เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 94 - ยอดคนในใต้หล้ามากมายดั่งฝูงมัจฉาข้ามคงคา!

บทที่ 94 - ยอดคนในใต้หล้ามากมายดั่งฝูงมัจฉาข้ามคงคา!

บทที่ 94 - ยอดคนในใต้หล้ามากมายดั่งฝูงมัจฉาข้ามคงคา!


บทที่ 94 - ยอดคนในใต้หล้ามากมายดั่งฝูงมัจฉาข้ามคงคา!

☆☆☆☆☆

"เจ้าก็คือเซี่ยเฉินงั้นหรือ"

บริเวณหน้าประตูหอเทียนซ่างจวี รถม้าคันที่อยู่ขวาสุด ชายหนุ่มอายุยี่สิบกว่าปีผู้หนึ่งเดินลงมา เขาสวมชุดคลุมยาวที่ไม่ได้หรูหราอลังการอันใดนัก ทว่าเมื่อสวมอยู่บนร่างของเขา กลับยิ่งขับเน้นให้ชายหนุ่มผู้นี้ดูมีบุคลิกไม่ธรรมดา

"เป็นกระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะ!"

องค์รัชทายาทพินิจพิเคราะห์เซี่ยเฉิน จากนั้นก็พยักหน้ารับ

"รูปงามสง่าสมคำร่ำลือ ช่างเหมาะสมกับเหยากวงดั่งกิ่งทองใบหยก ลุกขึ้นเถิด ล้วนเป็นคนครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องมากพิธีหรอก!"

"ฮ่าๆๆ คราวก่อนพี่น้องอย่างเราสองคนเคยบอกว่าจะไปดื่มสุราด้วยกัน วันนี้ได้ยินว่าหอสุราของเจ้าเปิดกิจการแล้ว ข้าจึงมารอขอสุราดื่มสักจอก!"

ในขณะที่องค์รัชทายาทกำลังสนทนากับเซี่ยเฉินอยู่นั้น รถม้าคันซ้ายมือก็มีเสียงหัวเราะกังวานดังแว่วมา

องค์ชายสามเดินลงมาจากรถม้า เขาสวมใส่เสื้อผ้าตามสบาย เผยให้เห็นบุคลิกที่ดูเสรีไร้กฎเกณฑ์

"ถวายบังคมองค์ชายสามพ่ะย่ะค่ะ!"

"พี่น้องอย่างเราจะมัวเกรงใจกันไปไย คราวก่อนก็ใช่ว่าจะไม่เคยพบหน้ากันเสียหน่อย!"

องค์ชายสามเดินเข้ามาหาเซี่ยเฉินพลางวางมือลงบนบ่าของเซี่ยเฉินอย่างสนิทสนม

สีหน้าขององค์รัชทายาทพลันมืดครึ้มลงชั่วขณะ ทว่าเพียงไม่นานก็กลับคืนสู่ความเป็นปกติ

"คราวก่อนกระหม่อมกับพระองค์เคยพบกันริมถนนครั้งหนึ่งจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ ทว่าตอนนั้นไม่มีเวลาไปดื่มสุราด้วยกัน วันนี้องค์รัชทายาทก็ประทับอยู่ด้วยพอดี พวกเราสามคนเข้าไปดื่มด่ำกันให้เต็มที่เลยดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ!"

เซี่ยเฉินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็หันไปกล่าวกับองค์รัชทายาท

องค์รัชทายาทได้ยินคำพูดของเซี่ยเฉินก็พลันแย้มยิ้มออกมา

"ดี วันนี้ข้าจะได้ประจักษ์ว่าสุราชั้นยอดของเจ้าจะเป็นเช่นไร!" องค์รัชทายาทเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

เซี่ยเฉินถอยหลังไปสองสามก้าว อาศัยจังหวะนี้สลัดมือขององค์ชายสามที่พาดอยู่บนบ่าออกอย่างแนบเนียน จากนั้นก็เอ่ยกับองค์รัชทายาทและองค์ชายสาม

"เชิญพ่ะย่ะค่ะทั้งสองพระองค์!"

องค์รัชทายาทและองค์ชายสามพยักหน้ารับ ขณะที่กำลังเตรียมตัวจะขึ้นไปชั้นบน รถม้าอีกคันก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามา

"รถม้าจากจวนอัครมหาเสนาบดีหลินนี่นา!" องค์รัชทายาทเหลือบมองรถม้าพลางเอ่ยขึ้น

ขณะที่สายตาของทั้งสามคนจับจ้องไปนั้น ชายหนุ่มผู้หนึ่งก็เดินลงมาจากรถม้า เขาคือหลินจื่อหานบุตรชายของอัครมหาเสนาบดีหลินนั่นเอง!

เซี่ยเฉินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย คิดไม่ถึงเลยว่าผู้ที่เดินทางมาจะเป็นชายผู้ที่เคยมีเรื่องบาดหมางกับเขาผู้นี้

ทว่าเมื่อลองคิดดูอีกทีก็ถือเป็นเรื่องปกติ อัครมหาเสนาบดีหลินมีภารกิจรัดตัว ภาระของสิบเก้าแคว้นแห่งต้าอู่ล้วนตกอยู่บนบ่าของเขา จะเอาเวลาที่ไหนมาร่วมงานเปิดกิจการหอสุรากันเล่า!

"ถวายบังคมองค์รัชทายาท องค์ชายสาม คารวะใต้เท้าเซี่ย!" หลินจื่อหานประสานมือคารวะด้วยรอยยิ้ม รูปร่างหน้าตาและบุคลิกของเขาล้วนไร้ที่ติ มองไม่ออกเลยแม้แต่น้อยว่าก่อนหน้านี้เขาเคยมีอคติต่อเซี่ยเฉิน

"จื่อหานเกรงใจไปแล้ว ไม่ต้องมากพิธีหรอก!" องค์รัชทายาทแย้มยิ้ม จากนั้นก็เอ่ยถามต่อ

"เหตุใดวันนี้จึงไม่ได้ไปปฏิบัติหน้าที่ในคณะรัฐมนตรีเล่า"

"ได้ยินว่าวันนี้หอสุราของใต้เท้าเซี่ยเปิดกิจการ ทว่าช่วงนี้ท่านพ่อของข้าน้อยกำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับเรื่องการทหารทางตะวันตกเฉียงเหนือจึงไม่มีเวลามา ท่านพ่อเลยจงใจให้ข้าน้อยลางานเพื่อมาเป็นตัวแทนขอรับ!" หลินจื่อหานเอ่ยด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็หันไปส่งยิ้มให้กับเซี่ยเฉินที่ยืนอยู่ด้านข้าง องค์รัชทายาทและองค์ชายสามต่างก็มีประกายแสงวูบไหวในแววตา

พวกเขาทั้งสองคิดไม่ถึงเลยว่าอัครมหาเสนาบดีหลินจะให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับเซี่ยเฉินถึงเพียงนี้

โดยปกติแล้วอัครมหาเสนาบดีหลินเป็นผู้ที่เคร่งขรึมและจริงจังที่สุด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการให้บุตรชายของตนลางานเพื่อมาร่วมงานเปิดกิจการหอสุราซึ่งเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้เลย

"เชิญทั้งสามท่านด้านในพ่ะย่ะค่ะ!"

เซี่ยเฉินยิ้มพลางเชิญทายาทรุ่นที่สองระดับแนวหน้าของราชวงศ์ต้าอู่ทั้งสามคนเข้าไปด้านใน

องค์รัชทายาทและองค์ชายสามย่อมต้องขึ้นไปที่ชั้นหก ส่วนหลินจื่อหานที่เป็นตัวแทนของอัครมหาเสนาบดีหลิน ย่อมมีสิทธิ์ขึ้นไปที่ชั้นหกเช่นกัน

เพียงพริบตาเดียว ลานเรือนทั้งห้าหลังบนชั้นหกก็ต้อนรับผู้เป็นเจ้าของไปแล้วถึงสี่หลัง

พวกเสิ่นเสวี่ยเหยียนและจางเหวินเหลียวในวันนี้ได้ประจักษ์ถึงบารมีและเส้นสายของเซี่ยเฉินอย่างแท้จริง

เมื่อใกล้ถึงเวลาอาหาร แขกเหรื่อก็ทยอยกันเดินทางมาถึง ผู้มีอำนาจที่เซี่ยเฉินเชิญไปล้วนให้เกียรติมาร่วมงาน ต่อให้ไม่มีเวลามาก็ยังส่งคนมาเป็นตัวแทน

"คารวะราชบุตรเขย!"

บริเวณหน้าประตูมีรถม้าอีกคันเคลื่อนตัวเข้ามา นี่คือรถม้าจากจวนองค์หญิงเหยากวง

ทว่าผู้ที่เดินลงมาจากรถม้ากลับไม่ใช่องค์หญิงเหยากวง แต่เป็นเด็กสาวหน้าตาสะสวยในชุดสีเหลือง นางถือสาลี่ลูกใหญ่ไว้ในมือ เดินแทะสาลี่ลงมาหน้าตาเฉย

นางเดินมาตรงหน้าเซี่ยเฉินแล้วย่อตัวทำความเคารพอย่างอ่อนช้อย นางคือหลีเวยนั่นเอง!

"องค์หญิงทรงเก็บตัวฝึกฝนเมื่อสามวันก่อนแล้วเจ้าค่ะ ดังนั้นพี่จื่อเย่ว์จึงให้ข้าน้อยมาเป็นตัวแทนองค์หญิงในวันนี้ และยังฝากบอกราชบุตรเขยด้วยว่าอย่าได้เข้าใจองค์หญิงผิดนะเจ้าคะ!"

หลีเวยกะพริบตาโตคู่สวยพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นอย่างยิ่ง

"เรื่องการฝึกฝนขององค์หญิงย่อมสำคัญกว่าอยู่แล้ว งานเปิดกิจการหอสุราก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น!"

เซี่ยเฉินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

"ราชบุตรเขย ท่านไม่ได้โกรธจริงๆ ใช่ไหมเจ้าคะ"

หลีเวยยังคงกะพริบตาโตคู่สวยพลางเอ่ยถามอย่างจริงจัง

"ย่อมไม่โกรธอยู่แล้ว ข้ารู้ว่าเจ้าชอบของอร่อย ข้าจะจัดเตรียมห้องให้เจ้าห้องหนึ่ง ให้เจ้าได้ลองชิมของอร่อยในร้านเรา ดีหรือไม่!"

"จริงหรือเจ้าคะ ราชบุตรเขยทราบได้อย่างไร" หลีเวยพลันแย้มยิ้ม ใบหน้าเล็กๆ อันงดงามเต็มไปด้วยความดีใจ

"ข้ายังรู้อีกว่าเจ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ที่นี่ของข้ายังมีสุราชั้นเลิศ เดี๋ยวข้าจะให้เจ้าลิ้มลองสักหน่อย!" เซี่ยเฉินมองดูหลีเวยผู้สดใสร่าเริงพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

"ราชบุตรเขยดีที่สุดเลย! เช่นนั้นข้าขอเลี้ยงสาลี่ท่านก็แล้วกัน สาลี่ชนิดนี้อร่อยมากเลยนะเจ้าคะ!"

หลีเวยนัยน์ตาเป็นประกายวิบวับ เมื่อพูดถึงสาลี่ในมือ มุมปากของนางก็มีของเหลวใสๆ ไหลซึมออกมา นางเลียริมฝีปากสีแดงสด แววตาแฝงไปด้วยความเสียดาย ทว่าท้ายที่สุดก็ยังคงยื่นสาลี่ลูกใหญ่ในมือไปให้เซี่ยเฉิน

"หลีเวยชิมแทนข้าก็พอแล้ว!" เซี่ยเฉินยิ้มพลางดันสาลี่ลูกใหญ่ในมือของหลีเวยกลับไป

"ราชบุตรเขยช่างดีเลิศจริงๆ ข้าขอประกาศเลยว่านอกจากองค์หญิงแล้ว ต่อจากนี้ไปท่านคือคนที่ข้าชื่นชอบที่สุดเลยเจ้าค่ะ!"

หลีเวยยิ้มแย้มเบิกบานอย่างหาเปรียบไม่ได้ นางเป็นคนที่เรียบง่ายและบริสุทธิ์ใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเทียบกับเหยากวงและจื่อเย่ว์ผู้ฉลาดหลักแหลม นางไม่ได้มีความคิดซับซ้อนอันใด และไม่ได้มีความคิดที่จะแก่งแย่งชิงดีกับผู้ใดเลย

อันที่จริงเซี่ยเฉินก็ชอบที่จะอยู่ร่วมกับคนเช่นนี้มากกว่า เรียบง่ายและบริสุทธิ์ใจ!

เขามองดูหลีเวยที่กำลังดีใจอยู่เบื้องหน้า มุมปากก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา

……

หลังจากนั้นก็มีบุคคลระดับสูงเดินทางมาอีก หม่าซ่งผู้เป็นผู้บังคับบัญชาสายตรงของเซี่ยเฉินก็มาด้วย เซี่ยเฉินจึงออกไปต้อนรับหม่าซ่งและเชิญเข้าไปด้านในด้วยตนเอง

"ชายหนุ่มผู้นั้นคือผู้ใดกัน" จู่ๆ เซี่ยเฉินก็ทอดสายตามองไปยังชายหนุ่มผู้หนึ่ง

ลู่เฉินเหลือบมองแวบหนึ่งก่อนจะรีบเอ่ยตอบ

"คนผู้นั้นคือตู้ไหลฮุ่ย บุตรชายของรองเสนาบดีกรมอาญา วันนี้น่าจะมาเป็นตัวแทนของรองเสนาบดีกรมอาญาขอรับ"

"รู้ข้อมูลของเขาหรือว่าเขามีข่าวลืออันใดบ้างหรือไม่"

"ตู้ไหลฮุ่ยผู้นี้ถูกรองเสนาบดีกรมอาญาพาไปอยู่ที่กรมอาญาตั้งแต่ยังเด็ก ได้ยินมาว่าเขาเชี่ยวชาญการตัดสินคดีมากขอรับ!" ถึงแม้ลู่เฉินจะไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ๆ ใต้เท้าถึงได้เอ่ยถามถึงคนผู้นี้ ทว่าเขาก็รีบตอบกลับไป

"แล้วคนผู้นั้นเล่า!" เซี่ยเฉินชี้ไปที่ชายหนุ่มอีกคนที่เพิ่งเดินลงมาจากรถม้า ชายหนุ่มผู้นี้ดูห้าวหาญไม่ธรรมดา ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา

"คนผู้นี้คือซูเหยียน บุตรชายของโหวฮั่นหยาง ได้ยินมาว่าเมื่อไม่นานมานี้โหวฮั่นหยางเพิ่งจะตั้งชื่อรองให้เขาว่าติ้งฟาง ด้วยหวังว่าในภายภาคหน้าเขาจะสืบทอดบรรดาศักดิ์ สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ และปกป้องความสงบสุขให้แก่แว่นแคว้นได้ขอรับ!"

ข้อมูลของบรรดาทายาทผู้มีอำนาจเหล่านี้ ลู่เฉินสามารถท่องจำได้อย่างแม่นยำราวกับเป็นสมบัติในบ้านตนเอง เมื่อเซี่ยเฉินฟังจบเขาก็พยักหน้ารับ

"เจ้าไปเชิญพวกเขาทั้งสองคนมาที!" ลู่เฉินได้ยินดังนั้นก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ทว่าก็รีบทำตามทันที

เซี่ยเฉินมีสายตาลึกล้ำ นัยน์ตาคู่ของเขานั้นพิเศษเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้จะยังไม่ตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ ทว่าก็เผยให้เห็นถึงสัมผัสศักดิ์สิทธิ์บางส่วนแล้ว

กลิ่นอายของคนทั้งสองแตกต่างจากผู้อื่นอย่างมาก

"ตรวจสอบข้อมูลของคนทั้งสองให้ข้าที!" เซี่ยเฉินออกคำสั่งกับระบบ จากนั้นบนหน้าต่างระบบก็มีตัวอักษรขนาดเล็กปรากฏขึ้นมาทีละบรรทัด

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 94 - ยอดคนในใต้หล้ามากมายดั่งฝูงมัจฉาข้ามคงคา!

คัดลอกลิงก์แล้ว