- หน้าแรก
- โอเวอร์วอชมาถึงมาร์เวลแล้ว
- บทที่ 4: โซลเจอร์ 76
บทที่ 4: โซลเจอร์ 76
บทที่ 4: โซลเจอร์ 76
ความรู้สึกที่เคยจมดิ่งสู่ความสิ้นหวังถูกเติมเต็มด้วยพลังมหาศาลที่ไหลเวียนไปทั่วร่างราวกับได้เกิดใหม่
'สูตรโกง' ของเขามาถึงแล้วใช่ไหม?
โรนิงพยายามลองทุกวิธีในหัว ไม่ว่าจะเป็นการนึกคำว่า "แปลงร่าง", "เปลี่ยนร่างเป็นโซลเจอร์ 76", "เปิดใช้งานโหมดอัลติเมท" หรือรหัสบ้าบออะไรก็ตามที่เขานึกออก แต่มันก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หรือว่าต้องตะโกนออกมาดังๆ? แบบนั้นมันก็น่าอายไปหน่อยนะ
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ เห็นดวงตานับไม่ถ้วนจ้องมาที่เขา แววตาพวกนั้นไม่น่ากลัวเท่าปืนในมือพวกมันหรอก ถ้าเขาขืนตะโกนอะไรแปลกๆ ออกไปตอนนี้ พวกมันอาจจะตกใจจนลั่นไกใส่เขาเอาได้
หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน โรนิงตัดสินใจนิ่งเงียบไว้ก่อนจะดีกว่า
"คุณโรนิง คุณเหลือเวลาอีกแค่หนึ่งนาที!" ชาร์ลีเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นชา
โรนิงยังคงท่องรหัสในใจวนไปอย่างไร้ผล แต่เขาสังเกตเห็นว่าสีหน้าของชาร์ลีค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวทีละนิด
ทันใดนั้น เขารู้สึกว่าร่างกายเปี่ยมไปด้วยพลังที่ไร้ขีดจำกัด ปืนไรเฟิลสีน้ำเงินขาวสลับดำปรากฏขึ้นในมือเขาอย่างฉับพลัน
มันไม่ใช่ปืนไรเฟิลธรรมดา แต่มันคือ 'เฮวี่ พัลส์ ไรเฟิล' กระสุนที่ยิงออกมาไม่ใช่ลูกตะกั่ว แต่เป็นกระสุนพลังงานที่มีอำนาจทำลายล้างสูงลิบ
เมื่อก้มมองดูตัวเอง ชุดลำลองสีเทาก็ถูกแทนที่ด้วยชุดเกราะรบสีน้ำเงินขาวเบอร์ "76" สีแดงสดประทับหราอยู่กลางหลัง เขาไม่รู้ว่าหน้าตาตัวเองเปลี่ยนไปไหม แต่เขารู้สึกได้ถึงหน้ากากที่สวมทับใบหน้า พร้อมแว่นยุทธวิธีที่ช่วยให้การมองเห็นคมชัดและแม่นยำกว่าเดิมหลายเท่า
ทุกคนในบาร์จ้องมองเขาด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ แม้แต่คนร้ายยังลืมหน้าที่ของตัวเองไปชั่วขณะ
ก็ไม่แปลกหรอก ในเมื่อตัวละครจากหนังที่ดังที่สุดในตอนนี้ดันมายืนประจันหน้าอยู่ตรงนี้ ใครบ้างจะไม่ตะลึง
"เฮ้ ฉันว่าแกน่ะไม่มีวันเป็นสิงโตได้หรอก แกมันก็แค่หมาจนตรอกที่เที่ยวไล่กัดคนอื่นไปทั่วเท่านั้นแหละ!"
พูดจบ โรนิงก็ประทับปืนพัลส์ไรเฟิลขึ้นทันที
ชาร์ลีได้สติกลับมา ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความกลัวระคนตกใจ "ฆ่ามัน! ฆ่ามันซะ!"
แต่ก่อนที่มันจะทันได้ชักปืนพกออกมา กระสุนพลังงานสีฟ้าอ่อนสามนัดก็พุ่งทะลวงเข้ากลางอกของชาร์ลีจนร่างกระเด็น มันสิ้นใจไปพร้อมกับสีหน้าที่เหมือนเพิ่งเห็นผี
โรนิงเริ่มสาดกระสุนไปรอบๆ เขาไม่เคยจับปืนจริงมาก่อนในชีวิต แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงความตื่นเต้นของการยิงปืน ยิ่งไปกว่านั้น ระบบดูเหมือนจะมอบพรสวรรค์ในการยิงปืนขั้นสุดยอดมาให้เขาด้วย ไม่ว่าจะเล็งหัวหรือหัวใจ แค่นัดเดียวก็ปลิดชีพได้ทันที
เสียงขวดเหล้าแตกกระจายดังลั่นไปทั่วบาร์ เศษแก้วปลิวว่อนไปทุกทิศทาง
ลูกน้องของชาร์ลีล้มตายจมกองเลือดโดยไม่มีโอกาสได้เหนี่ยวไกแม้แต่นัดเดียว ทุกคนตายไปพร้อมกับความสยองขวัญแบบเดียวกับเจ้านายของพวกมัน
ชายฉกรรจ์สองคนที่คุมตัวลูซี่อยู่ก็ถูกยิงร่วงลงไปเช่นกัน บนชุดเกราะของพวกมันมีรอยไหม้จากกระสุนพลังงานสีน้ำเงินปรากฏอยู่ชัดเจน
เกราะกันกระสุนธรรมดาไม่มีทางหยุดยั้งอานุภาพของพัลส์ไรเฟิลได้เลย
ลูซี่นั่งยองๆ เอามือกุมหัวด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
โรนิงตัดสินใจปล่อย 'ไบโอติก ฟิลด์' แสงสีเหลืองนวลแผ่ออกมาจากอุปกรณ์ที่วางลงบนพื้น รอยขีดข่วนจากเศษแก้วบนผิวของลูซี่ค่อยๆ สมานตัวและหายเป็นปกติอย่างน่าอัศจรรย์
จากนั้นเขาก็รีบยกเลิกการแปลงร่างกลับสู่สภาพเดิมทันที
"ลูซี่ ไม่เป็นไรแล้ว!" โรนิงยื่นมือไปหาเธอ
ลูซี่เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความสับสน เธอขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะคิดว่าตัวเองตาฝาด
เธออยากจะเชื่อแบบนั้น แต่แล้วศพที่นอนเกลื่อนอยู่ในกองเลือดพวกนี้ล่ะจะอธิบายยังไง?
เธอนิสัยใจคอเจ้านายตัวเองดี โรนิงแค่จับปืนมือยังสั่น แล้วคนแบบนี้จะฆ่าทหารรับจ้างเป็นสิบในพริบตาได้ยังไง
ความเป็นไปได้มีเพียงอย่างเดียว... โรนิงก็คือ 'โซลเจอร์ 76' และเขาปิดบังความลับสุดยอดนี้ไว้จากคนทั้งโลก!
แต่ไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไง ตอนนี้เธอต้องการแค่ไหล่ให้ซบเพื่อตั้งสติเท่านั้น
ลูซี่โผเข้ากอดเขาแน่น และโรนิงก็ไม่ได้ผลักไส เขาเข้าใจดีว่าผู้หญิงที่เพิ่งผ่านนาทีเป็นนาทีตายมา ย่อมต้องการที่พึ่งพิงเป็นธรรมดา
ไม่นานนัก รถตำรวจก็มาถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่หลายนายพร้อมอาวุธครบมือวิ่งกรูเข้ามา แต่พอเห็นภาพศพที่นอนเรียงรายอยู่ข้างใน พวกเขาก็ถึงกับชะงัก
"วางอาวุธลงเดี๋ยวนี้นะ!"
แต่พอสิ้นเสียงสั่ง ตำรวจก็พบเพียงชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังกอดกันอยู่ ในมือของทั้งคู่ไม่มีอาวุธเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
โรนิงค่อยๆ ผละออกจากลูซี่แล้วกระซิบกับเธอ "ผมว่าเราคงต้องไปนั่งจิบชาที่โรงพักกันหน่อยแล้วล่ะ"
"พวกคุณเป็นใคร และทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?" นายตำรวจหัวหน้าชุดเอ่ยถาม
โรนิงชูมือขึ้นอย่างสงบ "ผมชื่อโรนิง คุณอาจจะคุยชินกับผลงานของผมมากกว่า... ผมเป็นคนสร้าง 'โซลเจอร์ 76' ครับ ส่วนนี่ผู้ช่วยของผม ลูซี่ เบเรนต์"
"คุณโรนิงเหรอ?!"
นายตำรวจรีบสั่งให้ลูกน้องลดปืนลงทันที ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "คุณมาทำอะไรที่นี่ครับ? แล้วเหตุการณ์ยิงกันที่นี่มันคืออะไร?"
คนร้ายตายเรียบ แต่โรนิงกับผู้หญิงที่ดูไม่มีพิษมีภัยกลับไร้รอยขีดข่วน จะบอกว่าพวกเขาเป็นคนจัดการคนร้ายทั้งหมดก็ดูจะไม่เมคเซนส์ และคงไม่มีใครเชื่อแน่ๆ
ที่ด้านนอกบาร์ เด็กหนุ่มคนหนึ่งตะโกนบอกเพื่อนด้วยความตื่นเต้น "เฮ้ย! เชื่อไหมว่าฉันเพิ่งเห็นอะไร? โซลเจอร์ 76 ตัวจริงอยู่ในบาร์นั้น! เขาจัดการพวกคนร้ายได้ในพริบตาเดียวเลย!"
เด็กหนุ่มคนนั้นสวมแจ็กเก็ตแบบเดียวกับโซลเจอร์ 76 และทำท่าเล็งปืนอย่างคล่องแคล่ว ดูท่าจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ตัวยง
.
สถานีตำรวจแมนแฮตตัน
โรนิงนั่งอยู่บนเก้าอี้สอบสวน ตำรวจยกกาแฟร้อนมาเสิร์ฟแต่เขาปฏิเสธอย่างสุภาพ "ผมไม่ดื่มกาแฟครับ ถ้ามีชาร้อนจะดีมาก แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร ขอบคุณครับ"
"ได้ครับคุณโรนิง เดี๋ยวผมไปจัดมาให้เดี๋ยวนี้เลย!"
ตำรวจหนุ่มดูจะเต็มใจบริการเขามาก แต่พอจะเอากาแฟคืนก็เก้อๆ เลยยื่นให้ลูซี่แทน "คุณผู้หญิงรับไว้แทนไหมครับ?"
ลูซี่รับมาด้วยความยินดี
"คุณโรนิง ช่วยเล่ารายละเอียดหน่อยได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่บาร์ ดีพ ซี?" นายอำเภอเจฟฟรีย์เปิดประเด็น
"ด้วยความยินดีครับ คือผมไปคุยธุระกับคุณเบเรนต์ที่นั่น แต่ไม่นึกเลยว่าบาร์จะถูกยึดโดยพวกของชาร์ลี แล้วมันก็ใช้ชีวิตผู้ช่วยผมมาข่มขู่ให้ผมร่วมมือทำธุรกิจด้วย"
"อย่างที่พวกคุณรู้ สปาร์เคิล ชาร์ลี เป็นซีอีโอของ ฟลายอิ้ง ฟิล์มส์ เขาครองส่วนแบ่งตลาดหนังรายใหญ่ และคงไม่อยากให้ใครมาขัดผลประโยชน์ เลยวางแผนเรื่องนี้ขึ้นมา ทุกอย่างเหมือนจะอยู่ในการควบคุมของมัน แต่ดันมีบางอย่างผิดแผนไปหน่อย"
"แล้วยังไงต่อ?" นายอำเภอเจฟฟรีย์ถามจี้เมื่อเห็นเขาหยุดพูด "คุณจัดการกับชาร์ลีและพวกมือปืนนั่นได้ยังไง?"
"คุณอาจจะไม่เชื่อนะ แต่มันคือความจริงที่เกิดขึ้น..."
"ชาได้แล้วครับ!"
ตำรวจนายเดิมยกชาร้อนมาเสิร์ฟ โรนิงรับมาจิบพลางถอนหายใจอย่างผ่อนคลาย
"ชานี่รสชาติดีจริงๆ เหมือนได้กลับบ้านเลย"
นายอำเภอเจฟฟรีย์ไม่สนเรื่องรสชาติชา เขาต้องการแค่คำให้การ "คุณโรนิง รบกวนเล่าต่อด้วยครับ"
เบาะแสจากกล้องวงจรปิดก็ไม่มี เพราะพวกชาร์ลีถอดออกไปหมดก่อนจะลงมือ พวกมันเตรียมการมาดีมาก แต่คงไม่คิดว่าสุดท้ายคนที่จะโดนจับจะเป็นศพพวกมันเอง
"ผมว่าพวกคุณคงตรวจสภาพศพแล้ว กระสุนพวกนั้นมันทะลุเกราะกันกระสุนเข้าไปได้ ซึ่งปืนทั่วๆ ไปทำไม่ได้แน่ๆ แสดงว่าอาวุธที่ใช้ต้องล้ำสมัยมาก และมีเทคโนโลยีที่อาจจะไม่ได้มาจากโลกนี้ด้วยซ้ำ"
"อย่างที่สอง ทุกนัดเข้าจุดตายหมด ศพแต่ละศพมีรูกระสุนแค่รูเดียว และถ้าร่างยังไม่เย็น รูกระสุนจะเรืองแสงสีฟ้าจางๆ ด้วย ถ้าไม่ยิงหัวก็ยิงหัวใจ แสดงว่าคนยิงต้องเป็นมืออาชีพขั้นสุดยอด"
"และสุดท้าย เขาจัดการเฉพาะคนที่คุกคามผมเท่านั้น ไม่แตะต้องพลเรือนเลย พอช่วยผมเสร็จเขาก็หายตัวไปทันทีโดยไม่พูดสักคำ แสดงว่าเขาเป็นคนที่มีอุดมการณ์แน่วแน่ในการผดุงความยุติธรรม จะปรากฏตัวเฉพาะตอนที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งมันสื่อว่าเขามีสัญชาตญาณในการรับรู้ถึงอันตรายที่ยอดเยี่ยมมาก"
หลังจากโรนิงวิเคราะห์จบ นายอำเภอเจฟฟรีย์ก็ถึงกับอึ้ง เขาหยิบรูปถ่ายในที่เกิดเหตุขึ้นมาดูอย่างละเอียด ทุกอย่างตรงตามที่โรนิงพูดเป๊ะๆ
เขาหันไปถามลูกน้องที่ไปถึงที่เกิดเหตุกลุ่มแรก ซึ่งพวกเขาก็พยักหน้ายืนยันความถูกต้อง
"แล้วตกลงใครเป็นคนช่วยคุณ?"
ก่อนที่โรนิงจะทันตอบ ตำรวจที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็โพล่งขึ้นมา "จากที่คุณโรนิงเล่ามา... นั่นมันบุคลิกของ 'โซลเจอร์ 76' ชัดๆ เลยไม่ใช่เหรอครับ? ทั้งวิธีการจัดการ ทั้งอาวุธ ทุกอย่างมันตรงกับคาแรคเตอร์ในหนังเป๊ะเลย!"
นายอำเภอเจฟฟรีย์หันไปแยกเขี้ยวใส่ลูกน้องจนอีกฝ่ายหุบปากเงียบ "คุณโรนิง ผมอยากได้ยินจากปากคุณเอง!"
"คุณอาจจะไม่เชื่อ แต่นั่นแหละคือความจริง..."
โรนิงยักไหล่พลางกระตุกยิ้มที่มุมปาก เขารู้สึกอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ แต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้สุดชีวิต