เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 - สัปดาห์ฝึกนรกจบลงแล้ว!

บทที่ 19 - สัปดาห์ฝึกนรกจบลงแล้ว!

บทที่ 19 - สัปดาห์ฝึกนรกจบลงแล้ว!


บทที่ 19 - สัปดาห์ฝึกนรกจบลงแล้ว!

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

"รับทราบครับ!"

"ขอบคุณครับหัวหน้าครูฝึก!"

ฉีถงเหว่ยตาวาวโรจน์ เขารีบวิ่งลงไปในบ่อโคลนทันที

เดี๋ยวนะ!

บรรดาไก่อ่อนต่างทำหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

ไอ้คำว่า "ขอบคุณครับหัวหน้าครูฝึก" นี่มันหมายความว่าไงวะ

พี่ชาย นายรู้ตัวไหมเนี่ยว่าตัวเองกำลังพูดอะไรออกมา

โดนเพิ่มน้ำหนักให้ขนาดนี้ แทนที่จะสบถคำผรุสวาทใส่เขาสักประโยคก็ว่าไปอย่าง

นี่ถึงขั้นไปขอบคุณเขาเลยเนี่ยนะ!

หรือนี่คือตรรกะความคิดของพวกยอดมนุษย์เขากันวะ

แน่นอนว่าฉีถงเหว่ยขอบคุณครูฝึกจากใจจริง

เพราะครูฝึกเข้าใจเขาดี

รู้ว่าการฝึกแบบธรรมดามันไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลย

สู้ปล่อยให้เขาเสนอตัวขอเพิ่มเอง สู้จัดมาให้แต่แรกเลยดีกว่า

และท่ามกลางสายตาอันตกตะลึงของทุกคน ฉีถงเหว่ยก็เดินไปหยุดอยู่หน้าท่อนซุงยาวสองเมตรนั่น เขาไม่รอให้ครูฝึกออกคำสั่ง สองแขนก็โอบอุ้มท่อนซุงไว้แน่น ส่งเสียงคำรามทุ้มต่ำในลำคอ ก่อนจะออกแรงยกท่อนซุงหนักสองร้อยกว่าชั่งนั่นขึ้นมาอย่างดื้อๆ!

"พระเจ้าช่วย!"

"ไอ้ตัวประหลาด!"

พวกไก่อ่อนต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหวาดหวั่น

แววตาของผู้กองเกาแฝงไปด้วยความชื่นชม

จริงอยู่ที่เขาอยากจะเพิ่มความเข้มข้นในการฝึกให้กับฉีถงเหว่ย แต่อีกเหตุผลสำคัญก็คือเพื่อกระตุ้นไก่อ่อนคนอื่นๆ!

เป็นไก่อ่อนที่มารับการคัดเลือกเหมือนกัน ทำไมคนอื่นถึงแบกท่อนซุงหนักสองร้อยกว่าชั่งขึ้นมาได้ แต่พวกเขาถึงทำไม่ได้ล่ะ

แถมยังเบากว่าตั้งเยอะ

ความแตกต่างนี้ ไม่ทำให้พวกเขาสูญเสียความมั่นใจและไฟในการต่อสู้ ก็จะยิ่งกระตุ้นความปรารถนาในการฝึกฝนอย่างหนักของพวกเขาให้ลุกโชนขึ้นมา!

ถ้าเป็นอย่างแรก ก็คัดออกได้เลย

แต่ถ้าเป็นอย่างหลัง ก็สามารถนำมาปั้นให้เป็นดาวเด่น หรืออาจจะเป็นคนที่พวกเขาต้องการตัวก็ได้!

ยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสามตัว!

"พวกแกมัวยืนบื้ออะไรกันอยู่ ขยับตัวสิวะ!"

ผู้กองเกาตะคอกเสียงดัง "ดูไก่อ่อนหมายเลข 18 เป็นตัวอย่างสิ แล้วหันกลับมาดูพวกแก! ไอ้พวกไม่ได้เรื่อง!"

เมื่อบรรดาไก่อ่อนเห็นฉีถงเหว่ยแบกท่อนซุงท่อนนั้นยกสลับซ้ายขวาได้ด้วยตัวคนเดียว แต่ละคนก็รู้สึกนับถือเขาจากใจจริง

แม้จะโดนผู้กองเกาดูถูกและเยาะเย้ยขนาดนั้น แต่ก็ไม่มีใครกล้าเถียงหรือรู้สึกไม่พอใจอีกเลย

ถ้าเอาไปเทียบกับฉีถงเหว่ยแล้ว ความหนักหน่วงของการฝึกของพวกเขามันง่ายดายราวกับเด็กเล่นขายของเลยทีเดียว!

แต่พอพวกเขาต้องมาช่วยกันแบกท่อนซุงยาวสิบเมตรท่อนนั้นขึ้นบ่า พวกเขาถึงเพิ่งรู้ซึ้งว่าไอ้เจ้านี่มันหนักอึ้งขนาดไหน!

การยกสิบกว่าครั้งแรกยังพอไหว พวกเขายังพอมีเรี่ยวแรงดันมันขึ้นไปได้

แต่ยิ่งยกไปมากเท่าไหร่ พละกำลังก็ยิ่งหดหาย กล้ามเนื้อแขนก็เริ่มปวดร้าว อาการเริ่มหนักหนาขึ้นเรื่อยๆ

ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขี้ยวหมาป่ายังเอาสายยางฉีดน้ำอัดใส่หน้าและตัวของพวกเขาเพื่อเพิ่มระดับความยากในการฝึกเข้าไปอีก

แต่พอกลับมาดูทางฝั่งของฉีถงเหว่ย...

"145... 146..."

เขาคนเดียวแบกท่อนซุงยกขึ้นลงไปได้ร้อยกว่าครั้งแล้ว มากกว่าพวกเขาสองเท่าตัว แถมยังมีแรงเหลือเฟือที่จะทำต่อไปได้อีก

ตัดภาพมาที่พวกเขา แค่ไม่กี่สิบครั้งก็เหนื่อยหอบจนแทบจะขาดใจแล้ว!

พอเอามาเปรียบเทียบกัน มันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว!

บรรดาไก่อ่อนต่างทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ พวกเขาเหลือบมองฉีถงเหว่ยเป็นระยะ

พี่ชาย ฉันกราบล่ะ ช่วยทำช้าๆ หน่อยได้ไหม

อย่าทำให้พวกเรารู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวไร้ประโยชน์ขนาดนี้สิวะ!

เกิดมาเป็นคนเหมือนกัน ทำไมนายถึงได้เก่งกาจสมบูรณ์แบบเบอร์นี้วะเนี่ย

เวลาผ่านไปทีละนิด พวกไก่อ่อนก็เริ่มทนรับความหนักหน่วงไม่ไหว แต่ละคนต้องอาศัยเพียงความมุ่งมั่นเพื่อบังคับร่างกายให้ขยับต่อไป

ส่วนทางด้านฉีถงเหว่ย หลังจากยกไปได้ห้าร้อยกว่าครั้ง เขาก็เริ่มออกอาการหมดแรงให้เห็นบ้างแล้ว

ถึงแม้สมรรถภาพทางกายของเขาจะแข็งแกร่งที่สุดในศูนย์ฝึกเขี้ยวหมาป่าตอนนี้ก็ตาม

แต่ก็ใช่ว่าจะทนรับการฝึกฝนแบบบ้าคลั่งขนาดนี้ได้ตลอดไป

ร่างกายคนเรามันก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน

ผ่านไปหนึ่งวัน เขาทำลายขีดจำกัดของตัวเองมาตั้งหลายรอบแล้ว

ระบบการทำงานของร่างกายแทบจะไม่สามารถรักษาสภาพให้เขารับการฝึกฝนสุดโหดแบบนี้ได้ตลอดรอดฝั่ง

เมื่อทำไปได้หกร้อยกว่าครั้ง ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว ขาทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ยจนเข่าทรุด ล้มตึงลงไปคลุกโคลนพร้อมกับท่อนซุงในบ่อโคลน

แฮ่ก แฮ่ก~

ฉีถงเหว่ยหอบหายใจอย่างหนักหน่วง

เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้งเพื่อคลายกล้ามเนื้อแขน ก่อนจะฮึดสู้แบกท่อนซุงขึ้นมาอีกครั้ง

แต่หลังจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นฉีถงเหว่ยหรือไก่อ่อนคนอื่นๆ พอยกเสร็จหนึ่งครั้งก็ต้องหยุดพักสักสองสามวินาทีเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อแขน ถึงจะสามารถยกขึ้นมาใหม่ได้

และยิ่งใกล้จะจบเท่าไหร่ มันก็ยิ่งยากลำบากมากขึ้นเท่านั้น

แต่ละกลุ่มพยายามประคองตัวทำต่อไป รวมถึงฉีถงเหว่ยด้วย เกือบทุกคนพอยกไปได้สิบกว่าครั้งก็ต้องโดนน้ำหนักกดทับจนล้มพับไป

จนถึงช่วงท้ายๆ พวกเขาหมดแรงที่จะยกท่อนซุงขึ้นบ่าแล้วจริงๆ

ผู้กองเกาเองก็ยังมีความเห็นใจอยู่บ้าง เขาสั่งให้ครูฝึกหลายคนลงไปช่วยยกท่อนซุงขึ้นบ่าให้พวกเขา

โชคดีที่หลังจากผ่านไปสามชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็ทำภารกิจสำเร็จ

ไก่อ่อนทุกคนเหนื่อยล้าจนต้องนั่งแหมะอยู่กลางบ่อโคลน ใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและสิ้นหวัง

พวกเขารู้สึกเหมือนแขนขามันไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไปแล้ว

ตัวเบาหวิวเหมือนล่องลอยอยู่ในอากาศ

สติสัมปชัญญะเลือนลาง

เหมือนเห็นวิญญาณบรรพบุรุษกำลังกวักมือเรียกอยู่รำไร

........................

ช่วงหลายวันต่อจากนั้น พวกเขาก็ต้องใช้ชีวิตแบบนี้แทบทุกวัน

พละกำลังถูกเผาผลาญ สภาพจิตใจถูกบดขยี้ ความมุ่งมั่นถูกหล่อหลอม...

มีไก่อ่อนขอถอนตัวออกไปทุกวัน

หรือไม่ก็ถูกคัดออกเพราะทำภารกิจไม่สำเร็จจนคะแนนถูกหักหมด

สรุปก็คือ ไก่อ่อนทุกคนรู้สึกว่าตัวเองตอนนี้เหมือนเป็นหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ แต่ละวันมีภารกิจการฝึกที่ไม่รู้จักจบจักสิ้น ต้องทนรับการทรมานที่ไม่มีวันสิ้นสุด!

เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วัน จากจำนวนคนที่มาร่วมคัดเลือกกว่าร้อยคน ตอนนี้เหลืออยู่เพียงแค่ยี่สิบกว่าคนเท่านั้น!

ครึ่งหนึ่งของคนที่หายไปคือพวกที่ทนความโหดร้ายไม่ไหวจนต้องขอถอนตัวไปเอง

คงพอจะจินตนาการได้ว่ามาตรฐานการคัดเลือกและความเข้มข้นของการฝึกทหารหน่วยรบพิเศษมันวิปริตขนาดไหน!

และแล้วในรุ่งสางของวันที่เจ็ดของการคัดเลือก หลังจากที่พวกเขาวิ่งวิบากพร้อมอาวุธครบมือยี่สิบกิโลเมตรเสร็จสิ้น...

หมาป่าเทาก็ฉีกยิ้มกว้างมองดูไก่อ่อนที่เหลือรอด "พวกไก่อ่อน ขอแสดงความยินดีด้วย!"

"พวกแกผ่านการคัดเลือกในด่านแรกของเขี้ยวหมาป่าแล้ว นั่นก็คือสัปดาห์ฝึกนรก!"

"ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป พวกแกจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามตารางปกติ รวมถึงการกินข้าว นอนหลับ สันทนาการ และการพักผ่อนด้วย!"

พลร่มพูดด้วยน้ำเสียงอิดโรย "หมาป่าเทา เลิกหลอกพวกเราสักทีเถอะ"

"มีภารกิจฝึกอะไรอีกก็ว่ามาเลย"

"ยังไงซะตราบใดที่ฉันยังมีลมหายใจ ฉันไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด!"

"ใช่! หมาป่าเทา! เข้ามาเลย! พ่อจะขอยอมตายอยู่ที่นี่แหละ"

"ฉันมาจากกองร้อยทหารพรานพยัคฆ์ราตรี ไม่มีวันยอมแพ้ใครหน้าไหนทั้งนั้น!"

บรรดาไก่อ่อนต่างก็แสดงสีหน้าไม่ยอมจำนน

ทำเอาบรรดาครูฝึกพากันหัวเราะร่วน

หมาป่าเทาขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียง เขาหัวเราะพลางพูดว่า "พวกแกจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ แต่ตอนนี้ที่หน้าหอพักของพวกแก มีอาหารเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว"

"ถ้าแน่จริงก็อย่ากินสิ"

พูดจบ เขาก็พากลุ่มครูฝึกเดินจากไปทันที

พวกไก่อ่อนมองไปทางหอพักที่อยู่ห่างออกไปร้อยเมตร ก็เห็นว่ามีโต๊ะสามตัววางอยู่หน้าหอพักจริงๆ

"ไป! ไปดูกันก่อน!"

ทุกคนฝืนทนความเหนื่อยล้าเดินไปที่หน้าหอพัก เมื่อเห็นอาหารน่ากินและเบียร์เย็นเจี๊ยบวางอยู่บนโต๊ะ แต่ละคนก็กลืนน้ำลายดังเอื้อก

"นี่... ในกับข้าวกับเหล้านี่คงไม่มียาพิษหรอกนะ"

"ไอ้พวกเขี้ยวหมาป่าบัดซบพวกนี้มันจะใจดีขนาดนี้เชียวเหรอ"

"ใครอยากกินก็กินไปเถอะ ยังไงฉันก็ไม่กล้ากินหรอก"

ไก่อ่อนแต่ละคนได้แต่มองตาละห้อยแต่ไม่มีใครกล้าลงมือ

ตอนนั้นเองก็มีเงาร่างหนึ่งเดินออกไป

พอมองดูชัดๆ ทุกคนก็พบว่าเป็นฉีถงเหว่ย

"เฮ้ย! ถงเหว่ย นายไม่กลัวว่าในกับข้าวจะมีลูกเล่นอะไรซ่อนอยู่เหรอ" เฉียงจื่อร้องทัก

ฉีถงเหว่ยหันไปมองพวกเขาก่อนจะยิ้มออกมา จากนั้นก็คว้าน่องไก่บนโต๊ะขึ้นมากัดคำโต

ภาพนั้นทำเอาพวกไก่อ่อนน้ำลายสอกันเป็นแถว!

ฉีถงเหว่ยกระดกเบียร์อึกใหญ่ตามเข้าไป ก่อนจะหันไปพูดกับทุกคนว่า "โดนฝึกหนักจนมีสภาพอุบาทว์ขนาดนี้แล้ว ยังจะมีอะไรให้ต้องกลัวอีก"

"ถึงจะตาย อย่างน้อยก็ขอให้ได้กินอิ่มหนำสำราญก่อนตายก็ยังดี ไม่ใช่หรือไง"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 19 - สัปดาห์ฝึกนรกจบลงแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว