เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 - 50 การกลายร่าง

บทที่ 50 - 50 การกลายร่าง

บทที่ 50 - 50 การกลายร่าง


บทที่ 50 - 50 การกลายร่าง

โนอาห์ไม่เคยสู้แบบเอาเป็นเอาตายกับผู้บ่มเพาะมาก่อน การสู้กับวิลเลียมเป็นเพียงการซ้อมมือ ส่วนตอนสู้กับกลุ่มของออร์สันเขาก็เป็นแค่ตัวสนับสนุนเท่านั้น แต่ในตอนนี้นเขาต้องเผชิญหน้ากับผู้บ่มเพาะของจริงตัวต่อตัว นั่นทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก ในที่สุดก็มีคนที่ไม่ตายในการโจมตีครั้งเดียวเสียที

ทหารจากตระกูลแลนเซย์ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นรอยยิ้มของโนอาห์ แต่แล้วก็รวบรวมสมาธิกลับมาที่การต่อสู้และพุ่งเข้ามาพร้อมกับเงื้อขวานขึ้น โนอาห์ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังยิ้มอยู่ ความสนใจทั้งหมดของเขาจดจ่ออยู่ที่ขวานที่กำลังพุ่งเข้ามาหาหัว

เมื่อขวานอยู่ห่างจากหัวเพียงไม่กี่เซนติเมตร โนอาห์ก็เบี่ยงตัวหลบไปทางซ้ายอย่างรวดเร็วพร้อมกับหมุนดาบคู่เล็งไปที่หัวของทหารคนนั้น ทหารใช้ด้ามโลหะของขวานบังเอาไว้และกันการโจมตีได้สำเร็จ แต่กลับมีรอยบาดปรากฏขึ้นที่แก้ม เพราะด้ามขวานไม่สามารถกันการโจมตีได้ทั้งหมด

เขาถอยหลังไปสองสามก้าวและตั้งหลักใหม่ด้วยความระแวดระวังเด็กหนุ่มที่กำลังยิ้มและค่อยๆ เคลื่อนที่เข้ามาหาเขา ทั้งคู่กระโจนเข้าหากันพร้อมกันและแลกดาบกันอยู่หลายครั้งก่อนจะแยกออกจากกันอีกรอบ คราวนี้มีบาดแผลตื้นๆ ปรากฏขึ้นที่ขาขวาของทหาร

โนอาห์ไม่ได้เลือกเป้าหมายมั่วๆ แต่เขาเลือกคนที่จะเสียเปรียบจากการโจมตีที่รวดเร็วซึ่งมาจากสองทิศทางที่ต่างกัน ขวานขนาดใหญ่ที่ผู้บ่มเพาะคนนี้ถืออยู่ไม่เหมาะที่จะเอามากันดาบคู่ของโนอาห์ และด้วยความสามารถในการปัดป้องบวกกับร่างกายระดับสองที่เกือบจะถึงจุดสูงสุดของระดับแล้ว มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำลายการป้องกันของโนอาห์ด้วยพละกำลังเพียงอย่างเดียว

โนอาห์เข้าใจดีว่าเขาไม่สามารถฆ่าทหารคนนี้ได้โดยตรงจนกว่าอีกฝ่ายจะพลาด และทหารคนนั้นก็คิดแบบเดียวกัน ทั้งคู่จึงพุ่งเข้าหากันอีกครั้งเพื่อรอให้อีกฝ่ายก่อความผิดพลาด บาดแผลเริ่มสะสมบนร่างของทหารมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะโนอาห์กดดันโจมตีทุกครั้งที่เขาพยายามจะถอยออกมาตั้งหลักป้องกัน หลังจากแลกเปลี่ยนกันมากกว่าสิบครั้ง ชุดเกราะของทหารก็เกือบจะโชกไปด้วยเลือดของเจ้าของเอง

อย่างไรก็ตาม โนอาห์ก็ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่ากันนัก แม้ว่าเขาจะไม่มีบาดแผลเลย แต่ออร่าในร่างกายของเขาลดลงไปครึ่งหนึ่งแล้ว และเขายังไม่สามารถปิดบัญชีศัตรูได้ การต่อสู้ได้กลายเป็นการแข่งความอึดไปเสียแล้ว

โนอาห์โจมตีอีกครั้งด้วยการฟันดาบทั้งสองเล่ม และทหารก็ยกขวานขึ้นมากัน เคร้ง! การปะทะเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ทหารกลับสับสนเมื่อได้ยินเสียงดาบเพียงเล่มเดียวที่กระทบกับด้ามขวาน ดาบอีกเล่มหายไปชั่วพริบตาก่อนจะโผล่ขึ้นมาที่หน้าและเล็งไปที่ตาซ้ายของเขา

เขารีบก้มหลบอย่างรวดเร็ว แต่ในจังหวะที่เขากำลังตกใจนั้น โนอาห์ก็ได้ฟันดาบอีกเล่มเข้าที่หน้าอกไปแล้ว เขามุดหลบดาบที่มองไม่เห็นได้ แต่ดาบอีกเล่มกลับฟันเข้าที่หน้าท้องในแนวตั้งทิ้งบาดแผลลึกไว้ โนอาห์ไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า เขารีบถอยกลับขึ้นไปบนหลังคารถม้าเพื่อฟื้นฟูออร่าที่เสียไป ส่วนทหารคนนั้นมีเวลาเพียงแค่ก้มมองบาดแผลของตัวเองก่อนที่เครื่องในจะไหลออกมาและล้มลงตายกับพื้น

เป็นไปตามคาด ท่าข้อมืองูนั้นอ่อนแอเกินไปที่จะใช้จัดการผู้บ่มเพาะได้อย่างสม่ำเสมอ แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยให้เขาจบการต่อสู้ได้เร็วขึ้น สิ่งที่เขาใช้คือเทคนิคแรกที่เขาเรียนรู้เมื่อห้าปีก่อนจากการหลอกใช้พวกทหารยาม เขาไม่เคยใช้มันเลยเพราะเทคนิคที่เขาได้รับหลังจากนั้นแข็งแกร่งกว่าศิลปะการต่อสู้ระดับสองที่ยังไม่สมบูรณ์นี้มาก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะลืมมันไปแล้ว

เมื่อเห็นว่าการต่อสู้อาจจะลากยาวไปอีกหลายสิบครั้ง โนอาห์จึงเลือกที่จะลองใช้ท่าหลอกด้วยเทคนิคข้อมืองู และถึงแม้ว่ามันจะหลอกทหารคนนั้นไม่ได้ทั้งหมด แตมันก็เพียงพอที่จะสร้างช่องโหว่ที่ตัดสินแพ้ชนะในการป้องกันของอีกฝ่ายได้

อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็รู้แล้วว่าตัวเองอยู่ในระดับไหนเมื่อเทียบกับผู้บ่มเพาะ เทคนิคและการออกท่าของฉันสูงกว่าค่าเฉลี่ยของพวกนั้น แต่ข้อเสียของการไม่มีตันเถียนนั้นรุนแรงมากจริงๆ เขาเข้าใจว่าเขาไม่สามารถสู้ยืดเยื้อในระดับนี้ได้ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะพักและวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อดูว่าควรจะเข้าไปช่วยตรงไหนถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ในขณะเดียวกัน บนเส้นทางบนภูเขา เควินยังคงถูกพันธนาการด้วยเวทมนตร์น้ำของนักเวท แต่เขายังปลอดภัยอยู่ในระดับหนึ่งเพราะเออร์วินถูกรุมล้อมด้วยกองทัพทหารธรรมดาที่ตามเขามาด้วย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้คงอยู่ได้ไม่นานเพราะเออร์วินหยิบแส้ออกมาจากข้างหลังและเริ่มฆ่าล้างทหารธรรมดาที่พุ่งเข้าใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง

เควินรู้สึกกระวนกระวายที่ต้องมองดูการต่อสู้ตรงหน้าและเห็นพวกผู้บ่มเพาะกำลังโจมตีขบวนรถม้า เขาจึงตัดสินใจใช้ไม้ตายที่ซ่อนไว้ ผิวหนังของเขาเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเหลืองและกล้ามเนื้อเริ่มพองขยาย ส่วนสูงของเขาก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นด้วย เสียงคำรามดังออกมาจากปากของเขาพร้อมกับที่เขาใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อพังพันธนาการน้ำให้สิ้นซาก พื้นดินใต้เท้าของเขาแตกออกและเส้นน้ำที่รัดตัวเขาอยู่ก็ยืดออกจนรับกำลังมหาศาลของเควินไม่ไหวและแตกกระจายไปในที่สุด

เควินเป็นอิสระแล้ว! เมื่อหลุดออกมาจากพันธนาการ ร่างกายของเขาก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนสูงถึงสามเมตร! พวกทหารรอบตัวต่างพากันแข็งค้างเมื่อเห็นร่างที่เขาเปลี่ยนไป แม้แต่เออร์วินก็ยังมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาเมื่อมองดูยักษ์สีน้ำตาลตนนี้

ในที่สุดเจ้าก็เชี่ยวชาญความสามารถของเทคนิคร่างกายของเจ้าจนได้นะ เควินไม่ได้ตอบคำถามของเออร์วิน เขาค่อยๆ เดินเข้าไปหาพลางถือค้อนยักษ์ด้วยมือข้างเดียว นักเวทยิงกระสุนน้ำสองนัดใส่เขา แต่เมื่อพวกมันกระทบกับผิวสีน้ำตาล มันกลับทิ้งไว้เพียงรอยจุดสีขาวเล็กๆ เท่านั้น

เมื่อเห็นว่าเวทมนตร์ทำอะไรไม่ได้ เออร์วินจึงเรียกเส้นน้ำสามเส้นออกมาอีกครั้งและรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นแส้สีฟ้ากึ่งโปร่งใสที่เขาถือไว้ในมือซ้าย เขาพุ่งเข้าหาเควินพร้อมกับแส้อีกเล่มในมือขวา เออร์วินเริ่มโจมตีด้วยแสธรรมดาแต่เควินยกแขนขึ้นมากันได้อย่างง่ายดาย ทว่าแส้กลับพันรอบแขนของเขา และนักเวทกำลังจะโจมตีด้วยแส้อีกเล่ม แต่เควินกลับคว้าแส้ไว้และออกแรงดึงอย่างแรง

ร่างของเออร์วินพุ่งลิ่วเข้ามาหาเควินทันทีและกำลังจะปะทะกับค้อน แต่แส้น้ำก็เปลี่ยนรูปกลายเป็นโล่และกันการโจมตีที่รุนแรงนั้นไว้ได้ โล่น้ำสามารถทนแรงกระแทกมหาศาลนั้นไว้ได้โดยไม่แตกสลาย แต่เออร์วินยังคงได้รับบาดเจ็บจากแรงปะทะและกระเด็นออกไปไกลกว่าสิบเมตร ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่ามีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนไหล่ของเควินแล้ว

จบบทที่ บทที่ 50 - 50 การกลายร่าง

คัดลอกลิงก์แล้ว