- หน้าแรก
- เข้าเกมล่วงหน้าก่อนใคร เริ่มต้นมาก็กลายเป็นคู่หมั้นจักรพรรดินีเสียแล้ว
- บทที่ 91 - บทกวีและน้ำชา!
บทที่ 91 - บทกวีและน้ำชา!
บทที่ 91 - บทกวีและน้ำชา!
บทที่ 91 - บทกวีและน้ำชา!
☆☆☆☆☆
ภายในเรือนชิงลั่ว พื้นปูด้วยอิฐหยก ดูเรียบง่ายทว่าหนักแน่น
หน้าต่างสลักลายโปร่งแสงส่องให้เห็นความเงียบสงบ ภาพวาดหมึกบนกำแพงแฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งบทกวี
โต๊ะเก้าอี้ไม้จันทน์หอมประณีตงดงามถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ควันธูปไม้จันทน์ลอยอวล บรรยากาศเงียบสงบแฝงไว้ด้วยความสูงส่งสง่างาม
สายตาขององค์หญิงผิงหยางถูกบทกวีบนกำแพงดึงดูดเอาไว้ในทันที
"ละอองฝนสาดซัดสายลมเอื่อยพัดพารุ่งอรุณเหน็บหนาว ควันจางหลิวห่างร่ายรำริมหาดทรายยามฟ้าใส ลำน้ำชิงลั่วไหลเรื่อยลงสู่แม่น้ำหวย"
องค์หญิงผิงหยางสัมผัสได้ถึงห้วงอารมณ์ในบทกวีนี้ในชั่วพริบตา นางอดไม่ได้ที่จะท่องท่อนต่อไปออกมา!
"ฟองหิมะดอกนมลอยฟ่องในถ้วยชายามบ่าย ยอดผักไผ่หน่อไม้ผักชีลองลิ้มรสในจานฤดูใบไม้ผลิ รสชาติแห่งแดนดินคือความปีติอันเรียบง่าย"
องค์หญิงผิงหยางเหม่อมองบทกวีนี้อยู่เนิ่นนาน ก่อนจะดึงสติกลับมาได้
นางมองดูเด็กหนุ่มรูปงามที่ยืนยิ้มแย้มอยู่ด้านข้าง พลางเอ่ยถามขึ้น
"บทกวีนี้เจ้าก็เป็นคนแต่งงั้นหรือ"
"เป็นกระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะ!" เซี่ยเฉินพยักหน้ารับโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย การแสดงความสามารถต่อหน้าผู้คนในงานชุมนุมบัณฑิตมันน่าเบื่อเกินไป สู้มาแสดงความสามารถต่อหน้าบุคคลระดับสูงเพียงลำพังเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นผลประโยชน์ที่แท้จริงเช่นนี้ยังจะน่าสนใจเสียกว่า
"ข้าชอบบทกวีนี้มาก เจ้าอายุเพียงเท่านี้กลับมีประสบการณ์ชีวิตถึงเพียงนี้ ดีมาก มิน่าเล่าผู้คนในเมืองหลวงถึงได้เล่าลือกันว่าเจ้ามีพรสวรรค์ด้านบทกวี สมแล้วที่เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งปราชญ์!"
"องค์หญิงตรัสชมเกินไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ บทกวีล้วนกำเนิดจากสวรรค์ บังเอิญได้ยอดฝีมือคว้าเอาไว้ กระหม่อมก็แค่โชคดี เกิดประกายความคิดขึ้นมาชั่วแล่นเท่านั้น!"
เซี่ยเฉินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม พลางนำทางองค์หญิงผิงหยางเดินลึกเข้าไปด้านใน
"องค์หญิงทอดพระเนตรนี่สิพ่ะย่ะค่ะ นี่คือวัสดุที่กระหม่อมส่งคนไปหามาจากจวนปรมาจารย์สวรรค์ เป็นสิ่งที่ผู้ใช้วิชาแปรธาตุหลอมขึ้นมา ดูคล้ายกับกระจกหลิวหลี ทว่ากลับมีเนื้อสัมผัสที่แข็งแกร่ง อีกทั้งวัสดุชนิดนี้มองจากด้านนอกจะไม่เห็นด้านใน แต่มองจากด้านในกลับสามารถเห็นด้านนอกได้พ่ะย่ะค่ะ!"
เซี่ยเฉินชี้ไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่จรดพื้นเบื้องหน้าพลางแนะนำ
"เป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ดีทีเดียว ยืนอยู่ตรงนี้มองทอดสายตาออกไป สามารถมองเห็นเมืองหลวงได้กว่าครึ่งค่อนเมือง ทั่วทั้งเมืองหลวงเกรงว่าคงจะมีเพียงหอชมดาวของเฒ่าปรมาจารย์สวรรค์เท่านั้นที่สามารถเอาชนะที่นี่ได้!"
องค์หญิงผิงหยางไปยืนอยู่เบื้องหน้าหน้าต่างกระจกบานใหญ่ มองดูผู้คนเดินขวักไขว่และรถม้าสัญจรไปมาเบื้องล่าง ก่อนจะทอดสายตาออกไปไกลจนเห็นพระราชวังหลวงที่อยู่ลิบๆ นางอดไม่ได้ที่จะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
"ย่อมไม่อาจเทียบกับของเฒ่าปรมาจารย์สวรรค์ได้หรอกพ่ะย่ะค่ะ!"
เซี่ยเฉินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็หันกลับไปสั่งเสิ่นเสวี่ยเหยียนที่อยู่ด้านข้าง
"ไปนำใบชาของข้ามา!"
"ขอรับ!" เสิ่นเสวี่ยเหยียนที่เงียบมาตลอดประสานมือรับคำแล้วรีบถอยออกจากเรือนไปอย่างรวดเร็ว
"ใบชาอันใดกันถึงได้ทำตัวลึกลับถึงเพียงนี้ หรือว่าใบชานี้จะเป็นป้ายทองของหอเทียนซ่างจวีเจ้างั้นหรือ"
องค์หญิงผิงหยางจ้องมองเซี่ยเฉินด้วยแววตาคู่สวยพลางเอ่ยค้อน!
"ใบชาของกระหม่อมหอเทียนซ่างจวีไม่มีขายหรอกพ่ะย่ะค่ะ วันนี้หากองค์หญิงไม่เสด็จมา กระหม่อมก็คงไม่นำออกมาแน่!"
เซี่ยเฉินผายมือเชิญองค์หญิงผิงหยางประทับนั่ง ส่วนพวกสวี่ซิงเฉินนั้นล้วนรออยู่หน้าประตู ยามนี้ภายในห้องจึงเหลือเพียงเซี่ยเฉิน องค์หญิงผิงหยาง และสาวใช้ในชุดขาวข้างกายนางเท่านั้น
"เช่นนั้นข้าก็รู้สึกเป็นเกียรติยิ่งนัก!"
องค์หญิงผิงหยางแย้มยิ้ม นัยน์ตาสงบนิ่งเป็นอย่างยิ่ง อันที่จริงไม่ว่าจะเป็นสุราอันเป็นจุดขายของหอเทียนซ่างจวีแห่งนี้หรือใบชาของเซี่ยเฉิน นางก็ไม่ได้มีความสนใจอะไรมากมายนัก สาเหตุที่นางยอมคล้อยตามเช่นนี้ ก็เป็นเพราะนางสนใจในตัวบุคคลต่างหาก
สุราชั้นยอดและชาชั้นเลิศในใต้หล้านี้นางล้วนเคยลิ้มลองมาหมดแล้ว ของที่นี่ต่อให้ดีเพียงใด จะดีไปกว่าสุราหลวงและชาหลวงในวังได้เชียวหรือ
เพียงไม่นานเสิ่นเสวี่ยเหยียนก็นำกระปุกชาเล็กๆ ที่บรรจุในขวดหยกเข้ามา
"เจ้าไปจัดการธุระก่อนเถอะ คอยต้อนรับแขกที่เข้ามาก็แล้วกัน!"
เซี่ยเฉินเอ่ยกับเสิ่นเสวี่ยเหยียนเสียงเบา ที่นี่มีเขาคอยรับรองด้วยตนเองแล้ว
เสิ่นเสวี่ยเหยียนพยักหน้าแล้วถอยออกจากห้องไป พวกเขาทั้งหลายก็เดินตามออกไปเพื่อช่วยเสิ่นเสวี่ยเหยียนจัดการธุระ ยามนี้เริ่มมีขุนนางและผู้มีอำนาจเดินทางมาถึงมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
เซี่ยเฉินลงมือจุดเตาถ่านและชงชาด้วยตนเอง เขาเคยไปร่ำเรียนศิลปะการชงชามาโดยเฉพาะ ถึงแม้จะเรียกไม่ได้ว่าเป็นปรมาจารย์ ทว่าก็นับว่ามีความเชี่ยวชาญ เมื่อประกอบกับใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาแล้ว กระบวนการทั้งหมดจึงทำให้ผู้คนรู้สึกเพลิดเพลินเจริญตายิ่งนัก
องค์หญิงผิงหยางประทับนั่งอยู่ตรงข้ามเขา นางมองดูการเคลื่อนไหวของเซี่ยเฉินอย่างเงียบๆ สายตาของนางหยุดนิ่งอยู่ที่นิ้วมืออันขาวเนียนดุจหยกราวกับงานศิลปะของเซี่ยเฉินก่อน จากนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเลื่อนไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าอันสมบูรณ์แบบของเขา
เครื่องหน้าประณีตงดงาม นัยน์ตาลึกล้ำ ริมฝีปากแดงฟันขาว องค์หญิงผิงหยางจ้องมองอย่างเงียบเชียบ ภายในห้องเงียบสงบเป็นอย่างยิ่ง มีเพียงเสียงแตกปะทุเบาๆ ของถ่านไม้ที่กำลังลุกไหม้และเสียงน้ำไหลเท่านั้น
องค์หญิงผิงหยางรู้สึกว่า เซี่ยเฉินในวันนี้หล่อเหลายิ่งกว่าเซี่ยเฉินที่นางเห็นในหอไป๋เยวี่ยวันนั้นเสียอีก
อาจจะเป็นเพราะวันนี้อยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น หรืออาจจะเป็นเพราะวันนี้ในตัวเซี่ยเฉินไร้ซึ่งกลิ่นอายสังหารก็เป็นได้
ชั่วขณะหนึ่ง องค์หญิงผิงหยางถึงกับมองจนเหม่อลอยไป...
กระทั่งนางได้กลิ่นหอมกรุ่นของชา นางถึงได้ตื่นจากภวังค์
"นี่คือ"
องค์หญิงผิงหยางเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า น้ำชาในชุดเครื่องชาเบื้องหน้าเซี่ยเฉินนั้นใสกระจ่างดุจคริสตัลราวกับกำลังเปล่งประกายแสงออกมา ส่วนใบชาแต่ละใบในถ้วยกลับดูราวกับมรกตที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งชีวิต วินาทีนั้นองค์หญิงผิงหยางรู้สึกราวกับว่าสิ่งที่บรรจุอยู่ในถ้วยชาไม่ใช่ใบชา ทว่าเป็นฤดูใบไม้ผลิทั้งฤดูกาล!
"นี่คือใบชาอันใดกัน"
"ชาเซียนหยกเขียวพ่ะย่ะค่ะ!" เซี่ยเฉินยังคงมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการชงชา พอได้ยินคำถามขององค์หญิงผิงหยางเขาก็เอ่ยตอบอย่างราบเรียบ
ใบชาชนิดนี้เป็นสิ่งที่เขาได้มาจากการทดลองใช้ฟังก์ชันสุ่มรางวัลของระบบ โดยใช้เศษเสี้ยวแห่งการชิงอำนาจไปห้าสิบชิ้นเพื่อสุ่มใบชาสิบชั่งนี้ออกมา มันมีชื่อว่าชาหยกเขียว!
ใบชาชนิดนี้สิบชั่งราคาขายเดิมทีเพียงแค่ยี่สิบเศษเสี้ยวแห่งการชิงอำนาจเท่านั้น หากมองจากมูลค่าแล้ว เซี่ยเฉินขาดทุนไปถึงสามสิบเศษเสี้ยวแห่งการชิงอำนาจ
ทว่าหากมองในระยะยาวก็ถือว่าไม่ขาดทุนมากนัก เพราะขอเพียงแค่สุ่มได้ หรือเป็นสินค้าที่เคยซื้อจากร้านค้าระบบ ก็จะไม่ถูกจำกัดว่าจะมีวางขายอยู่หรือไม่ หรือก็คือสินค้าที่เซี่ยเฉินเคยซื้อหรือสุ่มได้จะถูกเพิ่มเข้าไปในรถเข็น ไม่ต้องกังวลว่าจะหาไม่เจอและสามารถซื้อได้ทุกเมื่อนั่นเอง
"เชิญองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ!"
หลังจากผ่านกระบวนการชงชาอันมีศิลปะของเซี่ยเฉินแล้ว เขาก็รินชาให้องค์หญิงผิงหยางหนึ่งถ้วย
ยังไม่ทันได้ลิ้มรส องค์หญิงผิงหยางก็รู้สึกเบิกบานใจ ทั่วทั้งร่างดูเหมือนจะผ่อนคลายลงไปไม่น้อย
นางจ้องมองอยู่นาน ใบชาทุกใบล้วนเขียวขจีดุจหยกมรกต เมื่อได้สูดดมกลิ่นหอมที่โชยมาเตะจมูก นางก็รู้สึกราวกับว่าพลังปราณภายในร่างถูกกระตุ้นขึ้นมา
นางยกถ้วยชาขึ้นมา ท้ายที่สุดก็ส่งเข้าสู่ริมฝีปากสีแดงอันเย้ายวนของนาง
ของเหลวสีเขียวมรกตไหลผ่านริมฝีปากแดงระเรื่อเข้าสู่ช่องปาก นางเพียงแค่จิบเบาๆ หนึ่งคำ จากนั้นก็อดไม่ได้ที่จะใช้ปลายลิ้นอันอ่อนนุ่มเลียริมฝีปากสีสด ราวกับกำลังลิ้มรสชาติ
โดยปกติแล้วนางไม่เคยมีพฤติกรรมที่ไม่สำรวมเช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะต่อหน้าบุรุษ ทว่าวันนี้ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามสัญชาตญาณทั้งสิ้น
"ชาชนิดนี้สามารถเพิ่มพูนพลังปราณภายในร่างได้ ซ้ำยังทำให้จิตใจสงบนิ่ง ข้ารู้สึกอบอุ่นไปทั้งตัว สบายยิ่งนัก!"
"องค์หญิงรู้สึกไม่ผิดหรอกพ่ะย่ะค่ะ ชาชนิดนี้มีประโยชน์ต่อการฝึกฝนในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะต่อผู้ใช้อาคม มันสามารถให้ความอบอุ่นแก่จิตวิญญาณของพวกเขาได้ ขณะเดียวกันก็ทำให้จิตใจสงบ ความคิดจะแล่นเร็วกว่าปกติ ทว่าความมหัศจรรย์ของชาชนิดนี้ก็คือมันแฝงไปด้วยพลังแห่งชีวิต ราวกับพลังการเติบโตอันเบ่งบานในฤดูใบไม้ผลิ ไม่เพียงแต่มีประโยชน์ต่อการรักษาอาการบาดเจ็บซ่อนเร้น ทว่าหากดื่มเป็นเวลานานยังสามารถช่วยชะลอวัย บำรุงผิวพรรณให้คงความอ่อนเยาว์เอาไว้ได้อีกด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"
เซี่ยเฉินเอ่ยอย่างช้าๆ ด้วยรอยยิ้ม และเมื่อสิ้นสุดคำพูดของเขา นัยน์ตาขององค์หญิงผิงหยางที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็ยิ่งทอประกายเจิดจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ
"มิน่าเล่าเจ้าถึงกล้าเรียกมันว่าชาเซียน ชะลอวัย บำรุงผิวพรรณให้คงความอ่อนเยาว์ นับว่าเป็นสรรพคุณที่วิเศษจริงๆ ชาชนิดนี้เจ้ามีอยู่เท่าใด"
ดวงตาขององค์หญิงผิงหยางเป็นประกายวิบวับ เรือนร่างเอนไปข้างหน้าอย่างลืมตัว กลิ่นหอมจางๆ โชยมาเตะจมูก นัยน์ตาไหวระริกแฝงไปด้วยเสน่ห์ยั่วยวน ราวกับมีหยาดน้ำตารื้ออยู่ภายในชวนให้ผู้คนอยากดึงเข้ามากอดปลอบโยน!
[จบแล้ว]