- หน้าแรก
- เข้าเกมล่วงหน้าก่อนใคร เริ่มต้นมาก็กลายเป็นคู่หมั้นจักรพรรดินีเสียแล้ว
- บทที่ 93 - สุราชั้นเลิศ!
บทที่ 93 - สุราชั้นเลิศ!
บทที่ 93 - สุราชั้นเลิศ!
บทที่ 93 - สุราชั้นเลิศ!
☆☆☆☆☆
ภายในลานเรือน!
เซี่ยเฉินสนทนากับองค์หญิงผิงหยาง บรรยากาศยิ่งมายิ่งกลมเกลียวเป็นกันเองมากขึ้นเรื่อยๆ
"องค์หญิงลองลิ้มรสสุราเลื่องชื่อของกระหม่อมดูสักหน่อยดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ!"
เซี่ยเฉินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ทั้งสองล้วนเป็นผู้ที่มีค่าเสน่ห์สูงล้ำเหนือธรรมดา ถึงแม้ภายในห้องจะมีสาวใช้ในชุดขาวอยู่อีกหนึ่งคน ทว่าสาวใช้ผู้นั้นก็ถอยไปยืนอยู่ตรงมุมห้องตั้งนานแล้ว ราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเงามืด
ทั้งสองคล้ายกับกำลังสนทนากันอยู่ตามลำพังภายในห้อง สนทนากันไปเรื่อยเปื่อย ทว่าเซี่ยเฉินกลับรู้สึกราวกับกำลังต่อสู้อยู่ในสมรภูมิประจัญบาน
กายาสเน่ห์แต่กำเนิดหาใช่เพียงคำกล่าวอ้างเลื่อนลอยไม่!
ส่วนองค์หญิงผิงหยางกลับรู้สึกว่า การได้อยู่ร่วมกับเซี่ยเฉินทำให้นางมีอารมณ์ดีกว่าวันวาน อารมณ์เบิกบานยิ่งนัก
ภายในใจของนางไร้ซึ่งความคิดฟุ้งซ่าน ไร้ซึ่งการแก่งแย่งชิงดีในราชสำนักเหมือนดั่งที่ผ่านมา ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้นางสบายใจยิ่งนัก ทำให้นางเกิดความรู้สึกอยากจะอยู่ร่วมกับเซี่ยเฉินต่อไปเรื่อยๆ!
สายตาที่นางมองเซี่ยเฉินมีอารมณ์ความรู้สึกเพิ่มมากขึ้นกว่าตอนแรก ทว่าสติสัมปชัญญะก็ยังคงพยายามสะกดข่มเอาไว้อย่างหนัก...
"ดีสิ! สุราชั้นยอดในใต้หล้าข้าดื่มจนเบื่อหน่ายตั้งนานแล้ว ข้าล่ะอยากจะเห็นนักว่าสุราชั้นเลิศในหอเทียนซ่างจวีของเจ้าจะยอดเยี่ยมถึงเพียงใดเชียว!"
นัยน์ตาคู่สวยขององค์หญิงผิงหยางเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อมีชาเซียนหยกเขียวนำมาก่อนแล้ว ความคาดหวังของนางก็พุ่งสูงขึ้นอย่างเต็มที่
ของที่เซี่ยเฉินให้ความสำคัญถึงเพียงนี้ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
เพียงไม่นานก็มีสาวใช้อุ้มไหสุราที่บรรจุหีบห่ออย่างหรูหราเข้ามา ไหสุรานี้มีน้ำหนักถึงสองชั่ง!
"สุราหยกเขียวระดับสูง สุราไห้นี้กระหม่อมขายในราคาห้าพันตำลึง วันนี้กระหม่อมขอเลี้ยงองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ!"
เซี่ยเฉินลงมือรินสุราด้วยตนเองอีกครั้ง เขาเอ่ยแนะนำองค์หญิงผิงหยางด้วยรอยยิ้ม
"ห้าพันตำลึงเชียวหรือ สุราไหของเจ้านี้ทำมาจากทองคำหรืออย่างไร"
องค์หญิงผิงหยางหัวเราะ ทว่านางก็ไม่ได้ตกใจกับราคานี้แต่อย่างใด เพียงแต่รู้สึกว่าสุราที่ดีที่สุดในเมืองหลวงซึ่งเป็นสุราหมักของราชวงศ์นามว่า 'จิ่วอวี้เซวียน' สุราชั้นยอดที่สุดหนึ่งไหก็ราคาเพียงสองพันตำลึงเท่านั้น อีกทั้งสุราไหดังกล่าวยังมีน้ำหนักถึงห้าชั่ง
"องค์หญิงทรงลิ้มรสแล้วก็จะทราบเองพ่ะย่ะค่ะ!"
เซี่ยเฉินยิ้มพลางเปิดฝาไหสุราออก ทันใดนั้นกลิ่นสุราอันเข้มข้นก็หอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง
องค์หญิงผิงหยางขยับจมูกโด่งรั้นเล็กน้อย ตอนแรกนางได้กลิ่นหอมหวานของผลไม้จางๆ ราวกับผลไม้สุกงอมกำลังเริงระบำอยู่ที่ปลายจมูก จากนั้นกลิ่นหอมอบอวลอันลึกล้ำของการหมักบ่มก็แผ่ซ่านออกมาราวกับสุนทรียภาพแห่งกาลเวลาที่ตกตะกอนอยู่ภายในนั้น หอมกรุ่นทว่าไม่ทิ้งความสูงส่งสง่างาม อบอวลเย้ายวนประสาทสัมผัสการรับกลิ่น เพียงแค่ได้กลิ่นสุราก็ชวนให้ผู้คนลุ่มหลงเคลิบเคลิ้มแล้ว
"สุราชั้นเลิศ!"
องค์หญิงผิงหยางนัยน์ตาทอประกาย นางจ้องมองสุราในมือเซี่ยเฉินเขม็ง อดใจรอที่จะลิ้มรสแทบไม่ไหวแล้ว
เซี่ยเฉินยิ้มบางๆ จากนั้นก็หยิบจอกสุราขึ้นมา อุ้มไหรินสุราให้องค์หญิงผิงหยางหนึ่งจอก
ของเหลวสีหยกเขียวไหลรินจากขอบไหตกลงสู่จอกสุรา ทันใดนั้นกลิ่นหอมของสุราภายในห้องก็ยิ่งทวีความเข้มข้นมากขึ้น
"เชิญพ่ะย่ะค่ะองค์หญิง!"
องค์หญิงผิงหยางยกจอกสุราขึ้นมา ค่อยๆ ส่งเข้าสู่ริมฝีปากสีแดงระเรื่อของนาง
ทันใดนั้นความหอมกรุ่นอันเข้มข้นก็ระเบิดขึ้นบนต่อมรับรสขององค์หญิงผิงหยาง ขณะเดียวกันนางก็รู้สึกราวกับว่าของเหลวในช่องปากละลายหายไปในทันทีที่ได้สัมผัส กลายเป็นพลังงานสายเล็กๆ ไหลซึมเข้าสู่แขนขาและกระดูกทั่วร่างของนาง
ชั่วขณะหนึ่ง องค์หญิงผิงหยางรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังอาบแสงแดดอันอบอุ่นในฤดูหนาว ความคิดแล่นเร็วกว่าปกติ ทำให้มีความเข้าใจในวิชาอาคมบางอย่างถ่องแท้มากยิ่งขึ้น
"สุราชั้นยอดเหนือใคร อีกทั้งดูเหมือนว่าจะมีประโยชน์ต่อการฝึกฝนด้วย!"
องค์หญิงผิงหยางลืมตาขึ้น นัยน์ตาคู่สวยเปล่งประกายเจิดจ้า จ้องมองเซี่ยเฉิน
"ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ สุราชนิดนี้มีประโยชน์อย่างมากต่อการฝึกฝน โดยเฉพาะต่อผู้ใช้อาคมและการรู้แจ้งมรรคา นับว่ามีข้อดีอย่างถึงที่สุด"
เซี่ยเฉินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม สุราหยกเขียวที่หอเทียนซ่างจวีขายอยู่นี้ แท้จริงแล้วเป็นสุราหยกเขียวที่เซี่ยเฉินแลกเปลี่ยนมาจากร้านค้าระบบแล้วนำมาผสมกับสุราชนิดอื่น
สุราหยกเขียวระดับต่ำที่ขายในชั้นหนึ่งและชั้นสองนั้นผสมในอัตราส่วนหนึ่งต่อหนึ่งพัน
สุราหยกเขียวบริสุทธิ์หนึ่งชั่งผสมกับสุราธรรมดาหนึ่งพันชั่ง ส่วนสุราหยกเขียวระดับกลางที่ขายในชั้นสามและชั้นสี่นั้นผสมในอัตราส่วนหนึ่งต่อหนึ่งร้อย
สำหรับสุราหยกเขียวระดับสูงนี้ผสมในอัตราส่วนหนึ่งต่อสิบ ถึงแม้จะไม่อาจเทียบกับสุราหยกเขียวบริสุทธิ์ได้ ทว่าไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหอมหรือสรรพคุณทางยาก็ล้วนเหนือล้ำกว่าสุราชั้นยอดในใต้หล้าไปไกลแล้ว
สาเหตุที่ต้องใช้วิธีนี้ก็เป็นเพราะหมดหนทางแล้วจริงๆ ยามนี้เซี่ยเฉินยังไม่ได้รับสูตรการหมักสุราหยกเขียวมาจากร้านค้าระบบ หากขายสุราหยกเขียวแบบบริสุทธิ์ ปริมาณผลผลิตย่อมไม่มีทางเพียงพออย่างแน่นอน
ต่อให้ยามนี้จะใช้วิธีนำมาผสมกับสุราธรรมดาก็ตาม หอเทียนซ่างจวีก็ยังคงต้องจำกัดปริมาณการขายอยู่ดี สุราหยกเขียวระดับต่ำขนาดหนึ่งชั่งขายได้มากที่สุดเพียงวันละห้าสิบไห สุราหยกเขียวระดับกลางขายได้วันละสิบไห ส่วนระดับสูงนั้นขายเพียงวันละหนึ่งไหเท่านั้น...
"สุราชั้นเลิศ!"
องค์หญิงผิงหยางดื่มรวดเดียวจนหมดจอกอีกครั้ง พวงแก้มอันขาวเนียนของนางแดงระเรื่อ ชั่วขณะหนึ่งไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์สุราหรือสรรพคุณทางยากำลังออกฤทธิ์กันแน่
นางค่อยๆ จิบสุราไปทีละจอก แววตาคู่สวยก็เริ่มเหม่อลอยมากขึ้นเรื่อยๆ
"องค์หญิง พระองค์ค่อยๆ ดื่มนะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะให้คนยกอาหารมาให้!"
เซี่ยเฉินเหลือบมองทิศทางของดวงอาทิตย์ด้านนอก ใกล้จะถึงเวลาอาหารแล้ว คาดว่าแขกที่เชิญไว้น่าจะใกล้เดินทางมาถึงกันหมดแล้ว เขาจึงตัดสินใจลุกขึ้น
"แล้วเจ้าล่ะ!"
เซี่ยเฉินเพิ่งจะลุกขึ้น องค์หญิงผิงหยางกลับคว้ามือของเขาเอาไว้อย่างกล้าหาญ
"เจ้าอยู่เป็นเพื่อนดื่มสุรากับข้าสิ"
องค์หญิงผิงหยางสายตาเหม่อลอย น้ำเสียงออดอ้อนแฝงไปด้วยความเย้ายวน ราวกับกำลังออเซาะ
สาวใช้ชุดขาวที่คอยทำตัวไร้ตัวตนอยู่มุมห้องมาโดยตลอดเห็นภาพนี้ก็ตกใจยิ่งนัก นางอยากจะก้าวเข้าไปห้าม ทว่าก็ต้องหยุดชะงัก
นางเองก็คิดไม่ถึงว่าองค์หญิงในวันนี้จะผิดแผกไปจากปกติถึงเพียงนี้ อีกทั้งคนผู้นี้คือคู่หมั้นขององค์หญิงเหยากวงเชียวนะ
"องค์หญิง วันนี้กระหม่อมยังมีธุระต้องไปต้อนรับแขก เอาไว้คราวหน้ากระหม่อมค่อยอยู่ดื่มเป็นเพื่อนองค์หญิง ดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ!"
เซี่ยเฉินแย้มยิ้ม เขากุมมืออันเรียบเนียนละเอียดอ่อนดุจหยกขององค์หญิงผิงหยางเอาไว้อย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นก็ค่อยๆ บีบคลายออกเพื่อดึงมือของตนเองกลับมา
"เช่นนั้นก็ได้ อีกหลายวันให้หลังเจ้ามาที่จวนของข้า นำสุราชนิดนี้ของเจ้ามาด้วย พวกเราจะดื่มกันให้เต็มที่!"
องค์หญิงผิงหยางทำตัวราวกับเด็กน้อยที่เชื่อฟัง ใบหน้าของนางเผยรอยยิ้มอันเบิกบานสดใส รอยยิ้มงดงามดั่งดอกไม้บาน!
……
"ใต้เท้า องค์รัชทายาทเสด็จมาแล้วขอรับ องค์ชายสามก็ด้วย รถม้าของพระองค์ปรากฏขึ้นที่ถนนหย่งเล่อแล้ว นอกจากนี้ยังมีรถม้าจากจวนอัครมหาเสนาบดีหลินด้วยขอรับ!"
เซี่ยเฉินเพิ่งจะลงมาจากชั้นหก ลู่เฉินก็รีบเข้ามาเอ่ยรายงานเสียงเบาที่ข้างกายเขาทันที
"น่าสนใจทีเดียว มากันครบเลย!"
เซี่ยเฉินหัวเราะ
"ใต้เท้าอายุน้อยแต่กลับดำรงตำแหน่งสูงส่ง องค์รัชทายาทและองค์ชายสามคงอยากจะมาดึงตัวใต้เท้าไปเป็นพวกขอรับ!" สวี่ซิงเฉินที่อยู่ข้างๆ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
"ไม่แน่อาจจะมาแก้แค้นก็ได้นะ เมื่อหลายวันก่อนพวกเราเพิ่งจะประหารคนของพวกเขาไปนี่นา!"
เซี่ยเฉินเอ่ยติดตลก ทว่าเขาก็รู้ดีว่าความเป็นไปได้นั้นมีน้อยมาก
เซี่ยเฉินพูดพลางเดินออกจากหอเทียนซ่างจวีเพื่อไปต้อนรับองค์รัชทายาทและองค์ชายสาม
เพียงไม่นาน รถม้าสองคันที่ไม่มีใครยอมหลีกทางให้ใครก็ขับขนานกันมาถึง
"กระหม่อมถวายบังคมองค์รัชทายาท องค์ชายสามพ่ะย่ะค่ะ!"
คนยังไม่ทันลงจากรถ เซี่ยเฉินก็ตะโกนเสียงดังมาจากด้านนอกรถม้าแล้ว
บริเวณหน้าประตูหอเทียนซ่างจวียังมีผู้คนมุงดูอยู่อีกเป็นจำนวนมาก
"เถ้าแก่ผู้อยู่เบื้องหลังภัตตาคารแห่งนี้มีบารมีล้นเหลือจริงๆ องค์รัชทายาทและองค์ชายสามถึงกับเสด็จมาด้วยตนเองเลย!"
"ไม่เพียงเท่านั้นนะ ก่อนหน้านี้องค์หญิงผิงหยางก็เสด็จเข้าไปตั้งนานแล้ว!"
"เรื่องนี้พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าเบื้องหลังหอเทียนซ่างจวีคือใต้เท้าเซี่ยเฉินผู้บัญชาการกองแห่งองค์กรคนถือโคม!"
ฝูงชนพากันกระซิบกระซาบวิพากษ์วิจารณ์ แลกเปลี่ยนข่าววงในของตนเองให้กันและกันฟัง
[จบแล้ว]