมาได้มาแปรรูปและคัดแยกอย่างดี จากนั้นจึงไปหาเตาหลอมยาเพื่อเตรียมกลั่นยาถอนพิษ

เพื่อให้มั่นใจในการปรุงยาถอนพิษครั้งสำคัญ อันหนิงจึงแอบหยิบสมุนไพรอื่นๆ มาลองหลอมยาบำรุงธาตุขึ้นมาก่อนหนึ่งเตา

แน่นอนว่ามันเป็นยาบำรุงธาตุรุ่นสเปกต่ำ เพราะตอนนี้เธอเป็นเพียงปุถุชนธรรมดา ทั้งยังหาสมุนไพรเกรดพรีเมียมไม่ได้ จึงต้องทำเท่าที่พอจะหาได้ไปก่อน

ทางด้านจางเย่วเหมยและไป๋เต๋อเซิ่งไม่ได้รู้สึกประหลาดใจนักที่เห็นอันหนิงปรุงยา

แม้ไป๋อันหนิงจะหน้าตาอัปลักษณ์ไปเสียหน่อย แต่เด็กคนนี้ฉลาดเฉลียวเป็นกรดและรักการเรียนรู้มาแต่ไหนแต่ไร

ไป๋เต๋อเซิ่งและจางเย่วเหมยเคยสอนสั่งลูกสาวด้วยตัวเองตอนยังเล็ก แต่พอโตขึ้นทั้งคู่ก็ไม่มีความรู้อะไรจะสอนเพิ่มได้แล้ว อีกทั้งตอนที่อยู่หมู่บ้านไป๋สือโกวก็หาอาจารย์เก่งๆไม่ได้ จึงทำได้เพียงเที่ยวเสาะหาหนังสือแปลกๆมาให้เธอศึกษาด้วยตัวเอง

ความรู้ของไป๋อันหนิงนั้นหลากหลายและสะเปะสะปะมาก จนแม้แต่ไป๋เต๋อเซิ่งก็ยังไม่รู้ว่าลูกสาวตัวเองมีความรู้ลึกซึ้งแค่ไหน

ดังนั้น เมื่อเห็นอันหนิงสนใจทั้งเกษตรศาสตร์และแพทยศาสตร์ ทั้งคู่จึงไม่ซักไซ้หรือสงสัยอะไรในตัวเธอเลย

อันหนิงแบ่งยาบำรุงธาตุที่หลอมเสร็จให้ไป๋เต๋อเซิ่งและจางเย่วเหมย จากนั้นจึงเริ่มเตรียมตัวหลอมยาถอนพิษ

ทว่าเธอยังไม่ทันจะได้เริ่มหลอม เซียวหยวนก็ดั้นด้นตามมาถึงที่บ้าน

เซียวหยวนเดินทางมาคนเดียว แต่เขาไม่ได้มามือเปล่า เขาหิ้วห่อสมุนไพรขนาดใหญ่สองห่อติดมือมาด้วย

เขาบังเอิญเจอไป๋เต๋อเซิ่งเข้า และเมื่อรู้ว่าเป็นบิดาของอันหนิง เขาก็เข้าไปดึงแขนไป๋เต๋อเซิ่งเร่งรบเซ้าให้พาไปพบลูกสาวท่าเดียว

กิริยาท่าทางแบบนี้ของเซียวหยวนเกือบจะทำเอาไป๋เต๋อเซิ่งโมโหจนควันออกหู

ทว่าเซียวหยวนนั้นมีแรงเยอะมาก ทั้งหน้าตาเขายังดูหล่อเหลาและซื่อตรงจนดูไม่เหมือนคนร้าย ไป๋เต๋อเซิ่งขัดเขาไม่ได้ จึงจำใจต้องพาเขาเข้าบ้านมา

อันหนิงมองดูเซียวหยวนที่ถือห่อสมุนไพรยักษ์มาเยี่ยมเยียนแล้วก็ได้แต่กุมขมับ

เซียวหยวนคนนี้ไม่รู้จักธรรมเนียมโลกเลยจริงๆหรือยังไง? ใครเขาหิ้วสมุนไพรมาบ้านคนอื่นแบบนี้?

นี่มันแช่งให้คนป่วยชัดๆ!

ทว่า เมื่ออันหนิงเห็นว่าสมุนไพรที่เขาหิ้วมาคือตัวยาชนิดใด เธอก็เลิกคิดว่าเขามาแช่งทันที

เพราะยาที่เซียวหยวนนำมาล้วนเป็นสมุนไพรหายากยิ่งยวด เป็นของที่อันหนิงฝันอยากจะได้มานาน

อันหนิงยิ้มกว้างเก็บสมุนไพรเข้าที่ทันที เธอรีบกุลีกุจอไปรินน้ำชามาต้อนรับ ทั้งยังนำขนมของโปรดที่จางเย่วเหมยตั้งใจทำให้ ออกมาเลี้ยงดูปูเสื่อเซียวหยวนอย่างเต็มที่

เซียวหยวนนั่งพักอยู่ครู่หนึ่ง ก็หยิบตำราแพทย์ออกมาปรึกษาหารือกับอันหนิงทันที

เมื่อเห็นแก่สมุนไพรล้ำค่าที่เขาขนมาให้ อันหนิงจึงยอมอดทนร่วมนั่งถกเถียงเรื่องเทียบยาสูตรโบราณในตำรากับเขา

คุยไปได้พักใหญ่ อันหนิงก็ลุกขึ้นยืน

เซียวหยวนเงยหน้าขึ้น กระพริบตาปริบๆ มองอันหนิงอย่างไม่เข้าใจ "ข้าทำให้แม่นางรู้สึกรำคาญใจหรือ?"

อันหนิงส่ายหน้า "ไม่ใช่หรอกเจ้าค่ะ แต่ได้เวลาที่ข้าต้องไปตรวจตราและจดบันทึกในไร่นาแล้ว"

"บันทึกอะไรหรือ?"

เซียวหยวนรีบลุกตาม "ข้าขอตามไปด้วยได้หรือไม่?"

อันหนิงนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ต้องหาคนมารดน้ำและใส่ปุ๋ยในแปลงทดลองพอดี เธอเหลือบมองเซียวหยวนแล้วคลี่ยิ้มอย่างมีเลศนัย "ได้สิเจ้าคะ"

เธอส่งยิ้มอ่อนหวานให้ แต่ในใจกลับกำลังวางแผนใช้เซียวหยวนเป็นแรงงานทาสอย่างเต็มรูปแบบ

เมื่อทั้งคู่ไปถึงไร่ อันหนิงก็ถือคานหาบและถังน้ำด้วยสีหน้าทุกข์ระทม "เฮ้อ... ช่วงนี้ท่านพ่อของข้าสุขภาพไม่ค่อยดีนัก ข้าจึงต้องมาหาบน้ำรดที่นาเองเพียงลำพัง แต่ข้าเป็นเพียงหญิงสาวที่อ่อนแอ..."

เซียวหยวนมองดูที่นาสองหมู่นั้น สลับกับมองอันหนิง จากนั้นเขาก็คว้าคานหาบไปแบกน้ำรดนาให้ทันที

พอน้ำรดเสร็จ อันหนิงก็ชี้นิ้วสั่งให้เขาไปใส่ปุ๋ยต่อ

ท้ายที่สุดแล้ว ตอนที่เซียวหยวนจะกลับบ้าน ชุดยาวของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสกปรก รองเท้าขาดไปข้างหนึ่ง และเส้นผมรุงรังไม่เป็นทรง

ตอนมาเขายังเป็นคุณชายผู้สง่างามไร้ราคี แต่ตอนกลับสภาพเหมือนเพิ่งไปฟัดในกองขี้มายังไงยังงั้น อันหนิงคิดว่าเขาคงจะไม่กล้ามาเหยียบที่นี่อีกเป็นครั้งที่สองแน่ๆ

ทว่าใครจะไปรู้... เพียงสองวันให้หลัง เซียวหยวนก็กลับมาอีกครั้ง!

คราวนี้พอมาถึง เขาก็ไม่ได้พูดเรื่องตำราแพทย์ด้วยซ้ำ แต่กลับกุลีกุจอเข้าไปช่วยอันหนิงจดบันทึก ถอนหญ้า และจับแมลงในนาอย่างรู้หน้าที่ตัวเองสุดๆ!

*อืมม บรรยากาศแปลกๆน๊า พระเอกหรือเปล่า? แล้วจริงๆเขาเป็นใครกันแน่ เป็นแค่ผู้จัดการร้านยาในโลกนี้เหรอ ฮิฮิ

จบบทที่ บทที่ 51 ฉันไม่ต้องการพรแบบนี้! (9)

คัดลอกลิงก์แล้ว