- หน้าแรก
- จากเศษสวะของตระกูล สู่ตัวตนที่ทั้งสิบพิภพต้องหวาดกลัว
- บทที่ 24 - มิอาจต่อกร
บทที่ 24 - มิอาจต่อกร
บทที่ 24 - มิอาจต่อกร
บทที่ 24 - มิอาจต่อกร
สายลมโชยพัดพาสัมผัสเย็นเยียบจางๆ มาตามอากาศ ฝุ่นควันเริ่มตกตะกอน หยาดฝนปรอยๆ เริ่มโปรยปรงลงบนเศษซากแผ่นไม้ที่แตกหัก กลิ่นดินชื้นแฉะอบอวลไปทั่วบริเวณ
ลานประลองที่เคยเนืองแน่นไปด้วยฝูงชน บัดนี้เริ่มเบาตาลง บ้างเป็นเพราะสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด บ้างเป็นเพราะพลังกดดันจากยอดฝีมือทั้งสองเหนือเบื้องบนนั้นรุนแรงเกินกว่าที่พวกเขาจะทานทนไหว จึงต้องจำใจจากไปอย่างเร่งรีบ
ทั่วทั้งลานประลองกลับคืนสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง หวังอวิ๋นกลายเป็นคนพิการไปแล้ว ศึกครั้งนี้ย่อมเป็นหลัวเทียน ม้ามืดตัวจริงแห่งตระกูลหลัวที่คว้าชัยชนะสูงสุดมาครอง
บัดนี้หลัวเทียนคือยอดฝีมือระดับตำหนักวิญญาณ เป็นขุมพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูล ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะสถาปนาเกียรติยศของตระกูลหลัวขึ้นมาใหม่ แต่ยังทำให้พวกเขามีที่ยืนอย่างมั่นคงในเมืองหยวนหยางแห่งนี้
ทว่าแม้การประลองจะจบลง แต่ศึกที่แท้จริงกลับเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ผู้ที่ยังปักหลักอยู่รอบด้านมีเพียงยอดฝีมือระดับผสานกำเนิดขึ้นไปไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังคงอดทนยืนหยัดอยู่ได้
บ้างมุ่งหวังจะศึกษาการต่อสู้ของยอดฝีมือ บ้างเฝ้ารอดูหลัวเทียนถูกสังหารด้วยความแค้น และบ้างก็เฝ้ามองด้วยความห่วงใยเป็นที่สุด
หลัวเทียนมีสีหน้าเคร่งขรึม ทว่าในดวงตากลับลุกโชนด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ ยอดฝีมือระดับตำหนักวิญญาณขั้นสมบูรณ์เขาเคยเผชิญหน้ามาแล้ว ความแข็งแกร่งของพญาจิ้งจอกรัญจวนยังคงตราตรึงอยู่ในใจของเขาตั้งแต่ครั้งที่เขายังอยู่เพียงระดับผสานกำเนิด
เขารู้ตัวดีว่าตนเองอาจมิใช่คู่ต่อสู้ของเจิ้งก่วง แต่หากไม่สู้จนตัวตายเขาก็ไม่มีวันยอมจำนนเด็ดขาด
หลัวเทียนสะบัดมือซ้ายวูบหนึ่ง คลื่นพลังพุ่งวาบไปเบื้องหน้าแปรเปลี่ยนเป็นคมดาบอากาศจู่โจมเข้าใส่
มือขวาของเขาตบลงบนถุงเก็บของอย่างรวดเร็ว กระบี่บินระดับต่ำยี่สิบเล่มพุ่งทะยานออกมา สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นของที่เขาชิงมาจากคนตระกูลโจวทั้งสิ้น
กระบี่บินลอยคว้างกลางอากาศ จัดเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ พลังปราณส่องประกายวูบวาบก่อนจะพุ่งเข้าหาศัตรูประดุจห่าฝน
เจิ้งก่วงใช้นิ้วชี้แตะไปในอากาศเบาๆ คมดาบอากาศก็แตกสลายไปทันที ร่างของมันถอยหลังพลางพ่นกระบี่ขนาดเล็กจิ๋วเท่าหัวแม่มือออกมาเล่มหนึ่งเพื่อรับมือกับกระบี่บินทั้งยี่สิบเล่ม
ทันทีที่ปะทะกัน กระบี่บินเหล่านั้นส่งเสียงร้องโหยหวนก่อนจะแหลกสลายไปถึงสิบเล่ม หลัวเทียนตกใจยิ่งนัก รีบตบถุงเก็บของอีกครั้ง ส่งกระบี่บินออกมาอีกยี่สิบเล่ม โคจรพลังปราณเพื่อระดมโจมตีต่อไป
"ลูกไม้อันต้อยต่ำเพียงนี้ ยังกล้ามาแสดงให้ข้าขำรึ!" เจิ้งก่วงแค่นเสียงเย็น เมื่อเห็นกระบี่บินจำนวนมากเหนือความว่างเปล่า เดิมทีมันคิดว่าเป็นของวิเศษชั้นยอดจึงได้ถอยร่นและใช้กระบี่อาคมออกมารับมือ ทว่าเมื่อปะทะกันจึงได้รู้ว่ากระบี่เหล่านี้เป็นเพียงขยะไร้ค่า มันรู้สึกราวกับถูกหลอกลวง แววตาจึงเย็นเยียบลงและพุ่งเข้าใส่ทันที
กระบี่ขนาดเล็กในมือกวัดแกว่งพลังปราณไปมา กระบี่บินของหลัวเทียนกลับเปราะบางราวกับอากาศธาตุ ไม่อาจต้านทานได้แม้เพียงเสี้ยววินาที
เจิ้งก่วงไร้ซึ่งความกดดัน ต่อให้กระบี่บินเหล่านั้นจะเข้าถึงตัว มันก็สามารถบดขยี้ให้แหลกคามือได้ในพริบตา
"จังหวะนี้แหละ!" หลัวเทียนดวงตาเป็นประกายจ้า ตวาดลั่น
กระบี่บินเล่มหนึ่งที่แฝงเร้นอยู่ในหมู่กระบี่นับสิบพุ่งเข้าหาทรวงอกของเจิ้งก่วงอย่างรวดเร็วและรุนแรงผิดปกติ
"เจ้าคิดว่าขยะพรรค์นี้จะทำอันใดข้าได้รึ?" เจิ้งก่วงแค่นเสียงเย็น พลังปราณในกายระเบิดออกอย่างรุนแรง ในวินาทีนั้นกระบี่บินรอบกายต่างสั่นสะท้านก่อนจะแตกสลายกลายเป็นผง
ทว่ากลับมีกระบี่เพียงเล่มเดียวที่พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว จนเกือบจะถึงทรวงอกของเจิ้งก่วงแล้ว!
ถอดจิตวิญญาณ!
หลัวเทียนใช้เคล็ดวิชาผันแปรเทวะ ถอดดวงวิญญาณส่วนหนึ่งไปสถิตอยู่ในกระบี่บินเล่มนั้น อาศัยจังหวะที่เจิ้งก่วงชะล่าใจเพื่อเผด็จศึกในคราเดียว และเจิ้งก่วงก็ติดกับเข้าจริงๆ
"บัดซบ!" เจิ้งก่วงตะโกนลั่น ร่างกายถอยรุดไปเบื้องหลัง จิตสัมผัสของมันล็อคเป้าหมายกระบี่ทุเล่มไว้หมดแล้วและไม่พบสิ่งใดผิดปกติ ทว่ากลับมีกระบี่เล่มหนึ่งพุ่งเข้าใส่หัวใจของมันโดยที่มันไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด
เจิ้งก่วงตกใจสุดขีด รีบตบถุงเก็บของเรียกกระดองเต่าส่องแสงประกายออกมาขวางกั้นทรวงอกไว้ ปะทะกับกระบี่บินอย่างรุนแรง
กระดองเต่านี้คือของวิเศษป้องกันกายของมัน สามารถต้านทานพลังโจมตีระดับตำหนักวิญญาณขั้นกลางได้หนึ่งครั้ง มันคิดว่าการกันกระบี่บินเล่มนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก
เพล้ง!
สิ่งที่มันคาดไม่ถึงคือกระดองเต่ากลับส่งเสียงแตกละเอียด รอยร้าวลุกลามไปทั่ว ท่ามกลางสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อของมัน กระดองเต่าแหลกสลายไปต่อหน้าต่อตา
"แย่แล้ว!" เจิ้งก่วงร้องเสียงหลง ร่างกายถอยร่นไปเบื้องหลังอย่างรวดเร็วถึงขีดสุด
แม้พลังของกระบี่บินจะอ่อนแรงลงไปบ้าง แต่มันกลับเข้าใกล้หัวใจของมันเข้าไปทุกที ในช่วงเวลาคับขันมันไม่มีเวลาตั้งตัว วิกฤตความเป็นความตายปรากฏขึ้นอย่างรุนแรง
นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มฝึกยุทธ์ที่มันสัมผัสได้ถึงความตาย และที่น่าเหลือเชื่อคือมันกลับมาพบเจอที่เมืองหยวนหยางอันแร้นแค้นแห่งนี้ ทั้งยังมาจากน้ำมือของเด็กเมื่อวานซืนระดับตำหนักวิญญาณขั้นต้นที่มันไม่เห็นอยู่ในสายตา!
"ไอ้สารเลว!"
เจิ้งก่วงคำรามลั่น ในขณะที่ถอยร่น มันใช้นิ้วจิ้มไปที่หว่างคิ้วอย่างแรง รีดเลือดหยดหนึ่งออกมา ทันทีที่เลือดปรากฏขึ้น มันแปรเปลี่ยนเป็นเงาร่างมายาของชายชราผู้หนึ่งนั่งสมาธิอยู่บนหว่างคิ้วของเจิ้งก่วงโดยหันหลังให้หลัวเทียน
สัมผัสได้ถึงพลังอำนาจมหาศาลที่ซ่อนอยู่ภายในนั้น กระบี่บินหักสะบั้นลงทันที ก่อนที่เงาร่างมายาของชายชราจะค่อยๆ เลือนหายไป
เจิ้งก่วงหอบหายใจถี่ เส้นผมยุ่งเหยิง จิตใจยังคงสั่นคลอนด้วยความหวาดผวา สภาพของมันดูอเนจอนาถยิ่งนัก
ใบหน้าของมันเขียวคล้ำ ดวงตาแดงฉานราวกำลังจะพ่นเลือดออกมาได้ ความจริงแล้วหัวใจของมันกำลังหลั่งเลือดต่างหาก เพราะความประมาทเพียงชั่วครู่ทำให้มันถูกหลัวเทียนเล่นงาน จนกระดองเต่าต้องพังพินาศ
มิหนำซ้ำยังต้องใช้เคล็ดวิชาช่วยชีวิตที่ผู้แข็งแกร่งในนิกายมอบให้กับเหล่าอัจฉริยะ ซึ่งใช้ได้เพียงครั้งเดียวและสามารถต้านทานการจู่โจมระดับครึ่งก้าวเทพวิญญาณได้ ของล้ำค่าเช่นนี้กลับต้องมาเสียไปกับตัวละครกระจอกๆ ที่มันดูแคลนมาตลอด
ความเจ็บปวดและความอัปยศเช่นนี้ มีเพียงมันเท่านั้นที่รู้ซึ้ง
เพราะดวงวิญญาณได้รับความเสียหาย หลัวเทียนจึงครางอือในลำคอก่อนจะพ่นเลือดคำโตออกมา เขามองจ้องเจิ้งก่วงตาเขม็งด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง นี่คือแผนการอันแยบยลที่เขาคิดขึ้นได้ในเวลาอันสั้น เขาเคยสูบกินดวงวิญญาณมามากมาย ทำให้พลังจิตวิญญาณของเขานั้นแข็งแกร่งเกินกว่าตบะของตนเองมากนัก เขาจึงใช้ดวงวิญญาณคุมกระบี่เพื่อจู่โจมอย่างไม่คาดฝัน แม้จะสังหารไม่ได้ แต่หากทำให้บาดเจ็บสาหัสเขาก็ยังมีโอกาสชนะ
ทว่าเงาร่างมายาชายชรานั่นกลับช่วยชีวิตเจิ้งก่วงไว้ได้พอดี ทำให้สีหน้าของเขาดูย่ำแย่ยิ่งนัก
"หลัวเทียน!"
เจิ้งก่วงคำรามลั่น สภาพของมันดูบ้าคลั่งและอเนจอนาถ ทว่ากลิ่นอายและพละกำลังกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย จิตสัมผัสของมันล็อคเป้าหมายไปที่หลัวเทียนอย่างแน่นหนาเพื่อตรวจสอบอย่างระมัดระวัง คราวนี้มันไม่กล้าประมาทอีกต่อไปแล้ว
กระบี่ขนาดเล็กในมือของเจิ้งก่วงสาดประกายแสง พุ่งทะยานเข้าหาหลัวเทียนโดยตรง
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันบ้าคลั่งนั่น รูม่านตาของหลัวเทียนหดเกร็งลงทันที ในขณะที่ถอยร่น เพลิงสวรรค์เก้ามังกรก็ลุกโชนขึ้นมาบดบังกระบี่เล่มเล็กเบื้องหน้า ทำให้ความเร็วของมันลดลงไปได้บ้าง
เจิ้งก่วงแค่นเสียงเย็น ตบถุงเก็บของเรียกยันต์วิญญาณออกมาหลายแผ่น แม้จะดูปวดใจที่ต้องสูญเสียของมีค่า แต่มันก็ร่ายมหาเวทย์เผายันต์เหล่านั้นแล้วซัดพลังเข้าไปในกระบี่เล่มเล็ก
ในชั่วพริบตา กระบี่ขนาดเล็กสาดประกายเจิดจ้า พละกำลังและความเร็วเพิ่มพูนขึ้นหลายเท่าตัว
หลัวเทียนครางอือ กระอักเลือดออกมาอีกครั้งด้วยความตระหนก เขาเร่งความเร็วในการถอยร่นให้ไวยิ่งขึ้น เพลิงสวรรค์เก้ามังกรเผาผลาญเพื่อช่วยส่งแรงให้ร่างกายเคลื่อนที่ได้รวดเร็วกว่าเดิม
เขาสามารถหลบหลีกจุดสำคัญไปได้หวุดหวิด ทว่ากระบี่เล่มเล็กก็ยังคงพุ่งทะลวงผ่านร่างกายไป ทิ้งไว้เพียงรอยเลือดที่กระเซ็นซ่านอยู่เหนือความว่างเปล่า
"โดนท่านี้เข้าไปแล้วยังไม่ตาย ก็นับว่าเจ้าควรค่าแก่ความภาคภูมิใจแล้ว!" เจิ้งก่วงกล่าวเรียบๆ ทว่าภายในใจกลับสั่นสะเทือนยิ่งนัก มันยอมเผายันต์วิญญาณล้ำค่าของนิกายด้วยความปวดใจ หวังจะสังหารเขาให้ตายคาที่ แต่กลับไม่สำเร็จ!
[จบแล้ว]