เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 - 19 การคุกคาม

บทที่ 19 - 19 การคุกคาม

บทที่ 19 - 19 การคุกคาม


บทที่ 19 - 19 การคุกคาม

โนอาห์หอบหายใจอย่างหนัก

เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง ความเหนื่อยล้าก็ถาโถมเข้าใส่ร่างกายของเขาทันที

แม้ว่าเขาจะลดปริมาณการใช้ลมหายใจลงเมื่อเริ่มคุ้นชินกับการสังหารสัตว์อสูรแล้วก็ตาม แต่ตอนนี้ในร่างของเขาก็แทบจะไม่เหลือพลังอยู่เลย

เขาใช้พลังที่ขาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความเร็วและความคล่องตัว และยังต้องแบ่งพลังไปที่แขนเล็กน้อยเพื่อกระตุ้นอานุภาพการทะลุทะลวงของศิลปะการต่อสู้ดาบสั้นคู่

เขานั่งลงบนพื้นดินที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดเพื่อพักผ่อน และปล่อยให้จุดฝังเข็มเติมเต็มลมหายใจกลับเข้าสู่ร่างกายอีกครั้ง

"ทำได้ดีมากสำหรับครั้งแรกของเจ้า"

วิลเลียมเดินตามหลังมาพร้อมรอยยิ้ม ในมือถือสมุนไพรบางอย่างที่เก็บมาได้

"ทีนี้เจ้าคงรู้แล้วสินะว่าทำไมข้าถึงบอกว่าเจ้าจะจัดการมันได้?"

โนอาห์พยักหน้าและตอบสั้นๆ

"ผมใช้ศิลปะการต่อสู้ระดับ 2 ส่วนพวกมันมีแค่ร่างกายระดับ 1 ยังไงก็สู้ไม่ได้ครับ"

วิลเลียมพยักหน้าเห็นด้วย

"ใช่แล้ว! ศิลปะการต่อสู้และเวทมนตร์คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์เป็นเจ้าโลก ศิลปะการต่อสู้ระดับ 2 สามารถสร้างความเสียหายให้ร่างกายระดับ 3 ได้ เช่นเดียวกับเวทมนตร์ระดับ 1 แน่นอนว่าถ้าเจ้าไม่มีปริมาณและคุณภาพของลมหายใจที่สอดคล้องกัน เจ้าก็จะไม่สามารถใช้ศักยภาพของเทคนิคได้อย่างเต็มที่ และจะถูกจำกัดการใช้งานอย่างหนัก"

โนอาห์ทบทวนการต่อสู้ที่เพิ่งผ่านมาในใจขณะรอให้ร่างกายฟื้นตัว

'ในการต่อสู้ฉันเสียลมหายใจไปเยอะมากจริงๆ และไม่มีหมาป่าตัวไหนตามความเร็วของฉันทันเลย มันเลยเป็นการต่อสู้ฝ่ายเดียว แต่ฉันอาจจะพลังหมดได้หากศัตรูคอยหลบหลีกไปเรื่อยๆ นั่นขนาดคู่ต่อสู้เป็นสัตว์อสูรนะ ถ้าต้องสู้กับผู้บ่มเพาะที่มีระดับศิลปะการต่อสู้เท่ากัน เรื่องมันจะออกมาเป็นยังไง?'

เขาไม่ชอบคำตอบที่ตัวเองพบเลย

ข้อจำกัดของการมี ลมหายใจที่จำกัดนั้นปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน

วิลเลียมส่ายหัว เขาพอจะเดาออกว่าลูกศิษย์กำลังคิดอะไรอยู่

"เจ้าดูเหมือนจะไม่รู้ตัวเลยนะว่า ไม่มีเด็กคนไหนในวัยเดียวกับเจ้าที่จะสามารถสังหารหมู่สัตว์อสูรระดับ 1 ทั้งฝูงได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย"

'จริงด้วย ฉันเกือบลืมไปเลยว่าตัวเองยังอายุไม่ถึง 11 ปีเลย'

เขาเผลอลืมอายุตัวเองในโลกนี้ไปชั่วขณะ

ขวัญและกำลังใจของเขาดีขึ้นเล็กน้อย

ทั้งคู่รออยู่ประมาณ 10 นาที ก่อนที่โนอาห์จะลุกขึ้นและพยักหน้าให้อาจารย์ เป็นสัญญาณว่าพวกเขาสามารถกลับกันได้แล้ว

เมื่อพวกเขามองเห็นประตูหลักของคฤหาสน์บัลวาน วิลเลียมก็ขยับเข้าไปใกล้โนอาห์และพูดด้วยเสียงเบา

"ข้าเชื่อว่าจุดฝังเข็มของเจ้าจะหยุดทำงานในไม่ช้าเพราะร่างกายก้าวหน้าขึ้น เมื่อนั้นเจ้าจะพร้อมสำหรับการรักษารอบที่สอง หลังจากเจ้าเข้าสู่รอบที่สองแล้ว ข้าจะให้เจ้าเริ่มทำภารกิจของทหารยาม"

.

.

.

ภายในตึกทหารยาม บนโต๊ะในลานกว้าง ชาย 5 คนและเด็กชาย 1 คนนั่งล้อมวงกันอ่านกระดาษในมือ

เด็กคนนั้นคือโนอาห์อย่างแน่นอน

เขาสวมชุดฝึกสีดำ มีดาบสั้นสองเล่มผูกไว้ที่หลังในฝักอย่างเรียบร้อย ผมสีดำถูกรวบเป็นหางม้าธรรมดาพาดลงมาที่แผ่นหลัง

เวลาผ่านไป 6 เดือนนับตั้งแต่การต่อสู้กับหมาป่าสี่ตา นอกจากจะอายุครบ 11 ปีแล้ว เขายังผ่านการรักษารอบที่สองมาแล้วด้วย

เขายังคงตัวเตี้ยเพราะร่างกายกำลังเติบโต แต่ร่างนั้นดูแข็งแกร่งเป็นพิเศษพร้อมกล้ามเนื้อที่เด่นชัดนูนออกมาเล็กน้อยจากร่างกายเล็กๆ ของเขา

'แม้ว่าฉันจะอยู่ในรอบที่สองมานานพอๆ กับรอบแรกแล้ว แต่จุดฝังเข็มยังคงทำงานด้วยความเร็วสูงสุด ร่างกายของฉันตอนนี้น่าจะอยู่ในระดับกลางของระดับที่ 1 แล้ว'

เขาคิดก่อนจะหันกลับไปจดจ่อกับแผ่นกระดาษในมือ

ในนั้นเขียนรายละเอียดของภารกิจและเหตุผลที่ทหารยามกลุ่มนี้มารวมตัวกัน

'หมู่บ้านลีลุน เดินทางด้วยม้าไปทางใต้ 5 วัน คำร้องขอความช่วยเหลือเนื่องจากการโจมตีอย่างต่อเนื่องของแมงมุมยักษ์ สันนิษฐานว่ามีรังของแมงมุมเกราะเหล็กอยู่ในถ้ำใกล้ๆ ภารกิจคือการค้นหาและทำลายรัง'

โนอาห์ละสายตาจากกระดาษและมองไปที่ใบหน้าที่บึ้งตึงของเพื่อนร่วมภารกิจ และรอให้หัวหน้ากลุ่มอธิบายเพิ่มเติม

หัวหน้ากลุ่มชื่อ เมสัน เป็นสมาชิกอาวุโสของหน่วยทหารยามวงนอก เขาเป็นชายร่างสูงอายุราว 50 ปี มีเคราสีดำยาวและผมสั้นสีแดง อาวุธคู่ใจคือขวานยักษ์สองมือ

เมสันรอให้ทุกคนอ่านจบก่อนจะพยักหน้าเมื่อเห็นคนอื่นๆ อีก 5 คนมองมาที่เขา

"ก่อนอื่น พวกเจ้าต้องรู้ว่าแมงมุมเกราะเหล็กเป็นสัตว์ระดับ 2 นอกจากร่างกายที่แข็งแกร่งมากแล้ว มันไม่มีความสามารถพิเศษอะไรที่น่าจดจำ ปัญหาเดียวคือพวกมันขยายพันธุ์เร็วมาก ดังนั้นรังของพวกมันน่าจะเต็มไปด้วยตัวอ่อนระดับ 1 เราจะใช้วิธีการมาตรฐานสำหรับภารกิจนี้ คือไปที่หมู่บ้าน หาเบาะแสเกี่ยวกับรัง แล้วค่อยๆ กำจัดพวกมันไปทีละน้อย มีคำถามไหม?"

ดูเหมือนไม่มีใครคัดค้าน จนกระทั่งทหารยามคนหนึ่งในกลุ่มลุกขึ้นยืนและชี้ไปที่โนอาห์

เขามีตาข้างเดียวและมีรอยแผลเป็นลึกพาดผ่านเบ้าตาที่กลวงโบ๋ เขาเตี้ยกว่าเมสันเล็กน้อย หัวล้านและมีเคราสั้น ถึงเขาจะค่อนข้างสูงแต่ก็อ้วนฉุและเหงื่อโซมกาย

"ข้ามีคำถามเดียวเมสัน ทำไมเราต้องพ่วงไอ้เด็กนี่ไปด้วยวะ?"

ทหารยามคนอื่นๆ ในกลุ่มดูจะสนใจคำตอบของเมสันเช่นกัน เป็นสัญญาณว่าพวกเขามีข้อสงสัยแบบเดียวกัน

โนอาห์ไม่ได้แม้แต่จะเหลือบมองชายอ้วนคนนั้นขณะรอคำตอบจากหัวหน้า

"รองหัวหน้าหน่วยค้ำประกันเขามา เพราะงั้นเขามาช่วยพวกเราได้ และบาลอร์ เมื่อภารกิจเริ่มขึ้น เจ้าต้องเรียกข้าว่าหัวหน้า หรือหัวหน้ากลุ่ม"

เมสันตอบอย่างใจเย็น แต่เมื่อถึงคำว่า "ช่วยพวกเรา" ชายอ้วนที่ชื่อบาลอร์ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

"มุกนี้ดีว่ะหัวหน้ากลุ่ม ท่านน่าจะบอกมาตรงๆ ว่าส่วนหนึ่งของภารกิจคือการมาเลี้ยงเด็ก เพราะแม่มันมัวแต่ยุ่งกับการปรนนิบัติพวกวงใน ฮ่าๆๆ ช่วยพวกเราเนี่ยนะ!"

ขณะพูด เขาก็ขยับเข้าใกล้โนอาห์หมายจะเอาแขนพาดคอ

"ไม่ต้องห่วงนะไอ้หนู เดี๋ยวพวกพี่จะดูแลเจ้าอย่างดี แล้วบางทีเจ้าอาจจะช่วยแนะนำให้พี่รู้จักแม่เจ้าเป็นการแลกเปลี่---"

บาลอร์หยุดพูด หรือพูดให้ถูกคือ เขาต้องหยุด

ดาบสั้นเล่มหนึ่งจ่ออยู่ที่ตาซ้ายของเขา และเด็กที่เขาพยายามจะกอดด้วยแขนขวาก็หายวับไป

เสียงข่มขู่ดังขึ้นจากทางด้านซ้ายของเขา

"ลองแตะต้องตัวฉันดูสิ ไอ้หมูสกปรก แล้วฉันจะทำให้แกบอดสนิท"

โนอาห์จ้องมองเขาด้วยดวงตาที่เย็นยะเยือก ความหนาวเหน็บที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงขึ้นด้วยพลังจิตที่เหนือชั้นในตอนนี้ มันสร้างแรงกดดันมหาศาลลงบนจิตใจของบาลอร์จนขาของเขาอ่อนแรงและคุกเข่าลงกับพื้น ทว่าปลายดาบยังคงเลื่อนตามดวงตาที่เหลืออยู่ของเขาเหมือนถูกดึงดูดไว้

โนอาห์ยังคงจ้องมองเขาพร้อมกับกดดันทางจิตใจใส่ทหารยามคนนั้น

จากนั้นเขาเลื่อนดาบเข้าไปหาทหารยามที่หมดทางสู้ และชักกลับเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่จะคมดาบจะบาดเข้าเนื้อ

หลังจากนั้น โนอาห์ก็นั่งลงที่โต๊ะตามเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

จบบทที่ บทที่ 19 - 19 การคุกคาม

คัดลอกลิงก์แล้ว