เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 - ทำตัวเด่นจะเป็นภัย!

บทที่ 18 - ทำตัวเด่นจะเป็นภัย!

บทที่ 18 - ทำตัวเด่นจะเป็นภัย!


บทที่ 18 - ทำตัวเด่นจะเป็นภัย!

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

"บัดซบเอ๊ย! ไอ้พวกบ้า!"

"แค่กๆๆ..."

พวกไก่อ่อนพากันสบถด่าด้วยความโมโหพลางรีบสวมอุปกรณ์แล้ววิ่งโซเซพุ่งทะยานออกไปที่ประตู

ไม่นานทุกคนก็ออกมาถึงด้านนอก ผู้กองเกามองดูสภาพทุลักทุเลของทุกคนด้วยความพึงพอใจ

"ตอนนี้เวลาตีสามยี่สิบนาที"

"พระอาทิตย์ที่นี่ขึ้นค่อนข้างเช้า"

"และพระอาทิตย์ขึ้นที่นี่ก็สวยงามมาก ฉันเลยอยากให้ทุกคนได้ชื่นชมมัน"

"กลัวว่าทุกคนจะพลาดช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น ก็เลยปลุกให้ทุกคนตื่นมารอชมพระอาทิตย์ขึ้นเป็นเพื่อนฉันล่วงหน้าสักหน่อย"

พอผู้กองเกาพูดจบ บรรดาไก่อ่อนก็แอบด่าโคตรเหง้าศักราชของเขากันในใจไปไม่รู้กี่ตลบแล้ว

บิดาแกสิ!

ปลุกตอนตีสามให้มารอเฝ้าพระอาทิตย์ขึ้น นายคิดว่าสิ่งที่พูดออกมามันเป็นภาษาคนหรือยังไง

ถ้าอยากดูก็ดูไปคนเดียวสิวะ จะลากพวกเราขึ้นมาทำซากอะไร

ผู้กองเกายกโทรโข่งขึ้นพูดต่อ "แต่การรอมันมักจะน่าเบื่อเสมอ"

"ดังนั้นเพื่อเป็นการฆ่าเวลา ฉันเลยเตรียมหลักสูตรเบาๆ ไว้ให้ทุกคนได้เล่นสนุกกันนิดหน่อย"

ปัง!

ปัง!

ปัง!

สิ้นเสียงของผู้กองเกา สปอตไลต์กำลังไฟหลายพันวัตต์หลายดวงก็สว่างวาบขึ้น สาดส่องไปยังพื้นที่ด้านหลังของพวกเขา

พวกไก่อ่อนต่างพากันหันไปมอง

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือบ่อโคลนขนาดมหึมา

ผู้กองเกาอธิบาย "ห่างออกไปทางด้านหลังพวกแกสามสิบเมตร มีบ่อโคลนอยู่บ่อหนึ่ง"

"ในบ่อโคลนมีท่อนซุงเล็กๆ วางอยู่สิบท่อน"

"สิ่งที่พวกแกต้องทำก็คือ แบกท่อนซุงขึ้นบ่า แล้วสลับซ้ายขวาไปมาหนึ่งพันครั้ง"

"จัดกลุ่มกลุ่มละแปดคน กลุ่มไหนทำเสร็จก่อนพระอาทิตย์ขึ้นก็จะได้กินมื้อเช้า ส่วนกลุ่มไหนทำไม่เสร็จก็โดนทำโทษเพิ่มอีกห้าร้อยครั้ง แล้วก็อดกินมื้อเช้า!"

"เข้าใจตรงกันแล้วใช่ไหม" ไม่มีใครตอบรับ

ไก่อ่อนทุกคนต่างตกตะลึงกับมาตรฐานการฝึกอันแสนโหดร้ายนี้จนพูดไม่ออก

ท่อนซุงในบ่อโคลนมีความยาวสิบเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ถึงสี่สิบเซนติเมตร แถมยังชุ่มไปด้วยน้ำโคลนจนเปียกโชก

น้ำหนักของมันอย่างน้อยๆ ก็ต้องเกินหนึ่งพันชั่ง!

หารเฉลี่ยออกมาแล้ว พวกเขาแต่ละคนต้องรับน้ำหนักคนละร้อยกว่าชั่งเลยทีเดียว!

ในสภาพที่ไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน แถมก่อนหน้านี้ก็เพิ่งเผาผลาญพละกำลังไปอย่างมหาศาล และยังได้พักผ่อนไม่เพียงพอ แล้วยังจะให้พวกเขาแบกท่อนซุงที่หนักอึ้งขนาดนี้ยกขึ้นลงอีกหนึ่งพันครั้ง

นี่มันต่างอะไรกับการเอาชีวิตพวกเขาไปทิ้งกันล่ะ

"รายงาน!"

ในที่สุดเฉียงจื่อก็ทนไม่ไหว เขาตะโกนถามด้วยความโกรธ "ตอนนี้พวกเราทั้งพละกำลังและเวลาพักผ่อนมีไม่พออย่างรุนแรง ไม่มีทางทำภารกิจนี้สำเร็จได้หรอกครับ! นี่มันไม่ใช่การฝึกแล้ว แต่มันคือการทรมานต่างหาก! หรือว่ามาตรฐานการคัดเลือกของหน่วยรบพิเศษพวกคุณ มีพื้นฐานมาจากการทรมานคนกันแน่ครับ"

ผู้กองเกาแค่นหัวเราะเย็นชา "ใช้หน้าเสียงตั้งคำถามกับครูฝึก หักห้าคะแนน!"

"พวกแกไม่ได้อ้างตัวว่าเป็นราชันย์ทหารสอดแนมกันหรอกเหรอ เป็นอะไรไปล่ะ แค่ท่อนซุงเล็กๆ ท่อนเดียวก็ทำเอาพวกแกกลัวจนหัวหดแล้วงั้นเหรอ"

ท่อนซุงเล็กๆ งั้นเหรอ

พี่ชาย นายตาบอดหรือไง

ท่อนซุงยาวสิบเมตรกว้างสี่สิบเซนติเมตรแบบนี้ นายเรียกมันว่าท่อนซุงเล็กๆ เหรอ

"แก!!" เฉียงจื่อเหลืออด เขาทำท่าจะพุ่งออกไปเอาเรื่องกับผู้กองเกา แต่โชคดีที่เกิงจี้ฮุยตาไวคว้ารั้งตัวเขาเอาไว้ได้ทัน!

เฉียงจื่อถึงยอมระงับอารมณ์ลงได้

"ทำอะไรน่ะ จะทำอะไรกัน"

"ดึงดันกันไปมาในแถวแบบนี้ ฉันหมายถึงแกนั่นแหละไก่อ่อนหมายเลข 28! หักห้าคะแนน!"

เกิงจี้ฮุย "..."

"รายงาน! ผมขอถอนตัว!"

ในที่สุดก็มีไก่อ่อนคนหนึ่งทนไม่ไหว ก้าวออกมาตะโกนด้วยความโกรธแค้น "นี่ไม่ใช่การคัดเลือกแล้ว แต่มันคือการทรมาน! มันคือการดูถูกเหยียดหยาม!"

"ขืนฝึกตามมาตรฐานแบบนี้ ไม่มีใครทนไหวหรอก!"

"สู้ยอมโดนพวกแกทรมานจนร่างกายบอบช้ำแล้วค่อยถูกคัดออก สู้ฉันเดินออกไปเองตอนนี้เลยดีกว่า!"

"ฉันจะเดินออกไปอย่างมีศักดิ์ศรี!"

"เยี่ยมมาก! ในที่สุดก็มีคนฉลาดโผล่มาสักที!"

ผู้กองเกาหัวเราะร่วนด้วยความชอบใจ "ยังมีใครอยากจะถอนตัวอีกไหม"

"รายงาน! ผมก็ขอถอนตัว!"

"ฉันก็ขอถอนตัวเหมือนกัน!"

"แม่งเอ๊ย! ทหารหน่วยรบพิเศษส้นตีนแบบนี้ใครอยากจะเป็นก็เป็นไปเถอะ พ่อไม่เอาด้วยแล้ว! ไปตายซะไป!"

ทันใดนั้นไก่อ่อนทีละคนก็สุดจะกลั้นความโกรธที่อัดอั้นอยู่ในใจ พากันเดินก้าวออกจากแถวไป

จวงเหยียนเองก็เกือบจะทนไม่ไหวเตรียมจะก้าวออกไปเช่นกัน แต่หมวดเฉินคว้าแขนเขาไว้แน่น!

"เสี่ยวจวง นายจะทำอะไร"

"ห้ามถอนตัวเด็ดขาด!"

"ถ้านายถอนตัว นายจะกลับไปสู้หน้าผู้กองเหมียวได้ยังไง"

"นายอยากจะทำให้เขาผิดหวังงั้นเหรอ"

"ผม..." พอได้ยินแบบนั้น จวงเหยียนก็นึกถึงสายตาแห่งความคาดหวังที่ผู้กองเหมียวเคยมองมาที่เขา ในที่สุดเขาก็กัดฟันทนยอมอยู่ต่อ

หนึ่งนาทีผ่านไป ก็มีไก่อ่อนอีกสองสามคนเลือกที่จะถอนตัวออกไป

"ยังมีใครจะถอนตัวอีกไหม"

ผู้กองเกาตะโกนเสียงดัง "ทหารหน่วยรบพิเศษไม่ได้วิเศษวิโสอะไรนักหรอก จะเป็นหรือไม่เป็นมันก็ไม่ได้ต่างอะไรกันนักหรอก"

"แล้วจะมาทนลำบากทนทรมานอยู่ที่นี่ทำไมกัน"

"ถ้าฉันเป็นพวกแก ฉันคงรีบถอนตัวแล้วกลับไปอยู่หน่วยเดิมตั้งนานแล้ว"

"ได้กินข้าวกับข้าวสี่อย่างซุปหนึ่งอย่างทุกวัน แถมยังมีหมั่นโถวกับข้าวโพดหอมๆ ให้กินด้วย"

"ตอนนอนก็หลับยาวรวดเดียวจนถึงเช้า ไม่มีใครมากวนใจ ได้นอนหลับฝันดี..."

"พวกแกต่างก็เป็นราชันย์ทหารสอดแนม ตอนอยู่กองร้อย ผู้บังคับกองร้อยกับผู้ฝึกสอนต่างก็รักและเอ็นดูพวกแกจะตาย แล้วจะมารนหาที่ลำบากอยู่ที่นี่ทำไม จริงไหม"

คำพูดประโยคนี้ทำให้ไก่อ่อนบางคนที่ตั้งใจจะกัดฟันทนลองดูอีกสักตั้งถึงกับสติแตก พากันตะโกนรายงานเพื่อขอถอนตัว

สุดท้ายก็มีคนเดินออกไปอีกหลายคน

ฉีถงเหว่ยที่ยืนอยู่ในแถวลอบถอนหายใจเงียบๆ

การฝึกคัดเลือกของหน่วยรบพิเศษมันวิปริตจริงๆ นั่นแหละ

ไม่ใช่แค่ตอนคัดเลือกเท่านั้น แต่ต่อให้นายได้เป็นทหารหน่วยรบพิเศษตัวจริงแล้ว ทุกวันนายก็ยังต้องฝึกทักษะการต่อสู้พิเศษต่างๆ อย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ดี!

ถ้าจิตใจไม่แน่วแน่พอ ความมุ่งมั่นไม่แข็งแกร่งพอ และสมรรถภาพร่างกายรับไม่ไหว ก็ไม่มีทางทนยืนหยัดอยู่ได้หรอก!

และนี่ก็คือเป้าหมายของหน่วยรบพิเศษ พวกเขาต้องการใช้วิธีนี้เพื่อคัดกรองคนที่สภาพจิตใจ ความมุ่งมั่น และสมรรถภาพร่างกายไม่ผ่านเกณฑ์ออกไปทีละชั้นๆ

ส่วนคนที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้จนถึงวินาทีสุดท้าย แต่ละคนล้วนเป็นสุดยอดหัวกะทิในหมู่หัวกะทิทั้งสิ้น!

เมื่อมาถึงจุดนี้ สภาพจิตใจและร่างกายของพวกเขาจะถูกหล่อหลอมจนแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า

การฝึกฝนหลังจากนั้น พวกเขาย่อมสามารถรับมือได้อย่างสบายๆ

ผู้กองเกาถามย้ำอีกหลายครั้ง เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครขอถอนตัวอีก เขาก็โบกมือเป็นสัญญาณ

หมาป่าเทารีบเดินเข้าไปจัดกลุ่มให้พวกไก่อ่อนทันที

แล้วก็ไล่ต้อนให้พวกเขากระโดดลงไปในบ่อโคลน

ส่วนฉีถงเหว่ยได้แต่ยืนทำหน้างงอยู่บนฝั่ง "รายงาน! แล้วผมต้องไปอยู่กลุ่มไหนครับ"

พอได้ยินดังนั้นพวกไก่อ่อนถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าฉีถงเหว่ยยังไม่ได้ถูกจัดกลุ่มเลยนี่หว่า

ดังนั้นทุกคนจึงตั้งหน้าตั้งตารอให้ฉีถงเหว่ยมาอยู่กลุ่มของตัวเอง

เพราะสมรรถภาพร่างกายของฉีถงเหว่ยยอดเยี่ยมที่สุดในหมู่พวกเขา วิดพื้นพันครั้งก็ใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง สภาพร่างกายวิปริตแบบนี้ใครมันจะมีล่ะ

แต่ทว่า...

ผู้กองเกากลับพูดขึ้นว่า "ฉันลืมไปเลยว่ายังมีไก่อ่อนบ้าพลังอย่างนายอยู่อีกคน!"

"ในเมื่อชอบโชว์พาวนัก ฉันก็จะจัดให้แกได้โชว์พาวให้สมใจอยากไปเลย!"

พูดจบเขาก็ชี้มือไปที่ท่อนซุงขนาดยาวสองเมตรและมีเส้นผ่านศูนย์กลางสี่สิบเซนติเมตรท่อนหนึ่งที่แช่อยู่ตรงริมบ่อโคลน "นายต้องแบกท่อนซุงนั่นคนเดียว!"

"สลับบ่าซ้ายขวาหนึ่งพันครั้งเหมือนกัน!"

สิ้นประโยคนี้ พวกไก่อ่อนถึงกับตาเหลือกกันเป็นแถว

ทำตัวเด่นจะเป็นภัยของแท้เลยงานนี้!

กลุ่มของพวกเขามีแปดคน ท่อนซุงยาวสิบเมตร หารเฉลี่ยแล้วตกคนละไม่ถึงเมตรยี่สิบเซนติเมตรด้วยซ้ำ

แต่ของฉีถงเหว่ยยาวกว่าของพวกเขาตั้งแปดสิบเซนติเมตร!

ถ้านับตามน้ำหนักแล้ว อย่างน้อยๆ มันก็ต้องเกินสองร้อยชั่งแน่ๆ!

ยกท่อนซุงหนักสองร้อยชั่งสลับไปมาหนึ่งพันครั้ง บ้าบอ ใครมันจะไปทำได้วะ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 18 - ทำตัวเด่นจะเป็นภัย!

คัดลอกลิงก์แล้ว