เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 - ความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อน

บทที่ 18 - ความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อน

บทที่ 18 - ความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อน


บทที่ 18 - ความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อน

ผู้ฝึกยุทธ์ที่ระดับพลังต่ำต้อยถึงกับถูกซัดกระเด็นถอยร่นไปหลายก้าว ร้องครางเสียงหลง กระอักเลือดออกมาคำโต ส่วนใหญ่ล้วนหน้ามืดตาลาย ศีรษะดังก้องวิ้งๆ

ผู้ฝึกยุทธ์ระดับผสานกำเนิดยังพอรับมือได้ ทว่าแต่ละคนก็หน้าซีดเผือดไปตามๆ กัน

เสียงเย้ยหยันถากถางที่ดังก้องฟ้าสลายหายไปในพริบตา แปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องและเสียงสะท้อนอื้ออึงแทน

ทุกผู้คนต่างตกตะลึงจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์เบื้องล่าง หรือผู้อาวุโสยอดฝีมือที่อยู่เบื้องบน

กลุ่มคนตระกูลหลัวชะงักงันไปชั่วครู่ ก่อนจะระเบิดเสียงโห่ร้องยินดีออกมาอย่างบ้าคลั่ง

"คุณชายหลัวเกรียงไกร!" ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นคนตะโกนขึ้นมาประโยคหนึ่ง

คุณชายหลัว!

คุณชายหลัว!

เสียงตะโกนดังกึกก้องกังวานสะเทือนเลื่อนลั่นฟ้าดิน คนตระกูลหลัวเปล่งเสียงแหกปากตะโกนเรียกชื่อหลัวเทียน แต่ละคนล้วนเลื่อมใสศรัทธาอย่างหาที่สุดมิได้

"กรรมการหวังไข่"

"หืม?" หวังไข่หน้าซีดเผือด รัศมีความโดดเด่นของตนถูกหลัวเทียนแย่งชิงไปจนหมดสิ้น

"การประลองตัดสินใช้การจับฉลากเลือกคู่ใช่หรือไม่?"

"ใช่!" หวังไข่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น

"ไม่ต้องยุ่งยากถึงเพียงนั้นหรอก"

หลัวเทียนแย้มยิ้มบางๆ ก่อนจะโบกมือส่งสัญญาณให้คนตระกูลหลัวเงียบเสียงลง

จากนั้นมันก็ทอดสายตามองแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น หวาดผวา และอาฆาตมาดร้ายของคนตระกูลอวี้และตระกูลหวัง พลางตะโกนก้อง

"วันนี้ข้าหลัวเทียนยืนหยัดอยู่บนแท่นประลองแห่งนี้ ผู้ใดมีความแค้น ผู้ใดมีความพยาบาท ล้วนระบายมาที่ข้าได้เลย ข้าพร้อมสนองให้ถึงที่สุด"

"ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าจะดาหน้าเข้ามาพร้อมกันหมด หรือจะเรียงหน้าเข้ามาทีละคน วันนี้ข้าหลัวเทียนขอท้าประลองกับพวกเจ้า... ทั้งหมด!"

เรือนร่างสูงใหญ่สง่างาม!

น้ำเสียงดุดันกึกก้อง!

ความโอหังท้าทายใต้หล้า!

ทุกผู้คนอ้าปากตาค้าง พวกมันถูกสยบจนหมดสิ้น ทั่วทั้งลานประลองยุทธ์ที่มีคนนับหมื่นกลับตกสู่ความเงียบสงัดอันน่าสะพรึงกลัว

น้ำเสียงของหลัวเทียนยังคงดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท สะท้อนกึกก้องอยู่ในสมองของพวกมัน สืบเนื่องมาจากคลื่นเสียงเมื่อครู่ ทำให้มันไม่จางหายไปเป็นเวลานาน

ผู้คนนับไม่ถ้วนเบิกตาอ้าปากค้าง พวกมันจ้องมองหลัวเทียนเป็นตาเดียว ภายในสมองถึงกับบังเกิดเสียงที่ไม่อาจเป็นไปได้ดังขึ้น

"มันคือเทพเจ้าหรือ? มันคือพระผู้ช่วยชีวิตหรือ? มันคือปีศาจร้ายหรือ?"

เสียงกรีดร้องของหญิงสาวบางคนทำลายความเงียบงันรอบด้าน พวกนางจ้องมองหลัวเทียน ในดวงตาถึงกับเปี่ยมล้นไปด้วยความรักใคร่หลงใหล ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นคนจากตระกูลใดก็ตาม

"นึกไม่ถึงเลยว่าหลัวเทียนจะหล่อเหลาถึงเพียงนี้!"

"ใช่แล้ว มันเพิ่งจะอายุเต็มสิบหกเองกระมัง!"

"หากได้แต่งงานกับมันคงจะดีไม่น้อย!"

...

"หลัวเทียน..."

เบื้องล่าง อวี้สุ่ยเหยากะพริบตาปริบๆ ริมฝีปากขยับเผยอ คล้ายอยากจะเอ่ยสิ่งใดทว่าก็กลืนคำพูดกลับลงคอไป

ผู้เข้าร่วมประลองจากตระกูลอวี้และตระกูลหวัง แต่ละคนดวงตาแดงก่ำ หมายมาดอยากจะกระโจนขึ้นไปสังหารหลัวเทียนให้ตายคามือเดี๋ยวนี้

หวังอวิ๋นยังคงมีสีหน้าไม่ยี่หระ หลัวเทียนรึ? มันไม่เคยเห็นอยู่ในสายตา ท้าประลองทั้งหมดงั้นรึ? ก็แค่การอวดเก่งรนหาที่ตายเท่านั้น เพราะมันมองออกทะลุปรุโปร่งแล้วว่า หลัวเทียนก็เป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับผสานกำเนิดเท่านั้น

"บัดซบ บัดซบเอ๊ย หลัวเทียนผู้นี้ช่างโอหังบังอาจนัก ถึงกับกล้าเมินเฉยต่อกฎเกณฑ์ เหยียบย่ำบารมีของพวกเราอย่างเปิดเผย ท้าประลองทั้งหมดงั้นรึ มันมีคุณสมบัติอันใดกัน!"

อวี้หยางเทียนหน้าซีดเผือดถึงขีดสุด

"ข้าขอเสนอให้ทำลายพลังบ่มเพาะของไอ้เด็กนี่ทิ้งซะ แล้วเตะโด่งมันออกไปจากเมืองหยวนหยางตลอดกาล ไม่อย่างนั้นมันคงไม่รู้สำนึกว่าอะไรคือสิ่งที่เรียกว่ากฎเกณฑ์!"

"กฎเกณฑ์ กฎเกณฑ์อันใดกัน!"

หลัวเจิ้นเดือดดาล

"เมื่อวานพวกเจ้าเพิ่งจะแก้กฎกันไปไม่ใช่หรือ แล้วเจ้าดูตรงไหนว่ามันเหยียบย่ำบารมีของพวกเรา เรื่องของเด็กรุ่นหลัง มันไปเกี่ยวอันใดกับพวกเราด้วย แล้วเจ้าเอาอะไรมาตัดสินว่ามันไม่มีความสามารถพอจะท้าประลองทั้งหมด?"

"นี่คือความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อน!"

หลัวเจิ้นรู้สึกสะใจอย่างหาที่สุดมิได้ เพียงชั่วครู่เดียว มันก็สามารถโยนภาระที่พวกนั้นโยนมาให้กลับไปกระแทกหน้าพวกมันได้หมด อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจว่า พละกำลังคือความจริงแท้ที่สุด มันมองดูหลัวเทียน ทว่าในใจก็ยังแอบหวั่นวิตกอยู่บ้าง

"ในเมื่อมันอยากจะทำเช่นนี้ ก็ปล่อยให้มันทำไปเถอะ!"

หวังเทียนป้าสบตากับอวี้หยางเทียน อวี้หยางเทียนคล้ายจะเข้าใจความนัย จึงเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

เบื้องบนอนุญาตแล้ว หวังไข่จึงไม่อาจเอ่ยสิ่งใดได้อีก ทำได้เพียงจ้องมองหลัวเทียนด้วยสายตาอำมหิต

"โอหังนัก ข้าจะขึ้นไปจัดการมันเอง" ผู้ฝึกยุทธ์ระดับผสานกำเนิดขั้นกลางคนหนึ่งจากตระกูลหวังก้าวขึ้นลานประลอง

"หวังหมั่ง!"

หวังหมั่งส่วนสูงหนึ่งจั้ง ทันทีที่ยืนหยัดอยู่บนลานประลอง ก็ดูราวกับเป็นขุนเขาลูกย่อมๆ ในมือถือขวานยักษ์ทะลวงบรรพต พละกำลังมหาศาล เล่าลือกันว่าแม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับผสานกำเนิดขั้นสมบูรณ์มาประลองกำลังกับมัน ก็ยังต้องหวาดผวาอยู่บ้าง

"หลัวเทียน ว่านอนสอนง่ายแล้วรีบไสหัวลงไปจากลานประลองซะ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว ไม่อย่างนั้น ข้าจะใช้ขวานเล่มนี้สับเจ้าเป็นสองท่อน ไม่เหลือซากศพให้ดูต่างหน้าแน่!" หวังหมั่งแค่นเสียงเหี้ยม

"ลงมือสิ!" หลัวเทียนเอามือไพล่หลัง ไม่แม้แต่จะปรายตามอง เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"บังอาจดูแคลนข้าเรอะ!"

หวังหมั่งตวาดลั่น ขวานยักษ์ทะลวงบรรพตในมือฟาดฟันเข้าใส่หลัวเทียนโดยตรง

หลัวเทียนค่อยๆ กำหมัด ปล่อยหมัดออกไปอย่างง่ายดายไร้การตระเตรียมอีกครั้ง

ตูม!

ชั่วพริบตาเดียว ร่างของหวังหมั่งก็ลอยละลิ่วดุจว่าวสายป่านขาด ปลิวกระเด็นตกลงมากระแทกพื้นอย่างรุนแรง

หวังไข่รีบเข้าไปตรวจดูอาการของหวังหมั่ง กลับพบว่ากลิ่นอายของมันแตกซ่าน สติสัมปชัญญะเลือนลาง ลอบตื่นตระหนกอยู่ในใจ ก่อนจะประกาศด้วยน้ำเสียงไม่เต็มใจนักว่า "หลัวเทียน ชนะ!"

"คุณชายหลัวเกรียงไกร!"

คนตระกูลหลัวโห่ร้องยินดี ตะโกนก้องฟ้าอีกครา

ผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลอวี้และตระกูลหวังเบิกตาอ้าปากค้าง เมื่อวานเพิ่งจะคว่ำผู้ฝึกยุทธ์ระดับผสานกำเนิดขั้นต้นจุดสูงสุดได้ในหมัดเดียว วันนี้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับผสานกำเนิดขั้นกลางก็ยังพ่ายแพ้ในหมัดเดียว มันเป็นสัตว์ประหลาดมาจากไหนกันแน่

"คว่ำหวังหมั่งได้ในกระบวนท่าเดียว นี่... เป็นไปได้อย่างไร?"

ผู้เข้าร่วมประลองตระกูลหวังทั้งหกคนต่างตกตะลึง ในหมู่พวกมันก็มีอยู่ไม่กี่คนที่มั่นใจว่าจะเอาชนะหวังหมั่งได้ ทว่ากระบวนท่าเดียวเนี่ยนะ เป็นไปได้อย่างไร?

คนตระกูลหวังไม่มีแววตาดูแคลนเฉกเช่นตอนแรกอีกต่อไป ล้วนจ้องมองหลัวเทียนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"นี่... นี่มัน"

อวี้หยางเทียนหน้าซีดเผือด เพราะด้วยพลังบ่มเพาะระดับตำหนักวิญญาณของมัน กลับมองไม่ออกเลยว่าหลัวเทียนใช้กระบวนท่าอันใด ซ้ำความเร็วยังรวดเร็วจนยากจะยอมรับได้

"หรือว่าไอ้หนูนี่จะกลายเป็นยอดฝีมือระดับตำหนักวิญญาณไปแล้ว?" หวังเทียนป้าเอ่ยจบ แม้แต่ตัวมันเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อ "ไม่ เป็นไปไม่ได้ ไอ้หนูนี่คงแค่มีความเร็วมากพอเท่านั้น ระดับผสานกำเนิดก็สามารถทำได้"

"ทักษะยุทธ์ระดับหวง หมัดแปดวิถี น่าสนใจ"

ภายใต้ชุดคลุมยาว ยอดฝีมือจากนิกายบรรพตสัญจรร้องอุทานเบาๆ หลัวเทียนซ่อนเร้นพลังบ่มเพาะได้ลึกล้ำยิ่งนัก แม้แต่มันเองก็ยังไม่กล้าฟันธง ทว่ามันมองออกอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่หลัวเทียนใช้คือ ทักษะยุทธ์ระดับหวง หมัดแปดวิถี

"สามารถพลิกแพลงทักษะยุทธ์ระดับหวงได้ถึงขั้นนี้ ช่างเหลือเชื่อจริงๆ"

"บัดซบ ข้าเอาเอง!" ตระกูลหวังกระโจนขึ้นมาอีกคน ยังคงเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับผสานกำเนิดขั้นกลาง

หลัวเทียนก็ยังคงเหมือนก่อนหน้านี้ เพียงแค่ปล่อยหมัดออกไปอย่างง่ายดาย

เป็นเช่นนี้ต่อไป เพียงชั่วจิบชา หลัวเทียนก็คว่ำผู้ฝึกยุทธ์ระดับผสานกำเนิดขั้นกลางของตระกูลหวังติดต่อกันถึงสามคน ซ้ำดูจากท่าทางของมัน ช่างสบายๆ ไร้ความกดดัน ถึงขั้นไม่ได้สูญเสียพลังวิญญาณไปเลยแม้แต่น้อย

คนตระกูลหลัวยิ่งบ้าคลั่งหนักขึ้นไปอีก ส่วนคนอื่นๆ กลับยืนตะลึงงันอยู่กับที่ จ้องมองหลัวเทียน ตกตะลึงจนพูดไม่ออก ราวกับกำลังฝันไป ทว่ามันกลับเป็นความจริงที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า

ชั่วขณะนั้น ถึงกับไม่มีผู้ใดกล้าก้าวขึ้นลานประลองอีกเลย บรรยากาศตกสู่ความอึดอัดกระอักกระอ่วนอย่างยิ่ง

ตระกูลหวังมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับผสานกำเนิดขั้นสมบูรณ์อยู่จริงๆ ทว่าเมื่อเห็นหลัวเทียนโดดเด่นสยบทั้งลานประลองถึงเพียงนี้ พวกมันก็ไม่กล้าก้าวออกไป

"อวี้สุ่ยเหยาแห่งตระกูลอวี้!"

สีหน้าของอวี้สุ่ยเหยาย่ำแย่ถึงขีดสุด เดิมทีนางคิดว่าหลังจากหลัวเทียนรักษานางแล้ว มันได้กลายเป็นสวะไปตั้งนานแล้ว ทว่าบัดนี้กลับกลายเป็นอัจฉริยะที่เจิดจรัสท่ามกลางสายตาผู้คนนับหมื่น ความแตกต่างอันมหาศาลนี้ทำให้นางยากจะทำใจยอมรับได้

หลังจากครุ่นคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า นางก็ตัดสินใจจะลองหยั่งเชิงดูว่า ตอนนี้หลัวเทียนแปรเปลี่ยนไปถึงขั้นไหนแล้ว!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 18 - ความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว