- หน้าแรก
- เข้าเกมล่วงหน้าก่อนใคร เริ่มต้นมาก็กลายเป็นคู่หมั้นจักรพรรดินีเสียแล้ว
- บทที่ 76 - บทกวีของข้ากลายเป็นผลงานต้นแบบไปแล้วหรือ?
บทที่ 76 - บทกวีของข้ากลายเป็นผลงานต้นแบบไปแล้วหรือ?
บทที่ 76 - บทกวีของข้ากลายเป็นผลงานต้นแบบไปแล้วหรือ?
บทที่ 76 - บทกวีของข้ากลายเป็นผลงานต้นแบบไปแล้วหรือ?
☆☆☆☆☆
ที่ทำการองค์กรคนถือโคม!
ใต้เท้าผู้บัญชาการกองตาเหยี่ยวที่ไม่มาทำงานถึงสามวัน วันนี้ในที่สุดก็มาปรากฏตัวแล้ว
นับตั้งแต่วันที่เข้ารับตำแหน่งและได้มอบความหวาดผวาให้กับคนทั้งกองตาเหยี่ยวไปครานั้น ทุกคนต่างคิดว่าหลังจากนั้นจะต้องมีพายุฝนฟ้าคะนองตามมา ทว่านึกไม่ถึงเลยว่าเซี่ยเฉินจะไม่ได้เล่นตามหน้าไพ่ ถึงกับไม่มาทำงานติดต่อกันถึงสามวันเต็ม
เมื่อวานนี้พวกเขาถึงได้รู้ว่า ใต้เท้าผู้บัญชาการของพวกเขาไปร่วมงานชุมนุมบัณฑิตมา ซ้ำยังคว้ารางวัลชนะเลิศมาได้ ยามนี้บทกวีบทนั้นกำลังแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงอย่างบ้าคลั่ง!
"บทกวีของใต้เท้าผู้บัญชาการของพวกเราบทนี้ จะต้องรีบเผยแพร่ออกไปโดยด่วน เมืองหลวงและพื้นที่ใกล้เคียงเมืองหลวงคือเขตความรับผิดชอบของกองตาเหยี่ยวเรา ภายในหนึ่งวัน จะต้องทำให้ทุกคนได้ล่วงรู้ถึงบทกวีบทนี้ให้จงได้!"
เซี่ยเฉินเพิ่งจะพาเซี่ยเหวินเดินเข้ามา ก็ได้ยินเสียงของหัวหน้าหน่วยเจิ้งผิง เขากำลังสั่งการลูกน้องกลุ่มหนึ่งอยู่ โดยมีชุยฮู่และลู่เฉินยืนอยู่ข้างๆ ทว่าทั้งสองไม่ได้ปริปากพูดอันใด
ส่วนหัวหน้าหน่วยใหญ่อีกสองคนอย่างเฉินซ่งและหลี่เยวี่ยนั้นกลับไม่เห็นแม้แต่เงา
"เช้าตรู่ปานนี้กำลังทำอันใดกันอยู่หรือ!"
เซี่ยเฉินเดินหัวเราะร่วนเข้ามาในห้องโถง เอ่ยถามทุกคน
"ใต้เท้าผู้บัญชาการมาแล้ว!"
รอยย่นบนใบหน้าของเจิ้งผิงเบิกบานเป็นรอยยิ้มในพริบตา ใบหน้าที่เดิมทีจริงจังเปลี่ยนโหมดไปอีกแบบทันที
"ใต้เท้าผู้บัญชาการ!"
คนถือโคมสิบกว่าคนที่อยู่ที่นั่นเมื่อเห็นเซี่ยเฉินปรากฏตัว ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ต่างก็ประสานมือทักทายเซี่ยเฉินกันถ้วนหน้า
สามวันที่เซี่ยเฉินไม่ได้มาทำงาน พวกเขาก็คิดอะไรหลายอย่างตกแล้ว
การที่เซี่ยเฉินเข้ามาคุมกองตาเหยี่ยวของพวกเขานั้นเป็นเรื่องที่ถูกกำหนดไว้ตายตัวแล้ว ไม่เกี่ยวกับว่าพวกเขาจะมีความคิดเห็นเช่นไร นี่คือสิ่งที่องค์จักรพรรดิทรงตัดสินพระทัย ไม่มีผู้ใดสามารถเปลี่ยนแปลงได้!
ต่อให้ไม่มีเซี่ยเฉินก็ต้องมีคนอื่นเข้ามาอยู่ดี
เป็นเพราะฝ่าบาทไม่ทรงไว้วางใจบุคลากรภายในองค์กรคนถือโคมของพวกเขาแล้ว จึงจำเป็นต้องเรียกคนจากภายนอกเข้ามาดูแลแทน
"พวกเจ้าเอาบทกวีของข้าไปเผยแพร่ทำไมกัน?"
แววตาของเซี่ยเฉินดูแปลกประหลาดไปบ้าง แม้ว่ายามนี้เขาจะเป็นถึงผู้บัญชาการกองแห่งองค์กรคนถือโคม ทว่าการใช้อำนาจหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเช่นนี้ก็ดูจะไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่กระมัง!
"แหะๆ! ใต้เท้าผู้บัญชาการวางใจได้เลย เรื่องนี้ไม่มีทางมีคนนอกมาตำหนิท่านได้แน่ การเผยแพร่บทกวีของท่านนั่นเป็นภารกิจที่เบื้องบนสั่งการลงมาขอรับ!"
เจิ้งผิงชี้ไปที่ท้องฟ้า แม้พวกเขาจะอยากสานสัมพันธ์กับเซี่ยเฉินใหม่ ทว่าก็ยังไม่ถึงขั้นไร้ยางอายปานนั้น!
เซี่ยเฉินเข้าใจกระจ่างแจ้งในทันที บทกวีของเขาเขียนถึงการตอบแทนคุณแผ่นดิน ไม่หวั่นเกรงต่อความตาย และยามนี้ทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือก็มีแนวโน้มสูงมากที่จะเกิดสงครามใหญ่ บทกวีบทนี้ออกมาได้จังหวะพอดี สามารถใช้ปลุกระดมขวัญกำลังใจ กระตุ้นจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของคนทั้งประเทศได้!
เทียบเท่ากับการระดมพลทั่วประเทศ ดังนั้นบทกวีของเขาจึงกลายเป็นบทกวีเพื่อการโฆษณาชวนเชื่อไปแล้วงั้นหรือ?
องค์กรคนถือโคมใช้บทกวีของเขาในการโฆษณาชวนเชื่อ กลายเป็นภารกิจทางการเมืองไปแล้วงั้นหรือ?
จุดนี้เป็นสิ่งที่เซี่ยเฉินคาดไม่ถึง เขานึกไม่ถึงเลยว่าจักรพรรดิเหวินจะสามารถใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ได้ด้วย!
"กองตาเหยี่ยวของเราดูแลพื้นที่เมืองหลวงและบริเวณใกล้เคียง ส่วนพื้นที่อื่นๆ พี่น้องจากกองอื่นจะเป็นคนรับผิดชอบ บทกวีของใต้เท้ารับรองได้เลยว่าภายในสามวันจะแพร่สะพัดไปทั่วแคว้นต้าอู่ของเรา ถึงตอนนั้นชื่อเสียงของใต้เท้าก็จะโด่งดังไปถึงหูของราษฎรทั่วทั้งต้าอู่ของเราอย่างแน่นอนขอรับ!"
เจิ้งผิงยืนยิ้มแย้มอยู่ข้างกายเซี่ยเฉินแล้วกล่าว จากนั้นเขาก็ยืดตัวตรง สีหน้าจริงจัง และท้ายที่สุดก็ค้อมตัวลง กล่าวด้วยน้ำเสียงดังกังวาน
"ขอแสดงความยินดีกับใต้เท้า ที่กำลังจะโด่งดังไปทั่วหล้าแล้ว!"
"ขอแสดงความยินดีกับใต้เท้า ที่กำลังจะโด่งดังไปทั่วหล้า!"
หลังจากเจิ้งผิงกล่าวประโยคนี้จบ คนถือโคมคนอื่นๆ โดยเฉพาะชุยฮู่และลู่เฉินที่ปิดปากเงียบมาโดยตลอด มุมปากถึงกับกระตุกไปเล็กน้อย
จากนั้นพวกเขาก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว รีบนำทุกคนประสานมือกล่าวตาม
"พี่น้องทุกคนลำบากกันแล้ว เที่ยงวันนี้ข้าขอเลี้ยงเหล้าทุกคนที่หอเต๋อเซิ่งก็แล้วกัน!"
เซี่ยเฉินหัวเราะร่วน ตบไหล่เจิ้งผิงเบาๆ ตาเฒ่าคนนี้ใช้ได้เลยนี่ รู้จักเอาใจนาย!
"ขอแนะนำให้รู้จักหน่อย คนผู้นี้คือน้องชายของข้ามีนามว่าเซี่ยเหวิน เจ้าช่วยจัดการเรื่องของเขาให้หน่อยก็แล้วกัน ทำตามขั้นตอนไปตามปกติ ให้เขาเข้ามาเป็นคนถือโคมก่อน ไม่ต้องให้ตำแหน่งอันใด แค่ให้เขาคอยติดตามเป็นผู้รับใช้ข้างกายข้าก็พอ มื้อเที่ยงที่หอเต๋อเซิ่งวันนี้ก็ถือเป็นงานเลี้ยงต้อนรับน้องชายข้าเข้าทำงานก็แล้วกัน จัดการได้หรือไม่"
เซี่ยเฉินมองไปทางเจิ้งผิงแล้วกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
เจิ้งผิงมองไปที่เซี่ยเหวินที่ยังดูอ่อนเยาว์ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังเซี่ยเฉิน เซี่ยเหวินส่งยิ้มซื่อๆ ให้เขา ดูเหมือนเด็กโง่เขลาคนหนึ่งไม่มีผิด
จากนั้นเขาก็มองไปที่เซี่ยเฉิน ก่อนจะรีบตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
"ใต้เท้าผู้บัญชาการรับรองให้เขาด้วยตนเอง ย่อมไม่มีปัญหาอยู่แล้วขอรับ บ่ายวันนี้ข้าจะจัดการเรื่องเอกสารให้เรียบร้อยเลย! ไม่สิ ก่อนงานเลี้ยงต้อนรับมื้อเที่ยงวันนี้เลยขอรับ!"
เจิ้งผิงตบหน้าอกรับคำด้วยสีหน้าเบิกบาน
นี่แหละคือข้อดีของอำนาจ องค์กรคนถือโคมที่คนธรรมดาทั่วไปแทบจะแย่งกันหัวร้างข้างแตกเพื่อเบียดเสียดเข้าไป ทว่าสำหรับเซี่ยเฉินกลับเป็นเพียงแค่คำพูดประโยคเดียวเท่านั้น
เซี่ยเหวินที่อยู่ด้านหลังเซี่ยเฉินมองเซี่ยเฉินด้วยสายตาเทิดทูน พี่สามของเขาช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก นี่คือคนถือโคมเชียวนะ แต่ละคนล้วนเย่อหยิ่งจองหอง ทว่าพี่สามกลับกำราบพวกเขาเสียจนอยู่หมัด
"ข้าเองก็อยากจะน่าเกรงขามเช่นนี้เหมือนกัน ข้าจะคอยติดตามเรียนรู้จากพี่สามให้ดี ถึงตอนนั้นถ้าใครไม่เชื่อฟังข้าก็จะอัดพวกมันให้กลายเป็นหลานไปเลย!"
เมื่อคิดได้เช่นนี้เซี่ยเหวินก็ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่ดูซื่อบื้อยิ่งนัก
ทว่าคนถือโคมคนอื่นๆ กลับมองเซี่ยเหวินด้วยสายตาแปลกประหลาด เด็กหนุ่มผู้นี้มีรูปร่างสูงใหญ่ราวกับเด็กอายุสิบห้าสิบหก ทว่าใบหน้ากลับดูอ่อนเยาว์อย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าอายุจริงไม่ได้มากถึงเพียงนั้น
"คนผู้นี้คือบุตรชายของเส้าชิงแห่งกรมพิธีการ ใต้เท้าเซี่ยฮั่นนี่นา!"
ชุยฮู่ที่ไม่ปริปากพูดมาโดยตลอดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"ใช่แล้ว นี่คือลูกชายของท่านอาสามของข้า เฮ้อ ล้วนเป็นเพื่อนร่วมงานกันทั้งสิ้น เช่นนั้นข้าก็ขอพูดตรงๆ เลยก็แล้วกัน เฮ้อ เด็กคนนี้แตกหักกับท่านอาสามของข้าน่ะ เขาอยากจะออกมาปกป้องชาติบ้านเมือง ทว่าท่านอาสามของข้ากลับไม่ยอมท่าเดียว ดังนั้นสองพ่อลูกจึงทะเลาะกันใหญ่โตในจวน ท้ายที่สุดน้องชายของข้าผู้นี้จึงแอบหนีออกมา!"
เซี่ยเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม ไม่คิดจะปิดบังเลยแม้แต่น้อย เพราะเรื่องนี้มันปิดบังกันไม่ได้อยู่แล้ว ทว่าความจริงบางอย่างก็ไม่สามารถพูดออกมาได้เช่นกัน
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าแปลกประหลาดยิ่งกว่าเดิม ไม่ได้สนใจฟังประโยคครึ่งหลังของเซี่ยเฉินเลยสักนิด
"เขา... ทะลวงเข้าสู่ระดับแปดได้แล้วงั้นหรือ?"
ท้ายที่สุดชุยฮู่ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกมา
"หากข้าจำไม่ผิดล่ะก็ บันทึกขององค์กรคนถือโคมของพวกเราเขียนไว้ว่า คุณชายใหญ่แห่งจวนใต้เท้าเส้าชิงเซี่ย หรือก็คือคุณชายเซี่ยเหวิน ปีนี้เพิ่งจะอายุสิบเอ็ดขวบเองมิใช่หรือ!"
มีคนทนไม่ไหวต้องเอ่ยปากขึ้นมาอีกคน บนใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
"ระดับแปดตอนอายุสิบเอ็ดเนี่ยนะ จะเป็นไปได้อย่างไร?"
"แต่กฎของจวนโหวพิทักษ์บูรพาก็คือ ต้องทะลวงผ่านระดับแปดให้ได้เสียก่อนถึงจะสามารถออกไปเผชิญโลกกว้างได้นี่นา!"
"นี่มันจะเด็กเกินไปแล้ว ตัวประหลาดอันใดกันเนี่ย?"
...
องค์กรคนถือโคมที่ราษฎรภายนอกเพียงแค่เอ่ยถึงก็ยังต้องหน้าถอดสี ยามนี้แต่ละคนกลับมีสีหน้าเปลี่ยนไปเสียเอง
แต่ละสายตาล้วนเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
แม้แต่ชุยฮู่และลู่เฉินที่เป็นคนพูดน้อยมาโดยตลอดก็ยังจ้องมองเซี่ยเหวินไม่วางตา
พวกเขาเป็นคนถือโคม ย่อมต้องมีบันทึกข้อมูลของลูกหลานตระกูลขุนนางผู้มีอำนาจในเมืองหลวงอยู่แล้ว นี่ไม่ใช่ความลับอันใด
"ไม่เด็กแล้ว ข้าอีกไม่กี่เดือนก็จะอายุเต็มสิบสองปีแล้วนะ!"
เซี่ยเหวินก้าวออกมาจากด้านหลังเซี่ยเฉิน เกาหัวหัวเราะซื่อๆ ดูไร้พิษสงราวกับคนไม่มีพิษมีภัย
ทว่าเมื่อทุกคนได้ยินเช่นนี้ก็ยิ่งรู้สึกถูกทำร้ายจิตใจ โลกใบนี้ช่างบ้าคลั่งเกินไปแล้ว นี่คือสายเลือดตรงของจวนโหวพิทักษ์บูรพางั้นหรือ แต่ละคนล้วนเป็นตัวประหลาดกันทั้งนั้น!
ต้องรู้ก่อนนะว่า ภายในองค์กรคนถือโคมของพวกเขา มีบางคนที่อายุยี่สิบสามสิบกว่าปีแล้ว ทว่าก็ยังอยู่แค่ระดับแปดเท่านั้น!
เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันเช่นนี้ ช่องว่างมันช่างห่างไกลกันเสียเหลือเกิน!
"เที่ยงวันนี้ที่หอเต๋อเซิ่ง ทุกท่านต้องมาให้ได้นะ!"
เซี่ยเฉินประสานมือกล่าวด้วยรอยยิ้ม บนร่างไร้ซึ่งบารมีของขุนนาง ทว่าทุกคนย่อมไม่กล้าเพิกเฉย ความประทับใจที่เซี่ยเฉินมอบให้ทุกคนในวันนั้นมันหยั่งรากลึกลงไปแล้ว ยามนี้ทุกคนต่างรู้ดีว่าผู้บังคับบัญชาท่านนี้ มองผิวเผินอาจดูอ่อนโยน ทว่าแท้จริงแล้วภายในใจกลับเลือดเย็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ไม่ได้ไร้พิษสงเหมือนดั่งที่เห็นภายนอกอย่างแน่นอน
"งานเลี้ยงต้อนรับคุณชายเซี่ยเหวินเข้าทำงาน พวกเราย่อมต้องไปอยู่แล้วขอรับ!"
คนถือโคมจำนวนมากรีบประสานมือกล่าวตอบ สายตาที่มองไปยังเซี่ยเหวินผู้ดูอ่อนเยาว์ก็เพิ่มความเคารพยำเกรงขึ้นมาหลายส่วน
"รายงานใต้เท้า ด้านหน้าอาคารที่ทำการมีคนผู้หนึ่งนามว่าสวี่ซิงเฉินมาขอเข้าพบใต้เท้าขอรับ เขาบอกว่าใต้เท้าเป็นคนให้เขามา!"
มีคนถือโคมผู้หนึ่งเดินเข้ามารายงาน เซี่ยเฉินเผยรอยยิ้มออกมา หนึ่งบุ๋นหนึ่งบู๊ ล้วนเดินเข้าสู่กับดักแล้ว วันนี้อากาศดีจริงๆ อารมณ์ก็เบิกบานยิ่งนัก!
[จบแล้ว]