- หน้าแรก
- แค่แต่งภรรยาวาสนาจักรพรรดิก็พุ่งพรวด ข้าจึงกวาดสาวงามสามพันนางเสียเลย
- บทที่ 483 หน่วยปืนใหญ่จัดกระบวนทัพ
บทที่ 483 หน่วยปืนใหญ่จัดกระบวนทัพ
บทที่ 483 หน่วยปืนใหญ่จัดกระบวนทัพ
ซ่งฟ่านจัดกระบวนทัพด้วยความเร็วสูงสุด ยังคงให้ทหารหน่วยปืนใหญ่เป็นทัพหน้า
สวีชางและขุนพลคนอื่นๆ คอยคุ้มกันพวกของหวังเหวย
หลังจากหวังเหวยเดินทางมาถึงตำแหน่งที่กำหนดอย่างปลอดภัย ก็ติดตั้งปืนใหญ่จนแน่นหนา
"แจ้งท่านแม่ทัพใหญ่ ว่าสามารถยิงปืนใหญ่ได้แล้ว!"
"โจมตีพวกมันจนตั้งตัวไม่ติด!"
หวังเหวยเอ่ยเสียงทุ้ม
"ขอรับ!"
ทหารข้างกายโบกธงรบ เป็นการขออนุญาตยิงปืนใหญ่
ทหารถือธงข้างกายซ่งฟ่านเมื่อเห็นสัญญาณ ก็เอ่ยเสียงกังวานว่า:
"ท่านแม่ทัพใหญ่ หน่วยปืนใหญ่กำลังขออนุญาตยิงปืนใหญ่ขอรับ!"
"ยิงได้!" ซ่งฟ่านออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด
"ขอรับ!"
ทหารถือธงรับคำสั่ง จากนั้นก็สะบัดธงคำสั่งออกไปอย่างแรง
ทหารถือธงประจำฐานที่มั่นหน่วยปืนใหญ่เมื่อเห็นคำสั่ง ก็เอ่ยเสียงกังวานว่า:
"จุดไฟยิงปืนใหญ่!"
ทหารหน่วยปืนใหญ่ก้าวไปข้างหน้า จุดสายชนวน เมื่อประกายไฟมุดเข้าไปในกระบอกปืน เสียงดังกัมปนาทดุจสายฟ้าฟาดก็ดังสะท้านไปทั่วชั้นเมฆ
เปลวเพลิงพุ่งทะยานขึ้นฟ้า กระสุนปืนใหญ่วาดโค้งเป็นรูปพาราโบลาอยู่กลางอากาศ
ร่วงหล่นเข้าใส่กองทัพแคว้นต้าโจวที่อยู่ในระยะทำการ
ทหารแคว้นต้าโจวยังคงส่งเสียงฮึดฮัดสร้างป้อมปราการ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงฟ้าร้องที่คุ้นหูเป็นอย่างดี
ในระหว่างที่ยังคงมึนงงอยู่นั้น
ทหารนายหนึ่งกำลังขนย้ายก้อนหิน บ่นกระปอดกระแปดว่า: "เสียงนี้เหตุใดถึงได้คุ้นหูนัก ราวกับอาวุธที่น่าสะพรึงกลัวของทหารแคว้นต้าหมิงเลย!"
คนข้างกายเอ่ยตอบอย่างไม่สบอารมณ์ว่า: "เลิกพูดจาไร้สาระแบบนี้ได้แล้ว จะทำให้คนตกใจตายเอานะ!"
"นั่นน่ะสิ!"
ในขณะที่พวกมันยังคงวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่นั้น กลางอากาศก็มีกระสุนปืนใหญ่ที่อาบชโลมไปด้วยเปลวเพลิงกว่ายี่สิบลูกพุ่งทะยานเข้ามา
ทหารที่บ่นกระปอดกระแปดก่อนหน้านี้แหงนหน้าขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อเห็นกระสุนปืนใหญ่พุ่งเข้ามาก็แข็งทื่อเป็นหินในชั่วพริบตา รูม่านตาขยายกว้างขึ้นในฉับพลัน
"จะ...จริงด้วย..."
คำพูดยังไม่ทันจบ กระสุนปืนใหญ่ก็ตกลงมาทุบลงบนศีรษะ ระเบิดจนสมองกระจาย ร่างล้มพับลงบนก้อนหิน
คลื่นกระแทกของกระสุนปืนใหญ่ที่ตกลงมายงซัดก้อนหินจนปลิวว่อน แหลกละเอียด...
และก็ในวินาทีนี้เอง โครงสร้างกำแพงที่กองทัพแคว้นต้าโจวเพิ่งจะก่อร่างสร้างขึ้นมา ก็ถูกถล่มจนพังทลายลงอย่างไร้ความปรานี ซ้ำยังมีคนอีกไม่น้อยถูกทุบจนตาย
มาจนถึงบัดนี้ถึงได้แน่ใจว่าทหารแคว้นต้าหมิงบุกมาโจมตีแล้ว!
แต่ละคนร้องอุทานอย่างไม่ขาดสาย
"ทหารแคว้นต้าหมิง เป็นทหารแคว้นต้าหมิงจริงๆ!"
"พวกมันถึงกับมาอีกแล้ว!"
"ทุกคนรีบหาที่หลบซ่อนเร็วเข้า!"
"เร็วเข้าสิ!"
เสียงฉีกกระชากดังขึ้น ทหารจำนวนไม่น้อยล้วนทิ้งเครื่องมือทำงาน แล้วเริ่มวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน
ก่อนหน้านี้พวกมันเคยถูกทหารแคว้นต้าหมิงโจมตีมาแล้วครั้งหนึ่ง ย่อมรู้ซึ้งถึงความน่าสะพรึงกลัวของกระสุนปืนใหญ่นี้ดี
แต่ละคน ไม่กล้าโผล่หัวออกไป ทำได้เพียงหลบซ่อนตัวเท่านั้น
เวลานี้ มู่ทัวฮวาและพระปีศาจเมื่อได้ยินความเคลื่อนไหวก็พุ่งพรวดออกมาเช่นกัน ทำได้เพียงเบิกตาโพลงจับจ้องกระสุนปืนใหญ่ตกลงมาทุบทำลายโดยที่ทำสิ่งใดไม่ได้เลย
พวกมันในฐานะผู้บัญชาการหลักในการก่อสร้างป้อมปราการป้องกัน ในวินาทีนี้ก็มึนงงไปเช่นเดียวกัน
พระปีศาจเอ่ยด้วยความโกรธเกรี้ยว:
"ทหารแคว้นต้าหมิงพวกนี้ ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าเสียจริง!"
"ถึงกับกล้ายื่นหอกเข้ามาในเมืองหลูโจวแล้ว!"
มู่ทัวฮวาขมวดคิ้วแน่น เอ่ยเสียงทุ้มว่า:
"ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องพวกนี้แล้ว!"
"ท่านกุนซือ ท่านคิดเห็นเช่นไร..."
พระปีศาจคือผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพสายนี้ ขุนพลอย่างมู่ทัวฮวาก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งของอีกฝ่าย
พระปีศาจสีหน้าชราทะมึนลง เอ่ยเสียงทุ้มว่า: "เจ้ารีบสั่งให้เหล่าทหารกล้าทุกคนจับอาวุธขึ้นมาเดี๋ยวนี้ ป้องกันไม่ให้พวกมันยกทัพลงใต้!"
"ขอรับ!" มู่ทัวฮวารับคำสั่ง
จากนั้น คำสั่งต่อต้านก็เริ่มถูกถ่ายทอดบอกเล่าปากต่อปาก
การยิงปืนใหญ่ครั้งนี้มาอย่างกะทันหันเป็นอย่างยิ่ง โจมตีพวกมันจนตั้งตัวไม่ติด ทำให้พวกมันล้วนสมองขาวโพลนไปหมด
ยังมีทหารอีกบางส่วน เพื่อความสะดวกในการทำงานจึงถอดเกราะหวายออก ดังนั้นหลังจากเกิดความวุ่นวายขึ้น ล้วนไม่มีกะจิตกะใจจะไปสนใจเรื่องเหล่านั้น
สูญเสียกำลังรบไปชั่วขณะ
การยิงปืนใหญ่ของทหารแคว้นต้าหมิงยังคงดำเนินต่อไป กระหน่ำลงบนป้อมปราการป้องกัน ภายใต้การบุกโจมตีอย่างดุดัน โครงสร้างกำแพงถึงกับพังทลายลงไป
กำแพงเหล่านี้ยังไม่ทันได้เสริมความแข็งแกร่ง บัดนี้กลับถูกทำลายไปเสียแล้ว
ทหารแคว้นต้าโจวจับจ้องหยาดเหงื่อแรงกายตลอดหยี่สิบกว่าวันที่ถูกทำลาย แต่ละคนโกรธเกรี้ยวแต่ไม่กล้าเอ่ยปาก ส่วนใหญ่ล้วนถอยร่นไปหลบซ่อนตัว
หวาดกลัวว่าหากมีกระสุนปืนใหญ่ตกลงมาจะปลิดชีพตนเองไป
…
พระปีศาจสังเกตการบุกโจมตีของทหารแคว้นต้าหมิง ก็มองเจตนาของพวกมันออกอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว
นี่คือความหมายที่ต้องการจะทำลายป้อมปราการป้องกันทิ้ง
พระปีศาจพึมพำ: "ไอ้สวะพวกนี้ สิ่งที่พวกมันต้องการไม่ใช่แค่มณฑลสือโจว แต่พวกมันยังมีความคิดที่จะยึดครองเมืองหลูโจวทั้งเมืองด้วย!"
เมื่อคิดถึงตรงนี้หัวใจก็สั่นสะท้าน
โจวฉิงมอบหมายภารกิจสร้างป้อมปราการป้องกันที่สำคัญถึงเพียงนี้ให้ ย่อมไม่อาจทำตัวเป็นตัวถ่วงได้อย่างแน่นอน
จำต้องรักษาเอาไว้ให้ได้
ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่พวกตนมีทหารรักษาเมืองถึงแสนกว่านาย เป็นทหารชายแดน เป็นมนุษย์ ไม่ใช่สุกรเสียหน่อย
ดังนั้น พระปีศาจจึงออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด:
"ถ่ายทอดคำสั่งของอาตมา กองทัพทั้งหมด พุ่งทะยานไปข้างหน้า การบุกโจมตีคือการตั้งรับที่ดีที่สุด!"
เสียงแตรเขาสัตว์ดังกึกก้อง
แตรบุกโจมตี
ทหารจำนวนไม่น้อยเมื่อได้ยินเสียงเหล่านี้ล้วนมึนงงไปหมด บุกโจมตีในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้งั้นหรือ?
นั่นมันรนหาที่ตายชัดๆ!
อีกทั้งกระสุนปืนใหญ่ของทหารแคว้นต้าหมิงยังคงร่วงหล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง พุ่งออกไปในตอนนี้ก็คือการไปส่งหัวให้ตัดชัดๆ!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ก็หนาวสั่นด้วยความหวาดผวา แตรบุกโจมตีดังกังวานอยู่นานครึ่งค่อนวันกลับไม่มีทหารแม้แต่คนเดียวที่กล้าขยับเขยื้อน!
รวมไปถึงรองแม่ทัพสองสามคนที่อยู่ข้างกายพระปีศาจด้วย
พระปีศาจเห็นดังนั้นก็โกรธจัด เอ่ยเสียงทุ้มว่า: "แต่ละคนยังมัวยืนอึ้งอะไรอยู่อีก บุกเข้าไปสิ จะปล่อยให้พวกมันกุมความได้เปรียบไม่ได้เด็ดขาด!"
บรรดารองแม่ทัพเมื่อได้ยินสีหน้าก็ยิ่งดูไม่ได้ เอ่ยอย่างสั่นเทาว่า: "ทะ...ท่านกุนซือ พุ่งออกไปตอนนี้มีเพียงหนทางตายสายเดียวเท่านั้นขอรับ!"
"อาวุธของพวกมันน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว พวกเราจะไปตายเปล่าไม่ได้นะขอรับ!"
พระปีศาจสีหน้าเย็นชา ตวาดลั่นว่า: "หากไม่ส่งผู้กล้าออกไปบางส่วน พวกเราก็จะถูกกดหัวตีอยู่ร่ำไป ถึงเวลานั้นยิ่งไม่มีโอกาสพลิกสถานการณ์ ซ้ำยังจะทำให้ขวัญกำลังใจทหารไม่มั่นคง สิ่งใดหนักสิ่งใดเบาพวกเจ้าที่เป็นรองแม่ทัพมองไม่ออกเชียวหรือ?"
แม้จะบอกว่าคำพูดของพระปีศาจมีเหตุผล ทว่าบรรดารองแม่ทัพก็ยังคงไม่กล้าก้าวไปข้างหน้า แต่ละคนล้วนหวาดผวาไม่กล้าทำสิ่งใด
และก็ในเวลานี้เอง กระสุนปืนใหญ่อีกสองลูกก็ร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศ ตกกระแทกพื้นในบริเวณที่ไม่ไกลจากพวกมันนัก ทหารสองนายถูกทุบจนกลายเป็นเนื้อเละในทันที
เลือดเนื้อสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่ว
รองแม่ทัพเหล่านี้ก็เคยพบเห็นฉากนองเลือดมาไม่น้อย ทว่ามนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นๆ กลับกลายเป็นก้อนเนื้อเละในชั่วพริบตานั้นยังไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย
คลื่นกระแทกทางจิตใจสำหรับพวกมันนั้นรุนแรงเกินไปจริงๆ
"ทะ...ท่านกุนซือ ท่านดูนี่สิขอรับ เช่นนี้จะทำอย่างไรดี จะให้บุกเข้าไปได้อย่างไร!"
ปืนใหญ่ของทหารแคว้นต้าหมิงยังคงระดมยิงอย่างต่อเนื่อง เสียงดังกัมปนาท รวมถึงอานุภาพที่ถูกปลดปล่อยออกมา ข่มขวัญจนทหารแคว้นต้าโจวไม่กล้าเงยศีรษะขึ้นโดยตรง
ทำได้เพียงหลบซ่อนตัวไปทั่ว หลบเลี่ยงความแหลมคมนั้น
พระปีศาจก็ใจสั่นสะท้านเช่นเดียวกัน ทว่าพวกตนไม่มีทางเลือกอื่นใดอีก หากปล่อยให้ทหารแคว้นต้าหมิงทำลายฐานรากที่พวกตนยากลำบากสร้างขึ้นมาจนพังพินาศ แล้วปล่อยให้พวกมันยกทัพลงใต้มาได้อีก เมืองหลูโจวก็ตกอยู่ในอันตรายแล้ว กำหมัดชกลงบนพื้นดิน เอ่ยเน้นทีละคำว่า:
"การที่ฝ่าบาทให้พวกเรามาประจำการอยู่ที่เขตแดนเมืองแห่งนี้ ก็คือการไว้วางใจในตัวพวกเราอย่างถึงที่สุด พวกเราจะทำให้ฝ่าบาทต้องผิดหวังในความไว้วางใจนี้ไม่ได้เด็ดขาด!"
"ผู้ใดยินดีเป็นผู้นำทัพบุกทะลวง!"
รองแม่ทัพในสังกัดส่วนใหญ่ล้วนก้มศีรษะลง หวาดผวาไม่กล้าทำสิ่งใด ไม่กล้ามีปฏิกิริยาตอบสนองเลยแม้แต่น้อย
เสียงดังกัมปนาทยังคงดำเนินต่อไป ทว่าจิตใจของพวกมันกลับเงียบสงัดดุจตายไปแล้วก็ไม่ปาน
เนิ่นนานก็ไม่มีผู้ใดแสดงจุดยืน
พระปีศาจทั้งร้อนรนและจนปัญญา ในขณะที่กำลังเตรียมจะสู้ตายนั้น มู่ทัวฮวาก็พุ่งพรวดเข้ามา เอ่ยเสียงกังวานว่า:
"ท่านกุนซือ ข้าไปเอง!"
มู่ทัวฮวาแววตาเย็นเยียบดุดัน กล่าวต่อว่า: "แม้อาวุธของพวกมันจะน่าสะพรึงกลัว ทว่าก็ไม่ได้หนาแน่นดั่งห่าฝนลูกศร!"
"ยังมีช่องโหว่ให้ฝ่าไปได้ ข้าตัดสินใจว่าจะใช้ทัพช้าง!"
ทัพช้าง ความหมายก็ตรงตามชื่อ ทหารควบคุมช้างศึกเข้าบุกทะลวง
อีกทั้งช้างศึกยังมีรูปร่างใหญ่โตหนาทึบ ยังสามารถใช้เป็นโล่กำบังให้แก่ทหารที่อยู่เบื้องหลังได้อีกด้วย
"ดี!"
พระปีศาจตอบตกลงในทันที ยากนักกว่าจะคว้าฟางช่วยชีวิตเส้นนี้ไว้ได้ย่อมต้องคว้าเอาไว้อย่างแน่นอน กล่าวต่อว่า: "มู่ทัวฮวา ระวังตัวด้วย!"
"รอจนกว่าจะตีทหารแคว้นต้าหมิงให้ถอยร่นไปได้ อาตมาจะเป็นผู้ไปทูลขอความดีความชอบให้เจ้าด้วยตนเอง!"
มู่ทัวฮวาเผยรอยยิ้มหยาบกระด้างออกมา จากนั้นก็หยิบแตรเขาสัตว์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกองทัพคนเถื่อนขึ้นมาเป่า...