เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 78 ศัตรูแข็งแกร่ง มังกรกระดูกและจ้าวอัคคี

ตอนที่ 78 ศัตรูแข็งแกร่ง มังกรกระดูกและจ้าวอัคคี

ตอนที่ 78 ศัตรูแข็งแกร่ง มังกรกระดูกและจ้าวอัคคี


ถ้าเขาสู้กับพวกมันทีละคน ก็ยังไม่ง่ายสำหรับ'เย่ว์หยาง'ที่จะล้ม'ขุนพลปีศาจ'ได้ แต่ร่างกายที่แข็งแกร่งของ'ขุนพลปีศาจ'มีจุดอ่อนที่ร้ายแรง หากเกิดความเสียหายร้ายแรงได้รับบาดแผลที่หัวใจ  พวกมันจะล้มลงทันที ไม่สามารถจะลุกขึ้นมาได้

แน่นอนว่า เปรียบเทียบกันแล้ว มนุษย์มีจุดอ่อนอยู่มากมาย หัว, หัวใจ, ท้องน้อย  กล่องดวงใจ กระดูกสันหลัง ถ้าส่วนใดส่วนหนึ่งที่กล่าวมานี้ถูกกระแทกอย่างแรง  พวกเขาจะหมดความสามารถต่อสู้ทันที  พวก'ขุนพลปีศาจ'มีจุดอ่อนที่เดียวคือหัวใจของ และเป็นเรื่องที่ยากมากเสียด้วยที่จะสู้ได้

'ขุนพลปีศาจ'ไม่กี่ตนที่เป็นพวกเผ่าพันธุ์หนอนสามารถสู้ต่อได้แม้ว่าพวกมันจะถูกตัดหัวก็ตาม  ความสามารถในการเปลี่ยนรูปของพวกมันน่ากลัวถึงขนาดนั้น  จุดอ่อนเพียงอย่างเดียวก็คือหัวใจไม่อาจปล่อยให้เสียหายหนักได้ ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะ'เย่ว์หยาง'มีปราณกระบี่ขั้นก่อกำเนิด  ร่างกายที่ทรงประสิทธิภาพของพวกมันและเกราะเวทสำหรับป้องกันจะไม่ปล่อยให้พวกมันสูญเสียความสามารถในการต่อสู้

แม้ว่าร่างกายจะมีบาดแผลเต็มไปหมด ต่อให้มือและขาของพวกมันถูกทำลายก็ตาม  ต่อให้หนักกว่านั้นพวกมันก็ยังไม่ตกอยู่ในอันตรายถึงตาย เป็นเรื่องโชคร้ายสำหรับพวกมันที่มาเจอคนที่ผิดปกติอย่าง'เย่ว์หยาง'

ผู้ใดจะคาดคิดกันว่า ผู้อัญเชิญชั้นฝึกหัดจะกลายเป็นนักสู้ชั้นนปราณก่อกำเนิด ปราณขั้นก่อกำเนิดของ'เย่ว์หยาง'สามารถเจาะผ่านเกราะเวทเข้าไปทำร้ายหัวใจทั้งที่มีกล้ามเนื้อป้องกันอยู่ พลังของมันเหนือกว่าพวกระดับต่ำอย่างระดับ 6   ไม่มีใครป้องกันต่อต้านพลังโจมตีของปราณก่อกำเนิดของนักสู้ชั้นปราณก่อกำเนิดได้ เป็นที่น่าเสียดายก็คือ'เย่ว์หยาง'สามารถปล่อยปราณกระบี่ได้เพียง 3 ครั้งในตอนนี้

ถ้า'เย่ว์หยาง'สามารถเป็นได้อย่างเทพธิดากระบี่ฟ้า ที่ปลดปล่อยปราณกระบี่ได้หลายพันสาย  เขาคงไม่ต้องทำเป็นอ่อนแอเพียงเพื่อหลอกล่อเหยื่ออย่าง'ขุนพลปีศาจ'ทั้งสองให้ประมาทเข้ามาหา

ดังนั้นเมื่อพวกมันกำลังเยาะเย้ยล้อเล่น  เขาก็สามารถลอบทำร้ายพวกมันได้  ถ้าเขาสามารถปล่อยได้ถึง 10 กระบี่ เขาจะเสี่ยงลุย 5 'ขุนพลปีศาจ'และทำลายพวกมันด้วยตัวเอง 2 กระบี่ถูกใช้ออกไปเพื่อกำจัด'ขุนพลปีศาจ' 2 ตน ผลการต่อสู้ปรากฏชัดแล้ว ที่สำคัญที่สุด  เพื่อให้ได้เพิ่มระดับของต้นดอกหนาม 'เย่ว์หยาง'เพิ่มปุ๋ยที่ดีที่สุดให้มัน

จะไปหาปุ๋ยชั้นดีอย่าง'ขุนพลปีศาจ'ได้ที่ไหน? เขาคาดว่าถ้ามันย่อย'ขุนพลปีศาจ'ทั้งสองนี้เสร็จแล้ว   มันจะเลื่อนชั้นวิวัฒนาการเปลี่ยนรูปเป็นนางปีศาจดอกหนาม  จากนั้นหลังจากย่อยแขนของเจ้าปีศาจ'ฮาซิน'เสร็จมันอาจเลื่อนชั้นวิวัฒนาการเปลี่ยนรูปอีกครั้ง

การปลูกต้นนางพญาดอกหนามมงกุฎทองไม่ใช่ง่ายๆ ต้องการปุ๋ยชั้นดีเป็นจำนวนมาก ไม่ใช่เพียงแค่นั้น  มันยังต้องเลื่อนระดับสูงขึ้นไปอีกและพวกระดับสูงจะต้องเป็นปุ๋ยของมัน นี่เป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

ในตอนนี้เขาสามารถฆ่าศัตรูและบ่มเพาะต้นดอกหนามไปด้วย  เขาสามารถจะยกระดับขั้นของคัมภีร์อัญเชิญด้วย  ทั้งยังได้รับเกียรติทางทหารได้รับการยอมรับผลงานเขาที่มีต่อประเทศ การต่อสู้ครั้งนี้ สนองวัตถุประสงค์ได้หลายอย่าง

“คนประเภทที่แทงทะลุเกราะเวทและทำลายหัวใจปีศาจได้อย่างง่ายดายเห็นจะมีแต่นักสู้ชั้นปราณก่อกำเนิด”

'ขุนพลปีศาจ'ชุดดำมีปฏิกิริยาตอบสนองเร็วที่สุดและคำรามด้วยใบหน้าที่น่ากลัว

“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็เป็นนักสู้ชั้นปราณก่อกำเนิดแน่นอน  ไม่มีข้อกังขาแล้วว่าที่เจ้ากล้าบุกเข้ามาในแดนปีศาจด้วยตนเอง  คงเป็นแผนที่เตรียมไว้แล้ว  แม้ว่าข้าสงสัยอยู่แล้วตั้งแต่แรกเริ่มว่า  ขโมยธรรมดาไม่สามารถครอบครองม้วนเทเลพอร์ตที่จะส่งพวกมันเข้ามาในสมรภูมิโบราณในแดนปีศาจได้  และแน่นอนว่าเจ้าครอบครองดาบจันทร์เสี้ยวของขุนพลปีศาจอยู่ไม่ใช่หรือ?  แต่เจ้าปลอมตัวได้ดีเกินไป  ข้ายังโดนเจ้าลวงเรื่องที่ไฮดรา 9 หัวไล่ล่าตามเจ้าเข้ามาถึงแดนปีศาจจนไขว้เขวเป็นอย่างอื่น  ตอนนี้มันสายเกินไปแล้ว  มิฉะนั้น 2 คนนั้นคงไม่ต้องตายอย่างอนาถแบบนั้น  มนุษย์นักรบผู้ต้องการใช้พวกเราบ่มเพาะความก้าวหน้า  นักสู้ชั้นปราณก่อกำเนิดที่แสร้งทำตัวเป็นขโมยน้อยอ่อนแอ  เจ้ายังกล้าไปจากสมรภูมิมรณะอีกหรือ?  ไม่ เจ้าจะต้องพินาศไปพร้อมกับพวกเรา เจ้าปีศาจลิช  ข้าขอพลีทุกอย่างให้ท่าน  โปรดประทานพลังให้ข้าด้วยเถิด....”

กระบี่ของ'ขุนพลปีศาจ'ชุดดำทำให้ใจของ'เย่ว์หยาง'ตกวูบ

เจ้าผู้นี้ต้องการใช้ทุกสิ่งที่ตนมี ทำการบูชายัญบ้าๆ บอๆ ด้วยชีวิตตัวเองแบบนั้นอีกแล้ว 'เย่ว์หยาง' ดึงดาบจันทร์เสี้ยวและซัดออกไปจากม่านแสงคุ้มกัน ตรงไปที่'ขุนพลปีศาจ'ชุดดำ  เจ้าผู้นี้คือศัตรูที่น่ากลัว  เขาจะต้องถูกฆ่าเสียก่อน

แม้ว่า'ขุนพลปีศาจ'ชุดดำนี้จะมีม่านแสงคอยปกป้องร่างของเขาไว้  แต่ฝีมือต่อสู้ในร่างเนื้อคงไม่ค่อยแข็งแกร่งนัก  ขณะที่อสูรอัญเชิญของเขาถูกฆ่า  ม่านแสงคุ้มกันจะหายไป

ในช่วงเวลานั้น เขาจะไม่สามารถรับการกระแทกกระทั้นรุนแรงที่มุ่งเป้ามาที่เขาโดยตรงได้แน่นอน  ตอนนี้ 'เย่ว์หยาง'ต้องรีบค้นหาดูว่าสัตว์อสูรอัญเชิญซ่อนอยู่ที่ใดกันแน่ แล้วฆ่าพวกมัน จากนั้นทำลายม่านพลังที่น่าชังนี้ แม้ว่ามันจะเป็นอสูรอัญเชิญที่มีธาตุเฉพาะ แต่มันต้องมีร่างจริงแน่นอน หรืออย่างน้อยก็ต้องมีแก่นพลังของมันอยู่ด้วย ตราบใดที่แก่นพลังแตกทำลาย  อสูรอัญเชิญที่มีธาตุเฉพาะจะตายทันที...

แต่ สัตว์อสูรอัญเชิญที่มีธาตุเฉพาะทั้งสองนั้น ตอนนี้พวกมันซ่อนอยู่ที่ใดกันแน่?

“ฮ่าาาาาาห์”

'ขุนพลปีศาจ'ผู้อ้วนราวกับหนอนคำรามลั่นขณะที่วิ่งออกมา

ขณะที่มันวิ่งมาถึงหน้า'เย่ว์หยาง' มันได้ใช้พลังอัญเชิญไปด้วย  ไขมันมีครอบคลุมร่างของมันได้รวมตัวกับอสูรอัญเชิญกลายเป็นหนอนปีศาจยักษ์สีดำกำลังเคลื่อนตรงมาหา'เย่ว์หยาง'เหมือนคลื่นยักษ์ ที่หุบเขายู่หลง 'เย่ว์หยาง'เคยเห็นหนอนปีศาจกินเนื้อชนิดนี้  พวกมันไม่กลัวไฟ และชอบกินเนื้อมนุษย์สดๆ หนอนปีศาจกินเนื้อแห่งหุบเขายู่หลงเป็นแค่อสูรระดับ 1 เท่านั้น

แต่กลุ่มหนอนที่มาจากการอัญเชิญของ'ขุนพลปีศาจ' กลุ่มหนอนทั้งหลายเหล่านั้นเกิดขึ้นจากการรวมตัวกับร่างของมัน  ทั้งหมดเป็นหนอนปีศาจชั้นทองแดงระดับ 3 ด้วยฟันที่คมของพวกมัน หนามแหลมที่คลุมอยู่ทั้งหัว ตอนนี้กลุ่มหนอนดำตรงเข้ามาผ่านเปลวไฟได้โดยไม่เป็นอันตรายเหมือนกับคลื่นยักษ์  ต่อให้เป็นคนกล้าก็ต้องหวาดกลัวอย่างแน่นอน

ในท้องฟ้า 'ขุนพลปีศาจ'ที่มีปีกได้อัญเชิญสัตว์ปีกที่ดูคล้ายอีกาออกมาหลายตัว  แนบตัวมันกับลูกศร และเปลี่ยนมันเป็นลูกศรที่ปล่อยควันสีดำออกมา ทันทีที่ลูกศรทั้งหลายถูกยิง พวกมันทั้งหมดจะสามารถบินไปรอบๆ โดยอัตโนมัติ มันถูกยิงออกมาเป็นแนวโค้ง  มุ่งตรงไปที่หลังศีรษะของ'เย่ว์หยาง'อย่างประหลาด

“อ้อ..พวกเจ้าอยู่ตรงนี้เอง เจอแล้ว”

'เย่ว์หยาง'ขยับร่างเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็หลบลูกธนูดำที่ระดมโจมตีมาเป็นห่าฝน  เขาเหินร่อนไปหากลุ่มหนอนปีศาจกินเนื้อแล้วผ่านตรงไปพื้นที่ที่โดดเด่นของสมรภูมิมรณะอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า

เมื่อ'เย่ว์หยาง'ยังคงบินอยู่ในอากาศ 'ขุนพลปีศาจ'ชุดดำได้ใช้มีดตนเองกรีดหน้าอกและท้องของตัวเองให้เปิด ทันใดนั้นอวัยวะภายในของเขาได้ถูกทำลาย ลำไส้ของเขาฉีกขาด และอวัยวะภายในต่างๆ ไหลออกมาพร้อมกับเลือด เลือดสีดำฉีดพุ่งออกมาขนาดที่ใครเห็นก็อาจอาเจียนได้ง่าย

ก่อนที่เลือดจะกระเซ็นลงพื้น ประตูเทเลพอร์ตสีแดงเข้มก็ปรากฏข้างบน มันขยายใหญ่ จากนั้นก็หดตัวลงมาอีกครั้ง ภายในไม่กี่วินาที มังกรโครงกระดูก มีดวงตาดำสนิททั้ง 2 ข้าง มีขา 4 ข้างพร้อมกับกรงเล็บบินออกมาจากประตูเทเลพอร์ตสีแดง

ก่อนที่ประตูเทเลพอร์ตจะปิดลงและหายไป มันรีดเอาตัวของมันออกมาได้ทั้งหมดอย่างเฉียดฉิว ส่วนของหางที่ยาวของมังกรกระดูกออกจากประตูไม่ทันเวลา มันจึงถูกตัดออกไป  มังกรกระดูกได้กางปีกที่เป็นกระดูกของมัน มีเนื้อเน่าติดอยู่  มันใช้กำลังบังคับปีกให้โฉบลงมาที่เย่ว์หยาง   สัตว์อสูรชั้นทองแดงระดับ 7

'เย่ว์หยาง'ใช้พลังญาณทิพย์ตรวจสอบข้อมูลของมังกรกระดูกทันที เรื่องนี้ถึงกับทำให้เขาต้องสั่น เผชิญหน้ากับมังกรกระดูกตัวนี้ บางทีก็ไม่ต่างจากเผชิญหน้าไฮดรา 9 หัวตัวเต็มวัยก็ได้  มันอาจเหนือกว่าในบางกรณี

'เย่ว์หยาง'ไม่สามารถกำจัดอสูรลาวาและอสูรไฟนรกที่หลบซ่อนอยู่ได้  เขาควงดาบจันทร์เสี้ยวแล้วฟันออกไปเพื่อสกัดไม่ให้มังกรกระดูกกัดเอาได้  ในขณะเดียวกันเขาจู่โจมมังกรกระดูกอย่างดุเดือด  เขาฟันใส่ปีกมังกรกระดูกอย่างต่อเนื่อง ดูเหมือนว่าจะเป็นส่วนที่บอบบางที่สุด

*แคร้ง*

ปรากฏประกายไฟออกมา

ระหว่างที่ดาบจันทร์เสี้ยวกระทบกระดูกปีกของมัน เกิดเสียงโลหะดังเสียดแก้วหู กระดูกของมังกรกระดูกนี้ทนกว่าโลหะจริงๆ  ไร้สาระสิ้นดี   พอเห็นว่าดาบจันทร์เสี้ยว อาวุธคู่มือของ'เย่ว์หยาง'แตกหักแล้ว

ขณะที่มังกรกระดูกไม่ได้รับอันตราย  ใจของเขาก็สงบขึ้น  มังกรกระดูกชั้นทองแดงระดับ 7  มีอันดับเหนือกว่า'ฮุยไท่หลาง'เพียง 2 อันดับ  แต่ความแข็งแกร่งแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน ดูเหมือนว่าระดับ 6 เป็นเส้นขีดคั่นอสูรชั้นหนึ่งกับชั้นสอง ต่ำกว่าระดับ 6  ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์, ปีศาจหรืออสูร  พวกมันก็ยังมีความแข็งแกร่งดีที่ก็แค่ชั้นสองเท่านั้น ไม่น่าแปลกใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะพวกที่เหนือระดับ 6 ขึ้นไป  สามารถเรียกได้ว่าพวกชั้นหนึ่ง

มังกรกระดูกชั้นทองแดงระดับ 7 นี้  จะฟันให้มันตายด้วยดาบจันทร์เสี้ยวทั้งสองนี้คงไม่ได้แน่ เย่ว์หยางต้องคิดแผนทำลายผลึกมังกรปีศาจในกะโหลกของมัน  มิฉะนั้น ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะกำจัดมังกรกระดูกซึ่งไม่กลัวโดนตัดโดนฟัน

“ฝ่าบาทเจ้าปีศาจลิช  ทรงโปรดฟังคำวิงวอนของบริวารท่าน  โปรดส่งอสูรผู้ทรงพลังมากำจัดศัตรูต่อหน้าข้าด้วยเถิด”

'ขุนพลปีศาจ'ชุดดำสลายม่านคุ้มกันทันที  คัมภีร์อัญเชิญของเขาตกลงกับพื้นพร้อมกับเสียงดัง

*ตึง*

'เย่ว์หยาง'เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

เจ้าผู้นี้อัญเชิญมังกรกระดูกจากแดนนรกมาช่วยเหลือมัน เป็นการทำลายกฎโบราณในพื้นที่สมรภูมิมรณะ  มันอยู่ไม่ไกลจากความตายแล้ว  บางทีอาจจะร่างระเบิดตายก็ได้

แต่พอมองดู'ขุนพลปีศาจ'ชุดดำฟั่นเฟือนผู้นี้แล้ว ดูเหมือนมันจะไม่กลัวตายและเริ่มหัวเราะใส่'เย่ว์หยาง'อย่างคลุ้มคลั่ง  ประหนึ่งว่าได้ทำสิ่งที่ภูมิใจที่สุดในชีวิตสำเร็จ ในระหว่างที่หัวเราะอย่างคลุ้มคลั่งนี่เอง

มือสีดำแทบมีแต่กระดูกได้ยื่นของมาจากท้องของ'ขุนพลปีศาจ'ชุดดำผู้กำลังมีร่างที่ขยายตัวออก เล็บที่คมยาวดำสนิททั้ง 5 ได้รวบรวมพลังไฟฟ้าสีฟ้าทำให้เกิดเสียงแตกปะทุ ฝ่ามือของมันเกิดมีลูกบอลสีม่วง ที่ควบแน่นจนขนาดเล็กลง

แม้ว่าจ้าว'ปีศาจลิช'จะออกมาไม่ได้ และมีแต่มือยื่นออกมา  แต่เปลวไฟสีม่วงที่มือนี้ยื่นออกมามีพลังพอที่จะทำลายได้ทั้งสวรรค์และโลกมนุษย์  'เย่ว์หยาง'รู้สึกได้ถึงอันตรายที่กำลังจะปะทุออกมาจึงตะโกนออกมาเสียงดัง

เขาเตรียมใช้พลังที่เขามีอยู่ทั้งหมดหยุดการกระทำนี้ของจ้าวปีศาจนี้ เหมือนกับนก 'เย่ว์หยาง'ร่อนกวาดผ่านมาเป็นระยะกว้างใหญ่ ดาบจันทร์เสี้ยวหมุนควงเป็นจักรผัน ตัดเข้าที่มือเวทที่เหมือนกระดูกสีดำของจ้าว'ปีศาจลิช'

แต่ 'เย่ว์หยาง'จู่โจมสายเกินไป  มือของเจ้า'ปีศาจลิช'หดกลับไปแล้ว  ทิ้งไว้แต่บอลไฟที่กำลังตกลงไปในลาวาและกองเปลวเพลิงที่ยังโหมกระหน่ำ

*บึ้ม!*

เสียงระเบิดกึกก้องขนานใหญ่ ทำให้พื้นสั่นสะเทือน

แม้ว่า'เย่ว์หยาง'จะโชคดีต้านทานไว้ได้  แต่ร่างของเขาก็กระเด็นออกไปด้วยแรงอัดกระแทก เขาพบว่าลูกบอลไฟสีม่วงได้กินแก่นอสูรลาวาและอสูรไฟนรกอย่างบ้าคลั่ง

ในทันที มันดูดพลังไฟทั้งหมดเข้ามา ก่อนที่จะกลายเป็นเปลวไฟยักษ์สูง 6 เมตร เปลวไฟยักษ์นี้ลุกไหม้อยู่รอบๆ ร่างที่เกิดจากลาวาและหิน ร่างท่อนบนของมันดูคล้ายมนุษย์ แต่ร่างท่อนล่างเป็นเปลวไฟ แขนของมันดูแปลก เป็นรูปเปลวไฟโหมกระหน่ำสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า แม้แต่มังกรกระดูกที่ทำให้เย่ว์หยางปวดหัวกำลังบินอยู่ด้านบน ยังต้องรีบหลบห่างจากเปลวเพลิงนี้  ไม่กล้าให้ร่างมันเข้าใกล้พลังงานรุนแรงนี้ที่ทำลายทุกอย่างได้

*บึ้ม!*

ในท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง  'ขุนพลปีศาจ'ชุดดำร่างระเบิดเป็นเสี่ยงๆ เขาตายอย่างน่าอนาถ ภายใต้พลังทำลายล้างของกฎโบราณ   ไม่มีชิ้นส่วนร่างกายเหลืออยู่เลย

แม้แต่วิญญาณของเขายังถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง 'เย่ว์หยาง'รู้นานแล้วว่าเจ้าผู้นี้ต้องตายแน่นอน  แต่เรื่องที่ทำให้เขาปวดหัวอย่างมากก็เพราะการกระทำที่คลุ้มคลั่งของเขา  อัญเชิญมังกรกระดูกชั้นทองแดงระดับ 7 ก็หนักพอแล้ว

เจ้านี่ยังไม่กลัวตายอัญเชิญจ้าว'ปีศาจลิช'ออกมาด้วย  แม้ว่าจ้าวปีศาจลิชจะไม่สามารถออกมาได้  แต่เขาก็มีพลังมากมาย ใช้เวลาไม่กี่วินาทีก็โยนอสูรจ้าวอัคคีเข้ามาในสมรภูมิมรณะ มันเป็นอสูรชั้นเงินระดับ 7

ถ้า'ฮุยไท่หลาง'อยู่ที่นี่ และได้พบอสูรจ้าวอัคคีนี้ มีโอกาสอย่างมากที่มันจะถูกฆ่าทันที ตอนนี้ เขาต้องเผชิญหน้ากับอสูรจ้าวอัคคีชั้นเงินระดับ 7, มังกรกระดูกชั้นทองแดงระดับ 7  และ'ขุนพลปีศาจ'ผู้ที่อย่างน้อยก็มีพลังระดับ 5 ชั้นยอดฝีมือนั่นเอง

เขาจะสู้ศึกนี้ได้อย่างไร? สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือ นี่ยังคงเป็นสมรภูมิมรณะ  เขาไม่สามารถหนีได้  เขาต้องฆ่าศัตรูทั้งหมดให้ได้ก่อนถึงจะจากไปได้...   เขาจะต้องทำอย่างไรถึงจะเอาชนะศัตรูที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะ?

 

ที่มา:https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=78

จบบทที่ ตอนที่ 78 ศัตรูแข็งแกร่ง มังกรกระดูกและจ้าวอัคคี

คัดลอกลิงก์แล้ว