- หน้าแรก
- ระบบอัปเกรดไร้ขีดจำกัด: จากทาสหอโอสถสู่จอมยุทธ์อมตะ
- บทที่ 26 - ตาย! ตาย! ตาย!
บทที่ 26 - ตาย! ตาย! ตาย!
บทที่ 26 - ตาย! ตาย! ตาย!
บทที่ 26 - ตาย! ตาย! ตาย!
หมาป่าปีศาจที่ทะลวงเข้าสู่ขั้นกลายร่างระดับสอง แผ่ซ่านกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวออกมาทั่วร่าง
หมาป่าปีศาจก้มหัวลง อ้าปากกว้าง งับเข้าที่หัวของศพใต้ฝ่าเท้า
กร้วบ
เสียงกระดูกแตกหักดังจนเสียวฟัน กะโหลกศีรษะที่แข็งแกร่งถูกบดขยี้เคี้ยวแหลกราวกับผลวอลนัทเปราะบาง
สีแดงและสีขาวหยดทะลักลงมาตามเขี้ยวแหลมคม
มันเงยหน้าขึ้น ลำคอขยับเขยื้อน ส่งเสียงกลืนกินดังอึกอัก นัยน์ตาหมาป่าสีเลือดฉายแววพึงพอใจอย่างโหดเหี้ยม
ไอ้ ไอ้เดรัจฉาน
ผู้ฝึกยุทธ์หลายคนเบิกตาปูดโปนแทบถลน ภาพการเคี้ยวกินหัวคนเป็นๆ ตรงหน้าจุดประกายความเลือดเดือดเฮือกสุดท้ายของพวกเขาให้ลุกโชน
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนแผดเสียงคำรามขึ้นมาก่อน คนกลุ่มนั้นพากันแกว่งไกวอาวุธหักบิ่นอย่างไม่คิดชีวิต พกพาความเด็ดเดี่ยวหวังตกตายตามกัน พุ่งทะยานเข้าใส่ร่างอันน่าสยดสยองบนบันไดหินเป็นการโจมตีครั้งสุดท้าย
ในนัยน์ตาแนวตั้งของหมาป่าปีศาจฉายแววเยาะเย้ยอย่างโหดเหี้ยมคล้ายมนุษย์
มันขี้เกียจแม้แต่จะหลบหลีก เพียงแค่ยกขาหน้าข้างหนึ่งที่ปกคลุมไปด้วยชั้นหนังหนาเตอะราวกับเกราะหนา แล้วสะบัดไปข้างหน้าอย่างลวกๆ
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ
เสียงกรงเล็บฉีกกระชากเนื้อหนังดังขึ้นถี่ยิบ ชายสามคนที่พุ่งนำหน้ามา ราวกับถูกค้อนยักษ์ที่มองไม่เห็นทุบกระแทก ร่างกายแหลกสลายแยกส่วนในพริบตา
เศษแขนขาขาดผสมปนเปกับก้อนเนื้อเครื่องใน ราวกับตุ๊กตาผ้าขาดวิ่นที่ถูกพายุพัดปลิว ปลิวละลิ่วไปกระแทกเสาไม้ที่กำลังลุกไหม้ด้านหลังอย่างจัง เลือดสาดกระเซ็นเป็นสายฝน
สี่ผู้คุมเรือนด้านนอก ผู้ซึ่งมักจะวางมาดน่าเกรงขามอยู่เสมอในยามปกติ
ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าหมาป่าปีศาจตนนี้ กลับเปราะบางราวกับเด็กน้อย
ไจ๋ชิงหนิวรับการโจมตีได้เพียงกระบวนท่าเดียว ก็ถูกหมาป่าปีศาจฟาดขาหักไปหนึ่งข้าง ซ้ำยังถูกกรงเล็บตะปบหน้าท้องจนเหวอะ ลำไส้ไหลทะลักออกมา
หลูเฟยเผิงทนรับได้เพียงสองกระบวนท่า แขนขวาถูกหมาป่าปีศาจกระชากหลุดกระเด็น ท่ามกลางเลือดที่สาดกระเซ็น หมาป่าปีศาจก็ถีบเขากระเด็นลอยละลิ่วออกไปห้าหกเมตร
ดาบยาวในมือของฉีหลงเทาฟันลงบนหลังหมาป่าปีศาจ แต่กลับแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถูกหมาป่าปีศาจตวัดกรงเล็บสวนกลับ ข่วนหน้าหายไปครึ่งซีก ลูกตาข้างหนึ่งกลิ้งหลุดออกมา ร้องโหยหวนกลิ้งเกลือกไปมาบนพื้น
หวังหย่วนเฮ่อลงมือได้โหดเหี้ยมที่สุด เพราะหวังหู่หลานชายของเขาตายด้วยน้ำมือของฝูงหมาป่าปีศาจ
แต่ความห่างชั้นของระดับพลัง ราวกับหุบเหวที่ขวางกั้นระหว่างเขากับหมาป่าปีศาจ
ประมือกันเพียงสามกระบวนท่า หมาป่าปีศาจก็คว้าแขนทั้งสองข้างของหวังหย่วนเฮ่อไว้แน่น
ในพริบตาต่อมา มันก็กระชากแขนทั้งสองข้างหลุดกระเด็น ปากหมาป่าขนาดมหึมางับเข้าที่หน้าอกของเขา กระชากก้อนเนื้อชิ้นใหญ่ออกมาในรวดเดียว
ลู่ชิงเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดนี้อยู่ห่างๆ มองดูซากร่างของพี่ชายและพี่สะใภ้ที่ปกป้องดูแลกันจนวินาทีสุดท้าย มองดูความพ่ายแพ้อันน่าสมเพชของเหล่ายอดฝีมือหอโอสถที่พยายามต่อสู้ยิบตาแตะกลับถูกบดขยี้ราวกับมดปลวก มองดูสัตว์ร้ายที่เหยียบย่ำอยู่บนกองซากศพทะเลเลือด จิตสังหารที่เย็นเยียบถึงขีดสุด ทว่ากลับร้อนรุ่มจนแทบจะแผดเผาวิญญาณให้มอดไหม้ ราวกับภูเขาไฟที่หลับใหลมานานนับหมื่นปี ในที่สุดก็ระเบิดตูมขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวอก
บนคมดาบอันเย็นเยียบ สะท้อนเงาของเปลวเพลิงและสีเลือดอาบท้องฟ้า พร้อมกับสะท้อนดวงตาของลู่ชิงที่หลงเหลือเพียงไฟแห่งการทำลายล้างและการล้างแค้น
ไอ้เดรัจฉาน
เสียงตวาดทุ้มต่ำราวกับดังมาจากขุมนรก ปะปนไปกับเสียงเลือดไฟและเสียงร้องโหยหวน แฝงไปด้วยความเคียดแค้นอันเย็นเยียบที่ทะลวงทะลุทุกสรรพสิ่ง
บนบันไดหินไกลออกไป หมาป่าปีศาจคล้ายจะสัมผัสได้ มันค่อยๆ หันหัวกลับมา สายตาสีเลือดล็อกเป้าหมายไปที่ร่างเล็กจ้อยที่ยืนถือดาบอยู่อย่างแม่นยำ
ปากหมาป่าอันใหญ่โตอ้าและหุบ เผยให้เห็นรอยยิ้มแสยะที่ผสมผสานระหว่างความโหดร้าย ทารุณ และ ความตื่นเต้นอย่างประหลาด
ลู่ชิงกำดาบยาวในมือแน่น แม้ในใจจะหวาดกลัว แต่ความโกรธแค้นกลับมีชัยเหนือกว่า
ทว่าหมาป่าปีศาจกลับชะงักไปครู่หนึ่ง จมูกสูดฟุดฟิด จู่ๆ ก็หันหลังพุ่งทะยานมุ่งหน้าไปยังฝั่งเมืองชั้นใน
ลู่ชิงกัดฟันกรอด ไอ้สัตว์เดรัจฉานนี่ ทำลายเมืองชั้นนอกยังไม่พอ ยังคิดจะไปสร้างความพินาศให้เมืองชั้นในอีกงั้นหรือ
เขาเข้าไปลากร่างของไจ๋ชิงหนิว หลูเฟยเผิง และฉีหลงเทาสามผู้คุมไปไว้ที่มุมกำแพง ช่วยห้ามเลือดให้พวกเขาลวกๆ ก่อนจะเดินไปหาหวังหย่วนเฮ่อ
สำหรับคนผู้นี้ ลู่ชิงย่อมไม่อยากยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยว
แต่ในเวลานี้ ดูเหมือนก็ไม่จำเป็นต้องสนใจแล้วเช่นกัน
เลือดทะลักไหลออกจากปากของหวังหย่วนเฮ่อไม่หยุด
เขาเบิกตากว้าง หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง จังหวะการหายใจค่อยๆ ช้าลง
ค่อนชีวิตที่ผ่านมา ไร้บุตรไร้ธิดา หวังเพียงเพาะบ่มหวังหู่ผู้เป็นหลานชาย เผื่อวันหน้าจะได้มีคนคอยดูแลปรนนิบัติยามแก่เฒ่า
สุดท้าย หลานชายกลับมาตายด้วยน้ำมือหมาป่าปีศาจ
ตัวเขาเองที่หวังจะล้างแค้นให้หลาน ก็ต้องมาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือหมาป่าปีศาจเช่นกัน
ชีวิตนี้ วุ่นวายเหนื่อยยากไปเพื่อสิ่งใดกัน
ลู่ชิงมองดูหวังหย่วนเฮ่อกลืนลมหายใจเฮือกสุดท้าย พลางทอดถอนใจ
ชีวิตคนเรา ช่างไร้ค่าราวกับเศษฟาง
ไม่ว่าอดีตจะเคยวางมาดใหญ่โตเพียงใดก็ตาม
เขากระชับดาบยาวในมือแน่น พุ่งตัวตรงไปยังเมืองชั้นใน
ต่อให้ความห่างชั้นของระดับพลังกับหมาป่าปีศาจจะห่างไกลกันลิบลับ เขาก็ต้องเฉือนเนื้อหมาป่าปีศาจออกมาให้ได้สักชิ้น
ความแค้นที่ฆ่าพี่ชาย ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้
การป้องกันของเมืองชั้นในแข็งแกร่งกว่าเมืองชั้นนอก อีกทั้งยังมีผู้ฝึกยุทธ์อาศัยอยู่มากมาย ในจำนวนนั้นมีทั้งผู้ฝึกยุทธ์ขั้นทะลวงชีพจร และผู้ฝึกยุทธ์ระดับหนึ่งอยู่ไม่น้อย
แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหมาป่าปีศาจขั้นกลายร่างระดับสอง การป้องกันของคนเหล่านี้ ก็ยังคงไม่คณามืออยู่ดี
ผู้ที่สามารถยืนหยัดต่อสู้กับหมาป่าปีศาจได้จนสูสีในท้ายที่สุด มีเพียงเมิ่งหรงแห่งหอโอสถสี่ฤดู และสวีถงผู้บัญชาการที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากข้างนอกเท่านั้น
สองคนร่วมมือกัน จึงพอจะต้านทานหมาป่าปีศาจได้สูสี
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งสองคนก็เริ่มตกเป็นรอง
ระดับวรยุทธ์ของทั้งคู่ไล่เลี่ยกัน แต่เคล็ดวิชาที่ฝึกฝนกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ปกติก็ไม่เคยประสานงานกันอย่างจริงจัง เมื่อต้องมาร่วมมือกันอย่างกะทันหัน ย่อมยากที่จะดึงศักยภาพสูงสุดออกมาได้
ยิ่งไปกว่านั้น ร่างกายของหมาป่าปีศาจ ก็เหนือกว่าพวกเขามากนัก
เมิ่งหรงใช้ดาบตั้งรับกรงเล็บของหมาป่าปีศาจ สบถด่า บัดซบ ถ้าหน่วยปราบปีศาจอยู่ที่นี่ก็คงดี
ความจริงแล้วในเจ็ดสิบสองเขตของราชวงศ์หลงเซี่ย ล้วนมีหน่วยปราบปีศาจประจำการอยู่ อย่างเช่นหน่วยสี่ห้าสองที่จัดการเหตุการณ์ปีศาจอาละวาดในอำเภอไท่หวาก่อนหน้านี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น
น่าเสียดายที่เหตุการณ์ปีศาจอาละวาดในอำเภอหนิงอันเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป ต่อให้ส่งเรื่องขอกำลังเสริมจากหน่วยปราบปีศาจ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร
ในขณะที่หมาป่าปีศาจและทั้งสองคนแลกบาดแผลกันคนละแผล ลู่ชิงก็ไล่ตามมาทันพอดี
ไอ้เดรัจฉาน ไปตายซะ
ลู่ชิงกระโดดลอยตัวขึ้นสูง พุ่งตรงเข้าใส่หมาป่าปีศาจทันที
เมื่อเมิ่งหรงและสวีถงเห็นภาพนั้น ก็คิดในใจว่าไอ้หนุ่มนี่มันบ้าไปแล้ว
ผู้ฝึกยุทธ์ที่ยังไม่บรรลุระดับขั้น กล้าดีท้าทายหมาป่าปีศาจขั้นกลายร่างระดับสองเชียวหรือ
ในดวงตาสีเลือดของหมาป่าปีศาจฉายแววเย้ยหยัน มันแหงนหน้าคำรามก้อง ย่อตัวลงครึ่งหนึ่ง แล้วสปริงตัวกระโดดขึ้นไป
ในเสี้ยววินาทีที่ทั้งสองฝ่ายกำลังจะปะทะกัน ลู่ชิงก็สะบัดของบางอย่างออกจากอกเสื้อ
มันคือถุงแพรใบหนึ่ง
ถุงแพรระเบิดออกกลางอากาศ ผงยาสีขาวกระจายฟุ้งไปทั่ว
เอ๋ง
หมาป่าปีศาจร้องโหยหวนเสียงดังสนั่น ก่อนจะร่วงหล่นกระแทกพื้น
วินาทีต่อมา เมิ่งหรงและสวีถงที่จับจังหวะได้ก็พุ่งทะยานเข้าไปทันที คนหนึ่งลงมือฟาดขาหมาป่าปีศาจจนหักไปหนึ่งข้าง
ลู่ชิงร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศพอดี ดาบยาวในมือตวัดวาดกระบวนท่าที่เจ็ด ปีกเมฆาปรกนภา
ดาบนี้ อัดแน่นไปด้วยความโกรธแค้นทั้งหมดของเขา
พร้อมกันนั้น มันก็แฝงไปด้วยกำลังภายในทั้งหมดที่มีอยู่ในร่างของเขาเช่นกัน
สมบูรณ์แบบ โหดเหี้ยม
ดาบเดียวฟาดฟันลงไป ถึงกับตัดท่อนแขนซ้ายของหมาป่าปีศาจจนขาดสะบั้น
ท่ามกลางเลือดที่สาดกระเซ็น ทั้งสามคนถอยกรูดไปด้านหลังหลายก้าว
หมาป่าปีศาจบนพื้นใช้แขนขวาค้ำยัน ยืดลำตัวท่อนบนขึ้นมาอย่างน่าเหลือเชื่อ
แม่มันเถอะ ร่างกายไอ้เดรัจฉานนี่มันแข็งแกร่งจริงๆ สวีถงสบถอย่างหัวเสีย
เมิ่งหรงมองลู่ชิงด้วยความประหลาดใจ ดาบเมื่อครู่นี้ ดูจากกระบวนท่าย่อมมาจากเพลงดาบตัดเมฆา แต่ทว่าอานุภาพของมัน กลับเหนือล้ำกว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นทะลวงชีพจรทั่วไปมากนัก
แม้หมาป่าปีศาจจะสูญเสียแขนซ้ายและขาทั้งสองข้างไปแล้ว แต่เพียงแค่แขนขวาข้างเดียวที่เหลืออยู่ ก็ยังคงประมาทไม่ได้
ตอนนี้ลู่ชิงรู้สึกอ่อนล้าไปทั้งตัว พลังกายและพลังปราณแทบจะเหือดแห้ง
สิ่งที่ระเบิดออกมาจากถุงแพรนั้น ก็คือกลิ่นพยัคฆ์เหิมที่เขาแอบฉกมาจากผู้ดูแลสวี่เมื่อตอนนั้นนั่นเอง
แน่นอนว่า มันเป็นกลิ่นพยัคฆ์เหิมที่ถูกอัปเกรดด้วยหน้าต่างระบบระหว่างทางที่รีบเร่งกลับมา จนกลายเป็น ผงขับไล่ปีศาจ แล้ว
ผงขับไล่ปีศาจระดับยาล้ำค่า อานุภาพย่อมไม่ธรรมดา
แต่ทรัพยากรที่ต้องใช้ในการอัปเกรด ก็มหาศาลจนน่าตกใจเช่นกัน
การอัปเกรดครั้งนี้ สูบพลังจิตวิญญาณของลู่ชิงไปถึงสิบวันเต็ม
ตอนนี้เขารู้สึกได้เลยว่าหัวใจเต้นโครมคราม ราวกับจะระเบิดออกมาให้ได้
ตาขาวของเขาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ดูน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
หมาป่าปีศาจหอนลั่นด้วยความโกรธแค้น
ในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้น เมิ่งหรง สวีถง และลู่ชิง ทั้งสามคนก็พุ่งเข้าล้อมกรอบโจมตีทันที
[จบแล้ว]