- หน้าแรก
- มหาจักรวรรดิเปอร์เซีย รุ่งอรุณแห่งยุคใหม่
- บทที่ 46 - การเผชิญหน้า
บทที่ 46 - การเผชิญหน้า
บทที่ 46 - การเผชิญหน้า
บทที่ 46 - การเผชิญหน้า
ในขณะที่กอมและมัชฮัดเริ่มลุกฮือขึ้นต่อต้านแผนการสร้างทางรถไฟ นักบวชในทาบริซกลับตอกหน้าพวกเขาฉาดใหญ่ อยาตุลเลาะห์แห่งทาบริซประกาศกร้าวว่าการสร้างทางรถไฟไม่ถือเป็นการขัดต่อคัมภีร์อัลกุรอาน ซ้ำยังบอกอีกว่าสิ่งนี้จะช่วยย่นระยะเวลาในการเดินทางไปแสวงบุญของประชาชนได้อีกด้วย
ในฐานะเมืองใหญ่อันดับสองรองจากเตหะราน การที่ผู้นำทางศาสนาของทาบริซหันไปสนับสนุนองค์ชาห์ ย่อมก่อให้เกิดความขัดแย้งภายในแวดวงศาสนาขึ้นโดยตรง
"พวกเขาถึงกับกล้าทำเช่นนี้เชียวหรือ หรือว่าองค์รัชทายาทจะทรงโน้มน้าวพวกเขาได้สำเร็จจริงๆ"
อยาตุลเลาะห์สูงสุดระเบิดอารมณ์โกรธออกมาเป็นครั้งแรก การกระทำของทาบริซไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดความแตกแยกภายในเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดช่องโหว่ให้องค์ชาห์ได้เห็นโอกาสอีกด้วย อย่างไรเสียทุกคนก็ล้วนเป็นสาวกนิกายชีอะห์ด้วยกันทั้งนั้น ตำแหน่งอยาตุลเลาะห์สูงสุดใครๆ ก็สามารถขึ้นเป็นได้ไม่ใช่หรือไง
"รีบส่งคนไปดูสิ ไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นที่ทาบริซกันแน่"
อยาตุลเลาะห์สูงสุดเพิ่งจะเริ่มลงมือ ทว่าองค์ชาห์กลับทรงนำหน้าพวกเขาไปก้าวหนึ่งแล้ว ด้วยการส่งพระราชสาส์นลับไปถึงมือนัสเซอร์ อัลดิน
พระราชสาส์นลับจากเมืองหลวงทำเอานัสเซอร์ อัลดิน ถึงกับตกตะลึง ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะเลวร้ายลงถึงขีดสุดแล้ว เขาเองก็จำต้องนำทัพไปปราบปรามความวุ่นวายในครั้งนี้แล้วสินะ
"ท่านม็อลท์เคอ เวลานี้มีกำลังพลที่สามารถระดมได้ทั้งหมดกี่นาย"
"ท่านผู้สำเร็จราชการ เวลานี้มีทหารที่พร้อมรบจำนวนหนึ่งหมื่นสองพันนาย ส่วนที่เหลือยังอยู่ในระหว่างการฝึกฝนขอรับ"
"ดีมาก เช่นนั้นให้ทิ้งทหารไว้ที่นี่สี่พันนาย ส่วนที่เหลือข้าจะนำติดตัวไปทั้งหมด ท่านสามารถฝึกทหารต่อไปได้เลย ข้าจะจัดการเตรียมการทุกอย่างไว้ให้ท่านเอง"
นัสเซอร์ อัลดิน เคลื่อนย้ายกองกำลังแปดพันนายออกจากทาบริซ ก่อนจะมุ่งหน้าไปหาอามีร์ เมื่อท่านนายกเทศมนตรีเห็นสีหน้าที่เคร่งเครียดขององค์รัชทายาท ก็สัมผัสได้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเป็นแน่
"อาจารย์ สถานการณ์ไม่สู้ดีนัก กลุ่มคนในเมืองกอมเริ่มเคลื่อนขบวนไปประท้วงที่เตหะรานแล้ว เสด็จพ่อได้สั่งให้กองทหารรักษาพระองค์คุมเข้มประตูเมืองเตหะรานทุกบาน"
เหตุการณ์ที่พลิกผันอย่างกะทันหันเช่นนี้ทำเอาอามีร์ถึงกับตั้งตัวไม่ติด ทว่าเขาก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว หากนักบวชเมืองกอมหรือองค์ชาห์ไม่มีฝ่ายใดยอมถอย เกรงว่าเรื่องนี้คงบานปลายกลายเป็นการปะทะกันด้วยกำลังอาวุธเป็นแน่
"ต้องยอมรับเลยว่าพวกเขาเลือกเวลาได้เหมาะเจาะจริงๆ หวังว่ากองทัพของเราจะสามารถพึ่งพาได้นะ"
นัสเซอร์ อัลดิน เอ่ยด้วยความกังวลใจ สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องข้อพิพาททางนโยบายทั่วไปอีกต่อไป ทว่ามันคือการต่อสู้แย่งชิงอำนาจสูงสุด
"ฝ่าบาท เวลานี้ต้องรวดเร็วเข้าไว้พ่ะย่ะค่ะ ทาบริซอยู่ห่างจากเตหะรานอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาเดินทางครึ่งเดือน พวกเราต้องไปให้ถึงเตหะรานก่อนที่เมืองหลวงจะแตก เมื่อถึงเวลานั้น คนพวกนั้นในเมืองกอมก็จะกลายเป็นเนื้อบนเขียงให้พระองค์ทรงสับได้ตามใจชอบพ่ะย่ะค่ะ"
อามีร์รู้ดีว่าในเวลานี้ความรวดเร็วคือสิ่งสำคัญที่สุด จะต้องเร่งเดินทางไปเตหะรานเพื่อควบคุมสถานการณ์ให้ได้โดยเร็ว และหากจำเป็นก็สามารถบุกโจมตีเมืองกอมได้เลย
"นี่ก็เป็นสิ่งที่ข้าคิดไว้เช่นกัน อ้อ จริงสิ เสด็จพ่อยงทรงส่งพระราชสาส์นมาให้อีกฉบับหนึ่ง มีรับสั่งให้ข้าอภัยโทษให้บาบด้วย"
อามีร์มองดูพระราชโองการขององค์ชาห์พลางนึกชื่นชมในพระปรีชาสามารถขององค์ชาห์ที่ทรงรู้จักหาเรื่องสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับกลุ่มอูเลมาแม้ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ทว่าเรื่องนี้คงต้องพักไว้ก่อน มิเช่นนั้นอาจทำให้กลุ่มอูเลมาในทาบริซต้องช้ำใจเอาได้
เมื่อเวลาไม่คอยท่า นัสเซอร์ อัลดิน จึงรีบตรวจตรากำลังพลและมุ่งหน้าสู่เตหะรานทันที หลายพื้นที่เริ่มเกิดความปั่นป่วนในระดับที่แตกต่างกันไป หากชักช้าแม้เพียงก้าวเดียว ประเทศอาจต้องหวนคืนสู่ยุคแห่งความวุ่นวายและการแตกแยกอีกครั้ง
——————————
ในเวลานี้ มูฮัมหมัด ชาห์ ยังคงสามารถควบคุมกองทหารรักษาพระองค์และกองทัพในบริเวณใกล้เคียงเตหะรานได้ พวกเขายอมเชื่อฟังคำสั่งขององค์ชาห์เพียงผู้เดียวโดยไม่สนใจคำสั่งจากเมืองกอม กองกำลังจำนวนหนึ่งหมื่นสองพันนายเหล่านี้กำลังถือครองพระราชโองการขององค์ชาห์ ควบคุมประตูเมืองและสถานที่สำคัญต่างๆ ในเตหะรานเอาไว้
"ฝ่าบาท เพื่อเห็นแก่ประเทศชาติ ขอพระองค์ทรงยกเลิกการสร้างทางรถไฟเถิดพ่ะย่ะค่ะ"
อัครมหาเสนาบดีฮุสเซนพยายามเกลี้ยกล่อมให้มูฮัมหมัด ชาห์ ยอมประนีประนอม ทว่าทำไมเขาถึงไม่ไปเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายบ้างล่ะ หากจำเป็นต้องมีใครตายสักคน คนคนนั้นก็ต้องเป็นองค์ชาห์อย่างนั้นหรือ
"อัครมหาเสนาบดี ข้าพูดชัดเจนแล้วว่านี่คือสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน แล้วทำไมข้าถึงต้องยอมอ่อนข้อด้วยล่ะ เพียงเพราะการประท้วงแค่ไม่กี่ครั้งก็ต้องเป็นแบบนี้งั้นหรือ"
"กระหม่อมทราบ กระหม่อมทราบ ทว่า... ทว่าตอนนี้สถานการณ์กำลังเลวร้ายลงเรื่อยๆ หากพระองค์ไม่ยอมประนีประนอม กระหม่อมเกรงว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นนะพ่ะย่ะค่ะ"
เขาไม่พูดเสียยังจะดีกว่า พอพูดออกมาก็เหมือนไปกระตุกต่อมกริ้วของมูฮัมหมัด ชาห์ เข้าอย่างจัง
"พวกเขาคิดจะทำอะไรกันแน่ พวกเขาคิดว่าแค่พึ่งพาคัมภีร์อัลกุรอานก็จะสามารถต้านทานการรุกรานของรัสเซียได้งั้นหรือ บทเรียนจากออตโตมันยังไม่สาสมอีกหรือไง การเริ่มต้นในตอนนี้ยังไม่ถือว่าสายเกินไป แล้วทำไมพวกเขาถึงต้องมาขัดขวางกันด้วย"
องค์ชาห์รัวคำถามใส่ฮุสเซนจนเขาตั้งตัวไม่ติด คำถามเหล่านี้เขาก็ไม่อาจหาคำตอบมาให้ได้ ทำได้เพียงยืนมองอีกฝ่ายตรัสต่อไป
"เจ้าไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นหรอก กลับไปก่อนเถอะ ส่วนเรื่องที่เหลือข้าเตรียมการไว้หมดแล้ว"
ฮุสเซนทำได้เพียงถอยหลังกลับไป เขารู้ดีว่าตอนนี้สถานการณ์ดำเนินมาถึงจุดที่ต้องแตกหักกันไปข้างหนึ่งแล้ว เพื่อรักษาชีวิตของตนเองเอาไว้ สู้ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเสียจะดีกว่า
หลายวันมานี้สถานการณ์ในเตหะรานเริ่มกลับมามีเสถียรภาพอีกครั้ง การประท้วงครั้งใหญ่ถูกระงับลง ซ้ำยังมีการตั้งด่านตรวจค้นอย่างเข้มงวดตามทางเข้าออกทุกแห่ง เพื่อตรวจสอบว่ามีคนจากเมืองกอมลอบเข้ามาหรือไม่ ในจังหวะนี้เอง นักวิชาการศาสนาจำนวนสามร้อยสามสิบห้าคนได้ร่วมกันลงนามในฎีกาเพื่อขอให้องค์ชาห์ทรงยกเลิกแผนการสร้างทางรถไฟ โดยระบุว่าสิ่งนี้ไม่คู่ควรที่จะถูกสร้างขึ้นบนผืนแผ่นดินของเปอร์เซีย และหวังว่าพระองค์จะทรงถอนข้อเสนอนี้เสีย
ทว่าองค์ชาห์ก็ยังคงยืนยันว่าจะไม่ยกเลิกข้อเสนอนี้ ซ้ำยังตรัสอีกว่าพระองค์เพียงแค่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วประเทศได้ร่วมกันหารือ ยังไม่ได้มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายแต่อย่างใด ทว่าพวกท่านกลับปลุกระดมสาวกให้ออกมาเดินขบวนประท้วง พวกท่านมีเจตนาใดแอบแฝงกันแน่
ปกติมีแต่พวกเขาที่เป็นฝ่ายตั้งคำถามองค์ชาห์ ทำไมวันนี้สถานการณ์ถึงพลิกกลับกันได้ล่ะ ทว่าในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วก็ไม่อาจถอยหลังกลับได้อีก ในเมื่อใช้ฝีปากหว่านล้อมไม่สำเร็จ ก็คงต้องใช้คมดาบเป็นเครื่องตัดสิน
กองทัพจากอิสฟาฮานและมัชฮัดเริ่มระดมกำลังพลมุ่งหน้าสู่เตหะราน มาซานดารันเองก็เตรียมพร้อมที่จะยกทัพเข้าโจมตี ทว่าผู้สำเร็จราชการมณฑลได้ออกคำสั่งเด็ดขาดห้ามมิให้เคลื่อนทัพ จึงต้องล้มเลิกไป นอกจากนี้ยังมีกองกำลังขนาดย่อมจากยาซด์ เคอร์มาน และเมืองอื่นๆ ที่กำลังมุ่งหน้ามาเช่นกัน ผู้สำเร็จราชการแต่ละมณฑลต่างก็รอดูท่าที รอจังหวะที่จะเข้าข้างฝ่ายที่ดูมีภาษีดีกว่า เพื่อดูว่าใครจะได้เป็นผู้ปกครองเปอร์เซียที่แท้จริง
อยาตุลเลาะห์สูงสุดเองก็กำลังครุ่นคิดถึงทางเลือกในอนาคตหลังจากการโค่นล้มมูฮัมหมัด ชาห์ ระบอบการปกครองที่รวมอำนาจศาสนาและการเมืองเข้าไว้ด้วยกันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นักวิชาการไม่อาจขึ้นสู่อำนาจได้โดยตรง ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการกษัตริย์หุ่นเชิดสักองค์มาคอยช่วยเหลือ ส่วนตัวเขาเองก็จะคอยชักใยบงการประเทศชาติอยู่เบื้องหลังในเมืองกอม
วันที่สองตุลาคม สมาคมความก้าวหน้าในเมืองทาบริซได้ออก "แถลงการณ์ถึงประชาชนทั่วประเทศ" โดยกล่าวหาขุมกำลังทางศาสนาที่มีเมืองกอมเป็นแกนนำอย่างเปิดเผย ว่าพวกเขาเพิกเฉยต่อความทุกข์ยากของประชาชน ขูดรีดหยาดเหงื่อแรงงาน ปิดหูปิดตาประเทศชาติ และความผิดอื่นๆ รวมทั้งสิ้นยี่สิบประการ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนทั่วประเทศออกมาเดินขบวนประท้วงคนพวกนั้น
ในขณะเดียวกันที่เตหะราน มูฮัมหมัด ชาห์ ได้สั่งประหารชีวิตสายลับจากเมืองกอมสองคนอย่างเปิดเผย และนำศีรษะของพวกเขาไปแขวนประจานไว้บนกำแพงเมือง ทางฝั่งเมืองกอมก็ไม่ยอมน้อยหน้า ระดมกำลังนักเรียนจากโรงเรียนสอนศาสนาและนักวิชาการจำนวนสองพันคนมุ่งหน้าสู่เตหะรานทันที ทว่าระหว่างทางถูกกองทหารรักษาพระองค์สกัดกั้นเอาไว้จึงจำต้องถอยทัพกลับไป
องค์ชาห์และอยาตุลเลาะห์ต่างฝ่ายต่างกล่าวโทษซึ่งกันและกัน ส่วนประชาชนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็ถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ชาวนาในชนบทส่วนใหญ่ยอมเชื่อฟังเมืองกอม ในขณะที่ชาวเมืองกลับให้การสนับสนุนองค์ชาห์
มัสยิดในเตหะรานยังคงประกอบพิธีละหมาดตามปกติ ทว่ารอบนอกกลับถูกรายล้อมไปด้วยกำลังทหารอย่างแน่นหนา มูฮัมหมัด ชาห์ ได้ส่งพระราชสาส์นลับไปยังผู้สำเร็จราชการมณฑลอื่นๆ ที่สนับสนุนเตหะราน โดยสั่งการให้พวกเขายกทัพมาปราบปรามพวกกบฏ
ส่วนบรรดาขุนนางก็แตกออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน บางส่วนหลบหนีไปยังเมืองกอมและประกาศกร้าวว่าจะปฏิบัติตามคัมภีร์อัลกุรอานและกฎหมายที่ถูกกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งก็ถูกองค์ชาห์แต่งตั้งให้เข้าไปเสียบแทนในตำแหน่งที่ว่างลง เวลานี้เกิดเป็นภาพการเผชิญหน้าระหว่างสองรัฐบาล ต่อให้เป็นออตโตมันก็ยังไม่เคยเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นมาก่อน จะเห็นได้ว่าเปอร์เซียนั้นช่างมีบุญวาสนามากเพียงใด ถึงได้เกิดเหตุการณ์ที่ดุเดือดเลือดพล่านเช่นนี้ขึ้น
[จบแล้ว]