- หน้าแรก
- โอเวอร์วอชมาถึงมาร์เวลแล้ว
- บทที่ 13 ฉันเห็นพวกแกแล้ว!
บทที่ 13 ฉันเห็นพวกแกแล้ว!
บทที่ 13 ฉันเห็นพวกแกแล้ว!
โรนิงค่อยๆ ผลักประตูลับออกแล้วส่งสัญญาณมือให้คนข้างหลังเงียบๆ เป็นเชิงบอกให้รออยู่ที่นี่ห้ามขยับไปไหน
พวกครอมเวลล์เข้าใจสถานการณ์ดี หากไม่มีอะไรผิดพลาด หอประชุมแห่งนี้กำลังจะกลายเป็นสมรภูมิที่มีทั้งเสียงปืนและห่ากระสุน การสุ่มสี่สุ่มห้าออกไปก็เท่ากับรนหาที่ตาย
โรนิงย่องออกไปโดยพิงผนังไว้ เขาโผล่หัวออกไปสังเกตการณ์เพียงครึ่งเดียวเพื่อดูลาดเลา
เหล่าคนทำหนังพวกนั้นคุกเข่าอยู่บนพื้น มือประสานไว้ที่ท้ายทอย พลางอ้อนวอนขอชีวิตจากพวกคนร้าย ซึ่งพวกมันก็ไม่ได้ลงมือฆ่าจริงๆ เพราะภารกิจของพวกมันคือการลักพาตัวคนเหล่านี้ไป และตอนนี้พวกมันกำลังรอให้เฮลิคอปเตอร์ลงจอด
"ซิดนีย์ แกจะให้ฉันรอไปถึงไหนวะ?" คนร้ายคนหนึ่งตะโกนใส่เครื่องสื่อสาร
"อย่าเพิ่งโมโหสิเพื่อน ขอเวลาอีกแค่สามนาที" ปลายสายตอบกลับมา
คนร้ายเก็บเครื่องสื่อสารแล้วคำรามใส่กลุ่มคนทำหนังที่เริ่มกระสับกระส่าย "ถ้าใครกล้าขยับอีก ฉันจะสอยแขนพวกแกให้พิการให้หมด"
เมื่อสบโอกาส โรนิงกดปุ่มเปิดใช้งานตรงข้างแว่นแทคติคอล อายพีซ แล้วพุ่งตัวออกไปยังเวทีทันที
ระบบแทคติคอล อายพีซ ทำงาน!
หน้าจอแสงสีฟ้าใสปรากฏขึ้นตรงหน้าแว่นในทันที ราวกับว่าทุกอย่างในระยะสายตาถูกคำนวณและประมวลผลไว้หมดแล้ว
"ฉันเห็นพวกแกแล้ว!"
ปืนไรเฟิลพัลส์เล็งตรงไปที่กลุ่มคนร้าย ปากกระบอกพ่นเปลวเพลิงสีน้ำเงินออกมา กระสุนทุกนัดพุ่งเข้าเป้าอย่างแม่นยำ
ระบบอายพีซจะล็อกเป้าหมายศัตรูในลานสายตา โดยให้ลำดับความสำคัญกับคนที่อยู่ใกล้ที่สุดก่อน เมื่อศัตรูคนหนึ่งล้มลง มันจะสลับไปล็อกเป้าถัดไปอย่างรวดเร็ว ทำให้กระสุนทุกนัดถูกใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
การสังหารคนร้ายหนึ่งคนใช้กระสุนอย่างมากเพียงสองนัด และผลึกพลังงานหนึ่งก้อนถูกอัดแน่นด้วยกระสุน 25 นัด นั่นหมายความว่าการยิงหมดแม็กหนึ่งครั้ง เขาสามารถกวาดล้างศัตรูได้ไม่ต่ำกว่า 12 คน
ไม่จำเป็นต้องเล็ง แค่เหนี่ยวไกค้างไว้แล้ววาดแขนไปตามเป้าที่ระบบล็อกให้ เขาก็สามารถเก็บคนร้ายสามสี่คนได้ในชั่วพริบตา
ระหว่างนั้นเขาต้องหาจังหวะเปลี่ยนผลึกพลังงาน ซึ่งโรนิงก็หาที่กำบังได้แล้ว นั่นคือเสาขนาดใหญ่ใต้เวทีนั่นเอง!
พวกคนร้ายตอบโต้เร็วมาก พวกมันรีบยกปืนขึ้นยิงถล่มใส่เวที แต่โรนิงวิ่งเร็วเกินไป กระสุนทั้งหมดจึงพุ่งไล่หลังเขาไปติดๆ
มันเป็นความคิดที่โง่มากที่จะใช้วิธีรับมือกับคนธรรมดามาใช้กับโซลเยอร์ 76 ในระยะประชิดแบบนี้ ถ้าเป็นคนทั่วไปแค่จ่อแล้วยิงก็โดนแล้วเพราะกระสุนมีความเร็วสูงมาก แต่โซลเยอร์ 76 เคลื่อนที่ได้เร็วสุดๆ เร็วกว่านักวิ่งร้อยเมตรเสียอีก
ถ้าพวกมันเล็งไปที่ตัวเขาในตอนนี้ กว่ากระสุนจะพุ่งไปถึง ร่างของเขาก็ขยับนำหน้าไปอย่างน้อยหนึ่งก้าวแล้ว
ผลคือกระสุนเหล่านั้นพุ่งไปปะทะกับผนังบนเวทีจนภาพวาดทิวทัศน์ฝีมือปรมาจารย์ขาดวิ่น รอยกระสุนพรุนเต็มกำแพงดูน่าสยดสยอง ถ้าโดนคนเข้าจริงๆ คงได้กลายเป็นตะแกรงในพริบตา
เหล่าคนทำหนังต่างพากันอึ้งกิมกี่ บางคนคิดว่าตัวเองคงกลัวจนประสาทหลอน ตัวละครในหนังจะมาโผล่ในโลกความจริงได้ยังไง?
แต่ก็มีบางคนที่เริ่มเชื่อ เพราะไม่กี่วันก่อนมีข่าวรายงานว่าโซลเยอร์ 76 ช่วยเหลือคุณโรนิงกับผู้ช่วยเอาไว้ แถมยังมีพยานยืนยันว่าเห็นโซลเยอร์ 76 กับตาตัวเอง แม้ว่าพยานคนนั้นจะเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ ที่ใครๆ คิดว่าพูดเพ้อเจ้อก็ตาม
ทว่าตอนนี้ พวกเขาอดไม่ได้ที่จะเชื่อคำพูดของเด็กคนนั้นแล้ว โซลเยอร์ 76 มีตัวตนอยู่จริงๆ ในโลกนี้!
โซลเยอร์ 76 จะปรากฏตัวเสมอเมื่อผู้คนถูกคุกคาม จัดการเหล่าอาชญากรจนสิ้นซาก จากนั้นก็ปิดทองหลังพระ เดินจากไปเงียบๆ เมื่อเสร็จสิ้นหน้าที่
หัวใจของโรนิงเต้นรัว เขาแอบอยู่หลังเสาแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แม้จะเป็นเขาเอง การต้องวิ่งสู้ฟัดขนาดนี้ก็สูญเสียพลังกายไปมหาศาล แต่มันไม่มีทางเลือกอื่น เขาไม่อยากโดนลูกตะกั่วฝังร่างจนพรุน
ขนาดตอนนี้ ยังมีเสียงกระสุนปะทะกับอีกฝั่งของเสาดังสนั่นไม่หยุด
นี่คือสัญญาณความตื่นตระหนกในใจของพวกคนร้าย เมื่อเห็นพวกพ้องล้มตายไปกว่าครึ่ง เห็นซูเปอร์ฮีโร่จากหนังตัวเป็นๆ แถมยังมีแทคติคอล อายพีซที่คุ้นตานั่นอีก
ต่อให้พวกมันจะเจนจัดเรื่องความเป็นความตายแค่ไหน แต่ในนาทีนี้ขาก็พากันสั่นพั่บๆ ทำได้เพียงระบายความกลัวในใจออกมาผ่านการสาดกระสุนเท่านั้น
ต่อหน้าโซลเยอร์ 76 พวกมันไม่มีโอกาสชนะเลย
โรนิงบรรจุแท่งพลังงานใหม่ ปรับลมหายใจให้คงที่ แล้วพุ่งออกไปอีกครั้งเพื่อใช้ช่วงเวลาไม่กี่วินาทีสุดท้ายของแทคติคอล อายพีซให้คุ้มค่า...
ตึก ตึก ตึก!
เปลวไฟสีน้ำเงินที่พุ่งออกมาเปรียบเสมือนเคียวมัจจุราชที่เย็นเยียบ คอยเก็บเกี่ยวชีวิตพวกมันอย่างไร้ปรานีเหมือนการเกี่ยวข้าวในทุ่ง
พวกคนร้ายพยายามยิงโต้กลับก่อนตาย กระสุนนับไม่ถ้วนเฉียดหลังโรนิงไปแค่นิดเดียว แต่ไม่มีนัดไหนเข้าเป้าเลย
เมื่อศัตรูคนสุดท้ายล้มลง โรนิงลดปืนไรเฟิลพัลส์ลง มือซ้ายเท้าเอวพลางหอบหายใจถี่
บอกตามตรง การเป็นฮีโร่ในชีวิตจริงกับในเกมมันต่างกันลิบลับ ฮีโร่ในเกมมีค่าพลังกายเต็มแม็กซ์ จะวิ่งแค่ไหนก็ไม่เหนื่อย แต่เขาวิ่งเต็มสปีดแค่สองรอบในร่างโซลเยอร์ 76 ก็แทบจะขาดใจแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพื้นฐานร่างกายของเขาเองด้วยหรือเปล่า
ยังไงซะ หลังจากนี้เขาคงต้องหาเวลาออกกำลังกายบ้างแล้วล่ะ ขืนเอาแต่หมกตัวอยู่บ้านต่อไปคงได้กลายเป็นโอตาคุลงพุงแหงๆ
โครม!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ซากเฮลิคอปเตอร์ร่วงลงมากระแทกพื้นไม่ไกลจากประตูทางเข้า ส่งควันดำและฝุ่นตลบอบอวล
จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงแหวกอากาศ "ฟึ่บ" ก้อนเหล็กก้อนหนึ่งบินร่อนเข้ามาด้านใน
เมื่อเห็นศพเกลื่อนพื้น ตามด้วยโซลเยอร์ 76 และเหล่าสุภาพบุรุษสุภาพสตรีที่กำลังซาบซึ้งใจ สตาร์คก็ได้แต่กางมือออกอย่างเซ็งๆ ดูเหมือนเขาจะกลายเป็นส่วนเกินไปซะแล้ว
หัวของโรนิงเริ่มปวดหนึบทันที ไอรอนแมนโผล่มาได้ยังไงเนี่ย?
ในชุดรบมีอุปกรณ์สื่อสารขนาดจิ๋วอยู่ เขาจึงรีบติดต่อหาสตาร์ค ซึ่งอีกฝ่ายก็รับสายอย่างไว
"คุณสตาร์ค คุณจะไม่เปิดเผยตัวตนของฉันใช่ไหม?" โรนิงกระซิบเสียงต่ำ
"จริงๆ ฉันตั้งใจมาช่วยนายนั่นแหละ... แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกเซ็งมาก เหมือนต่อยโดนนุ่นนิ่มๆ เวลาคนเราเซ็งๆ ก็มักจะเผลอทำอะไรไม่ค่อยเข้าท่าลงไปบ้างน่ะนะ" สตาร์คตอบกลับด้วยเสียงเบาๆ ที่ได้ยินกันแค่สองคน
"ฉันสัญญาเลยว่า จะหานางเอกที่การแสดงเลิศ หน้าตาสวย หุ่นเป๊ะมาแสดงคู่กับคุณ แล้วในกองถ่ายจะมีชีสเบอร์เกอร์ให้กินทุกวัน จะสร้างบรรยากาศการทำงานที่สบายและผ่อนคลายที่สุดให้ ส่วนบทหนัง ฉันจะแก้จนกว่าคุณจะพอใจ ถ้าไม่ถูกใจฉันยอมรื้อทำใหม่ทั้งหมดเลย ฉันมีความอดทนพอ"
เพื่อให้โทนี่ยอมเก็บความลับ โรนิงจึงแสดงความจริงใจออกมาเต็มที่
เมื่อเห็นโซลเยอร์ 76 กับไอรอนแมนยืนจ้องหน้ากันนิ่งๆ คนอื่นๆ ก็พากันทำหน้าสงสัย สองคนนี้ทำอะไรกันอยู่? สื่อสารทางจิตเหรอ?
"ดีล! ฉันตกลง!" สตาร์ครู้สึกว่าข้อเสนอนี้น่าสนใจ "เอ้อ ชุดเครื่องแบบกับปืนไรเฟิลพัลส์ของโซลเยอร์ 76 เสร็จแล้วนะ"
"ฉันไปรับได้เมื่อไหร่ล่ะ"
"ไม่ต้อง ตอนนี้มันอยู่ที่โทมัสแล้ว ฉันหิ้วมาให้ด้วยเลย"
"โทมัส?!"
โรนิงถึงบางอ้อทันที เป็นโทมัสนี่เองที่เรียกไอรอนแมนมา และจากที่เขารู้จักโทมัสดี หมอนี่ต้องรีบแจ้นมาช่วยเขาเพื่อสนองความอยากเป็นฮีโร่ของตัวเองแน่ๆ!
ไม่เพียงเท่านั้น โทมัสยังมีวิญญาณ "จูนิเบียว" ซ่อนอยู่ในตัว การไปคลับบ่อยๆ มันแค่ช่วยระบายความเครียด แต่มันไม่ได้ปลุกพลังจูนิเบียวขึ้นมา
และครั้งนี้มันคือโอกาสทอง วินาทีที่เขาสวมชุดโซลเยอร์ 76 วิญญาณจูนิเบียวในตัวเขาก็ตื่นขึ้นราวกับสัตว์ร้ายที่หลับใหลมานานหลายปี!
"ฉันไปก่อนนะ ตอนนี้โทมัสคือโซลเยอร์ 76 และโซลเยอร์ 76 ก็คือโทมัส"
โรนิงเตรียมตัวชิ่งหนี ถ้าขืนมีโซลเยอร์ 76 สองคนโผล่มาที่นี่ สิ่งที่เขาทำมาทั้งหมดได้สูญเปล่าแน่
"ฉันว่าเราควรจะกอดกันสักหน่อยนะ นี่คือช่วงเวลาประวัติศาสตร์เลยนะเพื่อน!" โทนี่อ้าแขนออก
โรนิงไม่ปฏิเสธ เขาเข้าไปสวมกอดไอรอนแมนในคราบโซลเยอร์ 76 อย่างเต็มรัก
การกอดครั้งนี้คือการก้ามข้ามผ่านมิตินับไม่ถ้วน!
"สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทุกท่าน ฉากนี้จะถูกจดจำไปตลอดกาล! สมาชิกโอเวอร์วอช ไอรอนแมน และสมาชิกโอเวอร์วอช โซลเยอร์ 76 ได้พบกันเป็นครั้งแรก ณ หอประชุมโบเวน จัตุรัสบริลเลียนท์สตาร์ ในวันที่ 16 กันยายน ปี 2009!" เสียงของโทนี่กลับมาดังในระดับปกติ
หลังจากหายหวาดกลัว เหล่าคนทำหนังมากมายก็ส่งเสียงเชียร์และหยิบมือถือออกมาบันทึกภาพประวัติศาสตร์นี้ไว้
รวมไปถึงครอมเวลล์และผู้ทรงอิทธิพลในวงการหนังคนอื่นๆ ที่ออกมาจากทางลับ พวกเขาต่างก็ตื่นเต้นสุดขีดที่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ ฉากนี้มันช็อกโลกเกินไปแล้ว!
ซูเปอร์ฮีโร่ในหนังกับซูเปอร์ฮีโร่ในชีวิตจริงสวมกอดกัน ข่าวระเบิดระเบ้อขนาดนี้รับรองว่าหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับต้องพิมพ์กันไม่ทันแน่!