- หน้าแรก
- ย้อนเวลา ร่ำรวยด้วยดวงตามองทะลุสรรพสิ่ง
- บทที่ 48 อยากได้ปืนสักกระบอก
บทที่ 48 อยากได้ปืนสักกระบอก
บทที่ 48 อยากได้ปืนสักกระบอก
ฟังดูเหมือนว่าการเป็นนายพรานจะดีไม่น้อย ขอเพียงส่งมอบสัตว์ป่าให้ครบตามกำหนดในแต่ละปีก็พอ ไม่ต้องลงนาทำไร่ไถนา และไม่ต้องเข้าร่วมการใช้แรงงานส่วนรวม
ทว่าในความเป็นจริง มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย
เป้าหมายสัตว์ป่าสามร้อยจินต่อปีไม่ใช่เรื่องที่จะทำสำเร็จได้ง่าย ๆ
ใครที่เคยล่าสัตว์จะรู้ดีว่า ต่อให้เป็นป่าดิบชื้นที่มีสัตว์ชุกชุม การจะล่าสัตว์ให้ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
หากโชคดี เข้าป่าครั้งหนึ่งอาจจะได้ไก่ป่าหรือกระต่ายป่าสองสามตัว หรืออาจจะล่าแพะป่าหรือกวางได้
แต่หากโชคร้าย นอกจากจะล่าไม่ได้แล้ว แม้แต่ชีวิตก็อาจจะทิ้งไว้ในป่าได้!
ในป่าไม่ได้มีแค่สัตว์ร้ายขนาดใหญ่ สิ่งที่อันตรายที่สุดคือสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน
ยังมีพวกแมลงพิษ อสรพิษ และสัตว์มีพิษต่าง ๆ ซึ่งสร้างอันตรายให้แก่นายพรานได้มากกว่าสัตว์ร้ายเสียอีก
เส้นทางบนภูเขานั้นเดินทางลำบาก หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียวอาจตกเขาบาดเจ็บ หรือถึงขั้นเสียชีวิตหรือพิการได้
และหากได้รับบาดเจ็บจนออกจากป่าไม่ได้ ก็มีโอกาสสูงมากที่จะต้องตายอยู่ในนั้น!
ดังนั้น ตราบใดที่ที่ดินในหมู่บ้านยังมีพอให้เพาะปลูกและเลี้ยงดูครอบครัวได้ จึงมีคนไม่มากนักที่เต็มใจจะเป็นนายพราน
การล่าสัตว์แต่ละครั้งต้องเข้าป่าไปหลายวัน ต้องกินกลางดินนอนกลางทราย อดมื้อกินมื้อ ความยากลำบากนั้นเทียบไม่ได้เลยกับเกษตรกรที่ได้นอนกอดลูกเมียบนเตียงเตาอุ่น ๆ!
อะไรนะ? สัตว์ป่าแค่สามร้อยจินเอง ล้มหมูป่าตัวใหญ่สักตัวก็พอแล้วงั้นเหรอ?
ล้อเล่นหรือเปล่า เห็นโลกความจริงเป็นหนังเป็นละครไปได้ หมูป่านึกจะล่าก็ล่าได้งั้นหรือ?
ลองไปถามนายพรานในชีวิตจริงดูเถอะว่าจะมีสักกี่คนที่เคยล่าหมูป่าได้?
ในอีกหลายสิบปีต่อมา เมื่อมีการคุ้มครองสัตว์จนทำให้บางพื้นที่เกิดปัญหาหมูป่าระบาด ทางรัฐบาลท้องถิ่นไม่มีทางเลือกจนต้องยอมทุ่มเงินจ้างทีมล่าหมูป่ามืออาชีพมาจัดการ
ผลลัพธ์เป็นอย่างไรล่ะ?
ค่าตอบแทนในการกำจัดหมูป่าหนึ่งตัวนั้นสูงกว่ามูลค่าของตัวหมูป่าเองไม่รู้กี่เท่า รัฐบาลทุ่มงบประมาณมหาศาลแต่ผลที่ได้กลับน้อยนิดเหลือเกิน!
...
การที่หลี่เว่ยหมินอาสาเข้าร่วมหน่วยลาดตระเวน นอกจากความกังวลแล้ว คนตระกูลหลี่ต่างก็รู้สึกยินดีที่เห็น "เจ้าสาม" เริ่มคิดได้เสียที!
"เจ้าสาม แกอยากเป็นมินปิง (กองกำลังอาสา) เหรอ?"
หลี่เว่ยหมินส่ายหน้า "มินปิงไม่เห็นจะน่าสนใจเลย ถ้าจะเป็นก็เป็นนายพรานไปเลยดีกว่า!"
ทุกคนในบ้านตระกูลหลี่: "......"
เพิ่งจะรู้สึกว่าเจ้าเด็กนี่เริ่มเดินบนทางสว่าง ที่ไหนได้กลับมาเล่นมุกนี้อีกแล้ว!
"ไม่มีทางหรอกเจ้าสาม แกเลิกคิดเรื่องนี้ไปได้เลย!"
"ใช่แล้วเจ้าสาม นายพรานไม่ใช่จะเป็นกันได้ง่าย ๆ นะ นายพรานไม่กี่คนในกองพลใหญ่ของเราเมื่อก่อนมีจุดจบเป็นยังไง แกก็รู้อยู่ไม่ใช่เหรอ!"
"เหอะ เรื่องนี้ต่อไปไม่ต้องพูดถึงอีก ไม่อย่างนั้นพ่อจะอัดแกให้ตายคามือเลย!"
"......"
หลี่เว่ยหมินรู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์ต้องออกมาเป็นเช่นนี้ ในเมื่อเป็นนายพรานไม่ได้ อย่างไรเขาก็ต้องหาปืนมาไว้ในครอบครองให้ได้สักกระบอก นี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขา
"ไม่ให้ผมเป็นนายพราน ผมก็จะเข้าป่าไปเอง สมัยโบราณเขายังใช้ส้อมล่าสัตว์ (เฟิ่นชา) ได้เลย ไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่อะไร!"
"แก..."
คนตระกูลหลี่ต่างพากันลนลาน เจ้าเด็กนี่นิสัยรั้นเป็นที่หนึ่ง ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ
ขาก็อยู่บนตัวเขาเอง ถ้าเขาจะเข้าป่าให้ได้ ใครจะไปคอยเฝ้าเขาได้ตลอดเวลา!
"เจ้าสาม เอาแบบนี้ดีไหม บ้านเราจะหาทางซื้อปืนลูกซองให้แกสักกระบอก ถ้าแกอยากจะล่าก็แค่ไปเดินแถวเชิงเขา ล่ากระต่ายหรือไก่ป่าเล่น ๆ ก็พอ ตกลงไหม?"
หากไม่ได้เป็นนายพราน แต่อยากจะล่าสัตว์ก็ต้องใช้เงินตัวเองซื้อปืน และสัตว์ป่าที่ล่าได้ครึ่งหนึ่งยังต้องส่งมอบให้ส่วนรวม เพราะพื้นที่ป่าทั้งหมดถือเป็นทรัพย์สินส่วนรวม
พ่อและแม่ของหลี่เว่ยหมินรู้สึกเสียดายเงินไม่น้อย เพราะปืนลูกซองกระบอกหนึ่งราคาไม่ใช่ถูก ๆ
ในยุคนี้คนที่จะเล่นปืนลูกซองได้มักไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นพวกลูกหลานคนรวยหรือผู้มีอิทธิพลเสียส่วนใหญ่!
ความจริงแล้ว หลี่เว่ยหมินไม่ได้สนใจปืนลูกซองเลย
ปืนลูกซองส่วนใหญ่มักใช้กระสุนปราย ซึ่งสำหรับนายพรานทั่วไปมันอาจจะเหมาะสมดี
แต่สำหรับหลี่เว่ยหมินที่มีความสามารถพิเศษ กระสุนปรายมีระยะยิงจำกัดมาก มันยากที่จะดึงเอาข้อได้เปรียบของเขาออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่
และกระสุนปรายยังมีข้อเสียคือ หากใช้งานไม่ดี มันจะทำให้หนังและขนของสัตว์ป่าเละเทะไปหมด
แน่นอนว่าปืนลูกซองสามารถใส่กระสุนโดดได้เหมือนกัน แต่ยิงหนึ่งนัดก็ต้องบรรจุใหม่ ปืนแบบที่ยิงต่อเนื่องได้ก็มีไม่มากนัก มันทั้งยุ่งยากและเปิดโอกาสให้สัตว์ร้ายจู่โจมสวนกลับได้ง่าย
ในชาติก่อนตอนที่หลี่เว่ยหมินทำธุรกิจ เพื่อที่จะเอาใจลูกค้าบางคน เขาต้องทำในสิ่งที่พวกเขาชอบ
เมื่อลูกค้ามีมาก หน้าตาและความชอบก็หลากหลาย ซึ่งในนั้นก็มีไม่น้อยที่ชอบยิงปืน
เพื่อสร้างความสนิทสนม หลี่เว่ยหมินจึงไปสนามยิงปืนกับลูกค้าบ่อยครั้ง
ไม่ว่าจะเป็นปืนพก ปืนไรเฟิล หรือแม้แต่ปืนกลเขาก็เคยเล่นมาหมดแล้ว
สิ่งที่หลี่เว่ยหมินต้องการในตอนนี้คือปืนไรเฟิล เพราะมันมีความแม่นยำสูง ระยะยิงไกล สามารถยิงต่อเนื่องได้ และยังยิงทีละนัดได้ด้วย เมื่อบวกกับความสามารถในการมองทะลุของเขาแล้ว มันคืออาวุธสังหารชั้นเลิศอย่างไม่ต้องสงสัย!
"พ่อ ผมไม่อยากได้ปืนลูกซอง พ่อช่วยหาทางเอาปืนไรเฟิลให้ผมสักกระบอกเถอะ เอาเป็นรุ่น 56-กึ่งอัตโนมัติ จะดีที่สุด!"
"แก... แกนี่มัน..."
หลี่ฟู่กุ้ย (พ่อหลี่) ถึงกับนิ่งอึ้งจนหยดน้ำตาจะไหลออกมา ในหัวพลันมีเสียงระฆังดังหง่างเหง่ง...
ให้ตายเถอะ หลี่ฟู่กุ้ยไม่เคยเป็นทหาร และไม่มีเพื่อนฝูงที่เป็นบิ๊กเบิ้มในกองทัพ เขาไม่มีปัญญาจะไปหาปืนไรเฟิลมาจากไหนให้ลูกชายได้หรอก
"เฮ้อ เจ้าสาม ช่างมันเถอะ แกไปเป็นมินปิงดีกว่า ถ้าแกเป็นมินปิง พ่อจะลองไปคุยกับเลขาธิการหงดู ให้เขาออกปืนไรเฟิลให้แกสักกระบอก!"
หลี่เว่ยหมินย่อมรู้ดีว่า ชาวบ้านธรรมดาจะหาปืนไรเฟิลมาครองสักกระบอกนั้นยากเย็นเพียงใด
ถึงแม้ในยุคนี้จะไม่ได้มีการห้ามพกปืนอย่างเด็ดขาด แต่ปืนไรเฟิลก็ไม่ใช่สิ่งที่ใครก็นึกจะหามาได้ง่าย ๆ
เมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มได้ที่ หลี่เว่ยหมินจึงเผยเจตนาที่แท้จริงออกมา: "พ่อ เอาแบบนี้สิ ถ้าผมหาลู่ทางเอาปืนไรเฟิลมาได้เอง พ่อกับแม่ต้องไม่ขัดขวางผมนะ!"
ในชาติก่อน หลี่เว่ยหมินไม่ได้คิดหน้าคิดหลังรอบคอบขนาดนี้ อยากได้ปืนเขาก็ไปหา อยากล่าสัตว์เขาก็เข้าป่า โดยไม่สนใจว่าพ่อแม่จะห่วงแค่ไหน
แต่ชาตินี้มันต่างออกไป หากไม่ทำความเข้าใจกับพ่อแม่ให้เรียบร้อยแล้วไปทำขัดใจพวกเขา หลี่เว่ยหมินรู้สึกทนไม่ได้จริง ๆ
"อะไรนะ แกสามารถหาปืนไรเฟิลได้เองเหรอ?"
"เจ้าสาม เรื่องผิดกฎหมายเราทำไม่ได้นะลูก!"
"เจ้าสาม..."
ก่อนที่คนในครอบครัวจะพูดจบ หลี่เว่ยหมินก็โบกมือห้าม "ทุกคนวางใจเถอะครับ ผมไม่ขโมยไม่ปล้น รับรองว่าไม่มีปัญหาแน่นอน!"
"เจ้าสาม ที่พูดนี่เรื่องจริงเหรอ?"
"เจ้าสาม แกไม่ได้หลอกพวกเราใช่ไหม?"
หลี่เว่ยหมินรู้ดีว่า ตราบใดที่เขายังเอาปืนมาให้เห็นไม่ได้ ความกังวลของครอบครัวย่อมไม่มีวันหมดไป
ไม่เป็นไร วันนี้ถือว่าเป็นการฉีดวัคซีนป้องกันไว้ก่อน เมื่อได้ปืนมาอยู่ในมือแล้ว พวกเขาจะวางใจไปเอง!
ความจริงแล้ว หลี่เว่ยหมินเองก็ยังไม่มั่นใจเต็มร้อยว่าจะสามารถหาปืนไรเฟิลที่มีเอกสารครบถ้วนมาได้หรือไม่
หากไม่เอาเอกสาร เขามีสารพัดวิธีที่จะหามาได้ แต่การจะให้มีเอกสารถูกต้องตามกฎหมายนั้นยากกว่ามาก
อย่าว่าแต่เขาไม่ได้เป็นมินปิงเลย ต่อให้เป็นมินปิง เขาก็ไม่สามารถแบกปืนไรเฟิลเดินไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบ
ตอนฝึกอาจจะถือปืนได้ ตอนทำภารกิจก็ถือปืนได้ แต่ในยามปกติไม่มีทางที่ทางการจะยอมให้มินปิงแบกปืนกลับบ้านเด็ดขาด
แน่นอนว่ายกเว้นบางพื้นที่ที่การจัดการไม่เข้มงวด
แต่น่าเสียดายที่กองพลใหญ่เซี่ยงหยางทำไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นอู๋เปียวหรือเลขาธิการหง ต่างก็มีความรอบคอบในเรื่องนี้มาก พวกเขาไม่มีทางปล่อยให้มินปิงเอาปืนไปเล่นซี้ซั้วแน่นอน
อย่าว่าแต่แบกปืนกลับบ้านเลย แม้มินปิงจะขอรวมตัวกันเข้าป่าไปล่าสัตว์ พวกเขาก็ยังไม่ค่อยจะอนุญาตง่าย ๆ เลย!
หลังจากทำความเข้าใจกับพ่อแม่ในเบื้องต้นแล้ว คืนวันที่สองหลี่เว่ยหมินก็พาพี่ใหญ่และพี่รองเข้าป่า
ปืนไรเฟิลไม่ใช่ของที่หาได้ง่าย ๆ หลี่เว่ยหมินจึงเตรียมตัวที่จะจับไก่ป่าและกระต่ายป่าให้ได้มาก ๆ เพื่อใช้เป็นใบเบิกทางในการเข้าหาผู้คนเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของเขานั่นเอง!
จบบท