- หน้าแรก
- มหาจักรวรรดิเปอร์เซีย รุ่งอรุณแห่งยุคใหม่
- บทที่ 36 - บาบ
บทที่ 36 - บาบ
บทที่ 36 - บาบ
บทที่ 36 - บาบ
นัสเซอร์ อัลดินทรงให้คนควบม้าเร็วนำฎีกาข้อเสนอแนะของพระองค์ส่งตรงไปยังเตหะราน พระบิดาน่าจะกำลังรอคอยข่าวนี้อยู่อย่างแน่นอน
ทว่าท่านผู้สำเร็จราชการยังมีเรื่องอื่นที่ต้องจัดการ อย่างเช่นนักโทษที่เพิ่งถูกส่งตัวเข้ามาใหม่ซึ่งมีนามว่าบาบ ฎีกาที่เรียกร้องให้ประหารชีวิตเขามีส่งเข้ามามากมายก่ายกอง ซึ่งนี่ทำให้พระองค์ทรงรู้สึกใคร่รู้เกี่ยวกับผู้ก่อตั้งศาสนาบาไฮผู้นี้มากยิ่งขึ้น
ดังนั้นในวันนี้พระองค์จึงทรงพาอามีร์ไปที่คุกด้วยกันเพื่อดูหน้าชายผู้นี้ ได้ยินมาว่าเขาอายุยังไม่ถึงสามสิบปีด้วยซ้ำ นับเป็นชายหนุ่มที่เก่งกาจไม่เบา
เมื่อก้าวเข้าไปในคุกก็แว่วเสียงคนกำลังพูดคุยกัน ฟังดูเหมือนเขากำลังเผยแพร่อะไรบางอย่าง
"อิหม่ามจะจุติลงมาบนโลกมนุษย์ในท้ายที่สุด ปัจจุบันมีคนบางกลุ่มอาศัยการตีความคัมภีร์อัลกุรอานตามอำเภอใจมาขูดรีดเงินทองจากผู้ที่หลงผิด มะฮ์ดีมีภารกิจที่จะต้องขจัดเนื้อร้ายเหล่านี้ให้สิ้นซาก"
บาบกำลังเผยแพร่คำสอนของตนแก่เหล่านักโทษ ในเวลานี้เขายังคงเน้นไปที่การอธิบายหลักคำสอนในคัมภีร์อัลกุรอานเป็นหลัก เขายอมรับแนวคิดบางส่วนของนิกายชีอะห์และสอดแทรกความเข้าใจของตนเองเข้าไปด้วย องค์ประกอบสำคัญในผลงานของเขาคือการอภิปรายเกี่ยวกับแก่นเรื่องแห่งสหัสวรรษของนิกายชีอะห์ ซึ่งทำให้ความเคลื่อนไหวของเขามีลักษณะของการเปิดเผยจากสวรรค์ นี่คือการเสด็จกลับมาของมะฮ์ดี คือวันแห่งชัยชนะและการปกครองของพระผู้เป็นเจ้า สิ่งนี้ทำให้ความเชื่อของเขาได้รับการต้อนรับอย่างกว้างขวาง
บาบมักจะอ้างอิงและวิพากษ์วิจารณ์บทความในคัมภีร์อัลกุรอาน ทว่าเขาไม่ได้ทำเหมือนนักเทววิทยาหรือนักปราชญ์นิกายซูฟีที่มักจะวิจารณ์คำหรือประโยคในนั้น เขาใช้วิธีวิจารณ์ตัวบทแบบตัวอักษรต่อตัวอักษร โดยเริ่มต้นจากคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์เพื่อเปิดเผยถึงหัวข้อที่อาจไม่มีความเกี่ยวข้องหรือไม่ได้เชื่อมโยงกับคัมภีร์อัลกุรอานเลย บาบใช้วิธีการเปรียบเปรยหรืออุปมาอุปไมยในการตีความตัวบทและหลักคำสอนทางศาสนาอิสลามมากมาย
"น่าสนใจดีนี่ นับตั้งแต่พระบิดาแตกหักกับพวกที่กอม ข้าก็ไม่ได้ยินเรื่องพวกนี้อีกเลย พาตัวเขาออกมา"
เมื่อเป็นรับสั่งของท่านผู้สำเร็จราชการ มีหรือที่พวกผู้คุมจะกล้าขัดขืน พวกเขารีบนำตัวบาบและสาวกอักษรเกิดใหม่คนหนึ่งออกมาทันที บาบยังนึกว่าวาระสุดท้ายของตนมาถึงแล้ว จึงได้แต่บอกให้สาวกอย่าได้เคียดแค้นรัฐบาล หากจะแค้นก็จงไปแค้นพวกที่กอมเถิด (สาวกอักษรเกิดใหม่: สาวกกลุ่มแรกของบาบ มีจำนวนทั้งสิ้นสิบแปดคน)
ทว่าผิดคาด พวกเขาไม่ได้ถูกพาตัวไปที่ลานประหาร แต่กลับถูกพามาที่ห้องทำงานในคุก นายกเทศมนตรีเมืองทาบริซและผู้สำเร็จราชการแห่งอาเซอร์ไบจานกำลังรอพวกเขาอยู่
"ท่านผู้สำเร็จราชการ ท่านนายกเทศมนตรี"
บาบทำความเคารพทั้งสองคน อามีร์เป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน "ซัยยิด อาลี มุฮัมมัด เจ้ารู้หรือไม่ว่าตนเองทำผิดข้อหาใด"
"ข้าไม่มีความผิด การที่ข้าอยากให้ชาวบ้านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มันเป็นความผิดตรงไหน"
อามีร์หยิบเอกสารปึกหนึ่งขึ้นมาให้บาบดู "พวกนี้คือฎีกาที่ส่งมาถึงท่านผู้สำเร็จราชการเพื่อเรียกร้องให้ประหารชีวิตเจ้า ในนี้ระบุว่าเจ้าปล่อยข่าวลือ ลบหลู่องค์อัลลอฮ์และศาสนทูตของพระองค์ แถมยังพยายามจะโค่นล้มผู้สำเร็จราชการแห่งชีราซอีกด้วย"
"ใส่ร้าย นี่มันเป็นการใส่ร้ายป้ายสีชัดๆ มะฮ์ดีวิ่งเต้นไปทั่วทุกสารทิศก็เพื่อราษฎร ในขณะที่คนพวกนั้นเอาแต่หมกตัวอยู่ในคฤหาสน์หรูหราโดยไม่ทำประโยชน์อันใด นี่คือการใส่ร้ายป้ายสีของพวกมัน"
สาวกที่อยู่ด้านข้างรีบเอ่ยปากโต้แย้งทันที ทว่าก็ถูกบาบห้ามเอาไว้ "ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เรื่องถูกผิดปล่อยให้ท่านผู้สำเร็จราชการเป็นผู้ตัดสินเถิด"
"เจ้ากล้าให้ท่านผู้สำเร็จราชการเป็นผู้ตัดสินเชียวหรือ ข้านึกว่าเจ้าจะพยายามอธิบายอย่างสุดชีวิตเสียอีก"
"ต่อให้อธิบายไปมากแค่ไหน หากท่านผู้สำเร็จราชการไม่ทรงเชื่อก็ป่วยการเปล่า ถ้าเป็นเช่นนั้นสู้ไม่พูดเสียเลยจะดีกว่า"
แปะ! แปะ! แปะ!
นัสเซอร์ อัลดินทรงปรบมือ "ต้องยอมรับเลยว่าฝีปากของเจ้าจัดจ้านไม่เบา ทว่าไม่เพียงแค่ในทาบริซเท่านั้น แต่ยังมีจดหมายจากเตหะรานและกอมอีกนับไม่ถ้วนที่เรียกร้องให้ข้าสั่งประหารเจ้า ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมถึงมีคนมากมายยอมติดตามเจ้า"
"หากท่านผู้สำเร็จราชการทรงยินดีรับฟัง ข้าจะเล่านิทานให้ฟังเรื่องหนึ่ง แล้วท่านก็จะเข้าใจเอง"
"เชิญ"
บาบรวบรวมความคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มเล่า "มีครอบครัวหนึ่ง มีสมาชิกเจ็ดคน พวกเขาประทังชีวิตด้วยการทำนาบนที่ดินของเศรษฐี ในช่วงที่ว่างเว้นจากการทำนาก็จะหาทำมาค้าขายเล็กๆ น้อยๆ เพื่อจุนเจือครอบครัว เดิมทีชีวิตก็พอจะถูไถไปได้ ทว่าในช่วงหลายปีมานี้กลับเกิดภัยธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง แต่ค่าเช่าที่นาของพวกเจ้าที่ดินและภาษีจากเบื้องบนกลับไม่เคยลดน้อยลงเลย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการเรียกเก็บภาษีล่วงหน้าไปอีกสิบกว่าปีด้วย
พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น ทำได้เพียงปรนนิบัติดูแลผืนดินราวกับเป็นพ่อแม่ผู้บังเกิดเกล้า ทว่าผลผลิตที่ได้กลับไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยแม้แต่น้อย พอถึงสิ้นปี ต่อให้เอาเสบียงอาหารทั้งหมดที่มีในบ้านไปจ่ายก็ยังห่างไกลจากคำว่าเพียงพอ
ดังนั้นเพื่อหาเงินมาให้ครบตามจำนวน ลูกสาวจึงถูกบังคับให้แต่งงานกับชายแก่คราวพ่อวัยห้าสิบปี ลูกชายสองคนถูกบีบให้ไปเป็นทาสรับใช้ในบ้านของเศรษฐี และต่อมาก็ถูกทุบตีจนตายโดยไร้เหตุผล ผู้เป็นแม่และปู่ก็ล้มป่วยจนเสียชีวิตเพราะตรากตรำทำงานหนัก สุดท้ายก็เหลือเพียงผู้เป็นพ่อที่ต้องกระเตงลูกน้อย ภาษีของปีนี้จ่ายครบแล้วก็จริง แต่ปีหน้าล่ะจะทำอย่างไร"
นัสเซอร์ อัลดินทรงทราบดีว่านี่คือสภาพความเป็นจริงในชนบทของอิหร่าน พวกเจ้าที่ดินครอบครองที่ดินส่วนใหญ่ ชาวนาผู้เช่าที่นาต้องแบ่งผลผลิตกว่าครึ่งหนึ่งส่งมอบให้เจ้าที่ดินในแต่ละปี ถึงกระนั้นตัวอย่างของครอบครัวที่ต้องบ้านแตกสาแหรกขาดในแต่ละปีก็มีให้เห็นนับไม่ถ้วน
"นี่คือเหตุผลที่มีคนติดตามเจ้ามากมายขนาดนั้นงั้นหรือ"
"ท่านผู้สำเร็จราชการ พวกเขาเพียงแค่ต้องการสังคมที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ต้องการเพียงแค่หลุดพ้นจากสภาพความเป็นอยู่ในปัจจุบัน ทำไมเหล่านักบวชที่มีทั้งที่ดินและร้านค้าเป็นของตนเองถึงใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย แต่พวกชาวนากลับต้องมีชีวิตที่แสนรันทด คัมภีร์อัลกุรอานได้กลายเป็นเครื่องมือในการกอบโกยความมั่งคั่งของพวกเขา อาศัยการบิดเบือนความหมายตามอำเภอใจเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ กอมก็คือบ่อน้ำคลำที่เน่าเหม็น เต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล เป็นศูนย์รวมของความโสมมทั้งปวง..."
"หุบปากเดี๋ยวนี้" อามีร์ขัดจังหวะคำพูดที่กำลังจะพรั่งพรูออกมา "เจ้ากล้าพูดจาสามหาวเช่นนี้ได้อย่างไร ไม่กลัวตายหรือไง"
"ฮ่าๆๆๆๆ ท่านนายกเทศมนตรี หากข้ากลัวตาย ข้าก็คงไม่พูดเรื่องพวกนี้ตั้งแต่แรกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ท่านไม่คิดหรือว่าสิ่งที่ข้าพูดมาทั้งหมดคือความจริง"
อามีร์เองก็ยอมรับว่ามันคือความจริง ทว่าการที่อีกฝ่ายกล้าพูดจาบ้าบิ่นถึงเพียงนี้ก็ถือว่าใจกล้าไม่เบาเลยจริงๆ
"เจ้าพูดได้ดีมาก หากเจ้าไปอยู่ที่อิสตันบูล เจ้าคงได้เป็นผู้นำละหมาดที่ฮาเกียโซเฟียไปแล้ว"
ทว่านึกไม่ถึงเลยว่าบาบจะแสดงท่าทีดูแคลนออตโตมัน "ออตโตมันก็แค่ประเทศที่เติบโตขึ้นมาได้เพราะความโชคดีเท่านั้น อิหร่านต่างหากที่เคยปกครองดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลมาตั้งแต่หลายพันปีก่อน ตอนนี้ก็เพียงแค่หลับใหลไปเท่านั้น จำเป็นต้องมีจิฮาดเพื่อปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง"
ไม่คิดเลยว่าบาบจะมีมุมมองต่อออตโตมันเช่นนี้ แม้จะถูกตราหน้าว่าเป็นพวกนอกรีต ทว่าเขาก็ยังคงให้ความเคารพต่ออิหม่ามทั้งสิบสองพระองค์อยู่เสมอ เพียงแต่มีจุดยืนที่แตกต่างกันเท่านั้น
"ความคิดของเจ้าดีทีเดียว ข้าเกือบจะคล้อยตามแล้วเชียว ในเมื่อเจ้าทำไปเพื่อราษฎร ข้าก็จะให้โอกาสเจ้าสักครั้ง อีกไม่กี่วันจะมีการพิจารณาคดีในชั้นศาล เจ้าสามารถแก้ต่างให้ตนเองได้ แน่นอนว่าเจ้าสามารถพาคนไปช่วยได้สองสามคน ส่วนจะรอดหรือไม่นั้น ก็คงต้องขึ้นอยู่กับพระประสงค์ขององค์อัลลอฮ์แล้วล่ะ"
"ขอบพระทัยท่านผู้สำเร็จราชการ พระองค์ทรงแตกต่างจากคนพวกนั้น พระองค์จะต้องกลายเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ได้อย่างแน่นอน"
บาบถูกคุมตัวออกไป อามีร์รีบหันไปทูลถามท่านผู้สำเร็จราชการด้วยความร้อนรนว่าเหตุใดจึงทรงทำเช่นนี้
"ฝ่าบาท แค่ทรงลงพระนามประหารชีวิตเขาก็สิ้นเรื่องแล้ว ทำไมยังต้องเปิดโอกาสให้เขาแก้ต่างด้วยล่ะพ่ะย่ะค่ะ"
นัสเซอร์ อัลดินทรงแย้มพระสรวลแล้วรับสั่ง "ท่านอาจารย์ที่รักของข้า ท่านรอดูไปเถอะ ชายผู้นี้ไม่เหมือนกับคนที่ข้าเคยพบเจอมา ไม่แน่ว่าเขาอาจจะช่วยเติมเลือดใหม่ให้กับพวกอยาตุลเลาะห์ได้บ้างก็เป็นได้"
หมายเหตุ: บาบคือผู้ก่อตั้งศาสนาบาไฮ ตามประวัติศาสตร์เขาถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าที่ทาบริซในปี ค.ศ. 1850 ด้วยวัยเพียงสามสิบปี
หลังจากการเสียชีวิตของเขา ผู้นับถือศาสนาบาไฮได้ก่อการกบฏและเริ่มใช้ระบบคอมมูน ทว่าสุดท้ายก็ถูกปราบปราม แม้การกบฏจะล้มเหลว แต่มันก็สร้างความสั่นสะเทือนอย่างหนักให้กับราชวงศ์กอญัร
[จบแล้ว]