- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นเชฟพร้อมระบบปั๊มเวลสุดโกง
- บทที่ 18 - ขี้โม้ไปเถอะ
บทที่ 18 - ขี้โม้ไปเถอะ
บทที่ 18 - ขี้โม้ไปเถอะ
บทที่ 18 - ขี้โม้ไปเถอะ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"ใกล้แล้วๆ ด้วยพรสวรรค์ของลูกศิษย์ฉัน ถ้าฝึกอีกนิดหน่อยก็สามารถขึ้นเตาได้จริงๆ นั่นแหละ"
ไฉเหวินซานคุยโวกับเจ้าทึ่มจู้อย่างอารมณ์ดี เอ่ยปากชมแบบไม่มียั้ง
"อาจารย์ครับ ไม่กลัวผมจะเหลิงเหรอครับ"
หวังเจี้ยนเย่อารมณ์ดีก็เลยแกล้งแหย่เล่น
"ไม่กลัวหรอก ทำได้ดีคนเป็นอาจารย์ก็ต้องชม ฉันไม่เหมือนอาจารย์คนอื่นหรอกนะ ที่ต่อให้ลูกศิษย์ทำผลงานได้ดีแค่ไหนก็เอาแต่กดหัวไว้ไม่ให้ได้หน้าได้ตา"
ไฉเหวินซานหัวเราะร่วนพร้อมกับเอ่ยปาก
เจ้าทึ่มจู้ฟาดหมูเส้นผัดลื่นกระทะในจานจนเกลี้ยง
เป็นพ่อครัวก็ดีตรงนี้แหละ ไม่ว่ายุคข้าวยากหมากแพงแค่ไหนคนเป็นพ่อครัวก็ไม่มีทางอดตาย
"พี่หวัง ทำไมพี่ถึงทำอาหารจานนี้ได้อร่อยขนาดนี้ล่ะเนี่ย ผมจำได้ว่าเมื่อก่อนผมเคยชิมเมนูนี้ที่พี่ทำ รสชาติมันยังห่างไกลจากจานนี้ลิบลับเลยนะ"
เจ้าทึ่มจู้ถามด้วยความสงสัย
หวังเจี้ยนเย่หันไปมองไฉเหวินซานกับเฉาเสี่ยวตง ก่อนจะหันมาอธิบายให้เจ้าทึ่มจู้ฟัง "เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้อาจารย์ของฉันกับพี่เฉาเลยนะ สองคนนี้คนนึงเป็นถึงพ่อครัวเตาสอง อีกคนก็เป็นเด็กฝึกงานที่มีพรสวรรค์และฝีมือดีที่สุด พอฉันมาฝึกทำอาหารตรงนี้ พวกเขาก็คอยช่วยชี้แนะให้ตลอด นายว่าแบบนี้ฝีมือฉันจะไม่พัฒนาเร็วได้ยังไงล่ะ"
พอได้ยินแบบนั้นเจ้าทึ่มจู้ก็อิจฉาตาร้อนสุดๆ
ทำไมเขาถึงไม่ได้รับโอกาสดีๆ แบบนี้บ้างนะ
ไฉเหวินซานยิ้มบางๆ "ถึงพวกเราจะเก่งแค่ไหน แต่สุดท้ายการทำอาหารมันก็เป็นเรื่องของตัวเขาเอง ถ้าเขาไม่ตั้งใจเรียนแถมพรสวรรค์ก็ไม่ถึง ฝีมือมันก็พัฒนายาก ต่อไปนายก็ตั้งใจเรียนให้ดีๆ ล่ะ"
"ศิษย์น้องเหอ เดี๋ยวฉันสอนนายเอง"
เฉาเสี่ยวตงเอ่ยปากบอกเจ้าทึ่มจู้
เขาและเจ้าทึ่มจู้มีอาจารย์คนเดียวกัน เขาจึงมีศักดิ์เป็นศิษย์พี่ของเจ้าทึ่มจู้อย่างแท้จริง
"ได้ครับ ขอบคุณครับศิษย์พี่เฉา"
แม้ในใจเจ้าทึ่มจู้จะไม่พอใจอาจารย์ตัวเองนัก เพราะอาจารย์ชอบเอาเขาไปเปรียบเทียบกับเฉาเสี่ยวตงเพื่อกดหัวเขาอยู่ตลอดเวลา และความไม่พอใจนี้ก็พาลลามไปถึงตัวเฉาเสี่ยวตงด้วย
แต่ในเมื่อเฉาเสี่ยวตงเป็นฝ่ายเสนอตัวมาขนาดนี้ คนเป็นศิษย์น้องอย่างเขาก็จะไปชักสีหน้าใส่ก็คงไม่ดี อีกอย่างเฉาเสี่ยวตงก็ไม่เคยดูถูกเขาเลยสักครั้ง ตรงกันข้ามกลับเป็นฝ่ายเสนอตัวช่วยเหลือเขาอยู่บ่อยๆ
เกิดเป็นคนต้องรู้จักบุญคุณคน นี่คือสิ่งที่ลุงอี้พร่ำสอนเขามาตลอด
และเจ้าทึ่มจู้ก็จำฝังใจไม่เคยลืม
"จะมาขอบคุณอะไรกันเล่า นายเป็นศิษย์น้องของฉัน ส่วนฉันเป็นศิษย์พี่ การดูแลสั่งสอนนายมันเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว ไม่ต้องเกรงใจหรอก"
เฉาเสี่ยวตงบอกกับเจ้าทึ่มจู้ด้วยความจริงใจ
พอได้ยินคำพูดนั้น เจ้าทึ่มจู้ก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจ พลางคิดว่าตัวเองไม่ควรเอาความโกรธเคืองที่เกิดจากท่าทีของอาจารย์ ไปลงกับศิษย์พี่เฉาเสี่ยวตงเลย
ทางด้านหวังเจี้ยนเย่ก็เริ่มลงมือฝึกทำหมูเส้นผัดลื่นกระทะต่อ ตอนนี้ระดับฝีมือเมนูนี้ของเขาอยู่ที่ชำนาญ 15+ แล้ว ขอแค่ทำเสร็จอีกจานแล้วได้ค่าประสบการณ์มา เขาก็จะอัปเกรดเมนูนี้ให้เป็นระดับเตาสามได้สำเร็จ
ด้วยฝีมือที่ใกล้จะขึ้นเตาได้รอมร่อ หวังเจี้ยนเย่จึงทำอาหารได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว ไม่ต้องรอให้อาจารย์หรือเฉาเสี่ยวตงคอยบอกคอยเตือน เขาก็สามารถจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง
ไม่นานนักหวังเจี้ยนเย่ก็ผัดหมูเส้นผัดลื่นกระทะเสร็จสิ้น
【ติ๊ง ค่าประสบการณ์ +4】
"ระบบ อัปเกรดหมูเส้นผัดลื่นกระทะให้เป็นระดับเตาสามที"
【ติ๊ง หมูเส้นผัดลื่นกระทะ (ระดับชำนาญ 15+) ใช้ค่าประสบการณ์ 1 แต้มอัปเกรดสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่เชี่ยวชาญหมูเส้นผัดลื่นกระทะ (ระดับเตาสาม 16+)】
หวังเจี้ยนเย่ระบายลมหายใจยาวออกมา ในที่สุดเขาก็ฝึกฝนอาหารจานนี้จนถึงระดับเตาสามได้สำเร็จ
"ในบรรดาอาหารสิบเมนูที่จะต้องใช้สอบประเมินในอีกสัปดาห์หน้า ฉันสามารถยกระดับฝีมือไปถึงระดับเตาสามได้ถึงแปดเมนูแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่ปลาเหลืองทอดกระทะกับปลาหลีฮื้อเปรี้ยวหวานเท่านั้น"
การพัฒนาของหวังเจี้ยนเย่เป็นไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
เมื่อเช้านี้ตอนที่เขาเพิ่งข้ามมิติมา ในบรรดาสิบเมนูนี้เขาไม่มีเมนูไหนที่ทำได้ถึงระดับเตาสามเลยสักเมนูเดียว
แต่มาตอนนี้เขากลับสามารถยกระดับฝีมือของเมนูเหล่านี้ให้ถึงระดับเตาสามได้ตั้งแปดเมนูแล้ว
หลังจากฝึกซ้อมมาค่อนวัน หวังเจี้ยนเย่ก็รู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนเพลียเอามากๆ
แต่ภายใต้ความเหนื่อยล้านั้นก็แฝงไปด้วยความสุขใจ เพราะความสำเร็จที่เขาได้รับในวันนี้มันช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน
"แค่พ้นไปวันเดียวฉันยังเก็บเกี่ยวความสำเร็จได้มากขนาดนี้ แล้ววันข้างหน้าที่ยังเหลือเวลาอีกตั้งเยอะแยะ ฝีมือฉันจะพัฒนาไปได้ไกลขนาดไหนกันนะ"
หวังเจี้ยนเย่เปี่ยมล้นไปด้วยความหวังกับอนาคตของตัวเอง
ตอนนั้นเอง ไฉเหวินซานที่เพิ่งชิมหมูเส้นผัดลื่นกระทะจานล่าสุดของหวังเจี้ยนเย่ ก็อดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งชื่นชม "เจี้ยนเย่ อาหารจานนี้นายทำได้ยอดเยี่ยมมากจริงๆ ฉันว่าฝีมือใกล้เคียงกับพวกพ่อครัวประจำเตาแล้วนะเนี่ย"
"อาจารย์ก็ชมเกินไปครับ ฝีมือผมในเมนูนี้มีพัฒนาการก็จริง แต่คงยังไม่ถึงขั้นจะไปเทียบชั้นกับพวกพ่อครัวประจำเตาหรอกครับ"
หวังเจี้ยนเย่ยิ้มถ่อมตัว
ตอนที่เขาทำอาหารจานนี้ ฝีมือเขายังอยู่แค่ระดับชำนาญ 15+ ซึ่งยังขาดอีกนิดหน่อยถึงจะอยู่ในระดับที่สามารถขึ้นเตาได้
แต่ตอนนี้เขาได้อัปเกรดเมนูนี้ให้เป็นระดับเตาสาม 16+ แล้ว ถ้าได้ลองทำอีกสักรอบ ฝีมือก็ต้องอยู่ในระดับที่ขึ้นเตาได้อย่างแน่นอน
แต่น่าเสียดายที่วัตถุดิบหมดเกลี้ยง เขาจึงไม่สามารถฝึกซ้อมทำเมนูนี้ต่อไปได้
"ฉันว่าฝีมือเข้าขั้นแล้วล่ะ ถ้าตั้งใจทำอีกนิดก็คงทำรสชาติระดับขึ้นเตาออกมาได้สบายๆ"
ไฉเหวินซานกลัวว่าถ้าหวังเจี้ยนเย่ยังฝืนฝึกต่อไปเรื่อยๆ ร่างกายจะรับไม่ไหว "นายซ้อมมาค่อนวันแล้ว ไปนั่งพักสักหน่อยเถอะ"
"ได้ครับ"
หวังเจี้ยนเย่ขานรับ เขาทำหมูเส้นผัดลื่นกระทะติดๆ กันหลายจานจนสามารถยกระดับเมนูนี้ให้เป็นระดับเตาสามได้สำเร็จ ซึ่งมันก็ทำให้เขาเหนื่อยล้าไม่เบา เขาจึงเดินไปนั่งพักที่มุมหนึ่ง
เจ้าทึ่มจู้ก็อยากจะนั่งพักด้วยเหมือนกัน แต่ถูกเฉาเสี่ยวตงเรียกตัวไว้เสียก่อน "ไป ฉันจะพานายไปฝึกทำกับข้าว"
การฝึกซ้อมทำกับข้าวมีแต่ข้อดีไม่มีข้อเสีย เจ้าทึ่มจู้จึงยอมเดินตามไปแต่โดยดี
ทางด้านไฉเหวินซานไม่ได้นั่งพักเลยแม้แต่น้อย ระหว่างที่เขาสอน หวังเจี้ยนเย่ก็มีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด คนเป็นอาจารย์อย่างเขาตื่นเต้นดีใจจนแทบเนื้อเต้น อยากจะรีบไปหาคนมาช่วยรับฟังความสำเร็จนี้ใจจะขาด
เมื่อเขาเคลียร์งานเสร็จก็เดินออกจากครัวหลังร้านมุ่งหน้าไปหาซุนฉวีทันที
ตั้งแต่ตอนที่ซุนฉวีรวมถึงพวกเขายืนดูหวังเจี้ยนเย่ทำหมูเส้นผัดลื่นกระทะจานแรก ซุนฉวีก็ได้เห็นฝีมืออันย่ำแย่ของหวังเจี้ยนเย่กับตาตัวเอง เขาจึงฟันธงได้เลยว่าการที่หวังเจี้ยนเย่จะยกระดับฝีมือให้สามารถขึ้นเตาได้ภายในหนึ่งสัปดาห์นั้น มันเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญและแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังรู้มาว่าหวังเจี้ยนเย่ไม่ได้ทำอาหารไม่เก่งแค่เมนูเดียว แต่ยังมีอีกหลายเมนูที่ทำได้แย่พอๆ กับหมูเส้นผัดลื่นกระทะนี่แหละ
ซุนฉวีประเมินแล้วว่าหวังเจี้ยนเย่คงไม่มีทางฝึกทันเวลาแน่ๆ เขาจึงเดินจากมาอย่างสบายใจเฉิบ แล้วมายืนสูบบุหรี่คุยเล่นกับพวกอาจารย์อยู่ข้างนอกนี่แหละ
"อ้าว เฒ่าไฉมาแล้วเหรอ เป็นไง ลูกศิษย์นายฝึกไปถึงไหนแล้วล่ะ"
พอเห็นหน้าไฉเหวินซาน ซุนฉวีก็จงใจถามจี้ใจดำทันที
"ก็ฝึกได้เยี่ยมเลยล่ะ ตอนนี้ฝีมือใกล้จะถึงระดับขึ้นเตาได้แล้ว"
ไฉเหวินซานยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ คงต้องทำให้นายผิดหวังแล้วล่ะสิ
"ขี้โม้ไปเถอะ เมื่อกี้ฉันยังเห็นกับตาว่าเขาทำอาหารออกมางกๆ เงิ่นๆ ฝีมือยังห่างชั้นอีกตั้งเยอะ นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่แป๊บเดียว หวังเจี้ยนเย่จะพัฒนาฝีมือจนใกล้ขึ้นเตาได้แล้วเนี่ยนะ ใครจะไปเชื่อลง"
ซุนฉวีพูดจบก็หันไปถามอาจารย์ผังที่ยืนอยู่ข้างๆ "คุณเชื่อไหม ฝีมือลูกศิษย์ตาเฒ่าไฉเนี่ยนะ"
"ผมไม่เชื่อหรอก" อาจารย์ผังส่ายหน้า
"แล้วคุณล่ะ"
ซุนฉวีหันไปถามอาจารย์จางอีกฝั่ง
อาจารย์จางก็ส่ายหน้าปฏิเสธเช่นกัน "ผมก็รู้จักลูกศิษย์อาจารย์ไฉนะ พรสวรรค์ในการทำอาหารของเด็กคนนั้นน่ะสู้ลูกศิษย์ของคุณไม่ได้หรอก"
"แล้วที่อาจารย์ไฉบอกว่า จากที่ทำแบบงกๆ เงิ่นๆ พัฒนาจนใกล้จะขึ้นเตาได้โดยใช้เวลาฝึกแค่แป๊บเดียวเนี่ยนะ"
"เรื่องแบบนี้ต่อให้เป็นลูกศิษย์ของคุณยังทำได้ยากเลย นับประสาอะไรกับลูกศิษย์อาจารย์ไฉ ยังไงผมก็ไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะทำได้จริง"
[จบแล้ว]