- หน้าแรก
- จากเศษสวะของตระกูล สู่ตัวตนที่ทั้งสิบพิภพต้องหวาดกลัว
- บทที่ 18 - ความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อน
บทที่ 18 - ความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อน
บทที่ 18 - ความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อน
บทที่ 18 - ความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อน
ผู้ฝึกยุทธ์ที่ระดับพลังต่ำต้อยถึงกับถูกซัดกระเด็นถอยร่นไปหลายก้าว ร้องครางเสียงหลง กระอักเลือดออกมาคำโต ส่วนใหญ่ล้วนหน้ามืดตาลาย ศีรษะดังก้องวิ้งๆ
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับผสานกำเนิดยังพอรับมือได้ ทว่าแต่ละคนก็หน้าซีดเผือดไปตามๆ กัน
เสียงเย้ยหยันถากถางที่ดังก้องฟ้าสลายหายไปในพริบตา แปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องและเสียงสะท้อนอื้ออึงแทน
ทุกผู้คนต่างตกตะลึงจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์เบื้องล่าง หรือผู้อาวุโสยอดฝีมือที่อยู่เบื้องบน
กลุ่มคนตระกูลหลัวชะงักงันไปชั่วครู่ ก่อนจะระเบิดเสียงโห่ร้องยินดีออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"คุณชายหลัวเกรียงไกร!" ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นคนตะโกนขึ้นมาประโยคหนึ่ง
คุณชายหลัว!
คุณชายหลัว!
เสียงตะโกนดังกึกก้องกังวานสะเทือนเลื่อนลั่นฟ้าดิน คนตระกูลหลัวเปล่งเสียงแหกปากตะโกนเรียกชื่อหลัวเทียน แต่ละคนล้วนเลื่อมใสศรัทธาอย่างหาที่สุดมิได้
"กรรมการหวังไข่"
"หืม?" หวังไข่หน้าซีดเผือด รัศมีความโดดเด่นของตนถูกหลัวเทียนแย่งชิงไปจนหมดสิ้น
"การประลองตัดสินใช้การจับฉลากเลือกคู่ใช่หรือไม่?"
"ใช่!" หวังไข่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น
"ไม่ต้องยุ่งยากถึงเพียงนั้นหรอก"
หลัวเทียนแย้มยิ้มบางๆ ก่อนจะโบกมือส่งสัญญาณให้คนตระกูลหลัวเงียบเสียงลง
จากนั้นมันก็ทอดสายตามองแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น หวาดผวา และอาฆาตมาดร้ายของคนตระกูลอวี้และตระกูลหวัง พลางตะโกนก้อง
"วันนี้ข้าหลัวเทียนยืนหยัดอยู่บนแท่นประลองแห่งนี้ ผู้ใดมีความแค้น ผู้ใดมีความพยาบาท ล้วนระบายมาที่ข้าได้เลย ข้าพร้อมสนองให้ถึงที่สุด"
"ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าจะดาหน้าเข้ามาพร้อมกันหมด หรือจะเรียงหน้าเข้ามาทีละคน วันนี้ข้าหลัวเทียนขอท้าประลองกับพวกเจ้า... ทั้งหมด!"
เรือนร่างสูงใหญ่สง่างาม!
น้ำเสียงดุดันกึกก้อง!
ความโอหังท้าทายใต้หล้า!
ทุกผู้คนอ้าปากตาค้าง พวกมันถูกสยบจนหมดสิ้น ทั่วทั้งลานประลองยุทธ์ที่มีคนนับหมื่นกลับตกสู่ความเงียบสงัดอันน่าสะพรึงกลัว
น้ำเสียงของหลัวเทียนยังคงดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท สะท้อนกึกก้องอยู่ในสมองของพวกมัน สืบเนื่องมาจากคลื่นเสียงเมื่อครู่ ทำให้มันไม่จางหายไปเป็นเวลานาน
ผู้คนนับไม่ถ้วนเบิกตาอ้าปากค้าง พวกมันจ้องมองหลัวเทียนเป็นตาเดียว ภายในสมองถึงกับบังเกิดเสียงที่ไม่อาจเป็นไปได้ดังขึ้น
"มันคือเทพเจ้าหรือ? มันคือพระผู้ช่วยชีวิตหรือ? มันคือปีศาจร้ายหรือ?"
เสียงกรีดร้องของหญิงสาวบางคนทำลายความเงียบงันรอบด้าน พวกนางจ้องมองหลัวเทียน ในดวงตาถึงกับเปี่ยมล้นไปด้วยความรักใคร่หลงใหล ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นคนจากตระกูลใดก็ตาม
"นึกไม่ถึงเลยว่าหลัวเทียนจะหล่อเหลาถึงเพียงนี้!"
"ใช่แล้ว มันเพิ่งจะอายุเต็มสิบหกเองกระมัง!"
"หากได้แต่งงานกับมันคงจะดีไม่น้อย!"
...
"หลัวเทียน..."
เบื้องล่าง อวี้สุ่ยเหยากะพริบตาปริบๆ ริมฝีปากขยับเผยอ คล้ายอยากจะเอ่ยสิ่งใดทว่าก็กลืนคำพูดกลับลงคอไป
ผู้เข้าร่วมประลองจากตระกูลอวี้และตระกูลหวัง แต่ละคนดวงตาแดงก่ำ หมายมาดอยากจะกระโจนขึ้นไปสังหารหลัวเทียนให้ตายคามือเดี๋ยวนี้
หวังอวิ๋นยังคงมีสีหน้าไม่ยี่หระ หลัวเทียนรึ? มันไม่เคยเห็นอยู่ในสายตา ท้าประลองทั้งหมดงั้นรึ? ก็แค่การอวดเก่งรนหาที่ตายเท่านั้น เพราะมันมองออกทะลุปรุโปร่งแล้วว่า หลัวเทียนก็เป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับผสานกำเนิดเท่านั้น
"บัดซบ บัดซบเอ๊ย หลัวเทียนผู้นี้ช่างโอหังบังอาจนัก ถึงกับกล้าเมินเฉยต่อกฎเกณฑ์ เหยียบย่ำบารมีของพวกเราอย่างเปิดเผย ท้าประลองทั้งหมดงั้นรึ มันมีคุณสมบัติอันใดกัน!"
อวี้หยางเทียนหน้าซีดเผือดถึงขีดสุด
"ข้าขอเสนอให้ทำลายพลังบ่มเพาะของไอ้เด็กนี่ทิ้งซะ แล้วเตะโด่งมันออกไปจากเมืองหยวนหยางตลอดกาล ไม่อย่างนั้นมันคงไม่รู้สำนึกว่าอะไรคือสิ่งที่เรียกว่ากฎเกณฑ์!"
"กฎเกณฑ์ กฎเกณฑ์อันใดกัน!"
หลัวเจิ้นเดือดดาล
"เมื่อวานพวกเจ้าเพิ่งจะแก้กฎกันไปไม่ใช่หรือ แล้วเจ้าดูตรงไหนว่ามันเหยียบย่ำบารมีของพวกเรา เรื่องของเด็กรุ่นหลัง มันไปเกี่ยวอันใดกับพวกเราด้วย แล้วเจ้าเอาอะไรมาตัดสินว่ามันไม่มีความสามารถพอจะท้าประลองทั้งหมด?"
"นี่คือความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อน!"
หลัวเจิ้นรู้สึกสะใจอย่างหาที่สุดมิได้ เพียงชั่วครู่เดียว มันก็สามารถโยนภาระที่พวกนั้นโยนมาให้กลับไปกระแทกหน้าพวกมันได้หมด อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจว่า พละกำลังคือความจริงแท้ที่สุด มันมองดูหลัวเทียน ทว่าในใจก็ยังแอบหวั่นวิตกอยู่บ้าง
"ในเมื่อมันอยากจะทำเช่นนี้ ก็ปล่อยให้มันทำไปเถอะ!"
หวังเทียนป้าสบตากับอวี้หยางเทียน อวี้หยางเทียนคล้ายจะเข้าใจความนัย จึงเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
เบื้องบนอนุญาตแล้ว หวังไข่จึงไม่อาจเอ่ยสิ่งใดได้อีก ทำได้เพียงจ้องมองหลัวเทียนด้วยสายตาอำมหิต
"โอหังนัก ข้าจะขึ้นไปจัดการมันเอง" ผู้ฝึกยุทธ์ระดับผสานกำเนิดขั้นกลางคนหนึ่งจากตระกูลหวังก้าวขึ้นลานประลอง
"หวังหมั่ง!"
หวังหมั่งส่วนสูงหนึ่งจั้ง ทันทีที่ยืนหยัดอยู่บนลานประลอง ก็ดูราวกับเป็นขุนเขาลูกย่อมๆ ในมือถือขวานยักษ์ทะลวงบรรพต พละกำลังมหาศาล เล่าลือกันว่าแม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับผสานกำเนิดขั้นสมบูรณ์มาประลองกำลังกับมัน ก็ยังต้องหวาดผวาอยู่บ้าง
"หลัวเทียน ว่านอนสอนง่ายแล้วรีบไสหัวลงไปจากลานประลองซะ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว ไม่อย่างนั้น ข้าจะใช้ขวานเล่มนี้สับเจ้าเป็นสองท่อน ไม่เหลือซากศพให้ดูต่างหน้าแน่!" หวังหมั่งแค่นเสียงเหี้ยม
"ลงมือสิ!" หลัวเทียนเอามือไพล่หลัง ไม่แม้แต่จะปรายตามอง เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"บังอาจดูแคลนข้าเรอะ!"
หวังหมั่งตวาดลั่น ขวานยักษ์ทะลวงบรรพตในมือฟาดฟันเข้าใส่หลัวเทียนโดยตรง
หลัวเทียนค่อยๆ กำหมัด ปล่อยหมัดออกไปอย่างง่ายดายไร้การตระเตรียมอีกครั้ง
ตูม!
ชั่วพริบตาเดียว ร่างของหวังหมั่งก็ลอยละลิ่วดุจว่าวสายป่านขาด ปลิวกระเด็นตกลงมากระแทกพื้นอย่างรุนแรง
หวังไข่รีบเข้าไปตรวจดูอาการของหวังหมั่ง กลับพบว่ากลิ่นอายของมันแตกซ่าน สติสัมปชัญญะเลือนลาง ลอบตื่นตระหนกอยู่ในใจ ก่อนจะประกาศด้วยน้ำเสียงไม่เต็มใจนักว่า "หลัวเทียน ชนะ!"
"คุณชายหลัวเกรียงไกร!"
คนตระกูลหลัวโห่ร้องยินดี ตะโกนก้องฟ้าอีกครา
ผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลอวี้และตระกูลหวังเบิกตาอ้าปากค้าง เมื่อวานเพิ่งจะคว่ำผู้ฝึกยุทธ์ระดับผสานกำเนิดขั้นต้นจุดสูงสุดได้ในหมัดเดียว วันนี้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับผสานกำเนิดขั้นกลางก็ยังพ่ายแพ้ในหมัดเดียว มันเป็นสัตว์ประหลาดมาจากไหนกันแน่
"คว่ำหวังหมั่งได้ในกระบวนท่าเดียว นี่... เป็นไปได้อย่างไร?"
ผู้เข้าร่วมประลองตระกูลหวังทั้งหกคนต่างตกตะลึง ในหมู่พวกมันก็มีอยู่ไม่กี่คนที่มั่นใจว่าจะเอาชนะหวังหมั่งได้ ทว่ากระบวนท่าเดียวเนี่ยนะ เป็นไปได้อย่างไร?
คนตระกูลหวังไม่มีแววตาดูแคลนเฉกเช่นตอนแรกอีกต่อไป ล้วนจ้องมองหลัวเทียนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"นี่... นี่มัน"
อวี้หยางเทียนหน้าซีดเผือด เพราะด้วยพลังบ่มเพาะระดับตำหนักวิญญาณของมัน กลับมองไม่ออกเลยว่าหลัวเทียนใช้กระบวนท่าอันใด ซ้ำความเร็วยังรวดเร็วจนยากจะยอมรับได้
"หรือว่าไอ้หนูนี่จะกลายเป็นยอดฝีมือระดับตำหนักวิญญาณไปแล้ว?" หวังเทียนป้าเอ่ยจบ แม้แต่ตัวมันเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อ "ไม่ เป็นไปไม่ได้ ไอ้หนูนี่คงแค่มีความเร็วมากพอเท่านั้น ระดับผสานกำเนิดก็สามารถทำได้"
"ทักษะยุทธ์ระดับหวง หมัดแปดวิถี น่าสนใจ"
ภายใต้ชุดคลุมยาว ยอดฝีมือจากนิกายบรรพตสัญจรร้องอุทานเบาๆ หลัวเทียนซ่อนเร้นพลังบ่มเพาะได้ลึกล้ำยิ่งนัก แม้แต่มันเองก็ยังไม่กล้าฟันธง ทว่ามันมองออกอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่หลัวเทียนใช้คือ ทักษะยุทธ์ระดับหวง หมัดแปดวิถี
"สามารถพลิกแพลงทักษะยุทธ์ระดับหวงได้ถึงขั้นนี้ ช่างเหลือเชื่อจริงๆ"
"บัดซบ ข้าเอาเอง!" ตระกูลหวังกระโจนขึ้นมาอีกคน ยังคงเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับผสานกำเนิดขั้นกลาง
หลัวเทียนก็ยังคงเหมือนก่อนหน้านี้ เพียงแค่ปล่อยหมัดออกไปอย่างง่ายดาย
เป็นเช่นนี้ต่อไป เพียงชั่วจิบชา หลัวเทียนก็คว่ำผู้ฝึกยุทธ์ระดับผสานกำเนิดขั้นกลางของตระกูลหวังติดต่อกันถึงสามคน ซ้ำดูจากท่าทางของมัน ช่างสบายๆ ไร้ความกดดัน ถึงขั้นไม่ได้สูญเสียพลังวิญญาณไปเลยแม้แต่น้อย
คนตระกูลหลัวยิ่งบ้าคลั่งหนักขึ้นไปอีก ส่วนคนอื่นๆ กลับยืนตะลึงงันอยู่กับที่ จ้องมองหลัวเทียน ตกตะลึงจนพูดไม่ออก ราวกับกำลังฝันไป ทว่ามันกลับเป็นความจริงที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
ชั่วขณะนั้น ถึงกับไม่มีผู้ใดกล้าก้าวขึ้นลานประลองอีกเลย บรรยากาศตกสู่ความอึดอัดกระอักกระอ่วนอย่างยิ่ง
ตระกูลหวังมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับผสานกำเนิดขั้นสมบูรณ์อยู่จริงๆ ทว่าเมื่อเห็นหลัวเทียนโดดเด่นสยบทั้งลานประลองถึงเพียงนี้ พวกมันก็ไม่กล้าก้าวออกไป
"อวี้สุ่ยเหยาแห่งตระกูลอวี้!"
สีหน้าของอวี้สุ่ยเหยาย่ำแย่ถึงขีดสุด เดิมทีนางคิดว่าหลังจากหลัวเทียนรักษานางแล้ว มันได้กลายเป็นสวะไปตั้งนานแล้ว ทว่าบัดนี้กลับกลายเป็นอัจฉริยะที่เจิดจรัสท่ามกลางสายตาผู้คนนับหมื่น ความแตกต่างอันมหาศาลนี้ทำให้นางยากจะทำใจยอมรับได้
หลังจากครุ่นคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า นางก็ตัดสินใจจะลองหยั่งเชิงดูว่า ตอนนี้หลัวเทียนแปรเปลี่ยนไปถึงขั้นไหนแล้ว!
[จบแล้ว]