- หน้าแรก
- รุ่งอรุณแห่งอินทรีเหล็ก
- บทที่ 51 ยินดีต้อนรับสู่เครื่องบดเนื้อ
บทที่ 51 ยินดีต้อนรับสู่เครื่องบดเนื้อ
บทที่ 51 ยินดีต้อนรับสู่เครื่องบดเนื้อ
บทที่ 51 ยินดีต้อนรับสู่เครื่องบดเนื้อ
แดเนียลเป็นชาวนาจากแถบภูเขาทางตอนเหนือของราชอาณาจักรอารากอน
เขายังไม่ได้แต่งงาน แต่มีหญิงสาวที่ชอบพออยู่แล้ว
สามเดือนก่อน เขาถูกหน่วยเกณฑ์ทหารของกองทัพฝ่ายกษัตริย์จับตัวไปจากทุ่งนา ถูกยัดเยียดให้ใส่ชุดเครื่องแบบทหารที่ไม่พอดีตัว และได้รับแจกปืนไรเฟิลเก่าๆ ที่เกลียวลำกล้องแทบจะสึกจนหมดแล้ว
เขาไม่อยากทำสงคราม เขาแค่อยากกลับบ้านไปทำนา เก็บเงินแล้วแต่งงานกับมาเรียที่อยู่หมู่บ้านข้างๆ
แต่ตอนนี้ เขากำลังหมอบราบอยู่บนพื้นหินปูถนนอันเย็นเฉียบของเซบียา ข้างกายมีร่างไร้วิญญาณที่ยังอุ่นๆ ของเพื่อนร่วมรบ กระสุนปืนพุ่งทะยานมาจากทุกสารทิศ ปะทะเข้ากับพื้นและกำแพงจนฝุ่นควันและประกายไฟแตกกระจาย
เมื่อไม่กี่นาทีก่อน ผู้บังคับบัญชายังบอกพวกเขาอยู่เลยว่า พวกแซกซอนกับกองทัพกบฏหนีไปหมดแล้ว! นี่จะเป็นแค่การเดินสวนสนามพร้อมอาวุธสบายๆ!
ทว่าเมื่อเสียงปืนนัดแรกดังขึ้น ทุกคนต่างก็งงสนิท
วินาทีถัดมา เสียงปืนก็ดังรัวเป็นปืนกลมาจากหน้าต่างทุกบานบนถนนทั้งสองฝั่ง จากหลังคาทุกหลัง และจากทุกมุมมืดที่พวกเขามองไม่เห็น
แดเนียลไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากระสุนถูกยิงมาจากทางไหน เขาเห็นเพียงคนรอบข้างล้มลงไปทีละคนๆ พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
สัญชาตญาณสั่งให้เขารีบหมอบลงกับพื้นตามฝูงชน ซุกหน้าลงต่ำสุดขีด ร่างกายสั่นเทาเป็นเจ้าเข้า
"เข้าที่กำบัง! รีบหาที่กำบังเร็ว!" นายทหารแหกปากตะโกนสุดเสียง
แต่จะให้ไปหลบที่ไหนล่ะ?
บนถนนอันกว้างขวางไร้ซึ่งที่กำบังใดๆ พวกเขาเป็นเสมือนเป้านิ่งที่เปิดโล่งต่อหน้าปากกระบอกปืนนับไม่ถ้วน
"เข้าไปในตึก! รีบเข้าไปในบ้านพวกนั้น!"
สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดผลักดันให้เหล่าทหารตะเกียกตะกายลุกขึ้นวิ่งไปยังอาคารที่อยู่สองฟากฝั่งถนน
แดเนียลเองก็ลุกขึ้นวิ่งตาม เขาเล็งไปที่ตึกสองชั้นที่อยู่ใกล้ที่สุด แล้วใส่เกียร์หมาพุ่งสุดกำลัง
ทว่าเมื่อวิ่งไปถึงหน้าประตู เขากลับต้องพบกับความสิ้นหวัง เมื่อพบว่าประตูและหน้าต่างชั้นหนึ่งของตึกถูกตอกปิดตายด้วยอิฐและแผ่นไม้จากด้านใน ไม่มีทางเข้าไปได้เลย!
เขากระแทกประตูอย่างแรง ใช้พานท้ายปืนทุบหน้าต่าง แต่ประตูบานบัดซบนั่นก็ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
ขณะเดียวกัน ถนนเบื้องหลังเขาก็แปรสภาพกลายเป็นโรงฆ่าสัตว์ไปโดยสมบูรณ์
ปืนกลหนัก MG08 ที่ดักซุ่มอยู่สุดปลายถนน แผดเสียงคำรามออกมาในที่สุด
ปืนกลหนักที่โมรินรักประดุจสมบัติล้ำค่า ได้แสดงแสนยานุภาพที่แท้จริงในฐานะ 'เครื่องเก็บเกี่ยวแห่งสนามรบ' ออกมาให้เห็นแล้ว
พลยิงแทบไม่จำเป็นต้องเล็งด้วยซ้ำ เพราะทหารชุดดำของกองทัพฝ่ายกษัตริย์ต่างอัดแน่นกันอยู่เต็มสองฟากถนน
เพียงแค่สาดกระสุนเข้าไปยังจุดที่คนชุกชุมที่สุด กระสุนอันร้อนระอุก็สามารถฉีกกระชากร่างมนุษย์ได้อย่างง่ายดาย สาดกระเซ็นละอองเลือดฟุ้งกระจายเป็นวงกว้าง
ทหารกองทัพฝ่ายกษัตริย์ล้มระเนระนาดราวกับต้นข้าวสาลีที่ถูกเคียวเกี่ยว
แดเนียลตกใจจนวิญญาณแทบหลุดลอย เขาล้มเลิกความตั้งใจที่จะพังประตู แล้วหันหลังกลับเพื่อหาทางเข้าอื่น
จังหวะนั้นเอง เขาสังเกตเห็นอาคารหลังหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนักเปิดประตูทิ้งไว้
แดเนียลพุ่งเข้าไปอย่างไม่คิดชีวิตราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้
มีคนคิดแบบเดียวกับเขาอีกเพียบ ทหารกองทัพฝ่ายกษัตริย์กว่าสิบคนหรืออาจจะมากกว่านั้น แห่กันทะลักเข้าไปในอาคารหลังนั้นอย่างบ้าคลั่ง
พื้นที่อันคับแคบอัดแน่นไปด้วยผู้คน ทุกคนต่างผลักไสไล่ส่งกันเพื่อเบียดเสียดเข้าไปหลบซ่อนให้ลึกที่สุด
ไม่มีใครทันสังเกตเลยว่า ก้นปล่องไฟของบ้านหลังนี้ถูกคว้านออกจนโล่งเตียนไปนานแล้ว กระทั่งตะแกรงเหล็กที่ใช้กั้นก็ยังถูกรื้อทิ้งไป
แดเนียลถูกเบียดอยู่ตรงกลางจนแทบหายใจไม่ออก
เสี้ยววินาทีนั้น เขาได้ยินเสียงประหลาดดังมาจากเหนือหัว คล้ายกับมีอะไรบางอย่างร่วงหล่นลงมาจากปล่องไฟ
"นั่นอะไรน่ะ?" ใครบางคนเงยหน้าขึ้นถาม
แต่ไม่มีใครตอบคำถามของเขาได้ มีเพียงทหารไม่กี่คนที่อยู่ใกล้ปล่องไฟเท่านั้นที่เห็นวัตถุสีดำๆ กลิ้งหลุดออกมาจากก้นปล่องไฟ
วินาทีต่อมา การระเบิดอันรุนแรงก็บังเกิดขึ้น
ระเบิดมือที่ทหารแซกซอนซึ่งดักซุ่มอยู่บนหลังคาหย่อนลงมาทางปล่องไฟ ระเบิดตูมสนั่นขึ้นท่ามกลางห้องที่อัดแน่นไปด้วยผู้คน
ตามมาด้วยลูกที่สอง ลูกที่สาม...
เสียงกัมปนาทแทบจะทำให้แก้วหูของแดเนียลฉีกขาด คลื่นความร้อนและสะเก็ดระเบิดที่ปลิวว่อนกลืนกินทั้งห้องไปในพริบตา
แดเนียลรู้สึกเหมือนถูกแรงมหาศาลผลักให้ล้มลงกระแทกพื้น พร้อมกับร่างคนจำนวนมากที่ล้มทับลงมาบนตัวเขา
เขาได้กลิ่นดินปืนคลุ้งผสมกับกลิ่นคาวเลือดและเนื้อไหม้ สองหูอื้ออึงไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโอดครวญอย่างทรมาน
เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองบาดเจ็บหรือไม่ รู้เพียงอย่างเดียวว่าต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้
แดเนียลตะเกียกตะกายปีนป่ายออกมาจากกองซากศพอย่างสุดชีวิต ในที่สุดก็หนีรอดออกมาจากขุมนรกบนดินแห่งนั้นได้
เขาและทหารกองทัพฝ่ายกษัตริย์คนอื่นๆ ที่เนื้อตัวชุ่มโชกไปด้วยเลือด ร้องห่มร้องไห้หนีตายออกมาจากอาคารมรณะหลังนั้น แล้วกลับมาเป็นเป้านิ่งบนท้องถนนอีกครั้ง
จากนั้น สิ่งที่ต้อนรับพวกเขา ก็คือห่ากระสุนที่ดักรออยู่ก่อนแล้วจากทุกทิศทุกทาง
ชาวนาจากภูเขาทางตอนเหนือของอารากอนคนนี้เพิ่งจะวิ่งพ้นประตูบ้าน ก็รู้สึกชาหนึบที่ต้นขา ก่อนจะล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น
เขาก้มมองดู ก็พบว่ากางเกงมีรูโหว่ขนาดใหญ่ เลือดสดๆ กำลังทะลักออกมาไม่หยุด
ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นพล่านไปทั่วร่างในชั่วพริบตา
เขาอยากจะคลานหนี อยากจะออกไปจากสถานที่อันน่าสะพรึงกลัวแห่งนี้ แต่ร่างกายกลับไม่ยอมทำตามคำสั่งเสียแล้ว
ภาพเบื้องหน้าแดเนียลเริ่มพร่ามัว เขาเห็นทุ่งข้าวสาลีสีทองอร่ามที่บ้านเกิด เห็นมาเรียยืนยิ้มให้เขาอยู่ท่ามกลางทุ่งรวงทอง
"มาเรีย..."
เขาพึมพำแผ่วเบา ก่อนที่ศีรษะจะพับลงและหมดสติไปโดยสมบูรณ์
ฉากโศกนาฏกรรมเช่นนี้ กำลังเกิดขึ้นพร้อมๆ กันบนทุกถนนหนทางของเซบียา
การโจมตีระลอกแรกของกองทัพฝ่ายกษัตริย์และพวกบริทาเนีย ไม่อาจรุกคืบเข้าไปได้เกินร้อยเมตรด้วยซ้ำ พวกเขาถูกตอกกลับมาจนหัวร้างข้างแตกเมื่อต้องเผชิญกับตาข่ายมรณะที่ถักทอขึ้นจากจุดยิงไขว้ แนวสิ่งกีดขวาง และกับดักมรณะภายในอาคาร
พวกเขาทิ้งซากศพเกลื่อนกลาดและทหารบาดเจ็บที่นอนร้องโอดครวญเอาไว้เบื้องหลัง ก่อนจะล่าถอยกลับมาอย่างทุลักทุเล
ณ กองบัญชาการชั่วคราวแนวหลัง โฮเซ่ ซานฮูร์โฆ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 24 แห่งกองทัพฝ่ายกษัตริย์ หน้าดำคร่ำเครียดขณะฟังรายงานสถานการณ์การรบจากทหารส่งสารที่เพิ่งกลับมาจากแนวหน้า
"แกพูดว่าอะไรนะ? การโจมตีระลอกแรก... ถูกตีแตกถอยกลับมางั้นเรอะ?"
"ครับ ท่านนายพล"
ทหารส่งสารที่มารายงานก้มหน้าหงุด ไม่กล้าสบตาเขา
"ทหารของเราบุกเข้าไปไม่ได้เลย การสูญเสีย... บาดเจ็บล้มตายหนักหนาสาหัสมากครับ"
"พวกสวะ! สวะทั้งนั้น!" ซานฮูร์โฆถีบเก้าอี้ข้างๆ จนล้มโครม บรรยากาศภายในเต็นท์บัญชาการอึดอัดจนถึงขีดสุด
เขาคิดไม่ออกเลยจริงๆ ฝ่ายเขามีกำลังพลเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด แถมยังได้รับการสนับสนุนจากพวกบริทาเนีย แล้วทำไมการโจมตีระลอกแรกถึงเละเทะไม่เป็นท่าแบบนี้?
"พวกแซกซอนนั่นมันใช้มนตร์ดำอะไรกันแน่? หรือว่าพวกมันเริ่มส่งนักเวทย์มาประจำการในกองทัพแล้ว?!"
เขาทึ้งหัวตัวเองราวกับสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง
"ท่านนายพลครับ ศัตรู... ยุทธวิธีของศัตรูประหลาดมาก พวกเขาทิ้งถนนให้โล่ง แล้วเอากำลังพลทั้งหมดไปซุ่มอยู่ตามตึก พอทหารของเราเข้าเมืองไปก็ถูกโจมตีจากทุกสารทิศจนตั้งตัวรับมือไม่ทันเลยครับ"
"ในตึกงั้นเรอะ?" ซานฮูร์โฆชะงักไป
ถึงแม้เขาจะไม่ได้เป็นนายพลที่เก่งกาจอะไรนัก แต่ก็ผ่านสมรภูมิในราชอาณาจักรอารากอนมาค่อนชีวิต ผ่านศึกมาไม่น้อย ทว่าเขาไม่เคยได้ยินยุทธวิธีแบบนี้มาก่อนเลย
ในสายตาของเขา การทำศึกควรจะเป็นการจัดทัพเผชิญหน้ากันในที่โล่งกว้าง เป็นการประสานงานระหว่างทหารปืนใหญ่ ทหารม้า และทหารราบ เป้าหมายหลักคือการค้นหากำลังหลักของศัตรูแล้วบดขยี้ให้แหลกคาสนามรบ...
ชัยชนะอันเจิดจรัสแบบยุทธการเอาสเดอร์ลิตซ์ต่างหาก ถึงจะเป็นสงครามที่เจริญแล้วอย่างแท้จริง โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้พลเรือน...
แต่ตอนนี้พวกแซกซอนไปมุดหัวอยู่ตามบ้านคน มันหมายความว่ายังไง?
แบบนั้นมันเรียกว่าทำสงครามได้ด้วยเรอะ?
"แล้วพวกบริทาเนียล่ะ? กรมปืนไฟนอร์ธัมเบอร์แลนด์ของพวกมันไม่ได้ตามอยู่ข้างหลังหรอกรึ? พวกมันว่ายังไงบ้าง?"
ซานฮูร์โฆเพิ่งจะนึกถึง 'พันธมิตร' ของตัวเองขึ้นมาได้
สีหน้าของนายทหารคนนั้นดูย่ำแย่ลงไปอีก "พวกบริทาเนีย... พอเห็นทหารของเราเสียท่า พวกมันก็ถอยทัพกลับมาเลยครับ ไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้เลยแม้แต่น้อย"
"อะไรนะ?!" ซานฮูร์โฆรู้สึกเหมือนความดันพุ่งปรี๊ด
เขารู้อยู่เต็มอกว่าพวกบริทาเนียจอมหยิ่งยโสพวกนั้นดูถูกกองทัพฝ่ายกษัตริย์อย่างพวกเขา เห็นพวกเขาเป็นแค่ตัวล่อเป้า แต่เขาไม่นึกเลยว่าพวกมันจะทำตัวสารเลวได้ถึงขนาดนี้!
ความรู้สึกอัปยศอดสูและความโกรธแค้นอันมหาศาลเอ่อล้นขึ้นมาในใจ
หรือว่าถ้าไม่มีพวกบริทาเนียคอยช่วย กองทัพฝ่ายกษัตริย์อย่างพวกเขาจะทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลยรึไง?!
"ถ่ายทอดคำสั่งของฉันลงไป!"
ดวงตาของซานฮูร์โฆแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด เขาชี้ไปที่แผนที่เมืองเซบียาแล้วตะคอกเสียงกร้าว
"สั่งบุกอีกระลอก! ส่งกองกำลังทั้งหมดที่มีลุยเข้าไปให้หมด!"
"ท่านนายพลครับ แต่ว่า..."
"ไม่มีแต่เว้ย!" ซานฮูร์โฆขัดจังหวะอย่างเกรี้ยวกราด "สั่งให้ที่ตั้งปืนใหญ่มาจิกไรต์ที่เหลือรอดอยู่ ยิงถล่มเข้าไป! ระดมยิงเข้าไปในเมืองให้หนัก! ระเบิดไอ้กระดองเต่าพวกนั้นให้ราบเป็นหน้ากลองให้หมด!"
เสนาธิการคนหนึ่งรีบก้าวออกมารั้งไว้
"ท่านนายพล โปรดไตร่ตรองให้ดีด้วยครับ! ถ้าเปิดฉากยิงตอนนี้ ที่ตั้งปืนใหญ่มาจิกไรต์แห่งสุดท้ายของเราจะเปิดเผยตำแหน่งนะครับ! ทหารม้าของศัตรูยังป้วนเปี้ยนอยู่ข้างนอก มันเสี่ยงเกินไป!"
"ฉันไม่สนหอกอะไรทั้งนั้น!"
ซานฮูร์โฆสติแตกไปแล้ว ตอนนี้เขาคิดแค่เพียงอยากจะล้างความอัปยศเมื่อครู่ด้วยห่าปืนใหญ่ที่รุนแรงที่สุดเท่านั้น
"ปฏิบัติตามคำสั่ง! เดี๋ยวนี้! ทันที!"
เมื่อเห็นท่าทีคลุ้มคลั่งของนายพล ทุกคนต่างก็เงียบกริบ
พวกเขารู้ดีว่าการโจมตีระลอกที่สอง จะต้องนองเลือดและโหดร้ายทารุณยิ่งกว่าระลอกแรกเป็นแน่
แต่คำสั่งทหารเด็ดขาดดั่งภูผา
ไม่นานนัก เสียงปืนใหญ่ดังกึกก้องก็แผดสนั่นขึ้นอีกครั้ง ทว่าเป้าหมายของกระสุนปืนใหญ่คราวนี้ คือใจกลางเมืองเซบียา