เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 77 เติมปุ๋ย

ตอนที่ 77 เติมปุ๋ย

ตอนที่ 77 เติมปุ๋ย


มีเจ้าโง่เง่าบัดซบคนหนึ่งที่จะกล้าเผชิญหน้ากับ'ขุนพลปีศาจ'จำนวนหลายสิบ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีปีศาจจำนวนเป็นแสนอยู่ที่ด้านหลังของพวกมันอีก ปฏิกิริยาแรกของ'เย่ว์หยาง'คือวิ่งเข้าไปหาลูกไฮดราตัวที่ใกล้ที่สุด

เขาเตรียมกอดมันไว้ตัวหนึ่งไม่ว่าจะเป็นหรือตาย จากนั้นอัญเชิญคัมภีร์ชั้นทองแดงของเขาออกมา เพื่อให้ม่านพลังปกป้องเขาไว้  แล้วใช้ม้วนเทเลพอร์ตพากลับไปอยู่ใต้ต้นโอ๊คหมื่นปี

ภายใต้สถานการณ์ที่เขาไม่ถูกโจมตี  การสู้กับไฮดราเต็มวัย เป็นเรื่องที่เปลืองกำลัง  แต่คงไม่มีปัญหาเมื่อสยบลูกไฮดราได้ แต่'ขุนพลปีศาจ'จะยอมปล่อยให้'เย่ว์หยาง'จากไปได้ตามใจชอบหรือ? แทบจะในทันทีเมื่อ'เย่ว์หยาง'ขยับ  'ขุนพลปีศาจ'ทั้งหมดก็ขยับตามด้วยเช่นกัน

'เย่ว์หยาง'พบว่าเครื่องมือเทเลพอร์ตในแดนปีศาจ เป็นอะไรที่แตกต่างจากที่ใช้ในทวีปมังกรทะยาน  ถ้านักรบในทวีปมังกรทะยานต้องการใช้ม้วนเทเลพอร์ต  พวกเขาจะต้องเปิดมันและอัญเชิญมันด้วยพลังภายในของพวกเขา

ช่วงก่อนนั้น เขามัวแต่ให้ความสนใจหลบหนีมากเกินไปโดยไม่ดูให้ดีเสียก่อน  แต่เวลานี้ 'เย่ว์หยาง'เห็นได้ชัดเจนทีเดียว  พวก'ขุนพลปีศาจ'โยนวัตถุสีดำลงมาแทบจะพร้อมกัน  ดูเหมือนว่าจะเป็นลูกบอลสีดำขนาดเท่ากำปั้น

ก่อนที่มันสัมผัสใครก็ตาม มันจะแตกโดยไม่มีเสียงแล้วกลายเป็นลำแสงสีดำ ภายในพื้นที่ครอบคลุมไปด้วยลำแสงสีดำ  แต่ละลำแสงจะตั้งเป้าหมายเทเลพอร์ตไปยังพื้นที่ซึ่งกำหนดไว้

ถ้า'เย่ว์หยาง'ไม่ละโมบและยืนกรานที่จะล็อคคอลูกไฮดราไว้  ด้วยพลังการเคลื่อนไหวของเขาลูกบอลเทเลพอร์ตของปีศาจคงยากที่จะกระทบเขาได้  แต่ตอนนี้..

'เย่ว์หยาง'ปฏิเสธที่จะโอนอ่อนผ่อนตามและผ่อนให้ลูกไฮดราดิ้นรนจนถูกเทเลพอร์ตไปยังสมรภูมิมรณะอีกแห่งหนึ่ง  ไม่ใช่แต่เพียงแค่นั้น  ตอนนี้ไม่ใช่เป็นแค่'ขุนพลปีศาจ'ตนเดียวที่เขาต้องเผชิญหน้าด้วย  แต่เป็น'ขุนพลปีศาจ' 5 ตนที่เขาต้องต่อสู้พร้อมกันทีเดียว

หลังจาก'ขุนพลปีศาจ' 5 ตนเข้ามาในพื้นที่สมรภูมิมรณะ พวกมันตั้งใจแล้วว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยมนุษย์ผู้นี้ไปจากที่นี้ทั้งที่ยังมีชีวิต  พวกมันปรึกษาหารือกันถึงวิธีรับมือ'เย่ว์หยาง' 'เย่ว์หยาง'ไม่เข้าใจเรื่องที่พวก'ขุนพลปีศาจ'คุยกัน

เนื่องจากพวกมันคุยกันด้วยภาษาปีศาจ แม้ว่าเขาจะสามารถเข้าใจพวกมันได้  แต่เขาก็ไม่มีเวลาสนใจพวกมัน ลูกไฮดราที่เขาล็อคคอมันไว้กำลังดิ้นรนด้วยพลังของมันเต็มที่

แม้ว่ามันจะเป็นแค่ลูกสัตว์อสูร  และมีเพียงแค่ 3 หัว  แต่ขนาดของลูกไฮดราก็ยังใหญ่กว่าวัวเสียอีก และคอทั้ง 3 ของมันก็ยาวคล้ายคองูเหลือม  แต่หัวของลูกไฮดราก็ยังโตกว่าหัวงูเหลือม (เต็มวัย)  และยิ่งไปกว่านั้น เขาแปลกๆ และครีบที่ยังปรากฏอยู่  ฟันของมันคมพอๆ กับใบมีด  และแต่ละครั้งที่มันกัดอย่างคคุ้มคลั่ง มักจะทำให้'เย่ว์หยาง'ลำบากเสมอ

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”  พอเห็นฉากตลก 5 ขุนพลปีศาจถึงกับกุมท้องตัวเองหัวเราะกันลั่น พวกมันรู้สึกทันทีว่า เจ้ามนุษย์หนุ่มน้อยนี้ไม่ได้ตั้งใจโจมตีแดนปีศาจ สิ่งเดียวที่พวกมันไม่เข้าใจก็คือ เจ้าเด็กตัวแสบนี่ ใช้ม้วนเทเลพอร์ตประสาอะไร ถึงได้ส่งเข้ามาในสมรภูมิรบโบราณ? เขาเคยมาที่นี่ก่อนหรือ? 5 ขุนพลปีศาจยังสงสัยอยู่ว่า ถ้าพวกเขาจับตาดูและปล่อยเจ้ามนุษย์น้อยผู้นี้ไว้ก่อน บางทีเขาอาจไม่รอดโดนไฮดรากินทั้งเป็นก็ได้  มีหลายครั้งที่มนุษย์ลงมาต่อสู้ภายในดินแดนปีศาจ  แต่เจ้าเด็กนี่อ่อนแอที่สุด ทำให้พวกเขาตลกได้มากที่สุด  พวกเขาไม่เคยเห็นคนงี่เง่าอย่างอย่างนี้จากบรรดานักรบทั้งหมดที่เข้ามาถึงที่นี่ ไฮดราทั้ง 3 หัวจนล้มลงหมดฤทธิ์ ณ ตรงนั้นเอง พวกขุนพลปีศาจพากันหัวเราะจนตัวงอ “เจ้ามนุษย์! นี่เจ้ากะจะทำให้พวกข้าขำจนขาดใจตายใช่ไหม? เทียบกับการใช้พลังของเจ้าแล้ว ทำให้พวกข้าขำตาย ได้ผลมากกว่าจริงๆ!”

'ขุนพลปีศาจ'คนที่สูงที่สุดลุกขึ้นยืนแล้วพูดด้วยภาษาชาวทวีปมังกรทะยาน

พอเขาพูดจบ 'ขุนพลปีศาจ'อีก 4 ตนหัวเราะกับแบบไม่ยั้งอีกครั้ง

“ข้ายอมแพ้ได้ไหม?”

ขณะที่'เย่ว์หยาง'ถามอย่างนี้

พวก'ขุนพลปีศาจ'ที่อยู่ด้านตรงข้ามหัวเราะลั่น คราวนี้ถึงกับหัวเราะจนน้ำตาไหล ไอ้หนูนี่คงนึกว่าที่นี่คือผับมั้ง? ในสมรภูมิมรณะ ต้องมีฝ่ายหนึ่งตายและมีอีกฝ่ายหนึ่งรอด มิฉะนั้น ต่อให้เป็นจ้าวปีศาจก็จากไปไม่ได้ กฎโบราณนี้ใครๆ ก็ไม่สามารถล่วงละเมิดได้ 'ขุนพลปีศาจ'ที่ตัวเตี้ยที่สุด  พยักหน้ากล่าวอย่างจริงใจว่า

“ข้าจะอนุญาตให้เจ้ายอมแพ้ แต่ต้องหลังจากเจ้าตายแล้วนะ ฮ่าฮ่าฮ่า!”

'เย่ว์หยาง'เห็นว่าเขาไม่มีทางเลือก

ดูเหมือนว่าทวีปมังกรทะยานและดินแดนปีศาจ ยังคงเป็นอริต่อกันและกันจริงๆ และไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกลมเกลียวกับอีกฝ่าย ในชั่ววินาที นักท่องเที่ยวข้ามโลกก็เปลี่ยนจากผู้รักสันติมาเป็นพวกบ้าต่อสู้  หลักการที่เขาได้รับแนะนำแต่แรกคือถ้าหลีกเลี่ยงการต่อสู้ได้ เขาก็จะไม่สู้ ถ้าสู้กันแต่แรก  เขาคงเอาชีวิตอีกฝ่ายหนึ่งไปแล้ว

'เย่ว์หยาง'อัญเชิญคัมภีร์ทองแดงของเขาออกมา  และเรียกต้นดอกหนามทองที่ยังคงย่อยแขนของเจ้าปีศาจ'ฮาซิน'ไม่เสร็จออกมา  และให้มันทำการฝังรากกับพื้น

“นักอัญเชิญระดับฝึกหัดหรือ? ต้นดอกหนามหรือ?”

5 'ขุนพลปีศาจ'ถึงกับตะลึง

พวกเขากำลังจ้อง'เย่ว์หยาง'เหมือนกับว่ากำลังดูคนบ้า  คนๆ เดียวกับคัมภีร์อัญเชิญพื้นฐานระดับกลาง บังอาจเข้ามาสู้ในแดนปีศาจ?

“เอ่อ..เจ้าเตรียมตัวให้เรียบร้อยก่อนก็ได้  เสร็จเมื่อไหร่ค่อยบอกเรา”

'ขุนพลปีศาจ'ที่ตัวสูงที่สุดพูดอย่างนี้ด้วยความใจกว้างมาก

“เจ้าเลือกได้นะว่าจะตายแบบไหน! จะถูกตัดเป็นชิ้นๆ, แขวนคอตาย, จมน้ำตาย, หรือถูกเผาตาย, ทั้งหมดนี้ให้เจ้าเลือกอย่างไหนก็ได้  หรือว่าเจ้ามีไอเดียแนวคิดวิธีตายใหม่ๆ ก็ย่อมไม่เป็นปัญหาเลย,  โอ..จริงสิ จะให้ข้าจารึกชื่อของเจ้าบนหลุมศพว่ายังไงดี?  เขียนอย่างนี้ดีไหม?”

“ระวัง!  พวกแกจะติดเชื้อโง่จากข้า!”

'ขุนพลปีศาจ'ผู้ตัวเตี้ยที่สุด ยังกล่าวคำนี้อย่างจริงจัง

“บอกตามตรงเลยนะว่า เจ้าจะเป็นคู่ต่อสู้คนแรกที่ข้าพบว่า ข้าไม่ได้รู้สึกว่าจะประสบความสำเร็จแต่อย่างใดเลยหลังจากเอาชนะเจ้าได้...”

'ขุนพลปีศาจ'ผู้มีปีกยังคงถอนใจไม่หยุด

“ข้าจะไปนอนสักครู่  ฆ่ามันเสร็จค่อยมาเรียกข้าก็แล้วกัน”

'ขุนพลปีศาจ'ผู้ตัวอ้วนเหมือนหนอนล้มลงนอนอย่างสบายอารมณ์

“เนื่องจากพวกเจ้าทั้งหมดไม่ต้องการทำ อย่างงั้นข้าจะทำเอง สำหรับพวกมนุษย์  ข้าไม่ออมมืออยู่แล้ว”

'ขุนพลปีศาจ'ที่ตัวเตี้ยที่สุดและเป็นตนเดียวที่ไม่สวมเกราะเวท แต่สวมเสื้อแนบผิวแปลกเดินออกมาจากกลุ่ม'ขุนพลปีศาจ'

จากที่เห็นใบหน้าของมันแห้ง มีกระแสปราณดำไหลออกมาและตาของมันทอประกายสีแดง มันกวัดแกว่งกรงเล็บปีศาจ และเรียกคัมภีร์อัญเชิญสีเงินที่มีปราณดำเปล่งออกมา

จากนั้น แสงสีแดงปรากฏออกมาจากคัมภีร์อัญเชิญเงิน ดูเหมือนว่ามันกำลังพึมพำกับตัวเอง หลังจากผ่านไปนาน เสียงเฟี้ยวแหลมที่ทำให้คนขนลุกผมชันจนถึงปลายผมเปล่งออกมาจากสัตว์อสูร

'เย่ว์หยาง'สั่นเล็กน้อยขณะมองดูแสงไฟ เขารู้สึกถึงพลังแสงสีแดงระเบิดได้เป็นล้านครั้ง  ถ้า'ฮุยไท่หลาง'กระโจนเข้าไปในใจกลางแสงสีแดง  ร่างของมันจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ยังดีที่เขารู้อันตรายของแดนปีศาจแล้ว  และตัดสินใจไม่พา'ฮุยไท่หลาง'มาด้วย

เขาทิ้งมันไว้ใต้ต้นโอ๊คหมื่นปี ปล่อยให้มันรอ'เย่ว์ปิง'กับ'อี้หนาน' ในขณะเดียวกันเขาก็หวังว่ามันจะกลายเป็นหมากตัวหนึ่งที่เขาวางไว้เป็นเครื่องหมายบนพื้นเทเลพอร์ต  ถ้ามีอะไรผิดพลาด  จนทำให้เขาติดอยู่ในแดนปีศาจตลอดไป ไม่สามารถกลับมาได้  ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยเป็น 2 เท่า  'เย่ว์หยาง'ยังคงทำเป้าหมายเทเลพอร์ตไว้บนตัว'ฮุยไท่หลาง'

แสงสีแดงระเบิดตามมาด้วยเสียงกึกก้อง  พายุรุนแรงกระหน่ำต่อเนื่อง  คลื่นกระแทกที่รุนแรงปะทะกับโล่ห์แสงของ'เย่ว์หยาง'จนสะเทือน แผ่นดินแตกระแหง และลาวาสีแดงพ่นรดไปบนพื้น

'ขุนพลปีศาจ'ที่อยู่ในชุดเสื้อดำ ใช้กรงเล็บกดลงบนคัมภีร์เงินเบาๆ และบริกรรมคาถาอีกครั้ง ลูกบอลไฟลูกหนึ่งลอยขึ้นมาจากลาวา  และพื้นที่โดยรอบเริ่มมีเปลวไฟโหมกระหน่ำ  พื้นที่ๆ มีลาวาไหลผ่านมีขนาดไม่ใหญ่ กว้างราวๆ 10 เมตรหรือมากกว่านั้น  แต่ภายใต้เปลวไฟโหมกระหน่ำ  พื้นที่ก็ขยายตัว

ในที่สุดก็กลายเป็นสายธารเปลวไฟไหลไปทุกที่ พลังอัญเชิญสัตว์ประจำธาตุงั้นหรือ? 'เย่ว์หยาง'ยังทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ขมวดคิ้ว  เป็นไปตามคาด พวก'ขุนพลปีศาจ'มีคัมภีร์อัญเชิญ ยากที่จะจัดการได้ โชคดี ที่ขณะนี้ดูเหมือนว่าแค่'ขุนพลปีศาจ'ที่มีคัมภีร์อัญเชิญก็คือปีศาจผอมนี้ ยังไม่รวมกับคนอื่นๆ 'ขุนพลปีศาจ'ชุดดำคือศัตรูตัวจริง

แม้ว่าเขาเพิ่งจะแสดงออกว่าเป็นคนอ่อนแอไปแล้วแท้ๆ แต่เขาก็ยังคงไม่ประมาท'เย่ว์หยาง'  ดูเหมือนว่าปีศาจตนนี้จะน่ากลัวที่สุดและจัดการได้ยากที่สุดในบรรดาขุนพลปีศาจทั้ง 5 ...

แม้เป็นการกระทำของ'ขุนพลปีศาจ'  'เย่ว์หยาง'ก็ยังเข้าใจได้หลายเรื่อง 'ขุนพลปีศาจ'เหล่านี้เข้าใจจุดอ่อนอสูรของมนุษย์ได้ดีทีเดียว  อสูรของมนุษย์เกือบทั้งหมดเป็นประเภทสัตว์ร้ายหรือไม่ก็สัตว์ปีก

บนพื้นผิวของกระแสลาวาและเปลวไฟที่ลุกกระหน่ำ  เป็นไปไม่ได้ที่พวกมันส่วนมากจะอยู่รอดได้  ไม่ต้องพูดถึงเรื่องสู้  ถ้าเขาพา'ฮุยไท่หลาง'มาด้วย  มันคงเป็นได้แค่ไม้ประดับ  ในทางตรงกันข้ามปีศาจในแดนปีศาจหลายชนิดไม่กลัวไฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีศาจจากนรก  สำหรับพวกมันแล้วเปลวไปฆ่าพวกมันไม่ได้  มันจะรู้สึกเหมือนปลาที่อยู่ในน้ำ  มีแต่จะทำให้พวกมันเพิ่มพลังขึ้นหลายเท่า

“เอาล่ะ, เราจะมาเล่นด้วยกับเจ้า  บางครั้ง ได้หยอกเย้าหนอนตัวน้อยบ้างก็ยังค่อยมีความหมาย”

'ขุนพลปีศาจ'ที่ตัวสูงที่สุดเรียกเปลวไฟดำออกมาเคลือบกระบี่เล่มมหึมาของเขาพลางเดินออกมา

ขณะที่เขาสาวเท้าออกมาเปลวไฟก็ลุกโหมอย่างบ้าคลั่ง  เขาไม่ได้รับอันตรายเลยและมีเพียงร่องรอยเปลวไฟไหม้ตรงเท้าของเขาเท่านั้น

“ข้าหวังว่าเจ้าหนูนี่ จะไม่ตายเร็วเกินไปนะ”

'ขุนพลปีศาจ'ที่ตัวเตี้ยที่สุดกวัดแกว่งขวานของเขา  และอัญเชิญหัวกะโหลกงงงวยออกมาติดไว้ที่หัวขวาน หัวขวานกลายเป็นขวานกะดูกที่น่ากลัว  นัยน์ตาปีศาจส่องแสงสีเขียว และมีจุดรอบๆ ขวานดูแปลกและน่าขยะแขยง

เบื้องหลังพวกเขา 'ขุนพลปีศาจ'ที่มีปีกและ'ขุนพลปีศาจ'อ้วนยังไม่ยอมขยับและแค่ชมการต่อสู้และยิ้มเต็มหน้าเท่านั้น พวกเขาไม่คิดว่าเด็กหนุ่มชาวมนุษย์ที่อยู่ต่อหน้าพวกเขาจะสามารถเอาชนะ'ขุนพลปีศาจ'ทั้ง 3 ที่ร่วมมือต่อสู้กันได้

ยิ่งไปกว่านั้้นพวกเขายังอยู่ภายใต้อสูรเฉพาะธาตุอย่างลาวาและอสูรไฟนรก  เด็กฝึกใช้คัมภีร์สามารถอัญเชิญสัตว์อสูรได้เพียงตัวเดียว  เจ้าเด็กนั่นเรียกต้นดอกหนามไปแล้ว  ไม่สามารถเรียกอสูรตัวที่สองออกมาได้

แม้ว่าต้นดอกหนามจะเป็นอสูรสายพฤกษา   ซึ่งโดยธรรมชาติจะข่มอสูรในนรกได้ และพัฒนาให้ถึงระดับทองได้ ขณะที่ต้นดอกหนามนี้ มีระดับต่ำเกินไป  ดูเหมือนว่าไม่น่าจะสูงกว่าระดับ 2   และมันยังคงเป็นต้นอ่อนที่กำลังเติบโต  แล้วมันจะใช้ได้อย่างไรกัน? อัญเชิญต้นดอกหนามเป็นการต่อสู้ที่ไร้ประโยชน์ก่อนตายเท่านั้นเอง

“ดูเหมือนว่าข้าจะระวังตัวมากขึ้นแล้ว  พลังวิญญาณของต้นดอกหนามยังคงทรงพลังมาก”

'ขุนพลปีศาจ'ที่ตัวสูงที่สุดเริ่มจะเยาะเย้ยและหัวเราะเยาะ'เย่ว์หยาง'

“ข้าจะบอกให้ สหายเก่า  ดูให้ดี  เป็นไปไม่ได้ที่ต้นดอกหนามนี้จะพ่นพิษตามที่มันต้องการได้  มันยังคงย่อยอะไรบางอย่างอยู่  ข้าสงสัย มันกินอะไรเข้าไป? เรามาเริ่มสู้กันได้แล้ว  ทำไมมันยังย่อยไม่เสร็จเสียที?”

'ขุนพลปีศาจ'ตัวเตี้ยร่วมกับ'ขุนพลปีศาจ'ตัวสูงล้อม'เย่ว์หยาง'เอาไว้ขณะที่พวกเขาจู่โจม

พวกเขาตั้งใจจะทำลายม่านพลังคุ้มกันของ'เย่ว์หยาง'ด้วยดาบเพลิงกับขวานกระดูก คุกคามทางจิตใจเขาและใช้ประโยชน์จากวิธีนี้ สำหรับพลังโจมตีของต้นดอกหนาม พวกเขาไม่สนใจมัน พอเห็นปีศาจสองสหายเดินไปคุยไปและไม่สนสิ่งที่อยู่รอบตัวพวกเขา ใบหน้าของ'เย่ว์หยาง'ปรากฏรอยยิ้มที่ลี้ลับทันที

“เอ๋?”

'ขุนพลปีศาจ'ชุดดำคอยสังเกตท่าทางของ'เย่ว์หยาง'ต่อเนื่อง

เขารู้สึกว่าพฤติกรรมของเจ้าหนุ่มนี่ น่าอึดอัดมาก  แต่เขาไม่แสดงสีหน้าว่ากลัวหรืออึดอัดอะไรเลย  นี่ผิดปกติมากเกินไป เป็นไปได้ว่า เขาจงใจแสดงว่าเป็นคนอ่อนแอหรือเปล่า?

ความคิดนี้แว่บเข้ามาในหัวของ'ขุนพลปีศาจ'ชุดดำ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากเขาเห็นรอยยิ้มลี้ลับบนใบหน้าของ'เย่ว์หยาง' เหมือนกับว่าสายฟ้าแว่บผ่านเขาไป ก่อนที่เขาจะส่งเสียงเตือนสหายของเขา

'เย่ว์หยาง'ได้หลบออกมาจากม่านแสงของเขาแล้ว พุ่งผ่านพวกเขาไปราวกับดาวตก ไม่มีใครเห็นความเคลื่อนไหวหรือรูปร่างเขาชัดเจน เมื่อเขาปรากฏตัวอีกครั้ง 'ขุนพลปีศาจ'ข้างหลังเขาก็ล้มลงดังตึงไปเรียบร้อยแล้ว

“อ๋า..ปุ๋ยชั้นดีนะนี่!”

'เย่ว์หยาง'ใช้มีดของเขาแทงที่หัวใจของ'ขุนพลปีศาจ'ทั้ง 2

จากนั้นลาก'ขุนพลปีศาจ'ทั้งคู่ที่ยังมีเลือดไหลเข้าไปในม่านแสง  เขาเรียกหน่อของต้นดอกหนามออกมา 2 หน่อ  พอหน่อทั้ง 2 อ้าปากขนาดยักษ์ของมันและกิน'ขุนพลปีศาจ'ทั้ง 2 ที่ยังดิ้นรนอยู่ทั้งเป็น

แม้แต่ดาบเปลวไฟและขวานกะโหลกก็กลืนลงไปทั้งหมด จากนั้นหน่อทั้งสองก็ขยายรากออกไปและเชื่อมกับต้นใหญ่จนทำให้พลังงานที่ได้จากการย่อยไหลเข้าไปในต้นหลักอย่างต่อเนื่อง

“อ๋า...”

เหตุการณ์นี้เหมือนกับถูกฟ้าผ่า จนทำให้'ขุนพลปีศาจ'ที่เหลืออีก 3 ตนพูดอะไรไม่ออก 'ขุนพลปีศาจ'ทั้งสอง ถูกต้นดอกหนามกินโดยไม่อาจต่อต้านแข็งขืนได้อย่างไร? กะ..เกิดเรื่องบ้าอะไรกันแน่? เจ้าเด็กแสบเพิ่งทำอะไรลงไป?

 

 

ที่มา:https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=77

จบบทที่ ตอนที่ 77 เติมปุ๋ย

คัดลอกลิงก์แล้ว