เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 - องค์หญิงรองผู้ประหลาดใจ!

บทที่ 18 - องค์หญิงรองผู้ประหลาดใจ!

บทที่ 18 - องค์หญิงรองผู้ประหลาดใจ!


บทที่ 18 - องค์หญิงรองผู้ประหลาดใจ!

☆☆☆☆☆

จวนองค์หญิงเหยากวง!

ภายในสวนดอกไม้ด้านหลัง

ร่างอันงดงามร่างหนึ่งกำลังทอดสายตามองไปยังสระน้ำ

ผิวน้ำในสระน้ำใจกลางสวนกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่น ใบบัวลอยฟ่องอยู่เหนือน้ำ ดอกบัวสีขาวอมชมพูเบ่งบานชูช่อดูงดงามราวกับหญิงงามผู้ขวยเขินที่กำลังเริงระบำอยู่บนหยกสีมรกต

ปลาทองแหวกว่ายหยอกล้อกันอยู่ในน้ำ บางครั้งก็สะบัดหางจนหยดน้ำใสกระจายตัวขึ้นมา ช่วยเพิ่มชีวิตชีวาให้กับภาพอันเงียบสงบนี้

ทุกสิ่งทุกอย่างงดงามราวกับภาพวาด

จนกระทั่งสตรีในชุดสีเหลืองผู้หนึ่งเดินจ้ำอ้าวเข้ามา ทำลายบรรยากาศอันงดงามราวกับบทกวีนี้ลง

"องค์หญิงเพิ่งจะมีข่าวของเซี่ยเฉินส่งมา องค์หญิงอยากฟังหรือไม่เพคะ"

"เขาไปรับตำแหน่งแล้วอย่างนั้นหรือ"

องค์หญิงรองไม่ได้หันกลับมา นางยังคงยืนชมดอกบัวในสระน้ำอย่างเงียบๆ

"องค์หญิงทรงทราบได้อย่างไรเพคะ"

สตรีในชุดสีเหลืองตกใจ นางยังไม่ได้พูดอะไรเลย แต่องค์หญิงกลับทรงทราบเรื่องแล้วเสียอย่างนั้น

นางมีชื่อว่าหลีเวย เป็นหนึ่งในสาวใช้คนสนิทขององค์หญิงรอง

หลีเวยมีหน้าตาสะสวย ชื่นชอบการกินถังหูลู่เป็นชีวิตจิตใจ นางเป็นอัจฉริยะด้านวิถีกระบี่ ในปีที่ยี่สิบห้าแห่งรัชศกของจักรพรรดินี นางได้เดินทางไปยังเมืองกระบี่เพียงลำพังเพื่อประลองกระบี่กับเซียนกระบี่ และสามารถเอาชนะเซียนกระบี่ได้ภายในสามกระบวนท่า สร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งใต้หล้า

"เขาเอาแต่เก็บตัวอยู่ในจวนโหวพิทักษ์บูรพามาโดยตลอด ในเมืองหลวงนอกจากข่าวลือเรื่องที่เขาเป็นคนไร้พรสวรรค์แล้ว ก็แทบจะไม่มีข่าวคราวอะไรของเขาหลุดรอดออกมาเลย ช่วงหลายวันมานี้จวนโหวพิทักษ์บูรพาคอยวิ่งเต้นหาตำแหน่งหน้าที่การงานให้เขา ได้ยินมาว่าเป็นในกองกำลังรักษาพระองค์ ข้าก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องนี้แหละ"

น้ำเสียงขององค์หญิงรองดูเย็นชา เรื่องนี้เดาได้ไม่ยาก แค่ลองคิดไตร่ตรองดูสักหน่อยก็พอจะเดาออกแล้ว

"องค์หญิงช่างเก่งกาจเสียจริงเพคะ!"

หลีเวยเอ่ยชมจากใจจริง ทำไมนางถึงคิดเรื่องพวกนี้ไม่ออกกันนะ

"เจ้าควรจะเรียนรู้จากจื่อเย่ว์ให้มากๆ นะ หัดอ่านหนังสือให้เยอะๆ ในหนังสือมีหลักปรัชญาและสติปัญญาซ่อนอยู่มากมาย!"

องค์หญิงรองส่ายหน้า สาวใช้ของนางคนนี้ดีทุกอย่าง เสียก็แต่เรื่องสมองที่ไม่ค่อยจะฉลาดหลักแหลมสักเท่าไหร่

"อ่านหนังสือแล้วมันง่วงนี่เพคะ จื่อเย่ว์ชอบอ่านก็ปล่อยให้นางอ่านไปเถอะ ส่วนหม่อมฉันขอเลือกอาหารอร่อยๆ ดีกว่า อาหารอร่อยๆ มันยอดเยี่ยมจะตายไป!"

หลีเวยส่ายหน้าแล้ววิ่งเข้าไปหาองค์หญิงรองด้วยรอยยิ้มแป้นแล้น

นางกับจื่อเย่ว์เติบโตมาพร้อมกับองค์หญิงรองตั้งแต่เด็ก ดังนั้นเวลาอยู่กันตามลำพังจึงไม่ได้มีกฎระเบียบอะไรมากมายนัก

"องค์หญิง องค์หญิงไม่อยากฟังข่าวของเขาจริงๆ หรือเพคะ นี่คือว่าที่พระสวามีขององค์หญิงเลยนะเพคะ!"

หลีเวยวิ่งมาหยุดอยู่ข้างกายเหยากวง ใบหน้าของนางมีริ้วรอยแห่งความเขินอายพาดผ่าน นางและจื่อเย่ว์ล้วนเป็นสาวใช้คนสนิทของเหยากวง ตามกฎเกณฑ์แล้ว หลังจากที่องค์หญิงอภิเษกสมรสกับราชบุตรเขย พวกนางทั้งสองคนก็ต้องทำหน้าที่ปรนนิบัติบนเตียงด้วยเช่นกัน

"ไม่อยากฟัง!"

เมื่อองค์หญิงรองเห็นท่าทีของหลีเวยก็ส่ายหน้า ทว่าในแววตากลับแฝงไว้ด้วยรอยยิ้ม

นางแค่อยากจะหยอกล้อหลีเวยเล่นเท่านั้น แต่นางก็ไม่ได้รู้สึกอยากรู้อยากเห็นอะไรเกี่ยวกับชายหนุ่มที่กำลังจะได้มาเป็นพระสวามีของนางเลยจริงๆ

"องค์หญิง ทำไมองค์หญิงถึงเป็นคนแบบนี้ล่ะเพคะ หม่อมฉันขอเล่าให้องค์หญิงฟังก็แล้วกันนะเพคะ!"

หลีเวยเบ้ปาก ท่าทางของนางดูน่ารักน่าเอ็นดูเป็นอย่างมาก นางกอดแขนขององค์หญิงรองเอาไว้แน่น จากนั้นก็รีบเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เซี่ยเฉินต้องเผชิญในกองกำลังรักษาพระองค์ให้ฟังอย่างรวดเร็ว

หลังจากฟังหลีเวยเล่าจบ องค์หญิงรองที่แต่เดิมเคยมีแววตาสงบนิ่งมาตลอดก็เริ่มมีความรู้สึกสั่นไหวปรากฏขึ้นในดวงตา

"เขาใช้เพียงกระบวนท่าเดียวก็สามารถหักแขนทั้งสองข้างของจ้าวอวี่ได้เลยอย่างนั้นหรือ"

"ใช่แล้วเพคะ ได้ยินมาว่าตอนนั้นเซี่ยเฉินดุดันมาก เขาเผชิญหน้ากับคนทั้งกองร้อยเพียงลำพัง แต่กลับไม่มีใครกล้าขยับเขยื้อนเลย ทุกคนล้วนถูกเขาข่มขวัญจนหวาดกลัวกันไปหมด"

หลีเวยพยักหน้าอย่างจริงจังและยืนยันด้วยความมั่นใจ

"เป็นเขาที่นำทหารรับใช้ลงมืออย่างนั้นหรือ"

"ไม่ใช่เพคะ!"

องค์หญิงรองพยักหน้าและไม่ได้ถามอะไรต่อ ในแววตาของนางเต็มไปด้วยความครุ่นคิด

"องค์หญิงเป็นอะไรไปหรือเพคะ มีเรื่องอะไรผิดปกติหรือเปล่าเพคะ"

แม้ว่าสมองของหลีเวยจะไม่ได้ปราดเปรื่องนัก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่านางจะโง่เขลา เมื่อเห็นท่าทีขององค์หญิงที่ปกติมักจะฉลาดหลักแหลมอยู่เสมอเป็นเช่นนี้ นางก็รีบเอ่ยปากถามทันที

"ตลอดหกร้อยปีที่ผ่านมาจวนโหวพิทักษ์บูรพามีกฎระเบียบข้อหนึ่งตั้งเอาไว้ นั่นก็คือลูกหลานในจวนโหวทุกคน หากยังไม่สามารถทะลวงถึงระดับแปดขั้นหลอมแก่นแท้ได้ ก็จะไม่อนุญาตให้ออกไปรับตำแหน่งในกองทัพ การที่เซี่ยเฉินสามารถออกมารับตำแหน่งได้ นั่นก็แสดงว่าเขาสามารถทะลวงถึงระดับแปดได้แล้ว

แต่เขาไม่ได้เป็นคนไร้พรสวรรค์วิถียุทธ์หรอกหรือ

เดิมทีข้าคิดว่าการที่เขาสามารถทะลวงถึงระดับแปดได้ เป็นเพราะจวนโหวทุ่มเททรัพยากรและยาล้ำค่ามากมายเพื่อยกระดับพลังให้กับเขา

แต่เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ตอนนี้ ดูเหมือนว่าการคาดเดาก่อนหน้านี้ของข้าอาจจะผิดพลาด พลังต่อสู้ของเขาน่าจะทะลวงถึงระดับเจ็ดขั้นหลอมวิญญาณไปแล้ว ระดับพลังอาจจะสามารถใช้ยาล้ำค่าเพื่อผลักดันให้เพิ่มขึ้นได้ แต่พลังต่อสู้มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างประกอบกัน"

องค์หญิงรองกล่าวอย่างช้าๆ ในดวงตาของนางมีความสงสัยแฝงอยู่เล็กน้อย

"หรือว่าเขาจะได้กินยาวิเศษเข้าไปเพคะ"

แววตาของหลีเวยเป็นประกาย

"บนโลกใบนี้จะมียาวิเศษแบบนั้นอยู่ที่ไหนกัน ตระกูลเซี่ย พวกเจ้ากำลังซ่อนไพ่เด็ดเอาไว้อย่างนั้นหรือ"

องค์หญิงรองขมวดคิ้ว จู่ๆ นางก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ข่าวลือเรื่องที่เซี่ยเฉินเป็นคนไร้พรสวรรค์ มันก็ถูกปล่อยออกมาจากตระกูลเซี่ยมาโดยตลอด แต่คนภายนอกกลับไม่เคยมีใครได้สัมผัสหรือใกล้ชิดกับเซี่ยเฉินเลยสักคน

นี่ย่อมหมายความว่าข่าวลือนี้ อาจจะเป็นสิ่งที่ตระกูลเซี่ยจงใจปล่อยออกมา แล้วจุดประสงค์ของพวกเขาคืออะไรกันแน่ เพื่อปกปิดอัจฉริยะธรรมดาๆ คนหนึ่งอย่างนั้นหรือ

แต่อย่าว่าแต่ในประวัติศาสตร์ของตระกูลเซี่ยที่เคยมีอัจฉริยะถือกำเนิดขึ้นมามากมายเลย แม้แต่ในรุ่นปัจจุบันนี้ ก็ยังมีอัจฉริยะรุ่นเยาว์ปรากฏตัวขึ้นมาให้เห็นตั้งหลายคนแล้ว

ดังนั้นกับแค่เซี่ยเฉินเพียงคนเดียว มีความจำเป็นต้องปิดบังซ่อนเร้นเอาไว้ขนาดนี้เลยเชียวหรือ

องค์หญิงรองที่ปกติมักจะฉลาดหลักแหลมอยู่เสมอ เวลานี้กลับรู้สึกสับสนและขบคิดไม่ตก

"เจ้าจงจับตาดูความเคลื่อนไหวของเซี่ยเฉินต่อไป หากมีเรื่องอะไรก็รีบมารายงานข้า"

องค์หญิงรองหันไปมองหลีเวย แต่กลับพบว่าไม่รู้ว่าแม่นางคนนี้แอบไปหยิบถังหูลู่มาจากไหนตั้งแต่เมื่อไหร่ และกำลังยืนเลียกินอย่างเอร็ดอร่อย นางจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มและส่ายหน้าเบาๆ

"ได้เลยเพคะ หม่อมฉันจะคอยจับตาดูให้เองเพคะ"

หลังจากพูดจบ หลีเวยก็ล้วงถังหูลู่อีกไม้หนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ

"องค์หญิง องค์หญิงจะเสวยไหมเพคะ ข้างนอกมีของอร่อยๆ ตั้งเยอะแยะ ชีวิตนอกวังสนุกกว่าในวังตั้งเยอะเลยเพคะ!"

หลีเวยยิ้มร่า จากนั้นก็รีบเลียถังหูลู่ไปอีกหนึ่งคำ รสชาติเปรี้ยวอมหวานแผ่ซ่านไปทั่วต่อมรับรส ทำให้นางยิ้มจนตาหยีเป็นรูปสระอิ

"ข้าไม่กินหรอก!"

"เสวยสักไม้เถอะเพคะ หม่อมฉันซื้อมาเยอะแยะเลย!"

พูดจบหลีเวยก็ยัดถังหูลู่ไม้หนึ่งใส่มือขององค์หญิงรองทันที

หนึ่งเค่อต่อมา องค์หญิงรองก็ถือถังหูลู่ไม้หนึ่งเอาไว้ในมือ นางเลียกินถังหูลู่ไปพลางชมดอกไม้ไปพลาง

จะว่าไปแล้ว ถังหูลู่นี่ก็มีรสชาติหวานอร่อยดีเหมือนกันนะ

องค์หญิงรองที่ปกติมักจะเย็นชาและเย่อหยิ่งอยู่เสมอ อดไม่ได้ที่จะมีรอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก

...

ตอนบ่าย!

เนื่องจากไม่มีเรื่องสำคัญอะไร เซี่ยเฉินที่กำลังว่างจนเบื่อจึงเรียกกำลังพลจากทั้งสองกองร้อยที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของเขามาเข้าแถวรวมพล เพื่อทำความรู้จักหน้าค่าตาของทุกคน

หลังจากผ่านไปหนึ่งบ่าย เขาก็สามารถจดจำใบหน้าของกำลังพลทั้งสองร้อยนายได้เกือบทั้งหมดแล้ว

เรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่มันกลับมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ในจำนวนนั้นเขาได้มอบหมายให้ทหารรับใช้อย่างเซี่ยฮุยทำหน้าที่รักษาการตำแหน่งผู้บังคับกองร้อย เพื่อเป็นผู้นำของกองร้อยเจี่ยจื่อไปพลางๆ ก่อน

เซี่ยฮุยมีระดับพลังถึงระดับเจ็ดขั้นหลอมวิญญาณ หลังจากที่เซี่ยเฉินได้สอบถามข้อมูล เขาก็พบว่าก่อนหน้านี้เซี่ยฮุยเคยรับตำแหน่งเป็นถึงผู้บังคับการในกองทัพรักษาชายแดน มีกำลังพลอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาถึงหนึ่งพันนาย ดังนั้นการให้เขามาคุมกำลังพลแค่หนึ่งร้อยนายในตอนนี้ จึงถือเป็นเรื่องที่ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ

การให้เขามาทำหน้าที่เป็นแค่ผู้บังคับกองร้อยเล็กๆ แบบนี้ ถือเป็นการดูถูกความสามารถของเขามากเกินไปแล้ว

แม้ว่าการแต่งตั้งของเซี่ยเฉินจะดูขัดต่อกฎระเบียบอยู่บ้าง และขั้นตอนก็ไม่ค่อยจะถูกต้องนัก แต่หลังจากที่เซี่ยเฉินรายงานเรื่องนี้ขึ้นไป ท่านแม่ทัพหลี่เหวินจงก็ไม่ได้ลังเลอะไรมากนัก เขารีบจัดการดำเนินเรื่องให้จนเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว

ตามหลักการแล้วการทำแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างแน่นอน แต่นั่นมันก็เป็นเพียงแค่หลักการเท่านั้น

หลี่เหวินจงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะถือโอกาสนี้สร้างบุญคุณและน้ำใจให้กับเซี่ยเฉิน!

ส่วนเซี่ยฮุยก็เป็นเพียงแค่คนรักษาการแทนเท่านั้น ในอนาคตหากเซี่ยเฉินต้องย้ายออกจากกองกำลังรักษาพระองค์ หรือต้องเดินทางไปรับตำแหน่งที่อื่น เซี่ยฮุยก็ต้องติดตามเขาไปด้วยอย่างแน่นอน

ในอดีตเขายังไม่เคยอาลัยอาวรณ์ตำแหน่งผู้บังคับการเลย แล้วตอนนี้เขาจะมาอาลัยอาวรณ์กับแค่ตำแหน่งผู้บังคับกองร้อยเล็กๆ แบบนี้ได้อย่างไรกัน

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 18 - องค์หญิงรองผู้ประหลาดใจ!

คัดลอกลิงก์แล้ว